เปิดตัว Apple Watch Series 8 สเปค และคุณสมบัติที่โดดเด่น

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงาน Apple Event ‘Far out’ 2022 หรืองานเปิดตัวสินค้าใหม่ของแอปเปิ้ลในปีนี้ และมันก็แน่นอนครับว่า ไฮไลท์ของงานนี้ก็คือ การเปิดตัว iPhone 14 Series และการเปิดตัว Apple Watch รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับ iOS 16 และ watchOS 9 ซึ่งได้รับการพัฒนามาใหม่ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้าเดือนตุลาคม ปี 2565 โปร 10 10

ซึ่งในวันนี้เราขอมาพูดถึง Apple Watch แอปเปิ้ลวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับ watchOS 9 ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียด อัดแน่น และแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยได้พัฒนาในด้านเซนเซอร์ต่าง ๆ เพื่อทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในงานนี้ Apple Watch เปิดตัวออกมา 3 รุ่นครับ ไล่เรียงตามราคาเลย โดย Apple Watch SE จะมีราคาเริ่มต้น 9,900 บาท, Apple Watch Series 8 ราคาเริ่มต้น 15,900 บาท และรุ่นท๊อปสุด Apple Watch Ultra ราคาเริ่มต้น 31,900 บาท

ซึ่งเดี๋ยววันนี้ เราขอพาทุกคนไปเจาะลึก Apple Watch Series 8 กันครับ ที่นับเป็นรุ่นที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด เนื่องจากเป็นรุ่นระดับกลาง ที่มีฟังก์ชันครบครัน แต่มาในราคาสุดคุ้มค่า รวมถึงบอกทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับเจ้ารุ่นนี้กันครับว่า มันจะมีอะไรบ้างที่น่าสนใจ ? ตามไปดูได้เลย

Apple Watch Series 8 แอปเปิ้ลวอทช์ รุ่นใหม่ล่าสุด

Apple Watch Series 8
Apple Watch Series 8

โดย Apple Watch Series 8 ยังคงมี 2 ขนาด เหมือนรุ่นที่แล้วครับ ได้แก่ ขนาด 41 มม.​ และ 45 มม.​ พร้อมกับยังคงมีฟังก์ชันที่ทุกคนชื่นชอบใน Series 7 ให้มาครบครันครับอย่าง ฟีเจอร์หน้าจอติดตลอดเวลา (Always-on Display), การติดตามสุขภาพ และข้อมูลการออกกำลังกายเชิงลึก ในขณะที่การดีไซน์ รวมไปถึงส่วนอื่น ๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยเท่านั้นครับ

แต่ถ้าถามถึงไฮไลท์ของการอัปเดตในครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นการเพิ่ม เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิร่างกาย ที่สามารถวินิจฉัยปัญหาสุขภาพได้ทุกรูปแบบ และเซนเซอร์ Crash Detection ที่จะคอยตรวจจับอุบัติเหตุต่าง ๆ โดยหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น มันจะติดต่อไปหาผู้ให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินโดยอัตโนมัติครับ

คุณสมบัติหลัก ๆ ที่มีใน Apple Watch Series 8 (รูปภาพจาก apple.com)
คุณสมบัติหลัก ๆ ที่มีใน Apple Watch Series 8 (รูปภาพจาก apple.com)

สำหรับในวันนี้เราได้ทำการรวบรวมฟังก์ชันที่เด่น ๆ ซึ่งมีอยู่ใน Apple Watch Series 8 มาอธิบายให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันก่อนครับ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ส่วนมันจะมีฟังก์ชันอะไรที่น่าสนใจบ้าง ? ถ้าหากทุกคนพร้อมกันแล้วก็ตามไปดูกันเลยครับ

1. เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ ที่มีความแม่นยำสูง

เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ ที่สามารถรับการประมาณการ การตกไข่ย้อนหลัง และการคาดคะเนรอบเดือนที่ดีขึ้น
เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ ที่สามารถติดตามรอบเดือน พร้อมกับมีการคาดคะเนช่วงไข่ตกได้จากการวิเคราะห์ย้อนหลัง

