เปิดตัว iPad Air 5th Gen ที่ใช้ชิป M1 อันทรงพลังจาก รุ่น Pro เริ่มต้น 20,900 บาท

ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของ Apple ภายในงาน Peek performance เมื่อเดือนมีนาคม 2022 ที่ผ่านมา ซึ่งต้องขอบอกเลยครับว่า มันพีค สมชื่อจริง ๆ ครับ เนื่องจากทาง Apple ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจหลายรายการโดยเฉพาะเจ้า iPad Air 5th Gen ที่หลาย ๆ คนตั้งตารอคอย โดยถ่ายทอดสดส่งตรงจาก Apple Park ณ เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

iPad Air (5th Gen)
iPad Air (5th Gen)

Apple ได้มีการเปิดตัว iPad Air รุ่นที่ 5 ควบคู่ไปกับ iPhone SE รุ่นที่ 3 โดยทั้งคู่มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะ iPad Air (5th Gen) ที่ได้อัปเกรดขึ้นมาจาก iPad Air (4th Gen) เยอะมาก ๆ ครับ และที่โดดเด่นที่สุดเลยคือ ชิปเซ็ต Apple M1 อันเลื่องชื่อ ที่เป็นตัวเดียวกันกับที่ใช้ใน iPad Pro พร้อมกับยังมีการรองรับ 5G และมีการอัปเกรดกล้องหน้าให้ดีขึ้น โดยเป็นเลนส์ Ultra Wide ที่มาพร้อม Center Stage

โดยทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นฐานดีไซน์ที่ไม่ต่างไปจากเดิมมาก และมีราคาเพิ่มขึ้นแค่พันเดียวเท่านั้น สำหรับวันนี้เราขอพาทุกคนไปเจาะลึก iPad Air 5th Gen กันครับว่า มีฟีเจอร์อะไรใหม่ สเปกสูงขึ้นขนาดไหน มีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง และมันคุ้มค่ากับราคาหรือไม่ ? ไปหาคำตอบกันครับ

ข้อมูลจำเพาะ iPad Air 5 (2022) และ iPad Air 4 (2020)

เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น เราได้ทำตารางเปรียบเทียบสเปกของ iPad Air ทั้ง 2 เจนเนอเรชั่น ซึ่งจะเห็นได้ว่า สเปกส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกันมาก ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์, คุณภาพหน้าจอ, ระบบปฏิบัติการ, กล้องถ่ายรูป, หน่วยความจำ, แบตเตอรี่ หรือแม้แต่ราคาที่ต่างกันเพียง 1,000 บาท เท่านั้น แต่สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการอัปเกรดในครั้งนี้ ก็คือ ชิปเซ็ต Apple M1 ครับ ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตัวเดียวกับที่ใช้อยู่ใน iPad Pro (5th Gen) ครับ ดังนั้นมันจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่อง ในทุกด้านครับ นอกจากนี้ก็ยังมีแรมที่เพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว และมีการปรับปรุงเรื่องกล้องเซลฟี่อีกด้วย

ข้อมูลจำเพาะ iPad Air 5 (2022) iPad Air 4 (2020)
ขนาดตัวเครื่อง 247.6 × 178.5 × 6.1 มม.
น้ำหนัก Wi-Fi 461 ก./ Cellular 462 ก. Wi-Fi 458 ก./ Cellular 460 ก.
หน้าจอแสดงผล (อัตราการรีเฟรช) จอ LCD เรตินา 10.9 นิ้ว 60Hz
ความละเอียดหน้าจอ 2,360 × 1,640 พิกเซล (264 ppi)
ระบบปฏิบัติการ iPadOS 15
พื้นที่จัดเก็บ 64GB, 256GB
ช่องเสียบ Micro SD
โปรเซสเซอร์ Apple M1 Apple A14 Bionic
แรม 8GB 4GB
กล้อง กล้องหลัง 12MP
กล้องหน้า 12MP (Ultra Wide)
กล้องหลัง 12MP
กล้องหน้า 7MP
วีดีโอ 4K ที่ 24, 30, 60 fps
เวอร์ชั่นบลูทูธ Bluetooth 5.0
พอร์ต USB-C
เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ
กันน้ำ
แบตเอรี่ 10 ชั่วโมง (Wi-Fi) / 9 ชั่วโมง (Cellular)
การชาร์จ รองรับการชาร์จเร็ว 20W
สี เทาสเปซเกรย์, สตาร์ไลท์, ชมพู, ม่วง, น้ำเงิน เทาสเปซเกรย์, เงิน, โรสโกลด์, สกายบลู, เขียว
ราคาเริ่มต้น 20,900 บาท (Wi-Fi)
25,900 บาท (Cellular)
19,900 บาท (Wi-Fi)
24,900 บาท (Cellular)

