ซีรีส์จีนเรื่อง “ถักทอรักที่ปลายฝัน (Go Ahead)” เป็นซีรีส์จีนได้รับความนิยมมากที่สุดเรื่องหนึ่งในปี 2020 ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมและการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยในเรื่องมีการถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าประทับใจและอบอุ่นใจของครอบครัวที่มีเอกลักษณ์ซึ่งประกอบด้วยพี่น้อง 3 คนที่นำแสดงโดยซ่งเว่ยหลง, จางซินเฉิง และถานซงอวิ้น ทั้งสามไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแม้แต่น้อยแต่ถูกเลี้ยงดูโดยพ่อ 2 คนและปราศจากความอบอุ่นจากแม่ แต่เด็กทั้ง 3 ก็เติบโตขึ้นมาได้อย่างสวยงามจากความรักและความเอาใจใส่ซึ่งกันและกันของคนในครอบครัว ในการสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดย Weibo ของจีน ชาวเน็ตได้โหวตให้ซีรีส์จีนเรื่องนี้เป็นซีรีส์เรื่องโปรดในปี 2020 และด้วยเรื่องราวที่น่าประทับใจจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Go Ahead ติดอยู่ในอันดับที่ 2 ใน 10 อันดับของซีรีส์ที่ดีที่สุดในปี 2020 แรก โดยซีรีส์เรื่อง Love and Redemption (ปลดนึกหัวใจหวนรัก) เป็นซีรีส์ที่ครองอันดับหนึ่งในปี 2020
ถักทอรักที่ปลายฝัน (Go Ahead) เป็นซีรีส์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างสวยงามและเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อคุณได้ดูคุณจะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของครอบครัว มิตรภาพและความรักที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นซีรีส์สุดอลังการที่คุณต้องไม่พลาด และนี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้เราคิดว่า Go Ahead เป็นหนึ่งในซีรีส์จีนยอดนิยมแห่งปี 2020 หากคุณพร้อมแล้วก็ไปดูรีวิวกันเลยค่ะ แต่ขอบอกก่อนเลยว่าเรื่องนี้มีสปอยล์แน่นอน
เรื่องย่อถักทอรักที่ปลายฝัน (Go Ahead)
ถักทอรักที่ปลายฝัน (Go Ahead) บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่เป็นครอบครัวกันด้วยความบังเอิญ แม่ของหลี่เจียนเจียน (ถานซงอวิ้น) เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเป็นสาว หลี่เจียนเจียนเลยอาศัยอยู่กับหลี่ไห่เฉา (ถู่ซงเหยียน) ผู้เป็นพ่อที่เปิดกิจการร้านบะหมี่เป็นของตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานครอบครัวหลิงก็ย้ายไปอยู่ในละแวกนั้นและกลายเป็นเพื่อนบ้านของหลี่เจียนเจียน ตระกูลหลิงประกอบด้วยคู่สามีภรรยาอย่างหลิงเหอผิง (จางซีหลิน), เฉินถิง (หยางถงซู่) และหลิงเซียว (ซ่งเว่ยหลง) ลูกชายของพวกเขา สำหรับหลิงเหอผิงและเฉินถิงนั้นทะเลาะกันตลอดเวลา พ่อของหลี่เจียนเจียนสงสารหลิงเซียวมากจึงได้ให้ที่พักพิงและอาหาร
หลิงเหอผิงและเฉินถิงทะเลาะกันทุกวันและในที่สุดเฉินถิงก็ทิ้งหลิงเซียวและหลิงเหอผิงไป หลี่ไห่เฉาเลยต้องดูแลหลิงเซียวเกือบตลอดเวลา เนื่องจากหลิงเหอผิงต้องทำงาน เมื่อเวลาผ่านไปทั้ง 2 คนก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นเพราะหลี่ไห่เฉานั้นมีแม่สื่อที่พยายามจะหาคู่ให้ เพราะคนแถวบ้านนั้นกลัวว่าหลี่ไห่เฉาจะลำบากหากต้องเลี้ยงลูกโดยลำพัง แม่สื่อได้พยายามจับคู่หลี่ไห่เฉากับเฮ่อเหม่ย (ลูน่าหยวน) เฮ่อเหม่ยมีลูกชายคนหนึ่งชื่อเฮ่อจื่อชิว (จางซินเฉิง) ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลิงเซียว ตอนแรกเฮ่อเหม่ยก็สนใจในตัวหลี่ไห่เฉา