รีวิว New Mitsubishi Outlander PHEV 2021 ใหม่ เอสยูวีพลัง Plug-In Hybrid 305 แรงม้า !

หลังจาก Mitsubishi ได้เปิดตัว New Mitsubishi Outlander PHEV 2021 ในงาน Thailand Motor Expo 2020 เมื่อปลายปี 2020 ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปเบนซินคู่กับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่ง Outlander ได้ทำตลาดอยู่ในตลาดโลกมาอย่างยาวนาน โดยในปี 2013 ได้เผยโฉมเจนเนอเรชั่น 3 ออกมา ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid และนั่นทำให้ Outlander ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Outlander PHEV รุ่นใหม่นี้ เป็นรถยนต์เอสยูวีปลั๊กอิน ไฮบริดรุ่นแรกของโลก และเป็นรุ่นแรกของค่ายที่ได้นำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราอย่างเป็นทางการ

Mitsubishi Outlander PHEV มี 2 รุ่นย่อย
Mitsubishi Outlander PHEV มี 2 รุ่นย่อย

New Mitsubishi Outlander PHEV 2021 รถยนต์เอสยูวี ปลั๊กอิน ไฮบริด จากค่าย “Mitsubishi” เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ ที่มาพร้อมความโดดเด่นในด้านระบบขับเคลื่อนจากขุมพลัง PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) ซึ่งมันคือ การผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาป MIVEC แบบใหม่ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ (แยกหน้า-หลัง) เพื่อการตอบสนองการขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นการทำงานผสานกัน 2 พลัง ทั้งไฟฟ้า และน้ำมัน ช่วยมอบพละกำลังที่มากถึง 236 แรงม้า ! โดยทาง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้มีการทำตลาดอยู่ 2 รุ่นย่อยก็คือรุ่น GT และรุ่น GT-Premium โดยวางราคาเริ่มต้นไว้ที่ 1.64 ล้านบาท สำหรับในวันนี้ เราขอพาไปเจาะลึกเจ้า New Mitsubishi Outlander PHEV 2021 เพื่อดูว่า มันมีดีพอที่จะต่อสู้กับคู่แข่งโดยตรงอย่าง MG HS PHEV ที่ชิงเปิดตัวไปก่อนหน้า ได้หรือไม่ ?

Mitsubishi Outlander PHEV มี 2 รุ่นย่อย 

Mitsubishi Outlander PHEV รุ่น GT
รุ่น GT
เริ่มต้น 1,640,000 บาท
Mitsubishi Outlander PHEV รุ่น GT Premium
รุ่น GT-Premium
เริ่มต้น 1,749,000 บาท

มีสีตัวถัง ให้เลือกทั้งหมด 3 สี ประกอบด้วย

สีตัวถังของ Mitsubishi Outlander PHEV
สีตัวถังของ Mitsubishi Outlander PHEV
  • สีขาว : White Diamond (เพิ่ม 15,000 บาท)
  • สีเทา : Sterling Silver
  • สีดำ : Jet Black Mica

ดีไซน์การออกแบบภายนอก

Mitsubishi Outlander PHEV
Mitsubishi Outlander PHEV

มาเริ่มกันที่ ดีไซน์ภายนอกของเจ้า Mitsubishi Outlander PHEV 2021 กันก่อนเลยครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่า มันมาพร้อมกับรูปร่างหน้าตาที่ดูเรียบหรูตามสไตล์การออกแบบของ Mitsubishi ที่มีคอนเซ็ปต์การออกแบบคือ Advanced Dynamic Shield Design เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้เส้นสายโครเมียมรมดำ ระบบไฟหน้าเป็น LED Twin Projector มาคู่กับระบบปรับสูงต่ำอัตโนมัติ มีไฟ LED Daytime Running Lights ช่วยส่องสว่างอัตโนมัติตอนกลางวันช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และกันชนด้านล่างยังมีไฟตัดหมอก LED ซึ่งมีการตกแต่งด้วยกรอบสีเงินเพิ่มความสปอร์ต อีกทั้งยังมีระบบ Coming Home Light ระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อทำการปลดล๊อค และระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะที่กำลังจะขึ้นหรือลงจากรถ

ดีไซน์ภายนอกของ Mitsubishi Outlander PHEV
ดีไซน์การออกแบบภายนอก Mitsubishi Outlander PHEV

