พาสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

สำหรับใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวหรือย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ และไม่อยากทิ้งเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขอย่างน้องหมาน้องแมวไว้ข้างหลัง วันนี้เว็บไซต์ของเรามีวิธีและขั้นตอนการเตรียมตัวพาสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศแบบเบื้องต้นมาฝากกันค่ะ แต่สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบินและประเทศปลายทางด้วยน๊าาาา

ศึกษาสายการบินที่ให้บริการขนส่งสัตว์เลี้ยง

ขั้นตอนที่ 1: เลือกสายการบินที่ให้บริการขนส่งสัตว์เลี้ยง ได้แก่

  1. การบินไทย Thai Airways : ติดต่อได้ที่ 0-2256-1111
  2. การบินไทย Bangkok Airways : ติดต่อได้ที่ 1771

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบเส้นทาง อัตราค่าบริการ ที่สายการบินนั้น ๆ ให้บริการ

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบสายพันธุ์สัตว์เลี้ยง อายุ น้ำหนักของสัตว์เลี้ยงให้ตรงกับเงื่อนไขข้อกำหนดของแต่ละสายการบินให้ละเอียด

ขั้นตอนที่ 4: เตรียมเอกสารรองรับอื่น ๆ ที่ประเทศปลายทางต้องการให้พร้อม

ขั้นตอนที่ 5: ต้องแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าแก่สายการบินนั้น ๆ

  • สายการบิน Thai Airways ไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง
  • สายการบิน Bangkok Airways ไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง

ขั้นตอนที่ 6: เดินทางมาเช็กอินล่วงหน้าอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง

ศึกษาวิธีการเดินทางโดยเครื่องบินสำหรับสัตว์เลี้ยง

1. ขึ้นเครื่องแบบ PETC (Pet In Cabin)

ขึ้นเครื่องแบบ PETC (Pet In Cabin) คือการพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องในห้องโดยสารไปพร้อมกับเจ้าของ น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม ต้องอยู่ในกรงที่ได้มาตรฐานสากล และต้องมีใบรับรองสุขอนามัยจาก The Animal Quarantien Office ด้วยค่ะ

นำสุนัขขึ้นเครื่องแบบ PETC (Pet In Cabin) ในห้องโดยสารพร้อมเจ้าของ
นำสุนัขขึ้นเครื่องแบบ PETC (Pet In Cabin) ในห้องโดยสารพร้อมเจ้าของ

ซึ่งปัจจุบันการเดินทางในประเทศไทยได้ยกเลิกการขึ้นเครื่องแบบ PETC ไปแล้ว แต่สำหรับสายการเดินทางไปต่างประเทศอาจมีบางสายการบินที่อนุญาตให้นำขึ้นห้องโดยสารได้ แนะนำให้ตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทาง

2. ขึ้นเครื่องแบบ Check Baggage (AVIH)

ขึ้นเครื่องแบบ Check Baggage (AVIH) เป็นการขึ้นเครื่องบินสำหรับน้องสัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกิน 10 กิโลกรัมค่ะ พูดง่าย ๆ คือหากน้องตัวใหญ่เกินไป เจ้าหน้าที่จะไปไว้ที่ห้องบรรทุกสัมภาระพิเศษใต้ท้องเครื่องบิน แน่นอนว่าจะต้องเป็นห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง และมีระบบรักษาความปลอดภัยพิเศษ ดังนั้นขอให้เจ้าของสบายในส่วนนี้ได้เลยค่ะ

นำสุนัขขึ้นเครื่องแบบ Check Baggage (AVIH) ที่ห้องบรรทุกสัมภาระพิเศษใต้ท้องเครื่องบิน
นำสุนัขขึ้นเครื่องแบบ Check Baggage (AVIH) ที่ห้องบรรทุกสัมภาระพิเศษใต้ท้องเครื่องบิน

3. ขึ้นเครื่องแบบบรรจุภัณฑ์ (ULP)

