เปิดตัว Apple Studio Display จอคุณภาพสูง 5K ขนาด 27 นิ้ว พร้อม Center Stage

ผ่านไปเรียบร้อย สำหรับงาน Peek Performance เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งได้ถ่ายทอดสดส่งตรงจาก Apple Park ณ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยภายในงานนี้ทาง Apple ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมามากมายครับ ทำเอาเงินในมือของหลาย ๆ คน สั่นคลอนไปตาม ๆ กัน โดยนอกเหนือจากการเปิดตัว Mac Studio สมาร์ทโฟนรุ่นประหยัด อย่าง iPhone SE รุ่นที่ 3 และแท็บเล็ตยอดนิยมอย่าง iPad air รุ่นที่ 5 แล้ว ยังมีการเปิดตัวหน้าจอแสดงผลคุณภาพสูงรุ่นใหม่อย่าง Studio Display ด้วย

Apple Studio Display จอมอนิเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่พร้อมให้คุณเต็มอิ่มไปกับความละเอียดในการแสดงผลสูงสุดถึง ระดับ 5K ตอบโจทย์การทำงานต่าง ๆ ด้วยกล้องอัลตร้าไวด์ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมกับคุณสมบัติที่โดดเด่นมาก ๆ อย่าง จัดให้อยู่ตรงกลาง (Center Stage) โดยมีไมโครโฟน 3 ตัว และลำโพงอีก 6 ตัว คุณภาพระดับสตูดิโอ พร้อมกับระบบเสียงตามตำแหน่ง ทำให้ Studio Display เป็นได้มากกว่าจอมอนิเตอร์ครับ ให้ทั้ง ภาพที่คมชัด กล้องคุณภาพสูง และระบบเสียงแบบเต็มอารมณ์ หากคุณต้องการมอนิเตอร์คุณภาพสูง ๆ รุ่นนี้ถือว่าน่าสนใจมาก ๆ ครับ ซึ่งมันจะน่าสนใจขนาดไหน และเหมาะกับการใช้งานของคุณหรือไม่ ? ตามไปหาคำตอบกันครับ

Apple Studio Display จอภาพสตูดิโอ 

Apple Studio DisplayStudio Display ถือเป็นจอภาพตัวแรกของ Apple นับตั้งแต่การเปิดตัว Pro Display XDR จอภาพระดับท๊อป ไปเมื่อปี 2019 โดยมาพร้อมจอแสดงผล Retina 5K ขนาด 27 นิ้ว ที่มีความละเอียด 5,120 × 2,880 ที่ 218 พิกเซล/ นิ้ว ซึ่งเป็นความละเอียดระดับเดียวกับ iMac ขนาด 27 นิ้ว ที่เลิกทำตลาดไปแล้ว โดยรองรับความสว่างสูงสุดที่ 600 นิต และให้สีกว้าง แบบ P3 เพื่อให้สีสันที่สดใส สมจริงและดูเป็นธรรมชาติ และมีเทคโนโลยี True Tone ที่จับคู่สมดุลสีขาวของจอแสดงผลกับแสงในห้อง โดยถูกออกแบบมาให้เป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบของ Mac Studio, MacBook รวมไปถึง iPad (บางรุ่น) ด้วย

แสดงผลบนกระจกที่มีการสะท้อนแสงต่ำ
แสดงผลบนกระจกที่มีการสะท้อนแสงต่ำ

โดยได้แสดงผลบนกระจก ที่ได้ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรม ด้วยกระจกที่มีการสะท้อนแสงต่ำมาก แต่ขณะเดียวกัน ก็มีตัวเลือกการอัพเกรดเป็นกระจกพื้นผิวนาโน (Nano-texture) ที่สามารถช่วยลดแสงสะท้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ (บวกเพิ่ม)

การดีไซน์ออกแบบ Studio Display

อย่างที่ได้บอกไปครับ Studio display เป็นหน้าจอขนาด 27 นิ้ว ซึ่งมีดีไซน์ที่ชวนให้นึกถึง Pro Display XDR มาก ๆ ครับ แต่เรียบง่ายกว่า โดยมีขอบหน้าจอที่ค่อนข้างบางทั้ง 4 ด้าน ซึ่งบริเวณขอบจอด้านบนมีการติดตั้งกล้องเว็บแคมเอาไว้ ตัวบอดี้ และขาตั้งล้วนผลิตด้วยอะลูมิเนียมที่มีความแข็งแรง ทนทาน โดยมีรูปแบบฐานตั้งให้เลือก ทั้งหมด 3 ตัวเลือก ดังต่อไปนี้ครับ