ถัดมาในส่วนของด้านข้างตัวรถจะพบกับสัญลักษณ์ EV ชัดเจน ตัวกระจกมองข้างใช้สีตัวรถตัดกับสีดำ พร้อมไฟเลี้ยว และระบบไล่ฝ่า สามารถปรับและพับได้ด้วยไฟฟ้า ราวหลังคาสีเงิน มือจับประตูใช้สีโครเมี่ยม มาต่อกันที่ส่วนท้ายรถครับ ไฟท้ายเป็นแบบ LED มีการตกแต่งด้วยสปอยเลอร์หลังพร้อมด้วยไฟเบรก LED ดวงที่ 3 ตรงกลาง ในส่วนประตูท้าย เปิดและปิดด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งมีสวิตซ์อยู่ภายใน สามารถเปิดหรือปิดจากภายในรถได้ พร้อมมีระบบป้องกันการหนีบมาให้ด้วย เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และปิดท้ายด้วยเสาอากาศแบบครีบฉลาม ส่วนล้อที่ให้มาเป็น ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สำหรับในรุ่นนี้ให้มาเป็นชุดซ่อมยางฉุกเฉินไม่ใช้ยางอะไหล่ครับ

มิติตัวถังของ Mitsubishi Outlander PHEV

มิติตัวถัง Mitsubishi Outlander PHEV
มิติตัวถัง Mitsubishi Outlander PHEV
มิติตัวถัง Mitsubishi Outlander PHEV
GT GT-Premium
ความกว้างตลอดคัน 1,800 มม.
ความยาวตลอดคัน 4,695 มม.
ความสูง 1,710 มม.
ระยะฐานล้อ 2,670 มม.
ความกว้างช่วงล้อหน้า 1,540 มม.
ความกว้างช่วงล้อหลัง 1,540 มม.
ระยะต่ำสุดถึงพื้น 190 มม.
น้ำหนักตัวรถโดยประมาณ 1,915 กก. 1,930 กก.

อุปกรณ์ภายนอกที่ให้มาเหมือนกันในทุกรุ่นย่อย

  • ไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Lights)
  • ไฟท้ายแบบ LED (LED Tail Lights)
  • ระบบควบคุมการเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล๊อก และระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์
  • กระจังหน้าโครเมียมรมดำ
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว และระบบไล่ฝ้า ปรับและพับด้วยไฟฟ้า
  • มือเปิดประตูด้านนอกแบบโครเมียม
  • ที่ปัดน้ำฝนหน้าหลัง พร้อมจังหวะหน่วงเวลา
  • ระบบน้ำฉีดล้างไฟหน้า
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
  • ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว
  • ยาง ขนาด 225/55R18

อุปกรณ์ภายนอกที่ให้มาต่างกันในทุกรุ่นย่อย

อุปกรณ์ภายนอกที่แตกต่างกัน Mitsubishi Outlander PHEV
GT GT-Premium
ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ (Projector Headlamps) Halogen LED Twin Projector
ไฟตัดหมอกหน้า LED (Front Fog Lamps) Halogen LED ตกแต่งด้วยกรอบสีเงิน
ราวหลังคาสีเงิน
ประตูฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
(พร้อมสวิตซ์เปิดปิดจากภายใน)

ดีไซน์การออกแบบภายใน

ภายใน Mitsubishi Outlander PHEV
ภายใน Mitsubishi Outlander PHEV

ในส่วนภายในห้องโดยสารก็ได้มีการตกแต่งมาเป็นอย่างดี โดยเน้นไปที่ความกว้างขวาง หรูหรา ดูพรีเมี่ยม ใช้การตกแต่งด้วยสีเงินตัดกับสีสีดำ ตัวเบาะนั่งรองรับสรีระได้เป็นอย่างดี มีการโอบแนบลำตัว ช่วยให้นั่งได้สบายยิ่งขึ้น เพิ่มสัมผัสที่พิเศษด้วยหนังและหนังสังเคราะห์ที่มีการตกแต่งด้วยลาย Diamond Quilting ให้อารมณ์พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเบาะคู่หน้าสามารถปรับทิศทางด้วยระบบไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้าด้านผู้ขับขี่ ส่วนเบาะนั่งตอนหลังสามารถแยกพับอิสระแบบ 60:40 โดยพนักพิงสามารถปรับเอนและพับไปข้างหน้าได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระ

มีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลการขับขี่ได้ครบถ้วนและมีความชัดเจนสูง พวงมาลัยมีการหุ้มด้วยหนัง มาพร้อมสวิตซ์ควบคุมส่วนต่าง ๆ ของตัวรถทั้งระบบเครื่องเสียง การเชื่อมต่อต่าง ๆ ระบบแฮนด์ฟรี และการใช้คำสั่งเสียง ในด้านระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ แยกซ้าย ขวา พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง คอนโซลกลางมีการออกแบบมาให้ดูล้ำสมัยไม่ว่าจะเป็น ปุ่มปรับโหมด EV สำหรับใช้ปรับเปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อน ตกแต่งด้วยสีฟ้า กระปุกเกียร์ออกแบบมาเป็น Joystick สำหรับควบคุมการขับเคลื่อน

ดีไซน์การออกแบบภายในห้องโดยสาร Mitsubishi Outlander PHEV
การออกแบบภายในห้องโดยสาร Mitsubishi Outlander PHEV

ในด้านของเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ต้องบอกว่า จัดเต็ม! มีทั้งสวิตซ์โหมดการขับขี่, เบรกมือไฟฟ้า, ระบบ Auto Brake Hold, ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และอื่น ๆ ด้านความบันเทิงมาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สามารถรองรับได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto รวมไปถึงการเชื่อมต่อ Bluetooth ด้วย มีลำโพงทั้งหมด 6 ตำแหน่ง ช่องต่อ USB สำหรับเชื่อมต่อความบันเทิง และรองรับการสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน แต่ต้องอยู่ในระยะสัญญาณ WiFi นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่าง คือช่องเสียบปลั๊กชาร์จ ที่มีทั้ง DC 12 โวลล์, USB 2.1แอมป์ และที่เด็ดก็คือช่องจ่ายกระแสไฟ AC 1,500 วัตต์ ซึ่งมันสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ากระแสสลับได้ไม่เกิน 1500 วัตต์ ตอบโจทย์สายลุย สายตั้งแคมป์อย่างแน่นอน

อุปกรณ์ภายในที่ให้มาเหมือนกันในทุกรุ่นย่อย

ภายในห้องโดยสาร (Interior)

    • จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบชัดเจนสูง
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้ายขวา และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
    • พวงมาลัยหุ่มหนัง พร้อมการปรับระดับ 4 ทิศทาง
    • ระบบชลอความเร็ว พร้อมชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ ด้วยแป้นควบคุมบนพวงมาลัย
    • สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงและกล้องรอบคันบนพวงมาลัย
    • สวิตซ์ระบบแฮนด์ฟรีและการสั่งงานด้วยเสียงบนพวงมาลัย
    • สวิตซ์เลือกโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และการขับขี่แบบ ECO
    • สวิตซ์เลือกโหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ
    • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
    • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ขึ้นลงอัตโนมัติด้านผู้ขับขี่ พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
    • เซ็นทรัลล็อก พร้อมสวิตซ์ล็อกและปลดล็อก
    • ไฟอ่านแผนที่, ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
    • ไฟส่องสว่างที่พักเท้าด้านหน้า ไฟส่องสว่างคอนโซลกลางด้านล่าง และไฟส่องสว่างห้องเก็บสัมภาระ
    • ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลล์ และช่องจ่ายกระแสไฟ AC 1,500 วัตต์ หลังคอนโซลกลางและห้องเก็บสัมภาระ
    • ช่องต่ออุปกรณ์ USB 2.1A สำหรับชาร์จไฟ บริเวณหลังคอนโซลกลาง
    • ช่องเก็บแว่นตาเหนือศีรษะ ที่บังแดดคู่หน้า พร้อมฝาปิดกระจก ไฟส่องสว่าง และช่องเสียบบัตร
    • ช่องเก็บของด้านท้ายรถพร้อมฝาปิด
    • พรมรองพื้นห้องโดยสาร

เบาะนั่ง (Seating)

    • เบาะนั่งคู่หน้า
      • เบาะนั่งคู่หน้าปรับระดับด้วยไฟฟ้า
      • ระบบปรับดันหลังไฟฟ้า ด้านผู้ขับขี่
    • เบาะนั่งตอนหลัง (แถวที่สอง)
      • แยกพับแบบ 60 : 40
      • พนักพิงสามารถปรับเอน และพับไปข้างหน้าได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งาน
      • ที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว
    • กุญแจอัจฉริยะ KOS
    • ปุ่มสตาร์ทเพาเวอร์

