กลิ่นและบรรยากาศภายในห้องถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะลองจินตนาการดูว่าถ้าหากคุณเข้าไปในห้องใดห้องหนึ่งแล้วมีกลิ่นเหม็นของอาหาร กลิ่นความอับชื้น หรือกลิ่นเก่าที่เหมือนไม่ได้ทำความสะอาดมานาน แน่นอนว่าคุณคงเลือกที่จะออกไปทันที เพราะคงไม่มีใครอยากทนกลิ่นเหม็นนั้นได้นาน ๆ ใช่ไหมละครับ ซึ่งการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นคงหนีไม่พ้นในเรื่องของการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็น การใช้เครื่องดูดฝุ่นเพื่อดูดทำความสะอาดสิ่งสกปรกภายในห้อง การปัดการเศษขยะชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ด้วยไม้กวาดไฟฟ้าหรือใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาด รวมไปถึงการถูพื้นด้วยไม้ถูพื้นและน้ำยาถูพื้นหอม ๆ เพื่อให้กลิ่นภายในห้องดีขึ้น นอกจากนี้บางคนอาจจะใช้ตัวช่วยเพิ่มเติมอย่างพัดลมดูดลมอากาศและเครื่องฟอกอากาศ

แน่นอนว่าวิธีการทั้งหมดจะช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นได้ แต่ในเรื่องของความหอมในห้องอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นเราจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับอากาศและสร้างความหอมให้กับห้องได้ อย่างเช่น เทียนหอม, น้ำหอมปรับอากาศภายในบ้าน และที่น่าสนใจมากเลยคือ ‘ก้านไม้หอมปรับอากาศ’ เพราะก้านไม้หอมมีคุณสมบัติที่สามารถกระจายกลิ่นหอมไปได้ทั่วห้อง โดยการทำงานของมันคือก้านไม้จะทำการดูดซับ น้ำมันหอมระเหย ที่อยู่ภายในขวดเข้าไปในก้านไม้ จากนั้นตัวกลางที่เป็นไม้หวายจะทำหน้าที่ปล่อยกลิ่นอย่างช้า ๆ ทำให้เราได้สูดกลิ่นหอมที่พอดี ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกรีแลกซ์ เกิดความผ่อนคลาย นอกจากนี้การดีไซน์ของขวดส่วนใหญ่ก็มีความสวยงาม เมื่อแมตช์เข้ากับห้องแล้ว ทำให้ห้องสวยงามมากกว่าเดิมอีกด้วย
ประโยชน์ของการใช้ก้านไม้หอมปรับอากาศ
1. อาจช่วยทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น (1)

มีการวิจัยพบว่าน้ำหอมมันระเหยจะช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มออกซิเจนให้กับกล้ามเนื้อของร่างกาย ซึ่งตรงนี้จะช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เมื่อร่างกายเกิดการผ่อนคลาย มันก็จะส่งผลต่อการนอนหลับที่ดีขึ้น ดังนั้นการไม้หอมจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการนำไปวางไว้ภายในห้องนอนหรือโต๊ะข้างเตียงครับ
2. อาจช่วยเรื่องความจำและการโฟกัส
น้ำมันหอมระเหยที่ใช้ร่วมกับก้านไม้หอม ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นเลม่อน, โรสแมรี่ หรือมิ้นท์ อาจสามารถช่วยให้การโฟกัสดีหรือความคิดสร้างสรรค์ดีขึ้น ทั้งในระหว่างการเรียนหรือการทำงาน หากใครกำลังมองหาของขวัญให้เพื่อนร่วมงานหรือเด็กในช่วงวัยเรียน ก้านไม้หอมถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว
วิธีการเลือกก้านไม้หอมปรับอากาศ
1. เช็กก้านไม้หอม
ก้านไม้หอมถือเป็นองค์ประกอบหลัก ๆ ที่เราควรจะต้องดูครับ เพราะการกระจายกลิ่นจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับไม้เป็นปัจจัยสำคัญเลย ซึ่งไม้ที่เหมาะสมกับสำหรับการใช้กระจายกลิ่นหรือปรับอากาศมากที่สุดจะต้องเป็น ‘Rattan Reed’ หรือภาษาไทยที่เรียกว่า ‘ไม้หวาย’
เนื่องจากคุณสมบัติของไม้ตัวนี้จะทำการดูดซับน้ำหอมเข้าไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันจะทำหน้าที่กระจายกลิ่นอย่างช้า ๆ ภายในห้อง ทำให้คนที่อยู่ภายในบริเวณนั้นสามารถรับกลิ่นหอมในบริเวณที่พอดี หรือไม่ฉุนจนเกินไป อย่างไรก็ดีมีหลายแบรนด์และหลายผลิตภัณฑ์เลือกใช้ไม้ไผ่ ซึ่งเป็นไปได้อยากจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงครับ เพราะเนื้อไม้ของมันจะบล็อกกลิ่นเอาไว้ ทำให้กลิ่นไม่สามารถกระจายได้อย่างเต็มที่
2. เช็กน้ำมันหอมระเหย

