Achedaway Cupper เป็นเครื่องนวดครอบแก้วแบบไดนามิกมัลติฟังก์ชัน มาพร้อมกับโหมดการนวดอัจฉริยะและการบำบัดด้วยแสงสีแดง ช่วยลดอาการปวดเมื่อย และทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 10 เต็ม 10
อาการปวดหลังเป็นปัญหาที่พบบ่อยในสังคมปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ เนื่องจากมีคนจำนวนมากที่ทำงานในออฟฟิศและพวกเขาต้องนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานานตลอดทั้งวัน ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ปวดหลังเรื้อรังได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณนั่งทำงานผิดท่า นอกจากนี้อาการปวดเมื่อยตามตัวก็ยังมีอีกหลายสาเหตุด้วยเช่นกัน อาทิเช่น การยกของหนัก ๆ , การนอนผิดท่า, การออกกำลังกายผิดวิธี, การที่ต้องทำงานในท่วงท่าเดิมซ้ำ ๆ บ่อย ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย

จึงทำให้ Achedaway Cupper (เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ) ได้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการเจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดหลัง, ปวดคอ, ปวดไหล่, ปวดข้อมือ, ปวดข้อเข่า หรือจะพูดให้ข้าใจง่าย ๆ ก็คือ Achedaway Cupper สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามตัวได้นั่นเองค่ะ
การครอบแก้ว (Cupping Therapy) คืออะไร ?
ทั้งนี้หลาย ๆ คนก็อาจจะรู้สึกตกใจกับรูปภาพประกอบที่รักษาด้วยวิธีครอบแก้ว ซึ่งทำให้คุณรู้สึกเป็นกังวลและไม่กล้ารักษาด้วยวิธีนี้ ดังนั้นเพื่อไขข้อข้องใจที่มีอยู่ เราจะมาเจาะลึกถึงวิธีรักษาอาการปวดเมื่อยแบบครอบแก้วกันดีกว่าค่ะ ว่ามีประโยชน์และหลักการทำงานอย่างไรบ้าง ?

การครอบแก้วในภาษาจีนเรียกว่า 火罐 (หั่วกว้าน) หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Cupping Therapy ซึ่งเป็นแพทย์แผนจีนที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ (เฉกเช่นเดียวกับการฝั่งเข็มหรือการทำกัวซาที่ปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นนิยมไปแล้วทั่วโลก) โดยวิธีรักษาด้วยการครอบแก้วนั้น คุณจะต้องนำถ้วยแก้วทรงกลมใส ๆ คล้ายลูกบอล มาลนไฟเพื่อให้เกิดสุญญากาศภายในแก้ว จากนั้นก็นำแก้วมาวางผิวหนังตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายที่รู้สึกปวดเมื่อย

ความร้อนภายในถ้วยแก้วจะค่อย ๆ ดูดผิวหนังขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น ผิวหนังที่โดนถ้วยแก้วครอบไว้จะค่อย ๆ พองตัวจนเกิดเป็นรอยจ้ำสีแดง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่หลอดเลือดฝอยขยายตัวนั่นเองค่ะ ส่งผลให้ออกซิเจนในเลือดตรงบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นและช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกระบวนการรักษาและซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามบริเวณบ่า, คอ, แผนหลัง, ต้นขา หรือเอว เป็นต้น
Achedaway Cupper เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ คืออะไร ?
→ เปรียบเทียบ เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ vs วิธีครอบแก้วทั่วไป
ถึงแม้ว่าการครอบแก้วกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักกีฬาและบุคคลทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม การครอบด้วยวิธีแบบดั้งเดิมนั้นก็จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทำการบำบัดเท่านั้น เพราะมันค่อนข้างอันตรายหากคุณจะลนไฟและครอบแก้วด้วยตัวเอง คุณจะต้องมีทักษะหรือประสบการณ์พอประมาณ โดยการครอบแก้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ การครอบแก้วแบบอยู่กับที่ การครอบแก้วแบบลาก และการครอบแก้วแบบยกขึ้นเร็ว ๆ สองเทคนิคหลังนี้จะต้องใช้ทักษะทางวิชาชีพเท่านั้น นอกจากนี้คุณจะต้องเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถืออีกด้วย รวมถึงคุณต้องมีเวลาว่างที่จะนัดหมายมาทำการบำบัดอาการเจ็บปวดอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งเลยค่ะ
ดังนั้น Achedaway Cupper ที่มีหลักการทำงานเช่นเดียวกับวิธีครอบแก้วแบบโบราณ แต่เป็นการครอบแก้วแบบไดนามิก จึงได้กลายเป็นเครื่องนวดอัจฉริยะคู่ใจใครหลาย ๆ คน เนื่องจากมันมีฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวกมากกว่า โดยคุณสามารถพกพาใส่กระเป๋าเอาออกไปใช้นอกสถานที่ได้ตามต้องการ ทั้งนี้อายุการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง แถมยังไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอันตรายใด ๆ เนื่องจากทางผู้ผลิตได้ออกแบบโหมดการนวดมาให้อย่างครอบคลุมที่สุด ซึ่งจะมีแต่ตั้งโหมดนวดกระตุ้นเบา ๆ ไปจนถึงโหมดนวดแบบทรงพลังเลยค่ะ
→ แกะกล่อง Achedaway Cupper มีอะไรบ้าง ?
อย่างแรกที่ต้องขอชมคือแพ็กเกจการออกแบบของทางแบรนด์ที่ทำให้สินค้าดูสวยงามมีราคา การออกแบบจะเป็นกล่องซ่อนกล่องอีกชั้น ซึ่งกล่องภายในจะถูกจัดวางมาให้ลงช่องอย่างพอดิบพอดี โดยเราสามารถแยกอุปกรณ์ออกมาได้ตามดังนี้

