คุณสมบัติของไข่มุกที่ดีและมีคุณภาพนั่นก็คือต้องมีเนื้อที่นิ่มและจะต้องเคี้ยวได้หนึบหนับ ที่สำคัญคือจะต้องไปติดก้นหม้อรอบ ๆ และต้องไม่เหนียวติดกันเป็นก้อนด้วยค่ะ ซึ่งการจะต้มให้ออกมาในลักษณะนี้ดูเหมือนว่าจะง่าย แต่ก็บอกเลยว่าไม่ง่ายเสียเดียว และไม่ยากเกินไปด้วยค่ะ ซึ่งวิธีการง่าย ๆ ก็มีดังนี้
1. เลือกซื้อไข่มุกที่ได้คุณภาพ
คุณภาพของไข่มุกแต่ละแบรนด์เองก็แตกต่างกันออกไปค่ะ ดังนั้นการจะทำให้ไข่มุกออกมาดูน่าทานและต้มออกมาแล้วไม่เกิดปัญหาอย่างที่เราบอกไปก็ต้องเลือกซื้อไข่มุกที่ได้คุณภาพมาตั้งแต่แรก
2. อ่านทำความเข้าใจรายละเอียด
ไข่มุกจากแต่ละแบรนด์เองก็ใช้ปริมาณน้ำไม่เท่ากัน รวมถึงระยะเวลาในการต้มก็จะแตกต่างกันออกไปเช่นกัน แนะนำให้อ่านทำความเข้าใจรายละเอียดที่เขียนบอกไว้ข้างบรรจุภัณฑ์ หรือรายละเอียดสินค้าที่ทางร้านได้แจ้งไว้หน้าร้านออนไลน์ให้เรียบร้อยเสียก่อน
3. ขั้นตอนการต้มไข่มุก

สำหรับการต้มไข่มุกนั้นจะต้องตั้งหม้อแล้วรอให้น้ำเดือด จากนั้นให้ใส่ไข่มุกลงไปโดยใช้ปริมาณไข่มุกตามที่ทางร้านกำหนด แล้วก็ค่อย ๆ เริ่มเบาไฟลงและก็ต้มไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ทางร้านได้แจ้งไว้ ในระหว่างนี้คุณจำเป็นที่จะต้องคนไปเรื่อย ๆ เพราะมิฉะนั้นไข่มุกจะติดก้นหม้อหรือติดกันเป็นก้อนได้ค่ะ
นอกจากเรื่องที่คุณจะต้องคอยคนอยู่บ่อย ๆ แล้ว ก็ต้องหมั่นสังเกตไข่มุกด้วยค่ะว่าอุณหภูมิที่ใช้นั้นพอดีหรือไป เพราะว่าถ้าหากสูงไปก็มีโอกาสที่มันจะไหม้เอาได้ หลังจากที่ครบตามเวลาที่กำหนดให้ปิดไฟและตั้งทิ้งไว้สักพักใหญ่ ๆ ค่ะ
4. ขั้นตอนการล้าง
ไข่มุกพอเริ่มเย็นตัวลงแล้วก็พบว่าไข่มุกนั้นจะค่อนข้างหนืดและมีน้ำเหนียว ๆ ให้นำไข่มุกไปล้างผ่านน้ำประมาณ 1 – 2 รอบ หรือจนกว่าคราบเหนี่ยว ๆ นั่นจะออกหมดจนเหลือแค่เม็ดไข่มุกที่มีลักษณะแวววาวอย่างเดียวเท่านั้น
5. ขั้นตอนการเพิ่มความหวาน
สำหรับขั้นตอนนี้ใครที่ชอบไข่มุกหวาน ๆ หรือติดปัญหาในเรื่องของสุขภาพนั้นก็สามารถข้ามไปได้เลยค่ะ จริง ๆ แล้วไข่มุกสามารถทานได้แล้วค่ะ แต่แค่ใส่น้ำตาลเพิ่มอีกนิดให้รสชาติที่กลมกล่อมไม่จืดเกินไป โดยขั้นตอนในการเติมน้ำตาลนั้นก็จะต้องใช้น้ำตาลทรายแดงคลุกกับไข่มุกและคนจนกว่าน้ำตาลจะละลายหมดเท่านี้ก็เรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ
