ตรัง เป็นอีกหนึ่งจังหวัดทางภาคใต้ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งถ้าหากจัดลำดับความสวยงามของท้องทะเล ผืนน้ำ หรือแม้แต่เกาะกลางน้ำ จ.ตรังก็ไม่เคยเป็นสองรองใคร ถือว่ามีความสวยงามที่เทียบเคียงได้กับเกาะพีพีในจังหวัดกระบี่หรือแม่แต่เกาะหลีเป๊ะในจังหวัดสตูลได้สบาย ๆ เลยละค่ะ
สถานที่ท่องเที่ยว จ.ตรัง มีที่ไหนบ้าง ?

เกาะที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดตรังก็ได้แก่ เกาะกระดาน, เกาะไหง, เกาะลิบง รวมไปถึงเกาะมุกซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำมรกต Unseen Thailand ที่ถูกพูดถึงในระดับโลกเองก็อยู่ในจังหวัดตรังจังหวัดนี้เองค่ะ ซึ่งถ้าหากจะถามว่าเกาะไหนสวยที่สุดในจังหวัดนี้ เราก็ให้คำตอบคุณไม่ได้หรอกนะคะ เพราะแต่ละเกาะนั้นต่างก็มีเสน่ห์และมีความงดงามที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นแล้วถ้าหากมีโอกาสเราอยากจะแนะนำให้คุณไปสัมผัสกับบรรยากาศที่แสนวิเศษด้วยตัวของคุณเองค่ะ ไปเห็นด้วยตาและไปสัมผัสด้วยใจสักครั้ง แล้วคุณจะหลงรักจังหวัดตรังมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
จริง ๆ แล้วจังหวัดตรังไม่ได้มีดีแค่ทะเลหรือเกาะแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ แต่จังหวัดตรังยังมีสถานที่สวย ๆ ที่รอให้คุณได้ถ่ายรูปเช็กอินอีกเพียบ ทั้งจุดชมวิวเขาจมป่า จุดชมวิว 360 องศาที่โอบล้อมไปด้วยป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์บนผืนป่าที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกลูกตา หรือใครอยากจะไปสัมผัสกับกลิ่นอายของตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ก็สามารถเลือกเดินทางไปยังย่านเมืองเก่าได้เลยค่ะ แถมการเดินทางในตัวเมืองเองก็สะดวกสบายมาก ๆ เพราะว่ามีรถตุ๊กตุ๊กหัวกบที่ถือเป็นสัญลักษณ์คู่เมืองตรังนั้นได้จอดรอ เตรียมที่จะพาคุณทัวร์รอบเมืองอยู่แล้วค่ะ ซึ่งถ้าหากใครต้องการจะชมรอบเมืองก็ลองเรียกใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กหัวกบได้เลยรับรองค่ะว่าคุณจะไม่ผิดหวัง
อาหารและของฝากที่ขึ้นชื่อ จ.ตรัง มีอะไรบ้าง ?
อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดถ้าหากใครได้มีโอกาสมาเยือนเมืองตรังทั้งที นั่นก็คืออาหารคาวหวานประจำจังหวัดที่คุณไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นหมู่ย่างตรัง ติ่มซำยามเช้า ขนมเปี๊ยะเจ้าดัง อาหารใต้รสชาติเผ็ดร้อน และอีกมากมาย แต่เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงนี้ก็ยังไม่สู้ดีนัก ถึงแม้จะสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ก็จริง แต่หลายคนก็ยังคงเลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้าน เผื่อว่าสถานการณ์ดีขึ้นอีกนิดแล้วค่อยออกเดินทางเที่ยวใหม่ ซึ่งอันนี้เราเข้าใจดีเลยค่ะ
ทำให้วันนี้เราเลยมีบทความนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะเอาใจนักท่องเที่ยวที่ยังไม่สามารถหรือยังไม่อยากเดินทางในช่วงนี้ แต่คิดถึงรสชาติและบรรยากาศของกินจากจังหวัดตรัง วันนี้เราก็เลยหยิบเอาของกินขึ้นชื่อที่จะเป็นได้ทั้งของฝากและเป็นของกินไว้รับประทานเองมาฝากกันค่ะ โดยทั้งหมดนี้ก็เป็นของฝากที่คุณสามารถสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้และมั่นใจได้ค่ะว่าเป็นของแท้แน่นอนเพราะว่าทุกชิ้นที่เราเลือกมานั้นส่งตรงมาจากจังหวัดตรังเลยทีเดียว
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
หมูย่างตรัง ร้านพงษ์โอชา