ฐานตั้งที่ปรับความเอียงได้

1. ฐานตั้งที่ปรับความเอียง 

โดยสามารถปรับความเอียงได้ 30 องศา แบ่งเป็นปรับลงได้ −5° และปรับเงยขึ้นได้ +25°

ฐานตั้งปรับความเอียงและความสูง

2. ฐานตั้งปรับความเอียงและความสูง (เพิ่มเงิน)

ซึ่งสามารถปรับความเอียงได้ 30 องศา เหมือนกับแบบแรก แต่จะสามารถปรับความสูงได้ด้วย โดยปรับได้ 105 มม. ครับ โดยได้ออกแบบมาให้คุณรู้สึกเหมือนมันไร้น้ำหนัก

อะแดปเตอร์ตัวยึด VESA

3. อะแดปเตอร์ตัวยึด VESA

ตัวยึด VESA ช่วยคุณสามารถติดตั้งมอนิเตอร์เข้ากับตัวยึดต่าง ๆ ได้ อาทิเช่น ตัวยึดติดผนัง ตัวยึดติดกับโต๊ะ ฐานตั้งแบบต่าง ๆ หรือแขนจับยึด (ขนาด 100 × 100 มม.​) ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถปรับแนวจอภาพได้ทั้ง แนวนอน และแนวตั้งครับ

พอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมด 4 พอร์ตบริเวณด้านหลังของ Studio Display มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมด 4 พอร์ตครับ แบ่งเป็น พอร์ต Thunderbolt 3 มี 1 พอร์ต โดยสามารถรองรับการชาร์จสูงสุด 96W ซึ่งเพียงพอสำหรับจ่ายไฟให้กับแล็ปท็อปของ Apple ทุก ๆ รุ่น และพอร์ต USB-C ที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูล 10Gb/s เพิ่มเติมอีก 3 พอร์ต ใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ครับ

Studio Display ใช้พลังจากชิปเซ็ต A13 Bionic ในการขับเคลื่อนระบบกล้อง และระบบเสียง

Center stageหากเรานำ Studio Display ไปเปรียบเทียบกับ Pro Display XDR เราจะพบว่า มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้จอรุ่นใหม่นี้เหนือกว่านั่นก็คือ มีชิป A13 Bionic ในตัวครับ ซึ่งสามารถช่วยขับเคลื่อนระบบกล้องและระบบเสียงที่ล้ำสมัย โดยมาพร้อมกับกล้องแว็บแคมอัลตร้าไวด์ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง ƒ/2.4 และมีมุมมองภาพ 122 องศา พร้อม Center stage ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดตำแหน่งให้คุณอยู่ตรงกลางเฟรมตลอดเวลา โดยจะมีการแพนกล้องตามคุณ ในขณะที่คุณเคลื่อนที่ไปมา ระหว่างการสนทนาทางวิดีโอ

Spatial Audioนอกจากนี้ A13 Bionic ยังรองรับ Spatial Audio ระบบเสียงตามตำแหน่ง ช่วยขับเสียงคุณภาพเหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ และมีฟีเจอร์ Hey Siri ในตัว ทำให้ Mac ที่ปกติไม่มีฟังก์ชัน Siri ในตัว สามารถใช้งาน Hey Siri ได้ โดยขับเสียงด้วยลำโพง 6 ตัว ซึ่งมีความเที่ยงตรงสูง โดยแบ่งเป็นวูฟเฟอร์ 4 ตัว และทวีตเตอร์ประสิทธิภาพสูงอีก 2 ตัว เติมเต็มด้วยไมโครโฟน 3 ตัว ช่วยให้คุณเสียงดัง ฟังชัดมากขึ้น ทั้งในขณะวิดีโอคอล หรือแม้แต่การบันทึกเสียง แถมยังมีบีมฟอร์มมิ่งตามทิศทางของเสียงด้วย เพื่อตัดเสียงรบกวนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ ทีนี้ทุกคนก็จะได้ยิน แต่เสียงคุณเท่านั้นครับ ด้วยฟีเจอร์เหล่านี้ ทำให้ Studio Display กลายเป็นที่สุดของจอภาพสำหรับการวิดีโอคอล หรือการประชุมแบบวิดีโอเลยก็ว่าได้ครับ

Apple Studio Display ใช้กับ Windows ได้หรือไม่ ?

