<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Life Style Archives - เบสท์รีวิว</title>
	<atom:link href="https://bestreview.asia/tips/life-style/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bestreview.asia/tips/life-style/</link>
	<description>ให้ข้อมูลและแนะนำสินค้า</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Aug 2024 07:48:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.2</generator>

<image>
	<url>https://bestreview.asia/wp-content/uploads/2025/03/cropped-apple-touch-icon-32x32.png</url>
	<title>Life Style Archives - เบสท์รีวิว</title>
	<link>https://bestreview.asia/tips/life-style/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เคล็ดลับในการต้มไข่มุกให้หนึบหนับโดนใจ</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/pearl-tea/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Aug 2024 07:48:59 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=323479</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณสมบัติของไข่มุกที่ดีและมีคุณภาพนั่นก็คือต้องมีเนื้อที่นิ่มและจะต้องเคี้ยวได้หนึบหนับ ที่สำคัญคือจะต้องไปติดก้นหม้อรอบ ๆ และต้องไม่เหนียวติดกันเป็นก้อนด้วยค่ะ ซึ่งการจะต้มให้ออกมาในลักษณะนี้ดูเหมือนว่าจะง่าย แต่ก็บอกเลยว่าไม่ง่ายเสียเดียว และไม่ยากเกินไปด้วยค่ะ ซึ่งวิธีการง่าย ๆ ก็มีดังนี้ 1. เลือกซื้อไข่มุกที่ได้คุณภาพ คุณภาพของไข่มุกแต่ละแบรนด์เองก็แตกต่างกันออกไปค่ะ ดังนั้นการจะทำให้ไข่มุกออกมาดูน่าทานและต้มออกมาแล้วไม่เกิดปัญหาอย่างที่เราบอกไปก็ต้องเลือกซื้อไข่มุกที่ได้คุณภาพมาตั้งแต่แรก 2. อ่านทำความเข้าใจรายละเอียด ไข่มุกจากแต่ละแบรนด์เองก็ใช้ปริมาณน้ำไม่เท่ากัน รวมถึงระยะเวลาในการต้มก็จะแตกต่างกันออกไปเช่นกัน แนะนำให้อ่านทำความเข้าใจรายละเอียดที่เขียนบอกไว้ข้างบรรจุภัณฑ์ หรือรายละเอียดสินค้าที่ทางร้านได้แจ้งไว้หน้าร้านออนไลน์ให้เรียบร้อยเสียก่อน 3. ขั้นตอนการต้มไข่มุก สำหรับการต้มไข่มุกนั้นจะต้องตั้งหม้อแล้วรอให้น้ำเดือด จากนั้นให้ใส่ไข่มุกลงไปโดยใช้ปริมาณไข่มุกตามที่ทางร้านกำหนด แล้วก็ค่อย ๆ เริ่มเบาไฟลงและก็ต้มไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ทางร้านได้แจ้งไว้ ในระหว่างนี้คุณจำเป็นที่จะต้องคนไปเรื่อย ๆ เพราะมิฉะนั้นไข่มุกจะติดก้นหม้อหรือติดกันเป็นก้อนได้ค่ะ นอกจากเรื่องที่คุณจะต้องคอยคนอยู่บ่อย ๆ แล้ว ก็ต้องหมั่นสังเกตไข่มุกด้วยค่ะว่าอุณหภูมิที่ใช้นั้นพอดีหรือไป เพราะว่าถ้าหากสูงไปก็มีโอกาสที่มันจะไหม้เอาได้ หลังจากที่ครบตามเวลาที่กำหนดให้ปิดไฟและตั้งทิ้งไว้สักพักใหญ่ ๆ ค่ะ 4. ขั้นตอนการล้าง ไข่มุกพอเริ่มเย็นตัวลงแล้วก็พบว่าไข่มุกนั้นจะค่อนข้างหนืดและมีน้ำเหนียว ๆ ให้นำไข่มุกไปล้างผ่านน้ำประมาณ 1 &#8211; 2 รอบ หรือจนกว่าคราบเหนี่ยว ๆ นั่นจะออกหมดจนเหลือแค่เม็ดไข่มุกที่มีลักษณะแวววาวอย่างเดียวเท่านั้น 5. ขั้นตอนการเพิ่มความหวาน สำหรับขั้นตอนนี้ใครที่ชอบไข่มุกหวาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/pearl-tea/">เคล็ดลับในการต้มไข่มุกให้หนึบหนับโดนใจ</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีใช้แอปแผนที่นำทาง (Google Map) ให้ปลอดภัย</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/how-to-use-sat-nav/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Jun 2024 05:09:19 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=319448</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถึงแม้ว่าแอปแผนที่นำทางหลาย ๆ แอปจะช่วยให้คุณเดินทางได้สะดวกขึ้นก็จริง