กล้องติดรถยนต์ มีความจำไหม ? หากจะซื้อต้องดูอะไรบ้าง ?

กล้องติดรถยนต์ เป็นไอเทมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วครับ ซึ่งเหตุผลหลัก ๆ นั่นก็เพราะประโยชน์ที่มีมากมายของกล้องติดรถ ซึ่งมันเป็นกล้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกภาพและเสียงขณะที่คุณขับรถอยู่บนท้องถนนโดยเฉพาะ และมีวัตถุประสงค์หลักก็คือ การบันทึกทุก ๆ อย่างที่เกิดขึ้นที่หน้ารถของคุณ ถ้าพูดง่าย ๆ มันก็เปรียบเสมือนกับกล้องวงจรปิด ที่เราใช้กันตามบ้านนั่นแหละครับ เพียงแต่มันมาอยู่ในรถเท่านั้นเอง และนี่คือ 4 เหตุผลสำคัญว่า ทำไมรถทุกคันควรติดกล้อง ซึ่งเหตุผลทั้ง 4 ข้อนี้ อาจจะตอบคุณได้ว่า คุณจะต้องลงทุนกับมันมากน้อยขนาดไหนดี ?

1. คุณจะมีหลักฐานอยู่ในมือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือมีเหตุการณ์ต่าง ๆ 

นี่ก็คือเหตุผลสำคัญที่คนขับรถหลายล้านคนทั่วโลก ตัดสินใจลงทุนกับ กล้องติดรถยนต์ ซึ่งถ้าหากเพื่อน ๆ ได้ติดตามข่าวสารเป็นประจำก็จะเห็นว่า ในทุก ๆ วันจะมีข่าวเกียวกับ การใช้รถใช้ถนนเกิดขึ้นอยู่เสมอ แถมยังเกิดขึ้นแทบทุกพื้นที่ ซึ่งแน่นอนครับ วันนึงมันอาจจะเกิดขึ้นกับคุณก็ได้

ดังนั้นการมีกล้องมาคอยบันทึกภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหน้ารถ ถือเป็นสิ่งที่ดีเพราะภาพที่ได้จากกล้องติดรถยนต์ นับเป็นหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้ว มากกว่ากล้องวงจรปิดตามถนนซะอีก แถมคุณเอาออกมาใช้ได้ง่าย ๆ แค่เข้าแอปฯ บนมือถือ เลือกช่วงเวลาที่เกิดเหตุ จากนั้นดาวน์โหลด เท่านี้คุณก็จะมีหลักฐานที่ใช้ปกป้องตัวเองแล้ว

แต่หากคุณไม่มีกล้องหน้ารถ คุณจะต้องไปแจ้งความก่อน เพื่อนำใบแจ้งความมายื่นให้กับเจ้าของกล้องวงจรปิด เพื่อของดูฟุตเทจกล้อง ซึ่งมันยุ่งยากและเสียเวลามาก ๆ แถมกล้องที่คุณไปขอดูมันจะจับภาพได้มั๊ย นั่นก็อีกเรื่องนึง

2. ป้องกันคุณจากคนที่ขับรถที่ไม่เคารพกฎจราจรบนท้องถนน

ซึ่งในข้อนี้ผู้ใช้รถทุก ๆ คนต่างก็ทราบดีครับว่า ในสังคมของเราทุกวันนี้ แทบทุกพื้นที่ ต้องมีคนที่ขับรถอัตรายอยู่เสมอ เช่น ขับเร็ว ขับปาดหน้า ขับเบียดซ้ายเบียดขวา และอีกสารพัด ซึ่งถ้าหากมีปัญหา ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคุณโดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับผู้ใช้รถคันอื่น ๆ กล้องของคุณอาจเป็นหนึ่งในพยานหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่คุณสามารถนำมาใช้ ในการเอาผิดคนเหล่านั้นได้ ซึ่งเรามักจะเห็นได้จากข่าวอยู่บ่อย ๆ ที่พอเกิดเรื่องชอบพูดว่าตนเองไม่ผิด แต่พอเราได้ดูคลิบจากกล้องหน้ารถของพลดีเมืองดี กลับเป็นคนละเรื่องกันเลย

