การตกแต่งบ้านให้สวยงามนั้นเป็นเรื่องที่ดีค่ะ เมื่อใครไปใครมาก็จะได้ชมว่าบ้านเราสวยดูดีมากค่ะ ช่วงนี้กระแสปลูกต้นไม้ก็กลับมาฮิตมาก หลายคนก็เลือกพันธุ์ไม้สวยงาม ฟอกอากาศเพื่อให้บ้านสดชื่นมากขึ้นค่ะ แต่นอกจากการตกแต่งด้วยต้นไม้แล้วการตกแต่งแบบอื่นก็มีความสำคัญเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน, ผ้าม่าน, โต๊ะเครื่องแป้ง, โต๊ะทำงาน, ชั้นวางทีวี, ชั้นวางของ, ตู้เสื้อผ้า, กระจกแบบเต็มตัว, โคมไฟตั้งโต๊ะ และกระถางต้นไม้ปลูกในบ้าน หรือแม้กระทั่งวอลเปเปอร์ติดผนังหรือทาสีภายใน เพื่อให้บ้านดูสวยงามขึ้นและดูเข้ากับสไตล์มากขึ้นค่ะ แต่ยังมีอีกหนึ่งไอเท็มที่คุณควรจะมีไว้เพื่อตกแต่งบ้าน เพราะมันจะช่วยเพิ่มสีสันให้กับบ้านของคุณโดยเฉพาะห้องนั่งเล่นและห้องนอนค่ะ ไอเท็มนั้นก็คือ “พรมปูพื้น” ค่ะ พรมปูพื้นนั้นเป็นไอเท็มที่มีราคาไม่แพงมากค่ะ สามารถเลือกขนาดได้ตามที่คุณต้องการ อีกทั้งยังมีสีสันมากมายให้คุณได้เลือกเพื่อความชอบส่วนตัวอีกด้วย

ตามที่เราบอกค่ะห้องที่มีการวางพรมมากที่สุดคือห้องนอนและห้องนั่งเล่นค่ะ เราขอแนะนำเลยว่าหากบ้านคุณมีขนาดใหญ่ ห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ที่เหมาะมากสำหรับการวางพรมมากเพราะห้องนี้มักจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางสังคมของบ้าน และรองรับแขกเพื่อพูดคุยเล่นหรือผ่อนคลาย การวางพรมในบ้านไม่ได้ทำแค่ความสวยงามเท่านั้นค่ะ เพราะมันจะช่วยให้คุณนั่งและเดินอย่างสบายเท้าด้วย หากพื้นที่ไหนที่คุณต้องการนั่งหรือนอนแต่นอนไม่ได้ เมื่อมีพรมก็ปูแล้วนอนหรือนั่งได้เลยไม่ต้องกลัวว่ามันจะระคายเคืองค่ะ พื้นที่ที่คุณปูพรมจะนุ่มสบายและอบอุ่น นอกเหนือจากนั้นพรมยังมีความทนทาน อีกทั้งยังให้ความสะดวกในการใช้งานด้วย สำหรับใครที่อยากซื้อพรมแล้วเลือกซื้อไม่ได้ วันนี้เรามีคำแนะนำและสินค้ามาฝากกันค่ะ ไปดูกันว่าพรมรูปแบบไหนจะเหมาะกับคุณที่สุด
วิธีเลือกพรมปูพื้นที่ดีที่สุด