แต่มีเหตุการณ์บางอย่างทำให้เธอได้ออกเดินทางไปเซินเจิ้น เธอได้ทิ้งเฮ่อจื่อชิวไว้ หลี่ไฮ่เฉาเลยสงสารและตัดสินใจที่จะเลี้ยงเฮ่อจื่อชิวเป็นลูกอีกคน หลี่ไห่เฉาปฏิบัติตัวต่อหลิงเซียวและหลี่ไห่เฉาเหมือนเลี้ยงลูกชายของเขาเอง ดังนั้นหลี่เจียนเจียนจึงมีพี่ชาย 2 คนและทั้ง 3 คนได้เติบโตมาด้วยกัน กินด้วยกันและนอนด้วยกัน ทั้ง 3 คนมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง แต่ความผูกพันนั้นจะคงอยู่เมื่อพวกเขาไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือไม่? จะเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ของพวกเขาเมื่อการแยกจากกันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้? หลิงเซียวและหลี่ไห่เฉาจะสามารถเอาชนะรอยแผลเป็นทางจิตใจและให้อภัยแม่ของพวกเขาได้หรือไม่? ต้องตามไปดูค่ะ
ข้อมูลทั่วไปของซีรีส์ Go Ahead : ถักทอรักที่ปลายฝัน
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก ดราม่า แนวครอบครัว |
|---|---|
| สร้างโดย | Hengdian Studio และ Shanghai Youhug Media |
| เขียนบท | Shui Qianmo และ Wang Xiongcheng |
| กำกับการแสดงโดย | Ding Ziguang |
| ช่องทางออกอากาศ | WeTV Netflix และ iQIYI |
| จำนวนตอน | 40 ตอน ตอนละ 45 นาที |
| นักแสดงนำ | ถานซงอวิ้น (หลี่เจียนเจียน) ซ่งเว่ยหลง (หลิงเซียว) จางซินเฉิง (เฮ่อจื่อชิว) ถู่ซงเหยียน (หลี่ไห่เฉา) จางซีหลิน (หลิงเหอผิง) |
| นักแสดงสมทบ | เหอรุ่ยเซียน (ถังช่าน) ซุนอี๋ (ฉีหมิงเยว่) อันเกอ (จวงเป่ย) หยางถงซู่ (เฉินถิง) ลูน่าหยวน(เฮ่อเหม่ย) แอมเบอร์ ซ่ง (ฉินเหม่ยหยิง) หลิวจินหลง (จ้าวหัวกวง) |
เหตุผลที่ต้องดูถักทอรักที่ปลายฝัน (Go Ahead) ?
คำเตือน : มีสปอยล์
1. มีตัวละครและบทบาทที่น่าสนใจมาก
ถักทอรักที่ปลายฝัน (Go Ahead) เป็นซีรีส์ที่มีการสื่อสารกับสังคมและตีแผ่ความจริงของสังคมที่เกิดขึ้นจริงในยุคนี้ ซีรีส์จีนเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัวที่อาศัยอยู่ร่วมกัน 5 คน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกันในสายเลือด แต่ทุกคนต่างก็รักซึ่งและเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังนำเสนอความรักในครอบครัว การต่อสู้กับความยากลำบากและการประนีประนอม จุดที่น่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้คือมีเรื่องราวของเด็กทั้ง 3 คนที่เติบโตขึ้นมาพร้อมพบกับความอยุติธรรมในชีวิตและต้องแบกรับภาระไว้มากมาย สมาชิก 5 คนในบ้านนั้นประกอบด้วยหลี่เจียนเจียน, หลิงเซียว, เฮ่อจื่อชิว, หลี่ไห่เฉา (พ่อของหลี่เจียนเจียน) และหลิงเหอผิง (พ่อของหลิงเซียว) ต่อไปเราจะไปเจาะลึกตัวละคร 3 ตัวคือหลี่เจียนเจียน, หลิงเซียวและเฮ่อจื่อชิวค่ะ เพราะตัวละคร 3 ตัวนี้ถือเป็นตัวละครหลักที่ดำเนินทุกอย่างภายในเรื่อง
- หลี่เจียนเจียน (ถานซงอวิ้น) ขอบอกเลยว่าถานซงอวิ้นไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังกับบทบาทหลี่เจียนเจียนอย่างแน่นอน ถึงแม้เธอผ่านการเป็นวัยรุ่นมาแล้ว แต่ก็ยังเล่นเป็นเด็กนักเรียนได้อย่างสมบทบาท ในเรื่องเราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครหลี่เจียนเจียน จากเด็ก ม.ปลายเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งถานซงอวิ้นก็สามารถแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนของตัวละครเพื่อสะท้อนถึงอายุและวุฒิภาวะของเธอได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้เขียนคิดว่าถานซงอวิ้นเหมาะกับบทบาทนี้มากด้วยลุคที่น่ารักและร่าเริงของเธอ นั่นเป็นเพราะบทบาทหลี่เจียนเจียนนั้นเป็นหญิงสาวที่มีความสุข ร่าเริงและมองโลกในแง่ดี ถ้าคุณได้เป็นแฟนซีรีส์ของเธอสามารถไปดูซีรีส์เรื่องร้อยรักปักดวงใจและองครักษ์เสื้อแพรได้ค่ะ ขอบอกเลยว่าเธอทำผลงานได้ดีทุกเรื่อง