เราขอมาเริ่มที่ไฮไลท์ของ Apple Watch Series 8 กันก่อนครับ ซึ่ง Apple ได้จดสิทธิบัตร เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2020 และเพิ่งได้รับการอนุมัติเมื่อ 9 สิงหาคม 2022 ก่อนเปิดตัว Watch Series 8 แค่ไม่กี่สัปดาห์ โดยถูกพัฒนาโดย MyHealthyApple ในหัวข้อ “Temperature gradient sensing in electronic devices” ที่ตามเอกสารสิทธิบัตรระบุว่า ระบบตรวจจับอุณหภูมิ จะใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์สวมใส่ที่นำไปใช้ โดยใน Watch Series 8 เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ ถูกนำมาใช้การเก็บข้อมูลอุณหภูมิที่ข้อมือ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการทำนายระยะเวลารอบประจำเดือน(1)

การติดตามรอบเดือน และการคาดคะเนช่วงไข่ตก
การติดตามรอบเดือน และการคาดคะเนช่วงไข่ตก

ซึ่งอย่างที่เราทราบกันดีครับว่า การติดตามรอบประจำเดือน เป็นเรื่องสำคัญสำหรับสุขภาพของเรา โดยแพทย์หลาย ๆ คนก็มองว่าเป็นสัญญาณที่สามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้ ดังนั้นเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิใหม่นี้ สามารถช่วยให้ผู้หญิงได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองอย่างละเอียดมากขึ้น ซึ่ง Watch Series 8 ได้ออกแบบวิธีการตรวจวัดอุณหภูมิใหม่ครับ โดยการใช้เซ็นเซอร์ถึง 2 ตัว ซึ่งตัวแรกจะอยู่ด้านหลังของนาฬิกาแบบปกติ ใกล้กับข้อมือของเรา ส่วนตัวที่สองจะอยู่ใต้จอแสดงผลครับ เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากสภาพแวดล้อมภายนอก ช่วยให้ผลของมันมีความแม่นยำมากขึ้น

โดยจะวัดอุณหภูมิข้อมือในตอนกลางคืน เพราะเป็นตัวบ่งชี้อุณหภูมิร่างกายโดยรวมได้ดีที่สุดครับ ซึ่งเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิจะสุ่มตัวอย่างอุณหภูมิที่ข้อมือ ในระหว่างที่เรากำลังหลับทุก ๆ 5 วินาที และวัดการเปลี่ยนแปลงได้เพียง 0.1°C ซึ่งผู้ใช้สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิทั้งหมดได้ ภายในแอปฯ Health ครับ ซึ่งข้อมูลย้อนหลังเหล่านี้สามารถนำมาคาดคะเนช่วงที่ไข่ตกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ดังนั้นแน่นอนว่า การรู้ว่าการตกไข่เกิดขึ้นตอนไหน มันจะเป็นประโยชน์มากกับคนที่กำลังวางแผนครอบครัว นอกจากนี้มันยังมีการแจ้งเตือนด้วย หากข้อมูลรอบประจำเดือนที่บันทึกไว้ของคุณผิดปกติ

2. โหมดประหยัดพลังงานใหม่ ที่ให้อายุการใช้งานนานขึ้นสูงสุดถึง 36 ชม.

โหมดประหยัดพลังงานใหม่
โหมดประหยัดพลังงานที่ได้รับการพัฒนามาใหม่

หากคุณต้องเดินทางไกลบนเที่ยวบินยาว ๆ หรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่สามารถชาร์จได้ โหมดประหยัดพลังงานใหม่นี้ สามารถทำให้ผู้สวมใส่ Watch Series 8 สามารถใช้งานได้นานยิ่งขึ้น เพียงแค่คุณเปิดโหมดประหยัดพลังงานนี้ขึ้นมา เมื่อแบตฯ ใกล้จะหมด มันจะสามารถต่อเวลาการใช้งานบนข้อมือคุณได้ยาวนานตลอดทั้งวันครับ ซึ่งระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานครับ

ถ้าใช้วิธีการปิด การใช้งานที่ไม่จำเป็นบางอย่าง รวมไปถึงมีการจำกัดการทำงานของ เซ็นเซอร์ และคุณสมบัติ บางตัวไว้ชั่วคราว เช่น จอแสดงผลแบบติดตลอดเวลา, การตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติ, การแจ้งเตือนด้านสุขภาพของหัวใจ และอื่น ๆ แต่ฟังก์ชันหลัก ๆ ของ Apple Watch ยังคงให้ทำงานอยู่เหมือนเดิม มันสามารถใช้งานต่อได้ทั้งวัน หรือประมาณ 18 ชั่วโมง แต่ถ้าหากมีการปิดเซ็นเซอร์ และคุณสมบัติทั้งหมด มันสามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 36 ชั่วโมง เลยทีเดียวครับ ฉะนั้นต่อให้คุณลืมชาร์จหรือยังไม่สะดวกจะชาร์จ ก็ไม่ต้องกลัวครับ เพราพคุณสามารถใช้งานต่อได้อย่างน้อย ๆ ก็ 1 วัน

3. ดีไซน์ Watch Series 8 (ยังคงเหมือนเดิม)

ดีไซน์ยังคงเหมือนกับ Apple Watch Series 7 รุ่นเดิม
ดีไซน์ยังคงเหมือนกับ Apple Watch Series 7 รุ่นเดิม

ต้องยอมรับเลยครับว่า Watch Series 7 รุ่นก่อนหน้านี้มาพร้อมกับดีไซน์อันเรียบหรู ส่งผลให้เป็นรุ่นที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยม เพราะฉะนั้น Apple จึงยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ เจ้า Apple Watch Series 8 ใหม่จึงยังคงมีดีไซน์เหมือนเดิมครับ

โดยจะใช้หน้าปัดเรือนแบบสี่เหลี่ยม ที่มีขอบโค้ง ดูเรียบหรู สวยงาม ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ 2 ชนิด ให้เลือก คือ อะลูมิเนียม และสแตนเลสสตีล และยังคงมีขนาดตัวเรือนให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 41 มม. และ 45 มม. ซึ่งเหมือนกับรุ่นเดิมทุก ๆ อย่างส่งผลให้ผู้ใช้สามารถนำอุปกรณ์เสริมของรุ่นที่แล้ว มาใช้ร่วมกันได้ครับ อาทิเช่น เคสนาฬิกา หรือสายนาฬิกา เป็นต้น

สีสันของตัวเรือน มีทั้งหมดถึง 8 สี
สีสันของตัวเรือน มีทั้งหมดถึง 8 สี

ในด้านสีสันของตัวเรือน มีทั้งหมดถึง 8 สี ครับ โดยมีการแบ่งตามวัสดุตัวเรือน ดังต่อไปนี้

  • ตัวเรือนอะลูมิเนียม มี 4 สี : ได้แก่ สีสตาร์ไลท์ (Starlight), สีมิดไนท์ (Midnight), สีเงิน (Silver) และสี (PRODUCT) RED
  • ตัวเรือนสแตนเลสสตีล มี 4 สี : ได้แก่ สีเงิน (Silver), สีกราไฟต์ (Graphite), สีทอง (Gold) และสีสเปซแบล็ค (Space Black)

ในส่วนของสายนาฬิกาจาก Apple Watch Nike และ Apple Watch Hermès ทั้งคู่ยังคงมีสายนาฬิกาใหม่ อยู่มาให้เราเลือกใช้อยู่ครับ และรวมไปถึงการออกแบบหน้าปัดแบบใหม่ด้วย เพื่อต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึงนี้ด้วย

Apple Watch Nike
Apple Watch Nike

โดย Nike มีสายแบบใหม่ให้เลือก 2 แบบ ด้วยกันครับ ได้แก่

  • สาย Nike Sport Band : ทำมาจากยางฟลูโอโรอีลาสโตเมอร์ที่ทนทานและมีประสิทธิภาพสูง ทั้งยังมาพร้อมรูที่อัดขึ้นรูปมากมายซึ่งช่วยระบายอากาศได้เป็นอย่างดี
  • สาย Nike Sport Loop : ทำมาจากไนลอนที่ระบายอากาศได้ดี และถักด้วยสีสันพิเศษเฉพาะของ Nike พร้อมโลโก้ “Just Do It”
 Apple Watch Hermès
Apple Watch Hermès