แต่หลายต่อหลายครั้งที่เราอาจจะเคยได้ยินข่าวการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้แอปนำทางกันค่อนข้างบ่อยเลยทีเดียว วันนี้เราจะมีแนะนำ 6 วิธีที่เราสามารถนำไปปรับใช้เพื่อช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้แอปนำทางได้ 1. เลือกจุดหมายและตั้งค่าต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง ข้อแรกที่อยากจะแนะนำนั่นก็คือให้คุณเลือกจุดหมายปลายทางและตั้งค่าต่าง ๆ ให้เรียบก่อนออกเดินทางค่ะเพราะในขั้นตอนแรก ๆ นั้นอาจจะต้องใช้เวลาในการค้นหาสถานที่ การเลือกเส้นทาง และจะต้องมีการปรับตั้งค่าหรือแก้ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นแล้วในขั้นตอนนี้อาจจะต้องให้เวลากับตัวแอปได้เตรียมความพร้อมกันก่อนสักเล็กน้อย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวไปก็ควรทำก่อนออกเดินทาง ไม่แนะนำให้ทำระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนที่เด็ดขาดเพราะนั่นอาจจะเป็นอันตรายได้ค่ะ มากไปกว่านั้นก่อนการใช้งานจริงเราก็อยากจะให้คุณได้ดาวน์โหลดแอปแผนที่มาเพื่อทดลองใช้งานกันก่อน เพื่อมาดูว่าการทำงานของแอปนั้นเป็นอย่างไร จะต้องค้นหาตรงไหน การตั้งค่ามีอะไรบ้าง ลูกเล่นอะไรดูน่าใช้งาน หรือมีฟีเจอร์อะไรให้มาบ้าง เพราะนี่จะเป็นการช่วยให้การใช้งานของคุณนั้นง่ายดายและรวดเร็วมากขึ้นค่ะ 2. ปรับแผนที่ให้อ่านง่ายที่สุด อย่างแรกเลยก็คือตำแหน่งในการวาง โดยควรจะวางอยู่ในที่ที่คุณสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและควรจะเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัย ไม่บดบังการมองเห็นขณะขับรถ รวมไปถึงเรื่องของความสว่างเองก็ควรจะเลือกระดับที่คุณสามารถมองเห็นได้ชัดเจน 3. เลือกใช้ระบบเสียงนำทาง สำหรับบางแอปแผนที่ก็จะมีฟีเจอร์นำทางด้วยเสียงซึ่งอันนี้ก็ถือว่าค่อนข้างที่จะสะดวกเลยทีเดียว เพราะฟีเจอร์ตัวนี้จะคอยบอกทางให้คุณแบบเรียลไทม์ ทำให้เราสามารถโฟกัสกับการขับรถได้มากกว่าการที่จะต้องคอยดูแผนที่ตลอดเวลานั่นเอง 4. ไม่สนใจการแจ้งเตือนต่าง ๆ ข้อนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนน่าจะต้องเจออย่างแน่นอนค่ะ เพราะในระหว่างที่คุณเปิดใช้งานแอปแผนที่ก็จะมีทั้งข้อความ การแจ้งเตือนจากแอปต่าง ๆ รวมไปถึงสายเรียกเข้าในขณะนั้นด้วยก็ได้ ซึ่งในส่วนนี้ก็ให้พยายามโฟกัสแค่ในส่วนของแผนที่และควรจดจ่ออยู่กับการขับรถเท่านั้น 5. ไม่ควรปรับหรือตั้งค่าต่าง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/how-to-use-sat-nav/">วิธีใช้แอปแผนที่นำทาง (Google Map) ให้ปลอดภัย</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน ให้เห็นผล</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/exercise-at-home/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Jun 2024 04:54:05 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=319441</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนกำลังอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงขึ้น ซึ่งนอกจากการทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์แล้ว การออกกำลังกายคืออีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรทำให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำ แต่การจะให้เราไปเข้าฟิตเนสหรืออกกำลังกายตามที่สาธารณะก็จะแอบยากหน่อยในระยะแรก อีกทั้งหลายๆ คนคงมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาอีกด้วย แต่ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการออกกำลังกายที่บ้าน ที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าสมาชิกฟิตเนส ออกกำลังกายได้อย่างอิสระตามเวลาที่มี