1. ความทนทาน
พรมที่คุณเลือกซื้อควรมีความทนทานมาก เพื่อรองรับการใช้งานของคุณ คุณควรเลือกพรมปูพื้นที่มีการถักทออย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการสึกหรอหลังจากการใช้งานเพียงไม่กี่ครั้ง ดังนั้นหากครอบครัวของคุณใช้งานหรือนั่งห้องเล่นบ่อย ๆ อย่าลืมมองหาพรมที่มีคุณภาพสูงที่มีความทนทาน
2. วัสดุของพรม
เส้นใยหรือวัสดุของพรมที่คุณเลือกสำหรับพื้นห้องนั่งเล่นมีผลต่อรูปลักษณ์และความทนทานของพรมมาก ดังนั้นควรพิจารณาในเรื่องของวัสดุก่อนเลือกซื้อพรมด้วยค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่พรมมีวัสดุที่ใช้ทำดังนี้ค่ะ
- ไนลอน : พรมที่ทำจากไนล่อนเป็นพรมที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุด แต่อาจจะสกปรกได้ง่ายมาก พรมที่ทำจากไนล่อนแท้ ๆ จะนิ่มนวลและสบายเท้ามากเลยทีเดียว
- Triextra : เส้นใยและวัสดุชนิดนี้ได้มาจากใยข้าวโพด มันมีคุณสมบัติป้องกันคราบที่เหนือกว่าและยังมีความยืดหยุ่นด้วย
- โพลีเอสเตอร์ : โพลีเอสเตอร์หรือที่รู้จักกันในชื่อ PET เส้นใยนี้ทนต่อรอยเปื้อนและเมื่อใช้งานแล้วสบายเท้ามาก อย่างไรก็ตามมันก็ยากที่จะทำความสะอาดและไม่ทนทานนานเท่ากับตัวเลือกอื่น ๆ มันจะรู้สึกดีกับเท้าของคุณ แต่มันไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ที่มีการเดินหรือใช้งานเยอะ
- Olefin : โอเลฟินส์มีราคาถูก หากผ่านการย้อมสีมาจะไม่ซีดจางได้ง่าย มันไม่คงทนและใช้งานไม่ได้นานเหมือนไนลอน แต่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับพื้นที่ที่มีคนเดินผ่านเยอะ
3. ทำความสะอาดง่าย
เนื่องจากห้องนั่งเล่นเป็นห้องสำหรับครอบครัวที่ใช้มากที่สุดในบ้าน บางคนอาจจะนำอาหารและเครื่องดื่มมาทานในห้องนั่งเล่น ดังนั้นหากเลือกพรมที่สามารถทำความสะอาดง่ายจะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นมาก หากต้องการซื้อพรมในห้องนั่งเล่นที่มีการรับประกันคราบหรือมีคุณสมบัติทำความสะอาดได้ง่าย
4. สไตล์ของพรม
รูปแบบหรือสไตล์ของพรมผู้หลายรูปแบบมาก บางยี่ห้ออาจจะเป้นแบบเรียบ แบบคลื่นและแบบขนปุย สไตล์เรียบดูเป็นทางการมากที่สุดในขณะที่พรมแบบคลื่นและขนปุยสบายเท้ามากการพิจารณาสไตล์ของพรมนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งาน ความชอบส่วนตัวและการตกแต่งภายในบ้านค่ะ
5. ความอ่อนนุ่ม
หากครอบครัวของคุณมักจะเสียเวลาไปกับการเล่นเกมกระดานหรือนอนไม่หลับความนุ่มนวลของพรมอาจเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นให้เลือกพรมที่มีความอ่อนนุ่ม พรมอ่อนนุ่มนี้จะมีเส้นใยละเอียดกว่าเส้นใยพรมแบบดั้งเดิม อีกทั้คุณสามารถเพิ่มความนุ่มนวลของพรมได้ด้วยการซื้อเบาะวางพรมที่วางอยู่ใต้พรมเพื่อให้มันนุ่มสบายกว่าเดิม
6. การเลือกสี
สีของพรมนั้นนอกจากจะเพื่อความสวยงามแล้วมันยังสามารถบอกถึงรสนิยมส่วนตัวและสไตล์การตกแต่งของคุณได้ อีกทั้งสีของพรมนั้นยังบ่งบอกถึงการใช้งาน เช่น การใช้งานในห้อง การสัมผัสกับแสงธรรมชาติในห้องและอาจเป็นสีที่เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงด้วย หากบ้านคุณมีสัตว์เลือกสีของพรมที่ไม่แสดงให้เห็นว่าว่ามีขนของสัตว์เลี้ยงนั้นติดอยู่ หากคุณยังนึกสีไม่ออกให้เลือกพรมที่มีสีที่เป็นกลางอาจจะเป็นสีเบจและสีเทา หรือเลือกสีโทนอบอุ่น เช่น สีเบจหรือสีแดงเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นและซ่อนคราบที่อาจจะเกิดขึ้น
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
พรมปูพื้น รุ่น โฟล์คมิกซ์

| ขนาด | 120 x 180 ซม. |
|---|---|
| ความหนา | 1 ซม. |
| วัสดุที่ใช้ทำ | โพลีเอสเตอร์ 100% |
| กันลื่น | ✔ |
พรมปูพื้นห้อง สีน้ำตาล หนา 2 ซม.

| ขนาด | 100 x 120 ซม. |
|---|---|
| ความหนา | 2 ซม. |
| วัสดุที่ใช้ทำ | เมมโมรี่โฟม |
| กันลื่น | ✘ |
พรมในห้องนั่งเล่น พรมห้องนอน พรมนุ่มๆกันลื่น

| ขนาด | 100 x 200 ซม. |
|---|---|
| ความหนา | ไม่ระบุ |
| วัสดุที่ใช้ทำ | ผ้ากำมะหยี่ |
| กันลื่น | ✔ |
พรมปูพื้นห้อง หนานุ่ม เมมโมรี่โฟม

| ขนาด | 100 x 100 ซม. |
|---|---|
| ความหนา | 2 ซม. |
| วัสดุที่ใช้ทำ | เมมโมรี่โฟม |
| กันลื่น | ✔ |
พรมปูพื้นทูโทน ขนนุ่มฟู ขนหนา

| ขนาด | 140 x 200 ซม. |
|---|---|
| ความหนา | ไม่ระบุ |
| วัสดุที่ใช้ทำ | โพลีเอสเตอร์ |
| กันลื่น | ✔ |
พรมปูพื้นห้องแบบวงกลม ขนนุ่มหนา หลายสี