โดยทั่วไปแล้วน้ำหอมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นกลิ่นธรรมชาติหรือกลิ่นอโลม่า เพราะกลิ่นเหล่านี้จะให้ความรู้สึกเบาสบาย ทำให้เกิดความผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการปรับอากาศภายในห้อง ดังนั้นสิ่งแรกที่เราจะต้องเช็กรายละเอียดสินค้าคือน้ำหอมของมันเป็นกลิ่นอะไร และกลิ่นนั้นเป็นกลิ่นที่เราชอบหรือไม่ รวมไปถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของน้ำหอมด้วย เพราะหากก้านไม้หอมมีคุณภาพ แต่น้ำหอมไม่ดี ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย
3. ขวดน้ำหอมควรเป็นขวดคอแคบ
หลายคนอาจจะมองข้ามจุดนี้ไป เพราะคิดว่ารูปร่างของขวดคงไม่มีความสำคัญอะไรกับการปล่อยกลิ่น แต่จริง ๆ แล้วมันอาจมีผลเล็กน้อยครับ โดยถ้าหากขวดของน้ำหอมมีลักษณะที่กว้าง น้ำหอมภายในขวดจะเกิดการระเหยออกตามช่องที่เปิดอยู่ ซึ่งจะทำให้เราเสียน้ำหอมไปโดยเปล่าประโยชน์ ในขณะเดียวกันหากขวดของมันเป็นคอแคบ ก้านไม้หอมจะดูดซับน้ำหอมไว้ และปล่อยกลิ่นออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังไม่มีช่องว่างให้น้ำหอมระเหยออกไปโดยเปล่าประโยชน์นั่นเองครับ
4. ขนาดของขวดน้ำหอม
เหตุผลที่อยากให้ดูขนาดขวดของน้ำหอม ก็เพื่อที่เราจะได้สามารถเช็กระยะการปล่อยกลิ่นของมันได้ครับ หากน้ำหอมภายในขวดมีเยอะนั่นแสดงว่าระยะการปล่อยกลิ่นจะนาน เช่นเดียวกันถ้าหากน้ำหอมในขวดน้อย ระยะเวลาก็จะสั้นลงตามไปด้วย
| ปริมาณน้ำหอม | ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น |
| 50 มิลลิลิตร | 2 – 6 สัปดาห์ |
| 100 มิลลิลิตร | 8 – 13 สัปดาห์ |
*ตารางด้านบนเป็นการคาดการณ์และระยะเวลาโดยประมาณ ซึ่งน้ำหอมแต่ละแบรนด์จะแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย อีกทั้งระยะเวลาการปล่อยกลิ่นขึ้นอยู่กับขนาดของห้องอีกด้วย
5. เลือกกลิ่นให้ตรงกับบรรยากาศที่ต้องการ
หากใครเป็นคนที่ชอบน้ำหอมหรือมีความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับน้ำหอมจะรู้ว่ากลิ่นในแต่ละแบบนั้นให้อารมณ์หรือมู้ดที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น ถ้าคุณอยากได้ความเฟรชสดชื่นกลิ่นมิ้นต์จะเป็นตัวเลือกที่ดีมาก แต่ถ้าการความอบอุ่นภายในห้อง กลิ่นแบบไม้หรือเครื่องเทศจะเหมาะมากกว่าครับ
6. การดีไซน์ของขวด
ถึงแม้ว่าความสวยงามจะไม่ได้เกี่ยวกับกลิ่นเลยแม้แต่น้อย แต่อย่าลืมนะครับว่าก้านไม้หอมและขวดน้ำหอมนั้นเราจะต้องนำไปวางไว้ในจุดใดจุดหนึ่งของห้องที่สามารถกระจายกลิ่นได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นถ้าหากการดีไซน์ขวดไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ มันอาจทำให้ดูกลายเป็นสิ่งเกะกะภายในห้อง ในขณะเดียวกันถ้าขวดน้ำหอมทำออกมาได้สวย แน่นอนว่ามันจะยิ่งทำให้ห้องของเราดูดีมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งบ้านของใครที่ออกแบบไปในแนววินเทจละก็ บอกได้เลยครับว่ามันแมตช์ได้เป็นอย่างดี
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
BSAB น้ำหอมบ้านก้านไม้กระจาย กลิ่น Cantaloupe