- ตัว Achedaway Cupper 1 เครื่อง
- ฝาครอบที่มีให้เปลี่ยน 3 ขนาด มาพร้อมกับไส้กรอง (Filter Cotton) เริ่มใช้งาน 3 อัน
- Big Cup
- Middle Cup
- Small Cup
- ไส้กรอง (Filter Cotton) สำรองอีก 3 อัน
- สายชาร์จ USB-C
- สายสำหรับคล้องคอสำหรับป้องกันเครื่องตกหล่นระหว่างใช้งาน
- คู่มือการใช้งาน
ไส้กรอง (Filter Cotton)* ใช้ป้องกันสิ่งสกปรกบนผิวหนังของเราเข้าไปในตัวเครื่อง
→ เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ มีข้อดีอย่างไร ?
1. มีการทำงานแบบไดนามิก
Achedaway Cupper หรือ เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะมีทำงานแบบไดนามิก เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผสมผสานการบำบัดด้วยการครอบแก้วเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมันสามารถดูดและปล่อยผิวหนังของคุณสลับกันเป็นจังหวะได้ถึง 5 โหมดและปรับเลือกความแรงในการดูดได้ถึง 5 ระดับ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและทำให้เซลล์เนื้อเยื่อฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
กล่าวง่าย ๆ คือเครื่องตัวนี้สามารถปรับลดระดับสุญญากาศภายในถ้วยแก้วตามต้องการ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับลักษณะผิวหนังและอาการปวดของแต่ละคน โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องนำแก้วไปลนไฟให้ยุ่งยาก นอกจากนี้หากคุณรู้สึกเจ็บเกินไปก็เพียงกดปุ่มลดระดับการทำงานให้เบาลง ซึ่งข้อดีคือคุณไม่จำเป็นต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตัวเครื่องจะปรับระดับให้เองทันทีค่ะ

2. การบำบัดด้วยแสงสีแดง
นอกจากโหมดการใช้งานอันที่น่าทึ่งแล้ว Achedaway Cupper ก็ยังมีการใช้รังสีอินฟราเรดหรือแสงสีแดงยิงผ่านผิวหนังของเราเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและปวดเมื่อย ทั้งยังทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อของเราผ่อนคลายมากขึ้น แถมยังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีอีกขึ้นด้วย โดยคุณสมบัติข้อนี้คุณสามารถเปิดปิดโหมดการใช้งานได้ตามต้องการ

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Achedaway ผ่าน Android และ iOS
3. การใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน
อย่างเราบอกไปแล้วว่า Achedaway Cupper เป็นเครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ ดังนั้นมันจึงสามารถสั่งงานผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย และคุณยังสามารถควบคุม Achedaway Cupper ได้สูงสุด 6 เครื่องในเวลาเดียวกันด้วย ทั้งนี้ตัวแอปฯ เองก็ถือว่าค่อนข้างเสถียรเลยทีเดียวค่ะ เพราะสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นทั้งระบบ iOS และ Android เลยค่ะ

4. โหมดความปลอดภัย
สำหรับใครที่กังวลว่าระหว่างใช้งาน Achedaway Cupper แล้วหากเราเคลิ้มหลับไปโดยไม่รู้ตัว ตัวเครื่องจะทำงานต่อเนื่องจนทำให้ผิวหนังของเราอักเสบเกินไปหรือไม่นั้น? ก็ขอให้คุณสบายใจได้เลยค่ะ เพราะ Achedaway Cupper จะมีการจับเวลาในแต่ละรอบ นอกจากนี้หากคุณเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันคุณยังสามารถกำหนดเวลาได้เองด้วยนะคะ โดยสามารถกำหนดได้ตั้งแต่ 1 วินาที ไปจนถึง 12 นาทีเลยค่ะ