3. ป้องกันมิจฉาชีพ

“รู้หน้า ไม่รู้ใจ” เหมาะมาก ๆ สำหรับยุคนี้ครับ เพราะโจรเดี๋ยวนี้มีหลายรูปแบบมาก ๆ มีการสรรหาวิธีการสุดแยบยลมากมาย เพื่อมาใช้กับเหยื่อ แต่วิธีคลาสสิคที่มีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ ก็คือ การจงใจทำให้เกิดอุบัติ เพื่อรีดไถเงินจากคุณ โดยคนร้ายจะใช้รถอย่างน้อย 2 คัน โดยคันแรกจะขับมาขนาบข้างรถของเรารอเอาไว้ จากนั้นจะใช้รถอีกคันพยายามมาเบียดรถของเรา ซึ่งถ้าเหยื่อตกใจ ก็จะหักรถไปเบียดเข้ากับรถอีกคันของคนร้าย ซึ่งถ้าหากเราไม่มีกล้องหน้ารถ แน่นอนครับ เราจะกลายเป็นเหยื่อหรือคนผิดทันที และอาจจะต้องเสียเงินไปแบบงง ๆ เพราะมิจฉาชีพพวกนี้จะมาลุมข่มขู่คุณ พยายามจะให้คุณจ่ายตรงนั้นทันที

ซึ่งถ้าหากใครเจอเหตุการณ์แบบนี้และคุณมีกล้องหน้ารถเก็บภาพไว้ได้ทั้งหมด แนะนำให้ขับรถต่อไปก่อนครับ เพื่อไปจอดในที่ชุมชนหรือจอดในที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เพื่อที่มิจฉาชีพมันจะได้ไม่กล้าทำอะไรเรา และในระหว่างขับรถให้คุณพยายามโทรแจ้งตำรวจไปด้วย ซึ่งคุณอาจจะนัดสถานที่กับคุณตำรวจ เพื่อประสานให้ตำรวจไปคอยก็ได้ครับ

4. ปกป้องรถของคุณในขณะจอด

ในที่จอดรถสาธารณะ อาจจะเป็นฝันร้ายของใครหลายคน เพราะนอกจากจะต้องเจอแสงแดด มูลสัตว์ หรือยางไม้ จนต้องหาผ้าคลุมรถยนต์ หรือร่มรถยนต์ มาใช้งานแล้ว คุณยังต้องเจอกับปัญหาที่เกิดจากคนอีกด้วย ที่ผ่านมาก็มีข่าวอยู่เรื่อย ๆ ครับว่า มีคนจอดรถทิ้งไว้ในห้างฯ หรือที่จอดรถสาธารณะ แต่พอย้อนมาเอารถ กลับพบมีรอยถูกเชี่ยวชน มีขีดรอยข่วน หรือเลวร้ายที่สุดก็คือ ถูกทุบกระจก เพื่อขโมยเอาทรัพย์สินที่อยู่ในรถ ซึ่งแน่นอนครับว่า ไม่ใช้ทุกที่จะมีกล้องวงจรปิด และถึงมี บางครั้งมันก็ใช้ไม่ได้ ดังนั้นการจะหาคนทำมันจึงเป็นเรื่องยากมาก ๆ ครับ

ฉะนั้นเพื่อป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ การติดตั้งกล้องหน้ารถ ถือเป็นวิธีที่ดีครับ ถึงแม้จะป้องกันได้ไม่ 100% แต่อย่างน้อย ๆ คุณก็จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถของคุณ และดีไม่ดีก็อาจจะเห็นหน้าของคนร้ายด้วย เพราะกล้องหน้ารถหลายรุ่นมาพร้อมฟังก์ชันบันทึกภาพอัตโนมัติ เมื่อมีแรงกระแทกที่ตัวรถ รวมถึงบางรุ่นก็มีระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว เมื่อกล้องตรวจพบมันจะเก็บภาพไว้ทันที

ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ ล้องติดรถยนต์

แน่นอนว่า เราติดกล้องหน้ารถก็เพื่อให้มันคอยบันทึกภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไว้ให้ แต่ถ้าเราเลือกซื้อกล้องจากรุ่นที่ราคาถูก ๆ เท่านั้น ภาพวิดีโอที่กล้องบันทึก ก็อาจจะไม่มีประโยชน์เลยก็ได้ครับ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน เพราะฉะนั้นในการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญที่สุดก็คือ คุณภาพของภาพ ครับ

1. ความละเอียด หรือความคมชัดของภาพ (ทั้ง กลางวัน และกลางคืน)

ในปัจจุบันกล้องติดรถยนต์รุ่นเริ่มต้นส่วนใหญ่ จะให้ความละเอียดสำหรับกล้องหน้ามาที่ระดับ Full HD 1080P และกล้องหลังที่ระดับ HD 720P ครับ ทำงานคู่กับเทคโนโลยีปรับคุณภาพวิดีโอต่าง ๆ ซึ่งถ้าถามว่า ความละเอียดระดับนี้ พอต่อการใช้งานมั๊ย ? เราขอตอบว่าเพียงพอในบางสถานการณ์เท่านั้นครับ โดยส่วนใหญ่กล้องรุ่นเริ่มต้นมักจะทำได้ดีเฉพาะตอนกลางวัน เพราะมันจะรับแสงได้ไม่ดี ภาพกลางคืนจึงค่อนข้างมืด และถ้าจะอ่านป้ายทะเบียนให้ออก มันก็จะต้องอยู่ในระยะที่ใกล้มากพอครับ

ตัวอย่างภาพจากกล้องติดรถยนต์ Dengo Protector S2 ราคาหลักร้อย
เพราะฉะนั้นเราขอสรุปง่าย ๆ นะครับ ถ้าหากคุณเน้นใช้รถในเมืองเท่านั้น ขับบนถนนเส้นหลัก มีแสงไฟจากถนนมากพอ และเจอแต่รถติดเป็นหลัก คุณก็ไม่จำเป็นต้องซื้อกล้องหน้ารถที่มีความละเอียดสูง ๆ ก็ได้ครับ แต่ถ้าหากคุณต้องขับรถออกต่างจังหวัดด้วย กล้องที่มีคุณภาพสูงก็จะเหมาะกว่าครับ เพราะด้วยความละเอียดของภาพที่กล้องแพง ๆ สามารถจับได้ รวมไปถึงเทคโนโลยีสุดล้ำที่เข้ามาปรับภาพให้คมชัดมากขึ้น สามารถมองเห็นป้านทะเบียนได้ชัดเจน ถึงแม้จะอยู่ในระยะไกล

2. ความลื่นไหลของภาพ ดูได้จาก Frame rate (ค่า FPS)

ค่าที่สำคัญอีกอย่างคือ เฟรมเรท (Frame rate) ครับ ซึ่งบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของกล้องในการบันทึกภาพเคลื่อนไหว โดยมีการบอกเป็นจำนวนภาพต่อวินาที ใช้หน่วย เฟรมต่อวินาที (Frame per Second) หรือ FPS นั่นเองครับ ยิ่งค่า FPS มีตัวเลขสูงเท่าไหร่ ภายวิดีโอที่มันบันทึกก็จะมีความสมูท ลื่นไหลมากขึ้น และก็ยังช่วยให้การบันทึกภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวมีความคมชัดขึ้นด้วย ช่วยให้กล้องสามารถจับภาพป้ายทะเบียนขณะรถวิ่งได้นั่นเอง โดยปกติแล้วกล้องติดรถยนต์ มักจะมี FPS ให้เลือกใช้กันตั้งแต่ 25-60FPS ไม่เกินนี้ครับ เพราะจะทำให้ไฟล์ใหญ่จนเกินไป

3. ความสว่างของภาพ ดูได้จาก ค่ารูรับแสง (ค่า F)

มุมมองภาพต้องกว้าง ครอบคลุมตั้งแต่ หน้ารถ ไปจนถึงด้านข้างตัวรถ
ความสว่าง และมุมมองภาพ จะต้องกว้าง เพื่อให้เห็นรายละเอียดในที่มืด