- หลิงเซียว (ซ่งเว่ยหลง) ซ่งเว่ยหลงเป็นนักแสดงที่ได้รับการยอมรับมากในจีน เพราะเขามีความสามารถสูง เขาเหมาะกับบทบาทหลิงเซียวมากและถ่ายทอดบทบาทคนที่เป็นโรควิตกกังวลได้เป็นอย่าง เคมีของเขากับถานซงอวิ้นนั้นดีมาก ถึงแม้ในชีวิตจริงถานซงอวิ้นจะมีอายุมากกว่าซ่งเว่ยหลง แต่ในเรื่องซ่งเว่ยหลงแสดงเป็นพี่ชายได้อย่างสมบทบาทมาก ผู้เขียนคิดว่าตัวละครหลิงเซียวเป็นบทบาทที่ท้าทายสำหรับซ่งเว่ยหลงมาก เพราะเขาแสดงออกทางดวงตา แสดงออกทางสีหน้าและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาดีมากจนคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ
- เฮ่อจื่อชิว (จางซินเฉิง) ผู้เขียนคิดว่าจางซินเฉิงในบทบาทเฮ่อจื่อชิวนั้นเหมาะมาก เฮ่อจื่อฉิวเป็นตัวละครที่แสดงออกทางคำพูดมากกว่าเมื่อเทียบกับตัวหลิงเซียว ดังนั้นจางซินเฉิงจึงมีโอกาสในการแสดงอารมณ์ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเหมาะกับบุคลิกของเฮ่อจื่อชิว เคมีของจางซินเฉิงกับถานซงอวิ้นในเรื่องนั้นดีมาก บทบาทพี่น้องของพวกเขาเป็นที่ประจักษ์และให้ความอบอุ่นใจในการชม
นักแสดงที่เหลือก็ทำผลงานและแสดงบทบาทได้ดีมาก โดยเฉพาะนักแสดงชาย 2 คนที่รับบทบาทหลี่ไฮ่เฉา (ถู่ซงเหยียน) และ หลิงเหอผิง (จางซีหลิน) ทั้งสองเป็นตัวละครสำคัญในซีรีส์ ดังนั้นการแสดงของพวกเขาจึงมีความสำคัญพอ ๆ กัน ในซีรีส์เรื่องนี้ถือว่านักแสดงทั้งสองนั้นประสบความสำเร็จในการมอบความรู้สึกเหมือนพ่อให้กับตัวละครทั้งหมด ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดอารมณ์ที่อบอุ่นในซีรีส์ด้วยนั่นเองค่ะ
2. ความสัมพันธ์ระหว่างคน 3 คนที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
หนึ่งในความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากที่สุดใน Go Ahead เป็นเรื่องราวระหว่าง 3 พี่น้องคือพี่ชายคนโตหลิงเซียว พี่ชายคนรองเฮ่อจื่อชิวและหลี่เจียนเจียนน้องสาวคนสุดท้อง ทั้ง 3 คนมาจากครอบครัวที่มีปัญหาและโชคชะตาทำให้พวกเขามาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว พวกเขาทั้งสามได้รับความรักที่ไม่สามารถหาได้จากครอบครัวของตัวเอง พวกเขาทั้งสามเติบโตมาด้วยกัน พวกเขารัก ปกป้องและเยียวยาซึ่งกันและกัน อีกทั้งทั้งสามยังได้พบกับความสุขและความยากลำบากในชีวิตร่วมกัน และยังสนับสนุนเส้นทางของกันและกันได้เป็นอย่างดี
แน่นอนว่าเรื่องราวในเรื่องไม่ได้สวยหรูไปทั้งหมด เพราะมีกลิ่นดราม่าอยู่มาก ปมที่ใหญ่ที่สุดก็น่าจะเป็นตอนที่ 3 พี่น้องได้แยกจากกันโดยไม่เต็มใจในช่วงมัธยมปลาย เพราะหลิงเซียวและเฮ่อจื่อชิวได้กลับไปสู่ครอบครัวเดิม พวกเขาห่างกันไป 9 ปีเต็ม เมื่อมาเจอกันอีกครั้งทำให้เกิดความอึดอัดและต้องใช้เวลาในการปรับตัว สิ่งที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดเกี่ยวกับตัวละครทั้ง 3 คนคือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องคนใดก็ตาม พวกเขาจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดเสมอ
3. หลี่ไห่เฉาเป็นพ่อในอุดมคติ
หากมีรางวัลสำหรับพ่อที่ดีที่สุดในซีรีส์ ผู้เขียนขอมอบรางวัลนี้ให้กับหลี่ไห่เฉาหรือพ่อหลี่ นั่นเป็นเพราะว่าเขาทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการเลี้ยงดูลูก ๆ ทั้ง 3 ของเขาอย่างแท้จริงและเขาก็ปฏิบัติต่อหลิงเซียวและเฮ่อจื่อชิวเหมือนลูกของเขาเอง เขาเป็นคนใจเย็น มีความเห็นอกเห็นใจและมีความคิดที่เปิดกว้างมาก ไม่ว่าจะลำบากสักแค่ไหนเขาก็จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก ๆ ของเขา สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจที่สุดเกี่ยวกับหลี่ไห่เฉาคือความรักของเขาไม่เคยมีเงื่อนไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาไม่เคยกดดันให้หลี่เจียนเจียนเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดี แต่เขาปล่อยให้เธอเป็นอิสระและไล่ตามความฝันของตัวเอง ถึงแม้ว่างานแกะสลักไม้เป็นอาชีพที่ไม่มั่นคงมากนักหลี่ไห่เฉาก็ปล่อยให้หลี่เจียนเจียนมุ่งมั่นและทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จ เขาสอนลูก ๆ ของเขาให้รู้จักคิด วิเคราะห์และให้ทำเพื่อตัวเองเสมอเพื่อให้เด็กทั้งสามยืนหยัดได้เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับความยากลำบาก นอกจากนี้ความสัมพันธ์ของเขากับหลิงเหอผิงหรือพ่อหลิงค่อนข้างตลกและน่ารักมาก พวกเขามีพลังในการเป็นพ่อที่ดีมาก ในช่วงที่พวกเขาทะเลาะกันนั้นดูเหมือนคู่แต่งงานที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีมาก หลี่ไห่เฉาไม่เพียงแต่เป็นพ่อที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นแต่เขายังเป็นมีจิตใจที่อบอุ่นและเป็นผู้ฟังที่ยอดเยี่ยม ขอบอกเลยว่าหลี่ไห่เฉาเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีคนรักมากที่สุดในซีรีส์ Go Ahead
4. นำเสนอเรื่องราวของครอบครัวและมิตรภาพที่ดี
Go Ahead ได้ถ่ายทอดให้เห็นว่าคำว่าครอบครัวคืออะไรและได้แสดงให้เราเห็นว่าสิ่งที่จะเป็นครอบครัวได้นั้นไม่ได้เกิดจากสายเลือด เงินทองและไม่ได้เกิดจากความรักเพียงอย่างเดียว การจะเป็นครอบครัวที่แน่นแฟ้นอย่างแท้จริงต้องใช้ความรัก ความเมตตา ความเข้าใจ การเอาใจใส่ ความกล้าหาญและการใช้ชีวิตร่วมกัน ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่มีหลายแง่มุมซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสมดุลที่ยอดเยี่ยมในการแสดงช่วงเวลาที่เจ็บปวด อบอุ่นใจ โรแมนติกและตลกไปพร้อม ๆ กัน ขอบอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจแบบบอกไม่ถูกอย่างแน่นอน
นอกจากจะนำเสนอเรื่องราวของพี่น้องและครอบครัวแล้ว Go Ahead ยังนำเสนอเรื่องราวมิตรภาพของเพื่อนด้วย โดยเฉพาะเพื่อนของหลี่เจียนเจียนนั่นก็คือฉีหมิงเยว่และถังช่าน ในสมัยม.ปลายหลี่เจียนเจียนเป็นคนที่เรียนไม่เก่งแต่มีความสามารถในด้านศิลปะสูง ฉีหมิงเยว่เป็นนักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดของห้อง ส่วนถังช่านเป็นนักแสดงเด็กและเป็นนักเรียนที่ย้ายเข้ามาใหม่ในช่วง ม. 6 ทั้งสามเป็นเพื่อนกันและต่อมาก็มาอาศัยอยู่รวมกัน เพื่อนของหลี่เจียนเจียนเป็นเพื่อนที่ดีมากเพราะช่วยสนับสนุกและเข้าใจทุกอย่าง ถึงแม้มีเรื่องราวที่ทำให้ไม่เข้าใจกันบ้างแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อนของหลี่เจียนเจียนและพี่ชายทั้งสองเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ที่ขาดชิ้นส่วนใดไปไม่ได้เพราะจะเป็นภาพที่ไม่สมบูรณ์ค่ะ