ด้านความบันเทิง (Entertainment)

    • เครื่องเสียงหน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
    • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
    • ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ แฮนด์ฟรี และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง
    • ช่องต่ออุปกรณ์ USB สำหรับเชื่อมต่อความบันเทิง
    • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
    • ระบบสั่งการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน ในระยะสัญญาณ WiFi

อุปกรณ์ภายในที่ให้มาแตกต่างกันในทุกรุ่นย่อย

อุปกรณ์ภายนอกที่แตกต่างกัน Mitsubishi Outlander PHEV
GT GT-Premium
ภายในตกแต่ง สีเงินและเปียโนแบล็ค สีเงินและลายกราฟิกสีดำ
ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ
วัสดุหุ่มเบาะ หนังสังเคราะห์ สีดำ เบาะหนัง และหนังสังเคราะห์ สีดำ
พร้อมลาย Diamond Quilting
ช่องเก็บของหลังเบาะ หลังเบาะนั่งผู้โดยสาร หลังเบาะนั่งคู่หน้า

สมรรถนะของเครื่องยนต์

สมรรถนะของเครื่องยนต์ Mitsubishi Outlander PHEV
สมรรถนะของเครื่องยนต์ Mitsubishi Outlander PHEV

อย่างที่เราทราบกันครับว่า Mitsubishi Outlander PHEV 2021 เป็นรถ Plug-in Hybrid SUV ที่มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่งอยู่พอสมควรในด้านของสมรรถนะเครื่องยนต์ โดยมาพร้อม เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 2.4 ลิตร DOHC 16 วาล์ว พร้อมวาล์วไอดีแปรผัน (MIVEC ECI-Multi) ช่วยมอบพละกำลังสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 199 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ซึ่งทำงานร่วมกับ มอเตอร์ AC Synchronous Permanent Magnetic 2 ตัว โดยแยกกันเป็นชุดล้อหน้ากับชุดล้อหลัง สำหรับชุดมอเตอร์ล้อหน้าจะเป็น S61 ให้พละกำลัง 82 แรงม้า ทำแรงบิด 137 นิวตันเมตร ส่วนในชุดมอเตอร์ล้อหลังเป็น Y61 ซึ่งจะให้พละกำลังอีก 95 แรงม้า ทำแรงบิด 195 นิวตันเมตร และเมื่อมีการทำงานร่วมกันอย่างเต็มระบบ สามารถรีดพละกำลังได้สูงถึง 305 แรงม้า (ระบุในสเป็ค) และสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้มากถึง 52.6 กิโลเมตรต่อลิตร ช่วยให้คุณประหยัดยิ่งกว่า พร้อมกับอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม

การจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ Mitsubishi Outlander PHEV
การจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ Mitsubishi Outlander PHEV

โดยคุณสมบัติที่ทำให้ Mitsubishi Outlander PHEV 2021 มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่งของก็คือ ชุดแบตเตอรีขนาดใหญ่ที่มีความจุ 13.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) เป็นแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 300 โวลล์ หากชาร์จด้วยไฟฟ้าจากบ้านปกติจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งหมายถึงชาร์จจาก 0 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการชาร์จแบบเร่งด่วนด้วยระบบ CHAdeMO Fast Charge (0-80%) จะใช้เวลาเพียง 25 นาทีเท่านั้น ซึ่งถ้าหากวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าเพียว ๆ มันสามารถทำระยะทางได้สูงสุดถึง 55 กิโลเมตร ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองเอามาก ๆ ซึ่งคุณสามารถขับขี่ไปกลับที่ทำงานได้แบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องเสียน้ำมันสักหยด นอกจากนี้ Outlander PHEV ยังเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งช่วยให้ขับสนุกมากยิ่งขึ้นรองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ

Mitsubishi Outlander PHEV จะมีรูปแบบการทำงานอยู่ 3 รูปแบบ
Mitsubishi Outlander PHEV จะมีรูปแบบการทำงานอยู่ 3 รูปแบบ