และวันนี้เรามีเคล็ดลับมาแบ่งปันกันว่าการจะทำให้เราออกกำลังกายที่บ้านได้สำเร็จ พร้อมแล้วไปอ่านกันเลยค่ะ 1. เลือกพื้นที่ในการออกกำลังกายที่เหมาะสม การออกกำลังกายที่บ้านไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะค่ะเพราะว่ามันไม่ได้ใช้อุปกรณ์อะไรมากมาย แต่ก็แนะนำให้เลือกจุดที่ไม่ใช่ที่ที่คุณนั่งดูทีวีหรือทานอาหาร และต้องไม่ใช่บริเวณที่คุณมักจะมานั่งพักผ่อนชิล ๆ ด้วยเช่นกันค่ะ เพราะมันอาจจะเป็นที่ที่ทำให้คุณเสียสมาธิได้ โดยเราขอแนะนำให้เลือกจุดที่ห่างออกไปจากพื้นที่เหล่านี้ก็จะดีที่สุดค่ะ 2. ใส่ชุดออกกำลังกายให้เหมือนกับเข้าฟิตเนส ใส่ชุดออกกำลังกายรวมถึงรองเท้าให้เหมือนกับตอนที่คุณไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสอย่างไรอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะว่าการที่ทำเช่นนี้จะช่วยให้เรารู้สึกอยากออกกำลังกายมากขึ้นนั่นเองค่ะ 3. ตั้งเป้าหมายที่สามารถทำได้จริง สำหรับคนที่เพิ่งจะเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยตัวเองที่บ้านได้ไม่นานและเป็นมือใหม่ด้วยแล้ว สิ่งสำคัญเลยคือคุณต้องตั้งเป้าหมายให้เหมาะสม โดยเราไม่แนะนำให้ตั้งเป้าหมายที่มันดูสูงหรือเกินจริงมากเกินไปเพราะนั่นอาจจะทำให้คุณรู้สึกกดดันตัวเอง ท้อแท้ และอาจจะล้มเลิกภารกิจนี้ไปเสียดื้อ ๆ ดังนั้นแล้วขอให้เริ่มต้นอย่างช้า ๆ ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ก่อนจากนั้นก็ค่อย ๆ ฝึกไปทีละนิดและครั้นที่คุณเก่งขึ้นแล้วอันนี้ก็ค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นและเริ่มตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นได้ค่ะ 4. ไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์ออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่บ้านด้วยตัวเองนั้นมีเพียงแค่เสื่อโยคะ 1 ผืนก็เป็นอันเพียงพอแล้วละค่ะ แล้วรูปแบบการออกกำลังกายส่วนใหญ่เองก็ไม่ได้มีการใช้อุปกรณ์อะไรมากมายอีกด้วยหรือถ้าหากต้องการอุปกรณ์ที่นำมาใช้งานแทนดัมเบลจริง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/exercise-at-home/">5 วิธีออกกำลังกายที่บ้าน ให้เห็นผล</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำส้มสายชู นอกจากจะใช้ทำอาหารแล้ว ยังสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/vinegar-benefits/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 12:57:24 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=319192</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปกติแล้วน้ำส้มสายชูยังเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญในการทำน้ำสลัดสำหรับสายสุขภาพ ซึ่งน้ำสลัดที่ทำจากน้ำส้มสายชูนั้น มันจะช่วยทำให้รสชาติของสลัดมีความอร่อยและมีความเข้มข้นมากขึ้น อีกทั้งน้ำส้มสายชูยังสามารถใช้ประกอบอาหารประเภทหมักได้อีกหลายชนิด อาทิเช่น การทำกิมจิหรือหัวไชเท้าดอง ซึ่งมักจะให้รสชาติแตกต่างจากอาหารอื่น ๆ นอกจากสามารถนำน้ำส้มสายชูมาปรุงอาหารแล้ว ยังใช้เพื่อคำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ให้กลับมาเงางามเหมือนใหม่ ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมประโยชน์ของน้ำส้มสายชูและวิธีใช้น้ำส้มสายชูมาคุณอีกเล็กน้อยเพื่อความคุ้มค่าในการใช้งาน ใช้ปรุงอาหาร อย่างที่เราทราบกันดีว่าน้ำส้มสายชูเป็นเครื่องปรุงที่มีรสชาติเปรี้ยว สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นซูชิ, ปลานึ่ง, เมนูอาหารทะเล, เมนูเป็ด, หมูกรอบ  หรือจะใช้เป็นส่วนผสมในน้ำสลัดและน้ำจิ้มเพื่อเพิ่มรสชาติเปรี้ยวได้เป็นอย่างดี ซึ่งกรดในน้ำส้มสายชูจะช่วยให้เนื้อสัตว์นุ่มลง ช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้กับอาหาร และรสชาติเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูจะช่วยลดรสชาติมันเลี่ยนในอาหารทอดได้เป็นอย่างดี เป็นเครื่องปรุงสำคัญสำหรับอาหารเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี, ญี่ปุ่น, จีน และไทย ใช้ทำความสะอาด เนื่องจากน้ำส้มสายชูมีส่วนผสมของกรดค่อนข้างจะเข้มข้น เพียงแค่นำน้ำส้มสายชูมาผสมกับน้ำเปล่าและเบกกิ้งโซดาในปริมาณที่เท่า ๆ กันแล้วผสมจนกลายเป็นครีม จากนั้นนำฟองน้ำล้างจานหรือผ้านุ่ม ๆ มาป้ายครีมแล้วนำมาเช็ดถูบนภาชนะหรือพื้นผิวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น, ผนัง, ประตู จาน หรือถ้วยกาแฟ เช็ดถูเบา ๆ จนคราบเปื้อนหายไปจนหมดแล้วล้างทำความสะอาดตามปกติ ส่วนการขจัดคราบตะกรันหรือกลิ่นภายในอ่างล้างหน้า, ชักโครก และอ่างล้างจาน ให้เทเบกกิ้งโซดาลงในท่อแล้วเทน้ำส้มสายชูราดลงไปจนเกิดฟองฟู่  จากนั้นเทน้ำร้อนตามลงไปแล้วทำความสะอาดตามปกติอีกครั้ง หรือจะเทน้ำส้มสายชูใส่ถุงแล้วนำไปครอบหัวฝักบัวหรือก๊อกน้ำให้น้ำส้มสายชูท่วมรูระบายน้ำ ทิ้งไว้ 1 คืนคราบตะกรันต่าง ๆ ก็จะหายไปได้อย่างง่ายดาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/vinegar-benefits/">น้ำส้มสายชู นอกจากจะใช้ทำอาหารแล้ว ยังสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จักกับชาญี่ปุ่นประเภทต่าง ๆ ที่มีมากกว่าชาเขียว</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/types-of-japanese-tea/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jun 2024 08:46:53 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=316873</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดยปกติเมื่อพูดถึงชาญี่ปุ่น หลาย ๆ คนก็จะนึกถึงชาเขียวกันใช่มั้ยคะ? แต่จริง ๆ แล้ว ประเทศญี่ปุ่นมีชาหลายชนิดที่มากกว่าชามัทฉะ ในวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักชาแต่ละชนิดกันค่ะ 1. มัทฉะ (抹茶) ชาที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่นคือมัทฉะ มัทฉะเป็นชาเขียวที่ผ่านการบดละเอียดและเป็นชาที่มีคุณภาพสูง ต้นชาจะถูกปลูกในที่ร่มทำให้มันมีผลิตคลอโรฟิลล์มากขึ้นและส่งผลให้มันเป็นผงสีเขียวเข้ม ในส่วนมีรสชาตินั้นมีทั้งรสหวานและขมเล็กน้อยผสมกันไป การเก็บใบชามาทำมัทฉะนั้นจะเก็บเฉพาะใบที่อยู่ด้านบนสุดเท่านั้น ซึ่งมัทฉะที่ได้ก็จะมีเกรดต่างกันออกไป แต่สำหรับเกรดที่ดีที่สุดจะใช้ในพิธีชงชาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีรสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผู้ดื่มได้รับความสดชื่น 2. โฮจิฉะ (ほうじ茶) โฮจิฉะเป็นชาเขียวชนิดหนึ่งที่ได้รับการคั่วในอุณหภูมิที่สูงมาก ๆ ด้วยถ่าน ซึ่งโฮจิฉะจะมีรสหวานกว่าเมื่อเทียบกับมัทฉะ อีกทั้งยังมีรสชาติคล้ายกับเมล็ดกาแฟคั่วผสมมานิด ๆ อีกด้วย สำหรับสีของโฮจิฉะนั้นก็ต่างจากชาเขียวทั่วไปเพราะมันมีสีน้ำตาลแดง นอกจากนี้กระบวนการคั่วโฮจิฉะยังช่วยลดคาเฟอีนให้น้อยลงด้วย ทำให้เป็นชาโฮจิฉะเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่นตอนไหนก็ได้ ทั้งตอนเช้าหรือก่อนนอน 3. เซ็นฉะ (煎茶) เซ็นฉะ คือชาเขียวชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น นิยมเก็บเฉพาะส่วนยอดใบชาจากต้นคาเมลเลีย ไซเนนซิส (Camellia Sinensis) ที่จะปลูกในพื้นที่ที่มีแสงแดดจ้า ทำให้ต้นชามีสีเข้มและมีรสขม (ฝาด) มากขึ้น รสชาติของมันค่อนข้างแตกต่างจากมัทฉะ อีกทั้งรูปร่างก็ไม่เหมือนกัน เพราะมัทฉะจะเป็นผงบดละเอียด ส่วนเซ็นฉะเป็นใบแห้ง ๆ ที่ม้วน ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/types-of-japanese-tea/">ทำความรู้จักกับชาญี่ปุ่นประเภทต่าง ๆ ที่มีมากกว่าชาเขียว</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เช็ก พฤติกรรมของสแกมเมอร์ในแอปหาคู่</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/dating-app-scammer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jun 2024 09:39:07 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=316743</guid>