สำหรับใครกังวลว่าหากเครื่องทำงานเสร็จแล้ว ความสามารถในการดูดผิวหนังจะสิ้นสุดลงทันที ซึ่งจะทำให้เครื่องอาจตกหล่นจนเกิดความเสียบหายได้นั้น คุณสามารถแก้ไขได้โดยการใช้สายคล้องคอค่ะ
→ ข้อมูลจำเพาะของ เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ
|
|
|
→ ทดสอบ เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ Achedaway Cupper (รีวิวการใช้งานจริง)
ก่อนอื่นเราจะต้องทาโลชั่น น้ำมัน หรือเจล ก่อนทุกครั้งที่จะใช้เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มความรู้สึกสบายตัวมากขึ้น จากนั้นให้คุณเลือกขนาดของถ้วยแก้วที่ต้องการ โดยขนาดเล็กสุดจะมีลักษณะโค้งเล็กน้อยเหมาะสำหรับใช้ในบริเวณส่วนโค้งอย่างจุดข้อต่อตามรูปค่ะ

เมื่อเลือกขนาดของถ้วยได้แล้วให้ทำการหมุนใส่เข้าไป และกดที่ปุ่มตรงกลางค้างไว้เพื่อเปิด/ปิดเครื่อง ในกรณีที่เราเปิดเครื่องอยู่หากตัวเครื่องยังไม่ได้สัมผัสกับผิวหนังของเรา มันจะปรากฏแสงสีน้ำเงินและเมื่อเรานำเครื่องไปวางนาบบนร่างกายตัวเครื่องก็จะเปลี่ยนเป็นแสงสีแดงพร้อมกับเริ่มทำงานให้ทันที ทั้งนี้หากคุณไม่ต้องการใช้รังสีอินฟราเรดในการบำบัด สามารถกดปิดได้จากปุ่มบนตัวเครื่องเลยค่ะ

เราสามารถปรับระดับการดูดได้ถึง 5 โหมด และระดับความแรงอีก 5 เลเวล ซึ่งสามารถกดเปลี่ยนได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ นอกจากนี้ขณะที่เครื่องกำลังทำงานเราสามารถกดหยุดและทำต่อได้อีกด้วยนะคะ โดยปุ่ม M จะมีลักษณะการดูดที่ต่างกัน ซึ่งสามารถแยกได้ 5 โหมด เมื่อเรากดเลือกไปเรื่อย ๆ ก็จะเปลี่ยนโหมดตามจำนวนขีดสถานะไฟ ปุ่ม M จะเหมือนเป็นการควบคุมความถี่ในการดูด ยิ่งเพิ่มเลเวลมากเท่าไหร่ รอบความถี่ในการดูดและปล่อยจะน้อยลงเรื่อย ๆ สำหรับตัวผู้เขียนแล้วค่อนข้างชอบความถี่ระดับ 2-3 ขีดมากกว่า ถือว่าเป็นระบบการนวดที่กำลังดี ไม่ตึงเกินไป รู้สึกผ่อนคลายมากค่ะ แต่ในกรณีที่ทดลองเลือกปุ่ม M เลเวลสูงสุดหรือก็คือ 5 ขีดก็จะรู้สึกตึงหน่อย ๆ ซึ่งคิดว่าน่าจะเหมาะสำหรับคนที่มีอาการปวดมากค่ะ
- ปุ่ม M 1 ขีด = Wake Up Mode (โหมดกระตุ้นเบา ๆ)
- ปุ่ม M 2 ขีด = Relaxing Mode (โหมดผ่อนคลาย)
- ปุ่ม M 3 ขีด = Massage Mode (โหมดทั่วไป)
- ปุ่ม M 4 ขีด = Professional Mode (โหมดมืออาชีพ)
- ปุ่ม M 5 ขีด = Powerful Mode (โหมดทรงพลัง)

ในส่วนปุ่มถัดมาจะเป็นระดับความเข้มในการดูดยิ่งจำนวนขีดเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ แรงดูดก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น โดยส่วนตัวแล้วสำหรับผู้เขียนเองชอบแรงดูดระดับ 1 ที่สุดค่ะ เพราะกำลังสบายตัว ยิ่งแรงดูดมาก รอยแดงคล้ำก็ยิ่งเข้มขึ้น ซึ่งบ่งบอกระดับของการแตกของเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังนั้นเองค่ะ