ดีไซน์การออกแบบ และหน้าจอแสดงผล

ดีไซน์การออกแบบในด้านดีไซน์การออกแบบของ iPad Air (5th Gen) ดูเหมือนกับว่า จะไม่มีการอัปเกรดใด ๆ เลย เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ซึ่งยังคงมาในดีไซน์ที่เรียบหรู ไปในทิศทางเดียวกันกับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ ของ Apple อาทิเช่น iPhone12iPhone13 หรือ iPad รุ่นใหม่ ๆ เป็นต้น

ดีไซน์การออกแบบ
ดีไซน์การออกแบบ

ดังนั้นใน iPad Air (5th Gen) คุณจะได้จอภาพ Liquid Retina ขนาด 10.9 นิ้ว ความละเอียด 2,360 × 1,640 พิกเซล ที่แสดงผลได้อย่างคมชัด สวยงาม มาพร้อมเทคโนโลยีการแสดงผลแบบ True Tone โดยมีขอบเขตสีกว้าง แบบ P3 และให้ความสว่างสูงถึง 500 นิต พร้อมกับที่หน้าจอมีการป้องกันแสงสะท้อน ช่วยให้คุณสามารถใช้งานได้ในทุก ๆ สภาพแสงครับ

ส่วนขนาดของตัวเครื่อง ยังคงมีมิติเท่ากับรุ่นเดิมครับ แต่ iPad Air 5 จะมีน้ำหนักมากกว่าเล็กน้อย เนื่องจากสเปกภายในที่มีการอัปเกรดเข้าไป ซึ่งเอาจริง ๆ มันก็แทบไม่รู้สึกครับ นอกจากนี้ยังมีการสแกนนิ้ว Touch ID กลับมาด้วย โดยติดตั้งไว้ที่ปุ่มเปิด-ปิดที่ขอบด้านบนของตัวเครื่อง ช่วยให้คุณสามารถใช้ลายนิ้วมือ เพื่อปลดล็อค iPad ของคุณได้ โดย iPad Air 5 รุ่นใหม่นี้ จะมีสีสันให้เลือกอยู่ 5 สี เช่นเดิมครับ ไดแก่ Space Grey, Starlight, Pink, Purple แลเฉดสีใหม่อย่าง Blue ครับ

อัพเกรดชิปเซ็ต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเป็นเท่าตัว

Apple M1
Apple M1

ตามที่หลาย ๆ คนได้คาดการณ์เอาไว้ว่า iPad Air 5 อาจจะข้ามไปใช้ ชิปเซ็ต A15 Bionic ตัวเดียวกับที่ใช้งานอยู่ใน iPhone 13 ซึ่งผิดคาดครับ เพราะมันกระโดดไปใช้ชิปเซ็ต Apple M1 อันทรงพลังของพี่ใหญ่อย่าง iPad Pro ที่มีราคาแพงกว่าเป็นเท่าตัว และแถมยังอัปเกรด RAM เพิ่มเป็น 8GB อีกด้วย ทำให้ทาง Apple เคลมไว้ว่า iPad Air 5 (2022) นี้ ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า iPad Air 4 มากถึง 60% เลยทีเดียว ซึ่งสิ่งที่น่าจะหมายถึงการใช้งานของผู้ใช้ที่ต้องการการประมวลผลสูง ๆ อย่างเช่น การตัดต่อวิดีโอ การสร้างแบบจำลอง 3 มิติ หรือการทำงานด้านกราฟฟิกอื่น ๆ ครับ เนื่องจากการใช้งานทั่ว ๆ ไป แค่ใช้ชิปเซ็ต A14 Bionic ที่ใช้อยู่ใน iPad Air 4 หรือ iPhone 12 มันก็สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และลื่นไหลมาก ๆ แล้วครับ