Apple Studio Display ใช้กับ Windows ได้หรือไม่ ?หากคุณสงสัยว่า Studio Display จะสามารถใช้กับ Windows ได้หรือไม่? คำตอบคือ สามารถใช้ได้ ครับ โดย apple ได้ระบุว่า จอ Studio Display สามารถใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Windows ได้โดยผ่านการเชื่อมต่อ Thunderbolt ดังนั้นอุปกรณ์ของคุณก็จะต้องรองรับ Thunderbolt ก่อน (ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ใน แล็ปท็อป หรือมินิพีซี) ส่วนความละเอียดภาพถึง 5K ที่ 60Hz หรือไม่นั้น? ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่คุณนำมาเชื่อมต่อครับ หากอุปกรณ์ Windows ของคุณรองรับ มันก็สามารถแสดงผลด้วยความละเอียดสูงสุดได้

แต่สิ่งที่ Studio Display จะใช้งานไม่ได้แน่ ๆ เมื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ของ Windows นั่นก็คือ ฟีเจอร์พิเศษต่างๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ที่โดดเด่นมาก ๆ อย่าง จัดให้อยู่ตรงกลาง (Center Stage) ของกล้องเว็บแคม, ระบบเสียงตามตำแหน่ง (Spatial Audio) เป็นระบบเสียงรอบทิศทาง หรือแม้แต่การเรียกใช้ Siri นอกจากนี้ในส่วนของการอัปเดตต่างๆ ก็จะต้องเชื่อมต่อกับ Mac เท่านั้นครับ

สรุปคือ Studio Display สามารถเชื่อมต่อใช้งานกับ Windows ได้ครับ แต่จะใช้ได้เพียงฟีเจอร์พื้นฐานของเว็บแคม และลำโพงเท่านั้น ไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์พิเศษต่าง ๆ ได้ ดังนั้นถ้าหากว่าคุณต้องการนำไปใช้งานกับ Windows มอนิเตอร์ตัวนี้อาจจะไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ เพราะในตลาดปัจจุบัน คุณสามารถหาซื้อมอนิเตอร์ระดับ 5K ได้ในราคาที่ต่ำกว่า 50,000 บาท ครับ

ราคาและการวางจำหน่าย

Apple Studio Display

สำหรับ Studio display จะมีกระจกกันแสงสะท้อนทั้งหมด 2 แบบ ให้เลือกครับ ได้แก่ แบบแรก กระจกมาตรฐาน เป็นกระจกที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมมาเป็นอย่างดี เพื่อให้มีการสะท้อนแสงต่ำที่สุด และแบบพิเศษ คุณต้องเพิ่มงบไปอีกประมาณหมื่นกว่าบาท เพื่อให้ได้ กระจก Nano-texture ซึ่งจะทำให้เกิดการกระเจิงของแสง เพื่อช่วยลดแสงสะท้อนได้ดีมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็สามารถมอบภาพที่มีคุณภาพโดดเด่น สีสันสดใส เป็นธรรมชาติ ไม่ว่าพื้นที่ทำงานของคุณจะมีแสงจ้าขนาดไหน มันก็เอาอยู่ครับ

ฐานตั้ง กระจกมาตรฐาน กระจก Nano-texture
ฐานตั้งที่ปรับความเอียงได้ 54,900 บาท 65,400 บาท
ฐานตั้งที่ปรับความเอียงและความสูงได้ 68,900 บาท 79,400 บาท
อะแดปเตอร์ตัวยึด VESA 54,900 บาท 65,400 บาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Apple : www.apple.com

Palm PN

Palm PN

I with a bachelor degree in Computer Science from Songkhla Rajabhat University. I live in Songkhla. I like to write articles about in IT products and motorcycle accessories.

Next Post