→ ผลลัพธ์หลังจากที่ทดลองใช้ เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ Achedaway Cupper
โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนไม่ได้มีอาการปวดเมื่อยตามตัวมากนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อทดลองใช้ เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ Achedaway Cupper แล้วรู้สึกกล้ามเนื้อผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะกับบริเวณคอ หลัง และเอวนั้นถือว่าช่วยลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อได้ดีเลยทีเดียวค่ะ
โดยระดับที่ผู้เขียนทดลองแล้วชอบมากที่สุดจะเป็นโหมด M 1 ขีดโหมดกระตุ้นเบา ๆและ M 2 ขีดโหมดผ่อนคลาย
ในส่วนของระดับความเข้มในการดูดนั้น ผู้เขียนต้องบอกตามตรงว่าร่างกายรับได้เพียงระดับ 1 เท่านั้นค่ะ เพราะหากเลือกแรงดูดมากกว่านี้จะรู้สึกว่าผิวของเราตึงและเจ็บจนเกินไป
อย่างไรก็ดีหากคุณมีอาการปวดเมื่อยเป็นทุนเดิม ผู้เขียนคิดว่าความเข้มในการดูดระดับ 2-3 น่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ

ความคุ้มค่าในการซื้อ เครื่องครอบแก้วอัจฉริยะ Achedaway Cupper
![]() |
![]() |
คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 10 เต็ม 10
คะแนนรีวิวอาจดูอวยเกินจริง แต่ในแง่ของคนที่มีอาการปวดหลังเรื้อรังนั้นบอกเลยว่า Achedaway Cupper ตอบโจทย์มากค่ะ เพราะด้วยโหมดการนวดที่ต่างกัน รวมถึงแรงดูดของเครื่องที่มีหลายระดับให้เลือกนั้นถือว่ามีคุณสมบัติที่ครอบคลุมสามารถแก้ปัญหาอาการปวดเหมื่อยได้หลายระดับ ตั้งแต่การนวดเพื่อความผ่อนคลายไปจนถึงการนวดแบบมืออาชีพ น่าเสียดายที่ Achedaway Cupper มีมาให้ 1 เครื่องต่อชุด หากคุณมีอาการปวดทั่วแผ่นหลังเราคิดว่าควรซื้อแบบ 3 เครื่องต่อชุดน่าจะตอบโจทย์ด้านการใช้งานมากกว่าค่ะ
อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจต่างกันไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอาการปวดและโหมดที่คุณเลือกใช้ แต่สิ่งที่เราอยากให้คุณพึ่งระวังไว้เสมอ ก็คือเมื่อคุณรู้สึกเจ็บที่ผิวหนังมากกว่าตึง ๆ ขอให้คุณลดเลเวลให้เบาลง เนื่องจาก Achedaway Cupper ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถช่วยให้หายขาดได้ 100% การที่คุณเลือกระดับการนวดและการดูดที่รุ่นแรงเกินไปอาจทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นแตกจนส่งผลเสียต่อร่างกายได้ค่ะ
ข้อดี
- ใช้งานง่าย
- มีการนวดแบบไดนามิกมัลติฟังก์ชัน
- การบำบัดด้วยแสงสีแดง
- ใช้งานและควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน
- ขนาดเล็ก พกพาสะดวก
- อายุแบตเตอรี่ยาวนานต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ข้อควรพิจารณา
- ราคาค่อนข้างสูง
- เนื่องผลลัพธ์ที่ดูน่ากลัวจนทำให้หลาย ๆ คนเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นสำหรับคนที่ต้องการใช้งานจริง ๆ ควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวการรักษาด้วยวิธีครอบแก้วอย่างละเอียดเสียก่อน
ซื้อเลย – ถ้าหาก
ซื้อเลยถ้าหากคุณรักษาอาการปวดมาหลายวิธีแล้วก็ไม่หายสักที การรักษาด้วยวิธีครอบแก้วก็ถือเป็นหนึ่งในแพทย์แผนจีนที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ อีกทั้งยังใช้งานง่าย พกพาสะดวก เหมาะสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นประจำ รวมถึงคนที่ต้องนั่งทำงานในออฟฟิศเป็นเวลานาน ๆ
อย่าซื้อ – ถ้าหาก
อย่าซื้อหากคุณเป็นคนที่ชอบวิตกกังวลหรือมีอาการแพนิคบ่อย ๆ เนื่องจากผลลัพธ์จากการรักษาด้วยวิธีครอบแก้วนั้นจะดูน่ากลัวสักเล็กน้อย โดยผิวหนังของคุณจะเป็นรอยแดงคล้ำไปประมาณ 1 สัปดาห์ หากคุณเป็นคนกลัวเลือดหรือเป็นคนที่คิดมาก เราไม่แนะนำให้ใช้ Achedaway Cupper จริง ๆ ค่ะ แนะนำให้ลองรักษาอาการปวดเมื่อยด้วยวิธีอื่นที่คุณสะดวกและพอใจจะดีกว่าค่ะ
สีผิว รอยแดง ที่ได้จากการครอบแก้วบอกอะไรได้บ้าง ?
การครอบแก้วในแต่ละตำแหน่งจะใช้เวลาไม่นาน โดยจะอยู่ที่ประมาณ 5-10 นาที ทั้งนี้ในรอยคล้ำหรือรอยเลือดคั่งตรงบริเวณที่มีการครอบแก้วก็จะค่อย ๆ หายไปเอง โดยจะใช้เวลามากที่สุดประมาณ 1 สัปดาห์ แม้ว่ามันอาจจะเป็นภาพที่ดูน่ากลัวไปซักหน่อย แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีอันตรายใด ๆ ผลลัพธ์รอยแดงบนผิวหนังของแต่ละคนก็จะแตกต่างกัน ซึ่งมันสามารถบอกได้ว่าสุขภาพร่างกายของคุณตอนนี้เป็นเช่นไร