ค่ารูรับแสง (Aperture) หรือที่เราจะเรียกว่า ค่า F เป็นค่าที่ควบคุมปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามาในเลนส์ เพื่อส่งต่อไปยังเซนเซอร์รับภาพ ทำให้มันส่งผลต่อความสว่างในภาพ ถ้าหาก ค่า F สูง หมายถึง รูรับแสงแคบ ทำให้แสงเข้ามาได้น้อย ภาพก็จะมืด แต่หาก ค่า F น้อย หมายถึง รูรับแสงกว้าง ทำให้แสงเข้ามาได้มาก ภาพก็จะมีความสว่าง ครับ

อธิบายง่าย ๆ ถ้าคุณจะซื้อกล้องติดรถ คุณควรเลือกรุ่นที่มี ค่า F น้อย ๆ เพื่อให้กล้องมีรูรับแสงกว้าง มันจะได้รับแสงในที่แสงน้อยได้เพิ่มขึ้น ทำให้การเก็บภาพตอนกลางคืนมีรายละเอียดที่มากขึ้นครับ แต่ข้อเสียคือ เมื่อจับภาพดวงไฟ ภาพอาจจะมีอาการแสงฟุ้งได้ ซึ่งกล้องแพงก็จะใส่เทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหานี้ครับ

4. มุมมองภาพที่กล้องสามารถเก็บภาพได้

ถัดมาคือ มุมมองกล้อง ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่บ่งบอกว่า ตัวกล้องมีขอบเขตในการบันทึกภาพได้กี่องศา ? ถ้าหากมุมของกล้องติดรถยนต์ที่คุณเลือกมา เลนส์มีมุมกว้างมาก ๆ เช่น 160 องศาขึ้นไป จะหมายถึง มันสามารถเก็บภาพด้านหน้ารถได้ทั้ง เลนที่รถวิ่งอยู่ และครอบคลุมไปถึงเลนด้านซ้ายและขวาด้วย โดยปกติกล้องติดรถยนต์ส่วนใหญ่ มีมุมมองภาพ ตั้งแต่ 120-170 องศา ครับ ซึ่งคุณสามารถเลือกให้เหมาะกับการขับขี่ของคุณได้ หากขับบนทางด่วนที่มีหลาย ๆ เลนถนน กล้องที่มีมุมกว้าง ๆ ก็จะเก็บภาพได้ดีกว่า แต่ถ้าคุณขับบนถนน 2 เลน หรือ 4 เลน กล้องที่มีมุม 130-140 องศา ก็เพียงพอแล้วครับ

5. องค์ประกอบอื่น ๆ และการติดตั้งกล้อง

องค์ประกอบอื่น ๆ ก็เช่น หน้าจอแสดงผล ครับ ซึ่งข้อดีคือ มันสามารถตั้งค่าง่าย ใช้ดูภาพได้ แถมกล้องบางรุ่นมาพร้อมฟีเจอร์พิเศษ อย่างเช่น กล้องถอยหลัง ระบบเตือนการชน ระบบเตือนออกนอกเลน ฯลฯ การมีหน้าจอในตัวก็สามารถช่วยให้คุณใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ได้ แต่ข้อเสียก็คือ ขนาดตัวกล้องที่จะใหญ่ตามขนาดหน้าจอ ทำให้มันอาจจะบดบังทัศนวิสัยในการขับได้ แต่หากจะเลือกจอเล็กเกินไป ฟีเจอร์เหล่านั้นก็จะใช้งานจริงได้ยาก

ส่วนกล้องติดรถที่ไม่มีหน้าจอส่วนใหญ่จะใช้งานคู่กับแอปพลิเคชันครับ ซึ่งคนมีอายุอาจจะใช้ยากสักนิดนึงครับ ดังนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเลย และส่วนสุดท้ายก็คือ การติดตั้ง ในปัจจุบันกล้องติดรถมีหลายแบบมาก ๆ ทั้ง แบบกระจกมองหลัง และแบบปกติที่มีการติดตั้งด้วย กาว, แผ่นสุญญากาศ หรืออื่น ๆ ซึ่งในส่วนนี้คุณก็ต้องดูการใช้งาน และความสะดวกของคุณเองว่าชื่นชอบแบบไหน ?

Next Post