ส่วน Hermès มาพร้อมสายแบบใหม่ 3 แบบครับ ได้แก่

  • สาย H Diagonal : ที่มีการฉลุหนังเป็นรูเล็ก ๆ เพื่อวาดลวดลายเป็นตัว H ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Hermès มอบลุคที่ให้ความสปอร์ตนิด ๆ
  • สาย Double Tour Attelage : สายที่จะโอบรอบข้อมือของคุณอย่างประณีต ทบกันสองรอบ ชวนให้นึกถึงสายรัดของอานม้า Hermès
  • สาย Gourmette Métal Double Tour : ซึ่งทำจากหนัง Noir ที่อ่อนนุ่มซ้อนทับกับห่วงโซ่สีเงินแบบขัดเงาจนแวววาว เพื่อลุคที่โดดเด่นสะดุดตา

4. ระบบปฏิบัติการ watchOS 9 ใน Watch Series 8

ระบบปฏิบัติการ watchOS 9
ระบบปฏิบัติการ watchOS 9

ซึ่งก็เป็นอย่างที่ทุกคนคาดหวังไว้ครับ Apple Watch Series 8 นั้น มาพร้อมระบบปฏิบัติการสมาร์ทวอทช์เวอร์ชันล่าสุด อย่าง watchOS 9 ที่ได้นำ คุณสมบัติใหม่เพิ่มเข้ามา และแอปฯ เก่าก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ ซึ่งในขณะนี้ Apple Watch จะมีหน้าปัดนาฬิกาให้เลือกมากขึ้น และให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนตามแบบของคุณได้มากขึ้น ในส่วนของแอปฯ Workout ที่อัปเดตเมตริก มุมมอง และประสบการณ์การฝึกขั้นสูงเข้า ซึ่งปรับปรุงมาจากนักกีฬาระดับมืออาชีพ ทำให้คุณออกกำลังกายในอีกระดับ แอปฯ Sleep ที่ติดตามระยะการนอนหลับ ช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการนอนหลับของคุณ แอปฯ การใช้ยาแบบใหม่ ช่วยให้คุณใช้จัดการยา วิตามิน และอาหารเสริม ได้ง่ายขึ้น ด้วยการตั้งเวลา และเตือนความจำ และดูข้อมูลเกี่ยวกับยาได้ในแอปสุขภาพ

ส่วนผู้ใช้ที่เป็นภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) แอปฯ AFib History ของ Apple Watch ได้ผ่านการรับรองโดย FDA ซึ่งช่วยให้คุณเข้าถึงการวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า แอปฯ ECG ได้ง่ายขึ้น โดยจะมีหน้าที่ทดสอบ และบันทึกผลทั้ง ระยะเวลา และกำลังของสัญญาณไฟฟ้าที่ทำให้หัวใจเต้น ซึ่งถือเป็นค่าที่สำคัญต่อสุขภาพมาก ๆ ครับ เพราะอาจจะส่งผลต่ออาการของบุคคล และความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน(2) นอกจากนี้ยังมีส่วนอื่น ๆ อีกมากมายครับ ที่ได้รับการปรับปรุงมา ซึ่งสามารถตอบโจทย์คนรักสุขภาพได้แน่นอน

watchOS 9 จะสามารถใช้งานร่วมกับ iPhone 8 หรือใหม่กว่า ที่ใช้ iOS 16 ขึ้นไป เท่านั้น ส่วน Apple Watch ที่สามารถใช้ร่วมกับระบบปฏิบัติการนี้ได้ เริ่มตั้งแต่ Watch Series 4 – Watch Series 8 (รุ่นปัจจุบัน) รวมไปถึง Watch SE และ Watch Ultra ด้วย

5. เซนเซอร์ตรวจจับอุบัติเหตุอย่างรุนแรง พร้อมแจ้งเหตุให้อัตโนมัติ

เซนเซอร์ตรวจจับอุบัติเหตุอย่างรุนแรง พร้อมแจ้งเหตุให้อัตโนมัติ
เซนเซอร์ตรวจจับอุบัติเหตุอย่างรุนแรง พร้อมแจ้งเหตุให้อัตโนมัติ