ซึ่งขุมพลังของ Mitsubishi Outlander PHEV จะมีการทำงานอยู่ 3 รูปแบบ คือ EV Drive Mode ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าล้วน, Series Hybrid Mode การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์จะผลิตกระแสไฟฟ้า และสุดท้าย Parallel Hybrid Mode ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมแรงขับเคลื่อน ซึ่งจะทำงานที่ความเร็วสูง ๆ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน

สมรรถนะ Mitsubishi Outlander PHEV
GT GT-Premium
เครื่องยนต์ เครื่องยนต์  4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมวาล์วไอดีแปรผัน
(4 In-line Cylinders DOHC 16V MIVEC)
ปริมาตรกระบอกสูบ 2,360 ซีซี
ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก 88.0 x 97.0 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด 12.0
กำลังสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 199 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที
ความจุถังน้ำมัน 45 ลิตร
มอเตอร์ ชุดมอเตอร์หน้า
กำลังสูงสุด 82 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 137 นิวตันเมตร
ชุดมอเตอร์หลัง
กำลังสูงสุด 95 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 195 นิวตันเมตร
ให้กำลังสูงสุด รวม 305 แรงม้า

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัย Mitsubishi Outlander PHEV
ระบบความปลอดภัย Mitsubishi Outlander PHEV

ในด้านความปลอดภัยของ Mitsubishi Outlander PHEV ก็ใส่มาให้เต็มที่ทั้งการปกป้องและการป้องกัน ซึ่งในส่วนของระบบความปลอดภัยพื้นฐานให้มาครบทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัยทั้งคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม, เข็มขัดนิรภัยที่จุด พร้อมที่ยึดเบาะ ISOFIX, เบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Brake Auto Hold, ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก อิเล็กทรอนิกส์ EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบป้องกันการโจรกรรม, ระบบสัญญาณกันขโมย พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับภายในห้องโดยสาร, กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเส้นกะระยะและเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ และอื่น ๆ ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า ในด้านความปลอดภัย Mitsubishi จัดมาให้แบบไม่น้อยหน้าคู่แข่งเลย โดยในรุ่น GT จะตัดระบบอัจฉริยะบางอย่างออกไปแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ซึ่งระบบที่ตัดออกไปล้วนเป็นระบบที่ถ้ามีไว้มันก็ช่วยให้อุ่นใจได้ แต่ถ้าไม่มีก็ได้ครับ ขอแค่อย่าประมาทเป็นพอ

ระบบความปลอดภัย Mitsubishi Outlander PHEV
ระบบความปลอดภัย Mitsubishi Outlander PHEV

ระบบความปลอดภัยทั้งหมดที่ให้มาเหมือนกันในทุกรุ่นย่อย

  • ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Brake Auto Hold
  • ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง บริเวณหัวเข่าของผู้ขับขี่ และม่านถุงลมนิรภัย
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับระดับสูงต่ำได้ แบบดึงกลับอัตโนมัติ พร้อมระบบผ่อนแรง
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง
  • เข็มขัดนิรภัยแถวที่สองแบบ ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง พร้อมพนักพิงศีรษะ 3 ตำแหน่ง
  • ระบบล็อกป้องกันการเปิดประตูหลังจากภายใน
  • จุดยึดเบาะเด็กคาร์ซีท ISOFIX ที่เบาะนั่งแถวที่สอง
  • ระบบป้องกันการโจรกรรม
  • ระบบสัญญาณกันขโมย
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเส้นกะระยะและเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ
  • ไล่ฝ้ากระจกหลัง พร้อมระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ

ระบบความปลอดภัยทั้งหมดที่ให้มาต่างกันในทุกรุ่นย่อย

ระบบความปลอดภัยที่แตกต่างกัน Mitsubishi Outlander PHEV
GT GT-Premium
ระบบสัญญาณกันขโมย พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับภายในห้องโดยสาร
ปุ่มปรับระดับลำแสงไฟหน้า ปรับระดับลำแสงไฟฟหน้าอัตโนมัติ
ระบบปรับระดับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว
ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อมีการเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง และรวดเร็ว
ระบบสัญญาณเตือนจุดอัยสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน
ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด
สัญญาณกะระยะจอด ด้านหลัง ด้านหน้าและด้านหลัง

บทสรุป

ส่วนตัวเราค่อนข้างผิดหวังครับสำหรับการออกแบบภายนอกของ Outlander PHEV 2021 ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ มันไม่ได้ดูโดดเด่นเท่าที่ควรในด้านของดีไซน์ รวมไปถึงของที่ให้มาอย่างรุ่น GT ไฟหน้ายังให้มาเป็นหลอดฮาโลเจน ไม่ใช่ LED

ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่โดดเด่น แต่ในด้านของสมรรถนะของเครื่องยนต์เราคิดว่ามันโดดเด่นกว่าคู่แข่งอยู่พอสมควร ด้วยพละกำลังที่ระบุแรงม้าไว้มากถึง 305 ตัว (ตามสเปค) แถมยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออีก และอีกอย่าง คือ การชาร์จไฟกลับ Mitsubishi Outlander PHEV สามารถทำได้ดีกว่าหลาย ๆ รุ่น ในตลาด ณ ปัจจุบันนี้ ในส่วนของระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ของทั้ง 2 รุ่นย่อย ทาง Mitsubishi ก็ใส่มาให้แบบเต็มที่ คุ้มค่ากับราคา โดยรวม Outlander PHEV คือรุ่นที่มีความคุ้มค่ามากอีกรุ่นหนึ่ง แม้ดีไซน์อาจจะไม่โดนใจวัยรุ่น แต่ในด้านการใช้งานมันสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย เหมาะจะเป็นรถสำหรับใช้ในครอบครัว จะใช้งานภายในเมืองก็ประหยัด จะพาไปลุยป่า ฝ่าดงตั้งแคมป์ Outlander PHEV มันก็ตอบโจทย์

อย่างที่บอกครับ Mitsubishi Outlander PHEV มีอยู่ 2 รุ่นให้เลือกได้แก่รุ่น GT ราคาเริ่มต้น 1.64 ล้านบาท และ GT-Premium ราคาเริ่มต้น 1.749 ล้านบาท แม้มันจะมีราคาสูงกว่าคู่แข่งโดยตรงอย่าง MG HS PHEV ที่มีราคา 1.359 ล้านบาท ซึ่งมันจะคุ้มค่ากับราคาหรือไม่ ? และมันพอที่จะต่อสู้กับคู่แข่งในตลาด PHEV บ้านเราได้หรือไม่นั้น ? เราเองก็ตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องตัดสินเอาเองแล้วละครับ

ปัจจุบันตลาดรถยนต์ในบ้านเรามีตัวเลือกมากมาย หลากหลายกลุ่มทั้ง  อีโค่คาร์, กระบะรถครอบครัวรถไฟฟ้ารถครอสโอเวอร์รถ MPV หรือรถ PPV ซึ่งก็มีอยู่หลาย ๆ รุ่นที่เราได้หยิบยกมารีวิวแบบเจาะลึกไปบ้างแล้ว อย่างเช่น Fortuner และ Mu-X รถเอนกประสงค์พื้นฐานกระบะ หรือรถรุ่นยอดนิยมอย่าง City และ CX-30 ซึ่งทั้งหมดก็จะมีข้อดี-ข้อเสีย แตกต่างกันไป มันอยู่ที่คุณจะเลือกมองอะไรระหว่างข้อดีหรือข้อเสีย อย่างรถยนต์ไฟฟ้า หลาย ๆ คนชื่นชอบแนวคิดนี้ เพราะมันเป็นรถยนต์ที่มีพลังงานสะอาด แต่การที่เราจะกระโดดไปหารถยนต์ไฟฟ้าเลยนั้นมันเป็นเรื่องยากทั้งเรื่องราคา ความเคยชิน สถานีชาร์จ และมีความกังวลอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับรถในกลุ่ม PHEV ถือเป็นรถที่เข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างน้ำมัน กับไฟฟ้า มันช่วยให้คุณไม่ต้องกลัวเปลืองน้ำมัน และช่วยให้ไม่ต้องกังวลถึงปัญหาต่าง ๆ เหมือนรถไฟฟ้า ซึ่งรถในกลุ่ม PHEV สามารถช่วยให้คุณปรับตัวเข้าสู่โลกยุคใหม่ในอนาคตได้ง่ายมากยิ่งขึ้นครับ


ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Mitsubishi : www.mitsubishi-motors.co.th

Palm PN

Palm PN

I with a bachelor degree in Computer Science from Songkhla Rajabhat University. I live in Songkhla. I like to write articles about in IT products and motorcycle accessories.

Related Posts

Next Post