หากคุณกำลังมองหากล้องติดรถยนต์ที่ใช้งานทั่ว ๆ ไป ไม่ได้อยากใช้งานฟังก์ชันอะไรเป็นพิเศษ แบรนด์ Xiaomi ขึ้นชื่ออยู่แล้ว เรื่องสเปกที่ดีเกินราคา ดังนั้นแม้แต่กล้องรุ่นเริ่มต้นมันก็เก็บภาพที่คมชัดได้ประมาณนึงครับ แต่อาจจะต้องอยู่ในระยะที่ใกล้หน่อย จึงจะอ่านป้ายทะเบียนออก
อย่างไรก็ตามเราได้รวบรวมข้อเท็จจริงที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับกล้องติดรถยนต์แบรนด์ Xiaomi พร้อมแล้วไปดูกัน
1. ความละเอียดวิดีโอสูงสุด
กล้องที่มีความละเอียดสูง ๆ ใช่ว่าภาพจะคมชัดกว่า กล้องที่มีความละเอียดต่ำกว่านะครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างบางรุ่นระบุว่า สามารถบันทึกวิดีโอได้สูงสุดระดับ 4K แต่มันบันทึก 4K ได้ในอัตราส่วนภาพที่ 4:3 เท่านั้น หากต้องการอัตราส่วนภาพ 16:9 จะต้องมีการครอปภาพ ทำให้ความละเอียดภาพลดลง ในขณะที่กล้องบางรุ่น ถึงแม้มีความละเอียดต่ำกว่า แต่ไม่ต้องครอปภาพเลย ทำให้ภาพที่ได้ จึงดูคมชัดกว่า นอกจากนี้ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกเยอะแยะครับ ที่ส่งผลต่อภาพครับ ฉะนั้นเลือกให้เหมาะกับตัวเองดีที่สุด อย่างถ้าคุณเน้นขับในเมืองเพียงอย่างเดียว เจอแต่รถติดทุกวัน กล้องความละเอียดสูง ๆ ก็ไม่จำเป็นครับ
2. กล้องจากแบรนด์ในเครือ Xiaomi หลาย ๆ รุ่นมีสเปกเหมือน ๆ กัน

ซึ่งนอกจากจะมีสเปกที่ใกล้เคียงกันแล้ว บางรุ่นก็เหมือนกันยันหน้าตาเลย อย่างเช่น 70mai M300 กับ DDPAI MINI Pro หรือบางรุ่นก็เหมือนแค่ชื่อ อย่าง 70mai Dash Cam 1S กับ Xiaomi Dash Cam 1S ที่เปลี่ยนแค่แบรนด์ ซึ่งเราก็ต้องเลือกดี ๆ ครับ เพราะมันอาจจะทำให้เกิดความสับสนได้ง่าย ๆ เลย
3. ศูนย์บริการแยกส่วนกัน
จริงอยู่ครับ ทุกแบรนด์ทั้ง 70mai, DDPAI หรือ Yi ทั้งหมดอยู่ในเครือ Xiaomi เหมือนกัน แต่เมื่อมีปัญหามันไม่สามารถเข้าศูนย์บริการเดียวกันได้นะครับ แต่มันจะขึ้นอยู่กับร้านตัวแทนจำหน่ายที่คุณได้ซื้อกล้องมาว่า จะส่งไปซ่อมที่ไหน ? เพราะฉะนั้นหากคุณซื้อทางช่องทางออนไลน์ อย่าง Shopee – 70Mai Official , Lazada – 70Mai Official (<< คลิกที่ลิ้งค์เพื่อเลือกหาสินค้าได้) หรืออื่น ๆ คุณก็จะต้องส่งเครมผ่านบริษัท หรือร้านค้าที่คุณซื้อมาเท่านั้นครับ ไม่สามารถส่งไปที่ศูนย์บริการของ Xiaomi ได้
4. อุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่สามารถใช้ข้ามแบรนด์กันได้
คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ว่า กล้องติดรถยนต์ส่วนใหญ่ มักจะถูกออกแบบมาให้ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ภายในแบรนด์เดียวกันเท่านั้นครับ ไม่สามารถใช้ข้ามแบรนด์กันได้ แม้ว่าจะอยู่ในเครือเดียวกันก็ตาม ดังนั้นหากกล้องติดรถยนต์ของคุณ เกิดเสียเฉพาะกล้องหน้า แต่กล้องหลังยังใช้ได้ ถ้าคุณต้องการจะใช้กล้องหลังอันเดิม แนะนำให้คุณเลือกกล้องหน้ารถ ที่อยู่ในแบรนด์เดียวกันเท่านั้นนะครับ แต่ถ้าอยากที่จะลองใช้งานแบรนด์อื่น ๆ ดูบ้าง คุณก็ต้องเปลี่ยนทั้ง กล้องหน้า กล้องหลัง รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ด้วย
5. โหมดจอดรถที่ดูเหมือนจะมีประโยชน์
หากคุณต้องการจะติดกล้องหน้ารถ เพราะสนใจในโหมด Parking Monitoring โดยเฉพาะ คุณต้องเข้าใจก่อนว่า โหมดจอดรถจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกระแทกทำงานอยู่ เพื่อคอยสั่งให้กล้องทำงาน เมื่อมันตรวจจับแรงกระแทกได้ ซึ่งนี่แหละครับปัญหา เพราะในกล้องแต่ละรุ่นก็จะมีการใช้เซ็นเซอร์ต่างกันไป โดยบางรุ่นก็รับแรงกระแทกได้ดี สั่นเบา ๆ มันก็ทำงาน แต่บางรุ่นต้องมีการกระแทกรุนแรงจริง ๆ ตัวกล้องถึงจะทำงาน ซึ่งมีหลาย ๆ เคสเลยครับที่จอดรถทิ้งไว้ เมื่อกลับมาที่รถก็เจอร่องรอยการเฉี่ยวชน แต่กล้องกลับไม่ได้จับภาพไว้เลย
ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการใช้งานโหมดนี้จริง ๆ แนะนำให้เลือกรุ่นที่ปรับระดับการตรวจจับแรงกระแทกได้จะช่วยกรองได้ระดับนึงครับ รวมไปถึงให้เลือกรุ่นที่มีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว พร้อมการแจ้งเตือนมามือถือทันที อย่าง 70mai Dash Cam Omni หรือรุ่นที่มีการเตือนให้ตรวจสอบภาพในกล้อง อย่าง Mi Dash Cam2 2K