ขึ้นเครื่องแบบบรรจุภัณฑ์ (ULP) เป็นการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องบินโดยที่เจ้าของไม่ได้เดินทางไปด้วย เหมาะสำหรับการซื้อขายสัตว์เลี้ยงระหว่างประเทศ หรือเหมาะกับสัตว์เลี้ยงที่มีผู้รับอยู่ที่ปลายทาง อาทิเช่น การที่เจ้าของเดินทางไปก่อนล่วงหน้าและค่อยมารับสัตว์เลี้ยงที่ปลายทางเมื่อพร้อมค่ะ

นำสุนัขขึ้นเครื่องแบบบรรจุภัณฑ์ (ULP) ต้องมีผู้มารับสัตว์เลี้ยงที่ปลายทาง
นำสุนัขขึ้นเครื่องแบบบรรจุภัณฑ์ (ULP) ต้องมีผู้มารับสัตว์เลี้ยงที่ปลายทาง

พาสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศ เตรียมเอกสารอะไรบ้าง ?

  1. เตรียมสำเนาพาสปอร์ตเจ้าของสัตว์เลี้ยง
  2. ใบอนุญาตนำสัตว์เลี้ยงออกนอกประเทศ
  3. ใบอนุญาตนำเข้าสัตว์เลี้ยงสำหรับประเทศปลายทาง
  4. ใบรองรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Vaccination Certificate) กรณีสุนัข แมว ส่งออก
  5. ใบรับรองสุขอนามัยสัตว์เลี้ยง
  6. เอกสารอื่นที่ประเทศปลายทางต้องการ
  7. เอกสารรับรองการฝังไมโครชิพ

ขั้นตอนการดำเนินการ พาสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศ

ขั้นตอนที่ 1: ติดต่อกับประเทศปลายทางเพื่อขอทราบเงื่อนไขการนำเข้าสัตว์เลี้ยง

ขั้นตอนที่ 2: เมื่อทราบถึงเงื่อนไขอย่างละเอียดแล้ว ให้สัตวแพทย์ ด่านกักกันสัตว์ ดำเนินการตรวจสอบตามเงื่อนไขที่ประเทศปลายทางกำหนด

ขั้นตอนที่ 3: ยื่นคำร้องขอส่งสัตว์ออก (แบบ ร.1/1) ดาวน์โหลดเอกสารได้จากเว็บไซต์ dcontrol.dld.go.th สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงก่อนการเดินทางไม่เกิน 2-3 วัน

ขั้นตอนที่ 5: ได้รับใบรับรองสุขภาพสัตว์แพทย์และใบอนุญาตส่งออก (แบบ ร.9) พร้อมเอกสารรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) เก็บสำเนาไว้กับคุณสำหรับการเดินทาง และแนบสำเนาอีกชุดไว้กับกรงของสัตว์เลี้ยงของคุณ

นำสัตว์เลี้ยงไปฝังไมโครชิพให้เรียบร้อย

ข้อนี้สำคัญมากค่ะ สัตว์เลี้ยงทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว ที่จะเดินทางไปต่างปะรเทศจะต้องได้รับการฝังไมโครชิพตามข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์ เราขอแนะนำให้เจ้าของนำสัตว์เลี้ยงมาฝังไมโครชิพล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน ก่อนที่จะเริ่มเดินทาง

การฝังไมโครชิปสามารถเริ่มฝังได้ตั้งแต่ยังอายุ 30-45 วัน โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ
การฝังไมโครชิพ สามารถฝังได้ตั้งแต่สัตว์เลี้นงยังอายุ 30-45 วัน โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ

การนำสัตว์เลี้ยงเดินทางไปกับเครื่องบิน ผู้โดยสารควรศึกษาระเบียบเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน รวมถึงข้อปฎิบัติ และควรเตรียมตัวมาให้พร้อม เนื่องจากแต่ละสายการบินจะมีจ้อกำหนดที่ต่างกัน


ขอบคุณข้อมูลจาก กองสารวัตรและกักกัน, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, ท่าอากาศยานไทย

Next Post