					<description><![CDATA[<p>การหาคู่ออนไลน์หรือผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ในปัจจุบันก็มีให้เห็นกันอยู่ทั่วไปค่ะ แต่อย่าลืมนะคะว่านอกจากคนที่มองหาความรักจริงจังเช่นคุณแล้วก็ยังมีคนบางกลุ่มที่อาจจะใช้ช่องทางที่ว่านี้หลอกเอาได้เช่นกัน ดังนั้นแล้วเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของเหล่าสแกมเมอร์ทั้งหลาย เราอยากจะให้ทุกคนลองตรวจสอบพฤติกรรมของคนที่คุณกำลังคุยอยู่ก่อนเลยค่ะว่าเข้าข่ายที่เราได้ระบุไว้หรือไม่ 1. ใช้โปรไฟล์ปลอม สแกมเมอร์ส่วนใหญ่มักจะใช้ชื่อสมมุติและมีการแอบอ้างตัวตนว่าตัวเองนั้นเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ เช่น ทหาร, เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ, หมอ หรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในต่างประเทศ เพื่อที่จะล่อให้เหยี่อติดกับเพราะว่าอาชีพเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอาชีพที่ดูมีความมั่นคงและมีรายได้สูง ถ้าหากสังเกตแล้วว่ารูปโปรไฟล์ดูมีเสน่ห์มากเกินไปหรือดูเหมือนจะเป็นรูปที่มีดูเหมือนมาจากนิตยสารหรือดูเหมือนซูเปอร์โมเดลมากเกินไป อีกทั้งยังมีรูปโปรไฟล์เพียงไม่กี่รูปและเป็นรูปซ้ำ ๆ เดิม ๆ ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นการหลอกลวงได้เช่นกัน 2. แสดงความรักที่มากจนดูผิดปกติ ทันที่คุณทั้งคู่ Match หรือกดหัวใจกันทั้งคู่ สแกมเมอร์ก็จะเริ่มเดินเกมรักโดยทันทีซึ่งส่วนใหญ่หลักจากเริ่มคุยกันไม่นานมาก เหล่าสแกมเมอร์ก็จะเริ่มแสดงออกชัดเจนว่าเค้านั้นรู้สึกดีกับคุณมากเป็นพิเศษ มีการบอกรักหรืออาจจะถึงขั้นพูดถึงการใช้ชีวิตคู่ด้วยกันในอนาคตเลยก็ได้ นอกจากนี้อาจมีการขอติดต่อในช่องทางอื่นเพิ่มเติม อย่างเช่น Snapchat, WhatsApp หรืออื่น ๆ 3. เริ่มขอความช่วยเหลือและขอข้อมูลส่วนตัว หลังจากที่คุยกันไปได้ระยะหนึ่งแล้ว คนที่เป็นสแกมเมอร์เมื่อเริ่มรู้สึกคุ้นเคยหรือสนิทสนมกับคุณมากขึ้นก็จะเริ่มขอความช่วยเหลือซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการช่วยเหลือเรื่องเงินนั่นเองค่ะ หรืออาจจะมีการหลอกให้ร่วมลงทุนก็เป็นไปได้เช่นกัน โดยสถานการณ์ของแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ นอกจากนี้ในบางกรณีก็จะมีการขอรายละเอียดของธนาคาร, บัตรเครดิต, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, สถานที่ทำงานหรืออาจจะขอให้คุณส่งรูปภาพหรือวิดีโอไปให้ด้วยก็ได้ นอกจากนี้สิ่งที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงนั่นก็คือการตอบคำถามของคุณในบางคำถามนั้นอาจจะกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้สแกมเมอร์สามารถคาดเดารหัสผ่านต่าง ๆ และสามารถแฮกบัญชีของคุณได้ค่ะ ดังนั้นแล้วในส่วนนี้ก็แนะนำให้ระมัดระวังกันด้วยนะคะ 4. เลี่ยงการพบหน้าหรือวิดีโอคอล ตลอดความสัมพันธ์สแกมเมอร์มักจะปฎิเสธที่จะมาเจอตัวจริงหรือแม้แต่การวิดีโอคอล พวกเขาก็จะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเปิดกล้องเพื่อจะคุยกับคุณค่ะ แต่ก็อาจจะให้เป็นหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางอื่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/dating-app-scammer/">เช็ก พฤติกรรมของสแกมเมอร์ในแอปหาคู่</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์ของชาอู่หลง