Apple ได้พัฒนาอัลกอริธึมฟิวชั่นขึ้นมา โดยเป็นเซ็นเซอร์ขั้นสูง ด้วยการใช้ไจโรสโคป และมาตรความเร่งแบบใหม่ ที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือนได้ไวขึ้น 4 เท่า โดยจะนำข้อมูลจากเซ็นเซอร์ทั้งสองนี้ มารวมกัน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลการเคลื่อนไหว นอกจากนี้เซ็นเซอร์ Crash Detection ยังทำงานร่วมกับบารอมิเตอร์, ระบบ GPS รวมไปถึงไมโครโฟนบน iPhone ของคุณด้วย เพื่อใช้ในการตรวจจับว่ามีแรงกระแทกรุนแรงเกิดขึ้นกับคุณหรือไม่ ? โดยทั้งใน iPhone 14 และ Watch 8 จะมาพร้อมเซ็นเซอร์ Crash Detection ซึ่งสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวแรง ๆ ได้ โดยรองรับแรง g ได้สูงสุด 256 เลยทีเดียว ทำให้มีหน้าที่ตรวจจับการชน หรืออุบัติเหตุทางรถยนต์ที่รุนแรงโดยเฉพาะ

การแจ้งเหตุฉุกเฉินให้คุณอัตโนมัติ
การแจ้งเหตุฉุกเฉินให้คุณอัตโนมัติ

ซึ่งหาก Apple Watch ตรวจพบว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับคุณ บนหน้าจอนาฬิกาจะมีแถบ “การโทรฉุกเฉิน” และ “ปุ่มปิด” ปรากฏขึ้น พร้อม ๆ กับมีการสั่นอย่างต่อเนื่องที่ข้อมือของคุณ ซึ่งถ้าคุณยังมีสติอยู่ คุณก็สามารถเลือกได้ว่า จะกดโทรแจ้งเองเลย หรือกดปิดการแจ้งเตือน แต่ถ้าคุณประสบอุบัติเหตุร้ายแรง จนหมดสติไป Apple Watch จะมีการเตือนประมาณ 20 วินาที ครับ หากไม่มีการตอบสนอง มันจะเริ่มติดต่อไปยังหน่วยบริการฉุกเฉินให้คุณโดยอัตโนมัติครับ ซึ่งคุณสมบัติ SoS ฉุกเฉินจะต้องเชื่อมต่อผ่านระบบเซลลูลาร์ หรือใช้การโทรผ่าน Wi-Fi ที่เชื่อมต่อเน็ตฯ จาก iPhone ที่อยู่ใกล้ ๆ เท่านั้น โดยเมื่อมีเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน Apple Watch จะแชร์ตำแหน่งของตัวมันเองไปให้กับผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน

นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่มรายชื่อติดต่อฉุกเฉินเอาไว้ได้ด้วยครับ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นมา Apple Watch ของคุณจะแชร์ตำแหน่งของคุณ และส่งข้อความไปยังรายชื่อติดต่อฉุกเฉินที่คุณตั้งเอาไว้อัตโนมิติ เพื่อแจ้งให้พวกเขารู้ว่า คุณได้ประสบอุบัติเหตุอยู่ในจุดไหน และคุณยังสามารถใส่ ID ข้อมูลการรักษาทางการแพทย์ของคุณไว้ได้ด้วย โดยจะมีการแสดงผล ID ทางการแพทย์ บนจอนาฬิกา เพื่อให้หน่วยกู้ภัยฉุกเฉินสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว

6. ความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น

ความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น
ความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น

Apple ได้มีการเพิ่มความปลอดภัยให้กับ Apple Watch Series 8 ขึ้นเป็นสองเท่า โดยความเป็นส่วนตัว ถือเป็นพื้นฐานในการออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Apple ครับ ซึ่งได้มีการอธิบายไว้ว่า ความเป็นส่วนตัวเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ดังนั้น Apple จึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ซึ่งก็อย่างที่เราทราบครับ iPhone ของเรา ถูกล็อคด้วยรหัสทั้ง Password, Touch ID หรือ Face ID อยู่แล้ว พร้อมยังมีการเข้ารหัสในส่วนอื่น ๆ ด้วย

ส่วนของข้อมูลด้านสุขภาพ ข้อมูลฟิตเนส รวมถึงข้อมูลการติดตามรอบเดือนของ Apple Watch ทาง Apple ได้ยืนยันว่า ข้อมูลเหล่านี้มีการเข้ารหัสไว้บนอุปกรณ์ทั้งหมดครับ แต่จะไม่ได้รวมข้อมูล ID ทางแพทย์เข้าไปด้วยนะครับ นอกจากนี้การสนทนาบนแอปฯ ต่าง ๆ เช่น iMessage รวมถึง FaceTime ก็จะได้รับการเข้ารหัสไว้บนอุปกรณ์ของคุณ ตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทางครับ อีกทั้งข้อมูลสุขภาพต่าง ๆ ที่ได้รับการสำรองไว้ใน iCloud ก็จะได้รับการเข้ารหัสเช่นกันครับ โดยจะป้องกันตั้งแต่ในระหว่างการรับ-ส่งข้อมูล ไปจนถึงเมื่อข้อมูลอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของ Apple เลย ซึ่งเราสามารถวางใจได้อย่างแน่นอนครับ

7. คุณสมบัติการเชื่อมต่อกับสัญญาณ Cellular ใหม่ และมีคุณสมบัติการตั้งค่าในครอบครัว

คุณสมบัติการเชื่อมต่อกับสัญญาณ Cellular ใหม่
คุณสมบัติการเชื่อมต่อกับสัญญาณ Cellular ใหม่

หากคุณใช้ Apple Watch Series 8 รุ่น GPS+Cellular คุณจะสามารถโทรออก-รับสาย, ส่งข้อความ, รับการแจ้งเตือน, สตรีม Apple Music หรือ Apple Podcast และอีกมากมาย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมี iPhone อยู่ติดตัว นอกจากนี้ยังมีการใช้งานโรมมิ่งระหว่างประเทศ ที่ช่วยให้คุณทำสิ่งต่าง ๆ ได้ ทั้ง โทรออก-รับสาย, ส่งข้อความ รวมถึงแจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ โดยใช้การเชื่อมต่อจากซิมเดิม (พื้นที่ที่ให้บริการการโรมมิ่ง ในต่างประเทศก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเครือข่ายของคุณ) โดย ณ ปัจจุบันมันสามารถรองรับการโรมมิ่งในต่างประเทศ ร่วมกับผู้ให้บริการกว่า 30 รายทั่วโลกแล้ว

การตั้งค่าครอบครัว
คุณสมบัติการตั้งค่าในครอบครัว

ส่วนคุณสมบัติการตั้งค่าในครอบครัว จะทำให้คุณสามารถใช้ iPhone ของคุณแค่เครื่องเดียว มาตั้งค่า Apple Watch ของทุก ๆ คนในครอบครัวได้ ไม่ว่าจะของเด็ก ๆ หรือผู้สูงอายุในครอบครัวก็ได้ครับ โดยที่ตัวนาฬิกาจะมีหมายเลขโทรศัพท์ และบัญชีเป็นของตัวเอง

นอกจากนี้แล้ว ผู้ให้บริการระบบเซลลูลาร์ยังให้คุณเชื่อมต่อนาฬิกาของสมาชิกครอบครัวกับเครือข่ายเซลลูลาร์ ด้วยแผนบริการโทรศัพท์มือถือของนาฬิกาเอง เพื่อให้ทุกคนครอบครัวเชื่อมต่อกับฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ถึงแม้จะไม่มี iPhone ของคุณอยู่ใกล้ ๆ ก็ตาม โดยฟังก์ชันนี้จะใช้ได้ ตั้งแต่ Apple Watch Series 4 ขึ้นมา เฉพาะรุ่น GPS + Cellular นะครับ


ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Apple : www.apple.com


References :

    1. Temperature gradient sensing in portable electronic devices
    2. Lifestyle and Risk Factor Modification for Reduction of Atrial Fibrillation
Palm PN

Palm PN

I with a bachelor degree in Computer Science from Songkhla Rajabhat University. I live in Songkhla. I like to write articles about in IT products and motorcycle accessories.

Next Post