5. มีเพลงประกอบซีรีส์ที่ยอดเยี่ยมมาก
ซีรีส์ที่ยอดเยี่ยมจะไม่สมบูรณ์หากไม่มีเพลงประกอบที่ยอดเยี่ยมและ Go Ahead ก็เป็นซีรีส์ที่ไม่ได้ขาดในด้านนี้อย่างแน่นอน ดนตรีและบทเพลงช่วยเพิ่มอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครและฉากต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เพลงเปิดของซีรีส์อย่างเพลง Fearless (无畏) ที่ขับร้องโดย Ma Di เป็นเพลงที่ดีมาก และได้แสดงถึงความเจ็บปวดและสิ้นหวังของหลิงเซียวและเฮ่อจื่อชิวได้เป็นอย่างดี ส่วนเพลงประกอบที่บรรเลงเมื่อซีรีส์จบเป็นเพลง I Will Be Right Here (我会守在这里)ที่ขับโดย Ma Buyi แสดงถึงความรักและความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ เพลงโปรดส่วนตัวของผู้เขียนคือเพลง My Everything ที่ขับร้องโดย Jin Jun Zhi เป็นเพลงภาษาอังกฤษที่สื่อถึงความรักของหลิงเซียวที่มีต่อหลี่เจียนเจียนและเพลง 雨 (Rain) ที่ขับร้องโดย Shen Yi Cheng เป็นบทเพลงที่แสดงให้เห็นถึงความเศร้าโศกของเฮ่อจื่อชิว ขอบอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้นอกจากจะมีเนื้อหาที่ดีแล้วเพลงประกอบซีรีส์ก็สมบูรณ์แบบ จับใจมากและอาจทำให้คุณน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
เสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของซีรีส์ Go Ahead คือการสำรวจธรรมชาติของมนุษย์และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่มีความลึกซึ้งและซับซ้อน มันเป็นซีรีส์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังนั่งรถไฟเหาะที่เต็มไปด้วยอารมณ์ อีกทั้งยังนำเสนอเรื่องราวของความสุข ความภาคภูมิใจในตนเอง ความกลัว ความสงสาร การถูกทอดทิ้งและนำเสนอเรื่องสุขภาพจิตในครอบครัวด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นองค์ประกอบทั้งหมดของมนุษย์ที่เราอาจพบในช่วงชีวิตไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
คำพูดที่ผู้เขียนชอบมากจากซีรีส์เรื่องนี้คือคำพูดของหลี่เจียนเจียนที่พูดว่า “ฉันได้ยินมาว่าผู้คนเติบโตขึ้นในเสี้ยววินาที คุณจะกลายเป็นผู้ใหญ่อย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อคุณอายุ 18 ปี แต่ในช่วงอายุนั้นคุณไม่ได้โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริง ๆ เพราะช่วงเวลาที่คุณโตขึ้นจะเกิดขึ้นในพริบตา จะไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่นอกจากตัวคุณเอง คุณจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในใจและมีภาระในชีวิตเพิ่มขึ้นและนั่นคือตอนที่คุณโตขึ้นแล้ว ช่วงเวลานั้นอาจเกิดขึ้นในวินาทีถัดไป พรุ่งนี้ มะรืนนี้ 10 หรือ 20 ปีต่อมา หรืออาจไม่เคยเกิดขึ้นเลย” คำพูดนี้ได้สรุปเกี่ยวกับซีรีส์และบอกเล่าว่าชีวิตในวัยผู้ใหญ่นั้นซับซ้อนเพียงใดและสอนให้เราได้รู้ถึงความเจ็บปวดจากการเติบโตขึ้น ขอบอกเลยว่า Go Ahead เป็นซีรีส์ที่สร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นใจให้สำหรับคนทุกวัยโดยแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของครอบครัว ความรักและมิตรภาพ ท้ายที่สุดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้รักและอยู่กับคนที่คุณรัก คุณสามารถรับชมซีรีส์เรื่องนี้ได้ผ่าน WeTV Netflix และ iQIYI ค่ะ มีทั้งหมด 40 ตอน ตอนละ 45 นาที ขอบอกเลยว่าสนุกทุกตอน