และวิธีชงชาอู่หลง</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/benefits-of-oolong-tea/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 May 2024 03:40:16 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=314748</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับใครที่วงการดื่มชามานาน น่าจะคุ้นหูคุ้นตากับ &#8220;ชาอู่หลง&#8220; เป็นอย่างดี เพราะว่าเป็นชาที่มีชื่อเสียงและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่สำหรับคนที่เพิ่งเป็นมือใหม่หัดดื่มชาอาจจะไม่ทราบถึงสรรพคุณของชาอู่หลงกันใช่ไหมคะ ? ไม่เป็นไรค่ะ เพราะว่าวันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว บอกเลยว่าข้อมูลอัดแน่นจริง ๆ ค่ะ แถมยังมีวิธีการชงชาอู่หลงมาให้กันด้วยนะคะ 1. ชาอู่หลงช่วยให้สุขภาพหัวใจดีขึ้น การบริโภคสารต้านอนุมูลอิสระในชาเป็นประจำอาจทำให้สุขภาพหัวใจดีขึ้น การศึกษาหลายชิ้นของผู้ดื่มชาเป็นประจำรายงานว่าลดความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอล รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ในการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้ที่ดื่มชามากกว่า 1.4 ลิตรต่อวันมีโอกาสเป็นโรคหัวใจน้อยลง 51% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มชา งานวิจัยหลายชิ้นได้ศึกษาชาอู่หลงโดยเฉพาะ การศึกษาหนึ่งในผู้ใหญ่ชาวญี่ปุ่นมากกว่า 76,000 คนพบว่าผู้ที่ดื่มชาอู่หลง 240 มล. หรือดื่มมากกว่าต่อวันมีความเสี่ยงโรคหัวใจลดลง 61% ยิ่งไปกว่านั้นการศึกษาในประเทศจีนรายงานว่าความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองลดลง 39% ในผู้ที่ดื่มชาอู่หลงหรือชาเขียว 480 มล. ต่อวัน นอกจากนี้การบริโภคชาเขียวหรือชาอู่หลง 120 มล. เป็นประจำต่อวันอาจลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ถึง 46% สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้คือชาอู่หลงมีคาเฟอีนซึ่งอาจเพิ่มความดันโลหิตเล็กน้อยในบางคน 2. ชาอู่หลงอาจช่วยคุณลดน้ำหนักได้  นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโพลีฟีนอลบางชนิดในชาอู่หลง อาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญและลดปริมาณไขมันที่ดูดซึมจากอาหารของคุณ ทั้งยังช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ช่วยให้คุณใช้ไขมันที่เก็บไว้เป็นพลังงาน ผลการศึกษาพบว่าชาอู่หลงช่วยให้ผู้เข้าร่วมการเผาผลาญโดยรวมมากขึ้น บางส่วนอาจเป็นเพราะปริมาณคาเฟอีนในชา แต่โพลีฟีนอลในชาก็อาจมีบทบาทเช่นกัน เพื่อทดสอบแนวคิดนี้นักวิจัยได้เปรียบเทียบผลของคาเฟอีนเพียงอย่างเดียวกับการรวมกันของคาเฟอีนและโพลีฟีนอลในชา ทั้งสองเพิ่มปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญได้ประมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/benefits-of-oolong-tea/">ประโยชน์ของชาอู่หลง และวิธีชงชาอู่หลง</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีชงชาซอง (ถุงชา) อย่างไรให้มีรสชาติอร่อยที่สุด</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/brew-tea-bags/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 May 2024 02:36:56 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=314727</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชาแบบซองเป็นชาที่ชงได้ง่ายที่สุด เพราะไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรมากมาย แค่มีชา แก้วชา และน้ำร้อน ก็สามารถชงชาได้แล้วสะดวกและอร่อยมากด้วย แม้ว่าเราจะบอกว่าการชงชาไม่ใชเรื่องยาก แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องพิถีพิถันสักเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการนะคะ ปกติแล้วอุณหภูมิของน้ำและระยะเวลาในการชงชาจะส่งผลต่อรสชาติของชาที่ได้ หากอยากชงชาให้ถูกต้องจริง ๆ อย่าลืมอ่านข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ก่อนชงชาทุกครั้ง เพราะชาแต่ละประเภทจะต้องใช้อุณหภูมิที่แตกต่างกันเพื่อให้ดึงรสชาติของชาให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยทางเราก็มีข้อมูลมาบอกกล่าวกันดังต่อไปนี้ค่ะ 1. วิธีชงชาเขียว ควรชงด้วยน้ำอุณหภูมิ 75 &#8211; 80°C เพื่อให้ได้รสชาติชาที่นุ่มนวล ไม่แนะนำให้ชงชาในอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปเพราะจะทำลายรสชาติของชาเขียว 2. วิธีชงชาดำ ชาดำเป็นชาที่มีความหลากหลายค่ะตัวชาแต่ละประเภทจะให้รสชาติชาที่แตกต่างกันหากเราใช้น้ำร้อนต่างอุณหภูมิ หากเราชงชาดำในอุณหภูมิ 85°C ชาดำจะมีรสชาติอ่อน ๆ และมีกลิ่นหอมแบบพอดี แต่ถ้าต้องการรสชาติชาดำที่เข้มข้นยิ่งขึ้นแนะนำให้ใช้น้ำที่มีอุณหภูมิ 90 &#8211; 95°C ทดสอบชงชาทั้ง 4 แบรนด์ Twinings, Itoen, Nokchawon, Ahmad &#124; ชิมจริง ฟินจริง ในการชงชาแนะนำให้ชงชาเพียง 2-5 นาทีก็พอค่ะ ถึงแม้ว่าการชงชาเป็นเวลานานจะทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้นแต่ก็ส่งผลให้รสชาติชาดั้งเดิมจางลง อีกทั้งชาที่เข้มข้นเกินไปยังเสี่ยงต่อการทำให้ฟันเหลืองและทำให้ไตทำงานหนักขึ้นด้วย ถุงจะแตกต่างจากใบชานะคะไม่สามารถชงชาซ้ำได้ มันออกแบบมาให้ชงเพียงครั้งเดียวหรือสองครั้งเท่านั้น หลีกเลี่ยงการต้มถุงชาซ้ำ ๆ เพราะจะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับเราค่ะและอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/brew-tea-bags/">วิธีชงชาซอง (ถุงชา) อย่างไรให้มีรสชาติอร่อยที่สุด</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับ วิธีฉีดน้ำหอมให้ติดทนนาน</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/perfume-for-men-to-make-it-last-long/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 May 2024 01:51:41 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=312341</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทคนิคการฉีดน้ำหอมสำหรับผู้ชายก็เหมือนกับผู้หญิงเลยค่ะ แต่ในบทความนี้เราจะเน้นย้ำในเรื่องของการฉีดน้ำหอมกันอีกครั้ง เพราะหากซื้อน้ำหอมมาแพงแต่ฉีดไม่ถูกต้องก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพอะไรทั้งนั้นค่ะ ดังนั้นหากไม่อยากเสียของต้องอ่านเคล็ดลับการฉีดน้ำหอมจากเราเท่านั้นค่ะ เตรียมผิวก่อนฉีดน้ำหอม การที่เรามีผิวที่ชุ่มชื่นจะช่วยส่งผลต่อการฉีดน้ำหอม เพราะการมีผิวชุ่มชื่นนั้นจะช่วยให้น้ำหอมติดทนบนผิวได้มากกว่าและช่วยกระจายกลิ่นได้มากกว่าการผิวแห้ง หากใครที่ผิวแห้งและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันให้นำปิโตรเลียมเจลทาบาง ๆ ลงบนผิวก่อนฉีดน้ำหอมวิธีนี้จะช่วยให้น้ำหอมหอมยาวนานขึ้นค่ะ หรือควรฉีดน้ำหอมทันทีหลังอาบน้ำ สำหรับน้ำหอมที่เป็นหัวสเปรย์ให้ถือหัวฉีดสเปรย์ห่างจากผิว 3-6 นิ้วขณะฉีด และควรถือขวดให้ห่างจากร่างกายประมาณ 3 &#8211; 6 นิ้ว เพื่อให้น้ำหอมฟุ้งกระจายไม่กระจุกเพียงแค่ส่วนเดียว ฉีดน้ำหอมลงบนจุดชีพจร เนื่องจากการฉีดที่บริเวณชีพจรนั้นเป็นการทำงานของความอุ่นจากการไหลเวียนของเลือด บริเวณใต้ผิวหนังจะช่วยดูดซับกลิ่นของน้ำหอมไว้ทำให้มีกลิ่นหอมทั้งวันค่ะ โดยจุดที่ควรฉีดหรือทามากที่สุดคือชีพจรในบริเวณที่ร้อน หลายคนอาจจะสงสัยกับข้อนี้แต่เราบอกเลยค่ะว่าความร้อนจากร่างกายจะทำให้กลิ่นหอมติดทนตลอดทั้งวัน โดยส่วนที่อุ่นที่สุดในร่างกายคือหน้าอก, คอ, ขากรรไกรล่าง, ข้อมือ, ปลายแขน, ข้อศอกด้านใน, ไหล่ ฯลฯ จะช่วยทำให้ความหอมฟุ้งกระจายได้มากขึ้น แต่อย่าฉีดพ่นทุกจุดพร้อมกัน เริ่มจากจุดที่ชอบและหลังจากนั้นให้ฉีดจุดอื่น