- สีชมพู / สีแดงอ่อน ๆ = การไหลเวียนของเลือดที่ดี
- สีแดงเข้ม = บ่งบอกถึงร่างกายมีความเมื่อยล้าระดับกลาง ๆ
- สีม่วงเข้ม = ร่างกายมีความเมื่อยล้าอย่างรุนแรง และระบบการไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดี
อย่างไรก็ตามการที่มีรอยแดงคล้ำมาก ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จะดีเสมอไป รอยแดงคล้ำเหล่านี้จะชี้ให้เห็นถึงการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้ระดับหนึ่ง
แต่รอยแดงที่ออกไปทางสีม่วงหรือสีดำ ที่มาพร้อมกับรอยช้ำ นั้นอาจทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดได้ เพราะมันหมายถึงการแตกของเส้นเลือดฝอยที่มากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลในทางลบและเป็นอันตรายต่อร่างกาย
ดังนั้นคุณควรเลือกระดับที่ตัวเองทนไหว หากรู้สึกเจ็บให้ลดระดับแรงดูดและปรับโหมดการนวดทันทีนะคะ
ใครบ้างที่ห้ามรักษาด้วยการครอบแก้ว ?
- ผู้ที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ผู้ที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอเกินไป
- สตรีมีครรภ์
- ผู้สูงอายุ
- เด็ก
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ
- ผู้ที่มีแผลบนผิวหนัง รวมถึงผู้ที่เป็นโรคผิวหนัง
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน / ผู้ที่มีระบบภูมิกันต่ำสามารถทำการครอบแก้วได้ แต่ต้องปรึกษาจากแพทย์ประจำตัวก่อน
วิธีการครอบแก้วทั่วไป (แบบใช้ไฟลน)
ทั้งนี้การครอบแก้วก็มีหลากหลายวิธี ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องครอบแก้วในตำแหน่งเดิมนาน ๆ เสมอไป เราสามารถครอบแก้วบนผิวหนังพร้อมกับลากถ้วยแก้วไปด้วยก็ได้ แต่แนะนำให้ใช้น้ำมันสมุนไพรทาลงบนผิวก่อนนะคะ เพื่อที่จะได้สามารถลากแก้วไปมาได้สะดวกขึ้น ในส่วนของทิศทางการลากนั้นก็จะเคลื่อนที่ไปตามแนวกล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจจะต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อขับไล่ความเย็นที่อยู่ในเส้นลมปราณ

นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้วิธีครอบแก้วแบบดึงออกอย่างรวดเร็วก็ได้ ซึ่งก็คือการครอบแก้วลงไปแล้วรีบดึงถ้วยแก้วออกทันที ทำแบบนี้ซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ในกรีณีที่เราใช้เวลาในการครอบแก้วทิ้งไว้หลายนาที วิธีการดึงถ้วยแก้วออกไม่ควรกระชากแรง ๆ แต่ให้กดผิวหนังรอบ ๆ ขอบถ้วยเพื่อให้อากาศสามารถเข้าไปได้ จากนั้นถ้วยแก้วก็จะค่อย ๆ หลุดออกมาเองค่ะ
References :
- การครอบแก้ว (Cupping Therapy) – คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- ข้อห้ามและข้อควรระวังในการครอบแก้ว – โรงพยาบาลตํารวจ Police General Hospital