| ปริมาณ | 50 มิลลิลิตร |
|---|---|
| กลิ่น | Cantaloupe |
| ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น | 6 - 10 สัปดาห์ |
Akaliko Aroma Reed Diffuser 50 ml อะกาลิโก ก้านไม้หอมปรับอากาศ

| ปริมาณ | 50 มิลลิลิตร |
|---|---|
| กลิ่น | 7 กลิ่น |
| ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น | ประมาณ 30 วัน |
MINISO ก้านไม้หอมอโรม่า Polished Series Scent Diffuser

| ปริมาณ | 100 มิลลิลิตร |
|---|---|
| กลิ่น | Pink Beauty / Moroccan Rose Fig / Sapphire Lotus / Lime Blossom Vanilla |
| ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น | ประมาณ 70 วัน |
Phutawan Reed Diffuser ก้านไม้หอมปรับอากาศภูตะวัน

| ปริมาณ | 100 มิลลิลิตร |
|---|---|
| กลิ่น | 14 กลิ่น |
| ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น | ประมาณ 4 สัปดาห์ขึ้นไป |
ก้านไม้หอม ก้านไม้กระจายกลิ่น CAROLE

| ปริมาณ | 50 มิลลิลิตร / 100 มิลลิลิตร |
|---|---|
| กลิ่น | MISS DIIOR |
| ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น | ประมาณ 30 - 60 วัน (50 มิลลิลิตร) / ประมาณ 60 - 90 วัน (100 มิลลิลิตร) |
Hanky House ก้านไม้หอม กลิ่นโรงแรมหรู

| ปริมาณ | 50 มิลลิลิตร |
|---|---|
| กลิ่น | 15 กลิ่น |
| ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น | ประมาณ 30 วัน |
Alica ก้านไม้หอม ปรับอากาศ

| ปริมาณ | 50 มิลลิลิตร |
|---|---|
| กลิ่น | 19 กลิ่น |
| ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น | 5 - 6 สัปดาห์ |
Phruksaspa ก้านไม้หอมปรับอากาศ ก้านไม้หอมอโรม่า

| ปริมาณ | 30 มิลลิลิตร |
|---|---|
| กลิ่น | 38 กลิ่น |
| ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น | ประมาณ 21 - 30 วัน |
ก้านน้ำหอม ก้านไม้หอมปรับอากาศ อโรม่า

| ปริมาณ | 50 มิลลิลิตร |
|---|---|
| กลิ่น | 7 กลิ่น |
| ระยะเวลาการปล่อยกลิ่น | ประมาณ 30 วัน |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
วิธีการใช้ก้านไม้หอมปรับอากาศ

- หลังจากที่ซื้อผลิตภัณฑ์มาแล้วเรียบร้อย ให้คุณเปิดกล่องซึ่งโดยปกติแล้วขวดน้ำหอมจะแยกออกก้านไม้ ซึ่งขั้นตอนแรกคือให้คุณนำก้านไม้ไปใส่ในขวดน้ำหอม เพื่อให้มันดูดซับน้ำหอมเข้าไปในเนื้อไม้
- พลิกก้านไม้หอมเพื่อให้น้ำหอมเข้าไปในเนื้อไม้ได้อย่างทั่วถึง
- หากปลายด้านไม้ด้านบนแห้งแล้ว ให้ทำการพลิกเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งให้ด้านที่ชุ่มด้วยน้ำหอมขึ้นมา เพื่อให้ไม้ปล่อยกลิ่นออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
ทริคการใช้ก้านไม้หอมปรับอากาศ
- นำขวดน้ำหอมไปวางไว้บนที่รองแก้วหรือผ้าสวย ๆ ผืนเล็ก เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหอมกระเด็นหรือไหลออกมาโดยเคาน์เตอร์หรือโต๊ะของเรา จนทำให้ผิวของมันเกิดความเสียหาย
- วางน้ำหอมไว้ตรงบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทและวางไว้ให้สูงสักเล็กน้อย เพื่อให้กลื่นสามารถกระจายได้อย่างทั่วถึง
- พลิกก้านไม้หอมบ่อย ๆ เพื่อให้มันดูดน้ำหอมและปล่อยกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ก่อนที่จะทำการพลิกไม้หรือนำไปชุบน้ำหอม แนะนำให้ทำบริเวณซิงก์ เพราะถ้าหากทำบนโต๊ะ น้ำหอมอาจทำให้พื้นผิวบนโต๊ะลอกหรือพังได้ หากโดนบ่อยครั้ง
- พลิกก้านน้ำหอมทุกครั้งก่อนที่จะออกไปเที่ยวหรือพักร้อนนาน ๆ เพราะเมื่อกลับมาบ้านของเราจะได้มีกลิ่นหอมคอยต้อนรับ
Reference :
- Effect of Inhalation of Aromatherapy Oil on Patients with Perennial Allergic Rhinitis: A Randomized Controlled Trial