ๆ อีก 2-3 จุด หากคุณยังใหม่กับการใช้น้ำหอมให้เริ่มฉีดสเปรย์ครั้งเดียวที่หน้าอกเพราะหน้าอกเป็นจุดกระจายกลิ่นที่ดีเลยค่ะ ที่สำคัญคืออย่าฉีดน้ำหอมลงบนเสื้อผ้าของคุณเพราะเสื้อผ้าจะเป็นคราบ ห้ามถูน้ำหอม เคล็ดลับอีกอย่างคือ ห้ามถูน้ำหอมเพราะการถูน้ำหอมลงบนผิวจะเป็นการทำลายพันธะของโมเลกุลของน้ำหอมและทำให้กลิ่นหอมอ่อนลง และอย่าฉีดน้ำหอมแล้วเดินเพราะการฉีดน้ำหอมไปในอากาศแล้วเดินผ่านไม่ได้มีประโยชน์เลยและเป็นการสิ้นเปลือง ฉีดซ้ำเมื่อกลิ่นเริ่มเบาบาง หากรู้สึกว่ากลิ่นเบาบางลงไปจนแทบไม่ได้กลิ่นเลย คุณสามารถฉีดเพิ่มได้เพื่อคงความหอมเอาไว้ โดยอาจฉีดเพิ่มลงบริเวณลำตัว ทั้งนี้ส่วนใหญ่หลายคนจะฉีดซ้ำเมื่อเวลาผ่านไปประมาณครึ่งวัน ไม่ควรฉีดในระหว่างที่เดิน หลายคนอาจจะเคยเห็นวิธีการฉีดน้ำหอมที่ฉีดไปบนอากาศหลังจากนั้นก็ให้เดินผ่านละอองน้ำหอม ซึ่งจริง ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/perfume-for-men-to-make-it-last-long/">เคล็ดลับ วิธีฉีดน้ำหอมให้ติดทนนาน</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จักกับ ลาบูบู้ (Labubu) ตุ๊กตาอาร์ตทอยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2024</title>
		<link>https://bestreview.asia/how-to/labubu-art-toy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Team BR]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 May 2024 04:56:20 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://bestreview.asia/?post_type=howto&#038;p=310886</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรียกว่านาทีนี้ไม่มีอะไรดังเป็นพลุแตกได้เท่ากับ &#8220;ลาบูบู้&#8221; อีกแล้วจ้า ดังขนาดที่ว่าดารา นักร้อง เซเลบริตี้ หรือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ต่างพากันห้อยน้องตุ๊กตาลาบูบู้กันเต็มบ้านเต็มเมือง หลายคนคงสงสัยว่าลาบูบู้คืออะไร ? แล้วทำไมถึงกลายเป็นที่นิยมทั้งยังมีราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้ ?! วันนี้เราจะชวนเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกันแบบเจาะลึก หากพร้อมแล้วก็เริ่มเลย GO GO!! ลาบูบู้ คืออะไร ? ลาบูบู้ (Labubu) เป็นงานอาร์ตทอยหรือของเล่นสำหรับสะสมที่อินเทรนด์ที่สุดในขณะนี้ (ปี 2024) โดยเจ้าของผลงานที่สร้างสรรค์ตุ๊กตาสุดน่ารักคือคุณ Ka-sing Lung ค่ะ ลักษณะของน้องลาบูบู้คือเป็นเอลฟ์ป่าที่มีหูแหลมยาวและตั้งตรง มาพร้อมกับฟันแหลม ๆ ที่ดูซุกซนหน่อย ๆ แม้ว่าคาแรคเตอร์จะดูเหมือนตัวละครวายร้าย (เพราะว่าศิลปินต้องการสร้างให้เป็นแก๊งเดอะมอนสเตอร์) แต่ทว่าความเป็นจริงแล้ว น้องมีจิตใจที่ดี ทั้งยังร่าเริงและชอบช่วยเหลือคนอื่นค่ะ แถมน้องลาบูบู้ยังผู้หญิงด้วยนะคะ ที่สำคัญน้องมีแฟนด้วยจ้าา ชื่อว่า Tycoco อยู่ในจักรวาลเดียวกันเป็นมอนสเตอร์หัวกะโหลกเพศชายสุดน่ารักที่มักโดนลาบูบู้แกล้งบ่อย ๆ ค่ะ ลาบูบู้ เป็นงานโมเดลหรืองานตุ๊กตา ? ต้องบอกว่าลาบูบู้มีหลายคอลเลกชันค่ะ บางครั้งก็เป็นงานโมเดลที่เหมาะสำหรับตั้งโชว์มากกว่า และบางครั้งก็มาเป็นรูปแบบตุ๊กตาที่ใช้เป็นพวงกุญแจห้อยกระเป๋าได้ด้วย แถมตุ๊กตาในบางคอลเลกชันก็มีขนาดใหญ่กว่าปกติและยังสามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นแบบต่าง ๆ ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://bestreview.asia/how-to/labubu-art-toy/">ทำความรู้จักกับ ลาบูบู้ (Labubu) ตุ๊กตาอาร์ตทอยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 2024</a> appeared first on <a href="https://bestreview.asia">เบสท์รีวิว</a>.</p>
]]></description>
		
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