แต่เมื่อพูดถึงตัวเลือก หน่วยความจำ ยังคงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก ๆ ครับ เนื่องจาก iPad Air ทั้ง 2 เจนเนอเรชั่น มาพร้อมกับที่ตัวเลือกหน่วยความจำเพียง 2 ขนาด เช่นเดิมครับ นั่นคือ 64GB และ 256GB ครับ ซึ่งพูดกันตรง ๆ ครับ 64GB สำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไป ก็อาจจะน้อยเกินไปแล้วในยุคสมัยนี้ ส่วน 256GB ก็ต้องเพิ่มงบฯ ไปอีก 5,000 บาท ซึ่งมันเกินความจำเป็นสำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไปอีก ดังนั้นคุณจำเป็นจะต้องตัดสินใจให้ดีครับว่า ต้องการนำไปงานด้านไหนเป็นหลัก ?

ซอฟต์แวร์และการอัปเดต

iPadOS 15
iPadOS 15

iPad Air 5 (2022) มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iPadOS 15 ซึ่งเต็มไปด้วยคุณสมบัติและการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ มากมาย เริ่มตั้งแต่ รูปแบบหน้าจอหลักที่มีการออกแบบใหม่, การทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อม ๆ กัน, การเพิ่มคุณสมบัติใหม่ให้กับ FaceTime และ iMessage รวมไปถึง Safari ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ยังให้คุณจดความคิดต่าง ๆ ได้ทันที ด้วยฟีเจอร์โน้ตด่วน พร้อม FaceTime ให้คุณเชื่อมต่อกับเพื่อน ๆ ครอบครัว และคนที่คุณรักได้ง่าย ๆ พร้อม SharePlay และยังมีฟีเจอร์ ข้อความในภาพ ให้คุณสามารถแตะข้อความที่อยู่ในรูปภาพเพื่อโทร ส่งอีเมล หรือค้นหาเส้นทาได้เลย และการที่ iPad Air 5 (2022) ใช้ชิปเซ็ต Apple M1 มันสามารถการันตีได้เลยครับว่า รองรับการอัพเดท iPadOS ได้นานหลายปีอย่างแน่นอนครับ

กล้องเซลฟี่ที่ดีขึ้น 

กล้องถ่ายรูป
กล้องถ่ายรูป

สำหรับกล้องหลังของ iPad Air 5 (2022) ยังคงใช้เลนส์ที่เหมือนกันกับ iPad Air 4 (2020) ครับ ซึ่งทั้งคู่มาพร้อมกับเลนส์ 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง ƒ/1.8 และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 5 เท่า ซึ่งแน่นอนครับ เพราะมันเป็นแท็บเล็ต มีขนาดค่อนข้างใหญ่ คนส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับกล้องหน้า มากกว่ากล้องหลัง เพราะการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูป สะดวกกว่าการใช้แท็บเล็ตมาก อีกทั้งเราต้องปรับตัวอยู่กับ COVID-19 ให้ได้ ทำให้หลาย ๆ กิจกรรมต้องเปลี่ยนเป็นออนไลน์ เช่น การเรียนการสอนออนไลน์ การทำงานที่บ้าน หรือที่เราคุ้นหูกับ คำว่า Work from Home ซึ่งแน่นอนครับว่ากิจกรรมเหล่านี้จำเป็นต้อง FaceTime ผ่านกล้องหน้าเป็นหลัก ดังนั้นการอัปเกรดกล้องของ iPad Air 5 (2022) จึงเน้นไปที่กล้องเซลฟี่เป็นหลักครับ