| ขนาด | 120 x 120 ซม. |
|---|---|
| ความหนา | ไม่ระบุ |
| วัสดุที่ใช้ทำ | โพลีเอสเตอร์ |
| กันลื่น | ✔ |
TTO พรมปูพื้นห้องสีทูโทน

| ขนาด | 120 x 160 ซม. |
|---|---|
| ความหนา | 4 ซม. |
| วัสดุที่ใช้ทำ | โพลีเอสเตอร์ |
| กันลื่น | ✔ |
พรมปูพื้นห้อง

| ขนาด | 80 x 120 ซม. |
|---|---|
| ความหนา | ไม่ระบุ |
| วัสดุที่ใช้ทำ | ผ้ากำมะหยี่ |
| กันลื่น | ✔ |
พรมปูพื้นจิ๊กซอว์ (มี 15 สี) ขนาด 30x30x1 ซม.

| ขนาด | 30 x 30 ซม. |
|---|---|
| ความหนา | 1 ซม. |
| วัสดุที่ใช้ทำ | โพลีเอสเตอร์, โฟม EVA |
| กันลื่น | ✔ |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
วิธีทำความสะอาดพรมปูพื้น
1. ดูดฝุ่น
หยิบของเล่น กระดาษหรือวัตถุอื่น ๆ ที่จะกีดขวางทางเดินของเครื่องดูดฝุ่นหากจุดที่เข้าถึงยากให้ใช้อุปกรณ์หัวฉีดเพื่อทำความสะอาดเช่น บริเวณขอบของพรมและแผ่นฐานรองที่มักจะเก็บรวบรวมฝุ่นไว้ เริ่มดูดฝุ่นทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ก่อนอื่นให้ดูดทั้งห้องไปข้างหน้าและย้อนกลับจากนั้นทำซ้ำกระบวนการทางซ้ายไปขวาจนกว่าจะทั่ว อย่าลืมดูดฝุ่นเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อความสะอาดของพรมและพื้นที่ค่ะ

2. เลือกน้ำยาทำความสะอาดพรมที่เหมาะสม
ปกติแล้วมีการขายผงซักฟอกสำกรับซักและทำความสะอาดพรมโดยเฉพาะ ส้วนใหญ่มันมักจะมาในขวดสเปรย์หรือกระป๋องเพื่อให้การทำความสะอาดเฉพาะจุดง่ายขึ้น เนื่องจากน้ำยาทำความสะอาดมีให้เลือกมากมายให้อ่านฉลากเพื่อดูว่าน้ำยาทำความสะอาดชนิดใดเหมาะกับประเภทคราบและพรมของคุณ โปรดทราบว่าคราบที่เกิดจากของเหลวในร่างกายมักจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ หากคุณกำลังเผชิญกับคราบเลือดสดให้ซับด้วยน้ำเย็นหรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ อย่าใช้น้ำอุ่นเพราะจะทำให้เกิดคราบ สำหรับคราบแห้งให้ซับด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ก่อนแล้วจึงตามด้วยผงซักฟอกที่ใช้เอนไซม์เป็นส่วนประกอบ สำหรับปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของเอนไซม์เพราะมันออกแบบมาสำหรับคราบประเภทนี้ หากคุณไม่สามารถหาน้ำยาทำความสะอาดได้ให้เช็ดคราบด้วยสารละลายแอมโมเนียตามด้วยผงซักฟอกและน้ำอุ่น

3. ทดสอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดก่อน
ทำตามคำแนะนำบนขวดของผลิตภัณฑ์ ลองฉีดในที่ขอบของพรมเพื่อทดสอบก่อนเพราะผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับพรมของคุณ ห้ามทำการทดสอบนี้กับรอยเปื้อนโดยตรงเพราะหากใช่งานไม่ได้ สีอาจจะหลุดออกมาและทำให้พรมเสียหาย
4. เช็ดคราบ
ใช้ผลิตภัณฑ์ปริมาณเล็กน้อยกับผ้าขาวสะอาดแล้วซับรอยเปื้อนเบา ๆ ห้ามใช้แปรงขัดเด็ดขาดเพราะหากมีสบู่หรือคราบหลงเหลืออยู่ในพรมมันจะดึงดูดสิ่งสกปรกและทิ้งรอยเปื้อนที่ใหญ่กว่าเดิม อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการถูพรมเพราะการกดแรง ๆ หรือถูแรง ๆ จะทำให้รอยเปื้อนลึกลงไปในเส้นใยและทำความสะอาดได้ยากขึ้น
5. ล้างพรม
ใช้ผ้าขาวและน้ำสะอาดเช็ดคราบน้ำยาที่เหลืออยู่โดยซับบริเวณที่ได้กำจัดคราบ แต่อย่าแช่พรมด้วยน้ำเพราะอาจถูกดูดซึมเข้าไปในแผ่นด้านล่างซึ่งนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับเชื้อราและโรคราน้ำค้างได้ เมื่อเช็ดเสร็จแล้วใช้เครื่องเป่าพรมแบบพิเศษเพื่อให้แห้งได้เร็วขึ้น