โดยกล้องเซลฟี่ของ iPad Air 5 (2022) มาพร้อมเซอร์อัลตร้าไวด์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง ƒ/2.4 ซูม 2 เท่า และมีการขยายช่วงไดนามิก พร้อมกับใส่ฟีเจอร์ Center Stage เช่นเดียวกับ iPad 9 (2021) รุ่นล่าสุดครับ ซึ่งจะเป็นฟีเจอร์ที่อยู่ใน iPad ระดับสูง โดยมันจะช่วยให้กล้องแพนหาคุณโดยอัตโนมัติ เมื่อคุณมีการเคลื่อนที่ไปมา เพื่อจัดตำแหน่งให้คุณอยู่ตรงกลางเฟรมตลอดเวลา หากคุณต้องการ iPad Air 5 ไปใช้สำหรับการแฮงเอาท์วิดีโอ ประชุมงาน หรือเซลฟี่บ่อย ๆ รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณมาก ๆ ครับ

การเชื่อมต่อ 5G และปรับปรุงการเชื่อมต่อ USB-C

การเชื่อมต่อ
การเชื่อมต่อ

iPad Air 5 (2022) ได้อัปเกรดไปในทิศทางเดียวกันกับ iPad Mini ที่มีการเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ครับ โดยที่ได้ก้าวข้ามไปสู่การเชื่อมต่อสัญญาณ 5G ในรุ่น เซลลูลาร์ ซึ่งมันสามารถช่วยมอบความเร็วในการดาวน์โหลด และอัปโหลดที่ดีขึ้นหลายเท่าตัวครับ

ในการอัปเกรดของ iPad Air 5 (2022) ครั้งนี้ ทาง Apple ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ต USB-C ด้วย ส่งผลให้มันสามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่เร็วขึ้นถึง 2 เท่าครับ ดังนั้นมันจึงตอบโจทย์มาก ๆ สำหรับการถ่ายโอนไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่และรูปภาพต่าง ๆ เข้าและออกจาก iPad เครื่องนี้ และสามารถทดแทนข้อจำกันของหน่วยความจำไปได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ยังรองรับ Wi-Fi 6 อีกด้วย ช่วยให้การเชื่อมต่อของคุณไม่มีสะดุดครับ

iPad Air (5th Gen) กับ iPad Mini (6th Gen) รุ่นไหนดี ?

ข้อมูลจำเพาะ iPad Air 5 (2022) iPad Mini 6 (2021)
ขนาดตัวเครื่อง 247.6 × 178.5 × 6.1 มม. 195.4 × 134.8 × 6.3 มม.
น้ำหนัก Wi-Fi 461 ก./ Cellular 462 ก. Wi-Fi 293 ก./ Cellular 297 ก.
หน้าจอแสดงผล (อัตราการรีเฟรช) จอ LCD เรตินา 10.9 นิ้ว 60Hz จอ LCD เรตินา 8.3 นิ้ว 60Hz
ความละเอียดหน้าจอ 2,360 × 1,640 พิกเซล (264 ppi) 2,266 × 1,488 พิกเซล (326 ppi)
ระบบปฏิบัติการ iPadOS 15
พื้นที่จัดเก็บ 64GB, 256GB
ช่องเสียบ Micro SD
โปรเซสเซอร์ Apple M1 Apple A15 Bionic
แรม 8GB 4GB
กล้อง กล้องหลัง 12MP (Wide)
กล้องหน้า 12MP (Ultra Wide)
วีดีโอ 4K ที่ 24, 30, 60 fps
เวอร์ชั่นบลูทูธ Bluetooth 5.0
พอร์ต USB-C
เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ
กันน้ำ
แบตเอรี่ 10 ชั่วโมง (Wi-Fi) / 9 ชั่วโมง (Cellular)
การชาร์จ รองรับการชาร์จเร็ว 20W
สี เทาสเปซเกรย์, สตาร์ไลท์, ชมพู, ม่วง, น้ำเงิน เทาสเปซเกรย์, สตาร์ไลท์, ชมพู, ม่วง
ราคาเริ่มต้น 20,900 บาท (Wi-Fi)
25,900 บาท (Cellular)
17,900 บาท (Wi-Fi)
23,400 บาท (Cellular)

จากตารางเปรียบเทียบระหว่าง iPad Air 5 กับ iPad Mini 6 คุณก็จะเห็นได้ว่า iPad ทั้งสองรุ่นนี้มีฟีเจอร์พื้นฐานที่ใกล้เคียงกันมากครับ ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์, ระบบปฏิบัติการ, หน่วยความจำ, กล้อง, การเชื่อมต่อ, แบตเตอรี่ หรือแม้แต่สีสันตัวเครื่องที่ต่างกันเพียงสีเดียวเท่านั้น ส่วนสิ่งที่แตกต่างกันหลัก ๆ ของทั้งสองรุ่นนี้คือ ขนาดตัวเครื่อง, หน้าจอแสดงผล และสเปกเครื่องครับ โดยมีราคาเริ่มต้นต่างกันประมาณ 3,000 บาท

ซึ่งถ้าหากถามว่า การเพิ่มเงินอีก 3,000 บาท เพื่อซื้อ iPad Air 5 มันจะคุ้มหรือไม่? เราคงตอบไม่ได้ครับ เพราะจะคุ้มหรือไม่คุ้ม มันขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของคุณเป็นหลักครับ ซึ่งแน่นอนครับว่า ทั้งสองรุ่นนี้ มาพร้อมชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูง มีแรมขนาดใหญ่ และระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ในการใช้งานทั่ว ๆ ไป ทั้งคู่สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว และ ไม่สะดุด ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอยู่แล้ว แต่ iPad Air 5 จะใช้ซิปเซ็ตที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ามาก ส่งผลให้สามารถรองรับการประมวลผลหนัก ๆ ได้ ตอบโจทย์คนทำงานสายกราฟฟิกได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นหากคุณต้องการ iPad เพื่อไปใช้งานทั่ว ๆ ไปเป็นหลัก คุณก็สามารถขนาดที่เหมาะสมกับคุณหรือเลือกรุ่นใดก็ได้ครับ แต่ถ้าหากคุณต้องการใช้งานเป็นแล็ปท็อปด้วย iPad Air 5 ก็จะตอบโจทย์คุณได้มากกว่าครับ

iPad Air (5th Gen) เหมาะกับใครมากที่สุด ?

iPad Air (5th Gen)
iPad Air (5th Gen)

นี่อาจเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนสงสัย เราขอตอบว่า เหมาะสำหรับทุก ๆ คน ทุก ๆ สายอาชีพ หรือแม้แต่ คนที่ใช้งาน iPad Air 4 อยู่ การที่อัปเกรดมาเป็น iPad Air 5 ก็ถือว่ามีความคุ้มค่าอยู่ไม่น้อยครับ เพราะด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ของชิปเซ็ต Apple M1 มันช่วยให้การประมวลผลด้านต่าง ๆ รวดเร็ว และลื่นไหลมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง การเล่นเกมขนาดใหญ่, การรับชมความบันเทิง, การจดบันทึกการวาดภาพ, การอ่านหนังสือ หรืองานที่ต้องใช้พลังการประมวลผลสูงๆ ทั้งการตกแต่งภาพ ตัดต่อวิดิโอ และการออกแบบสามมิติต่าง ๆ ด้วยสเปกของ iPad Air 5 ที่ให้มา สามารถทำทั้งหมดนี้ได้อย่างสบายครับ

นอกจากนี้ด้วยดีไซน์ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง คุณจึงสามารถนำอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของ iPad Air 4 ที่มีอยู่แล้วมาใช้ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น เคสกันกระแทกกระเป๋า, Apple Pencil, คีย์บอร์ดบลูทูธ สายชาร์จ, อแดปเตอร์Apple Acc และอื่น ๆ หากคุณกำลัง iPad ที่มีสเปกแรง ในราคาประหยัด และคุ้มค่า iPad Air (5th Gen) คือตัวเลือกที่ดีที่สุด ณ ปัจจุบันครับ

ราคา และการวางจำหน่าย

รุ่น ความจุ ราคา
iPad Air 5 Wi-Fi 64GB 20,900 บาท
iPad Air 5 Wi-Fi 256GB 25,900 บาท
iPad Air 5 Wi-Fi + Cellular 64GB 25,900 บาท
iPad Air 5 Wi-Fi + Cellular 256GB 30,900 บาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Apple : www.apple.com

Palm PN

Palm PN

I with a bachelor degree in Computer Science from Songkhla Rajabhat University. I live in Songkhla. I like to write articles about in IT products and motorcycle accessories.

Next Post