คิดถึงจังหวัดตรัง หลาย ๆ คนก็ต้องนึกถึงหมูย่างตรังค่ะ ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีว่าหมูย่างตรังนั้นมีรสชาติที่เหมือนหมูย่างที่ไหน ๆ จะหารสชาติแบบนี้ได้ก็ต้องที่ตรังอย่างเดียวเท่านั้น โดยการย่างหมูในลักษณะนี้เป็นการย่างหมูในแบบฉบับจีน โดยนายซุ่น ชายชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้งถือเป็นคนแรกที่ได้นำวิธีการนี้มาเผยแพร่ในจังหวัดหวัดตรัง ก่อนจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนสุดท้ายก็ได้กลายเป็นของดีของจังหวัดในที่สุด ชาวตรังส่วนใหญ่มักจะนิยมรับประทานหมูย่างกับกาแฟในยามเช้า ถือเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่งหมูย่างตรังที่เราเลือกมานี้ก็มาจากร้านพงษ์โอชา ร้านอาหารเช้าชื่อดังระดับตำนานและมีหลายสาขากระจายตัวอยู่ทั่วเมืองตรัง
ร้านพงษ์โอชามีขายทั้งติ่มซำ ชา กาแฟ และแน่นอนว่าหมูย่างตรังด้วยเช่นกัน ซึ่งหมูย่างของทางร้านจะบรรจุในถุงซีลสุญญากาศอย่างดี สำหรับในเรื่องรสชาติก็จะมีรสหวานแทรกด้วยความมันเล็กน้อยอร่อยกลมกล่อมลงตัวพอดิบพอดี มีกลิ่นที่หอมอบอวลไปด้วยเครื่องเทศนานาชนิด หนังหมูกรอบกรุบกรับโดนใจ เนื้อแดงหนาชุ่มฉ่ำ เนื้อไม่แห้งแข็ง ชั้นไขมันบางทานได้เพลิน ๆ ไม่จำเป็นต้องจิ้มน้ำจิ้มก็อร่อยได้ค่ะ เอาเป็นว่าต้องลองให้ได้เลยนะคะ สำหรับหมูย่างตรังรสเลิศก็เอาคะแนนไปเลยสิบเต็มสิบจ้า!
| ปริมาณ/จำนวน | 500 กรัม |
|---|---|
| การเก็บรักษา | ไม่ระบุ |
ขนมเปี๊ยะปิ้ง ไส้หมูย่างเมืองตรัง

ขนมเปี๊ยะปิ้งบ้านพะยูน ไส้หมูย่างเมืองตรังเป็นอีกหนึ่งของฝากจากตรังที่ต้องลองให้ได้ค่ะ เพราะขนมเปี๊ยะไส้หมูย่างตรังหากินที่ไหนไม่ได้ต้องที่ตรังทีเดียวเท่านั้น เป็นการผสมความอร่อยระหว่างขนมเปี๊ยะแป้งบาง หอมอร่อยประกบคู่กับไส้หมูย่างตรังหวาน ๆ ฉ่ำ ๆ เนื้อแน่น ๆ ได้อย่างลงตัวแบบหาที่ติไม่ได้จริง ๆ ค่ะ เอกลักษณ์ที่ทำให้ขนมเปี๊ยะของทางร้านไม่เหมือนกันที่อื่นคือกรรมวิธีการผลิตค่ะ แทนที่จะนำไปอบทางร้านก็ได้เปลี่ยนมาใช้เป็นการปิ้งแทน ทำให้เนื้อสัมผัสของแป้งจะนิ่ม แห้ง แป้งจะไม่อมน้ำมัน ขนมเปี๊ยะของทางร้านทำใหม่ สด สะอาด ถูกหลักอนามัย และที่สำคัญคือไม่มีการใส่สารกันบูดด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้วใครที่อยากลองชิมขนมเปี๊ยะไส้หมูย่างเมืองตรังรสเลิศ ก็อย่ารอช้าจ้า สั่งกันได้เลย...
| ปริมาณ/จำนวน | 10 ชิ้น / กล่อง |
|---|---|
| การเก็บรักษา | เก็บนอกตู้เย็น 4-5วัน และเก็บในตู้เย็น 7-10วัน |
ขนมเปี๊ยะซอย 9

นึกถึงของขนมเปี๊ยะเมืองตรังทีไรก็ต้องเจ้านี้เลยค่ะ ‘ขนมเปี๊ยะซอย 9’ เจ้าต้นตำรับขนมเปี๊ยะไส้เผือกหอมไข่เค็มที่ขึ้นชื่อ โดยคุณเอมอรเจ้าของร้านเป็นคนริเริ่มสูตรการทำขนมเปี๊ยะโดยใช้เผือกหอมเจ้าแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 ซึ่งสูตรนี้ก็ใช้เวลาลองผิดลองถูกกว่าจะลงตัวสมบูรณ์แบบนาน 3 ปีเลยทีเดียวค่ะ จนได้ออกมาเป็นรสชาติเผือกที่หอม มันอร่อยอย่างที่เราได้ชิมกันในทุกวันนี้ นอกจากจะมีไส้เผือกหอมที่เป็นซิกเนเจอร์แล้ว ทางร้านก็ได้คิดค้นขนมเปี๊ยะไส้อื่น ๆ ให้เราได้ลิ้มรสความอร่อยกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นไส้ถั่วแดง, ถั่วเหลือง, ชาเขียว, งาดำ, คัสตาร์ด และมันหอม
ขนมเปี๊ยะซอย 9 เป็นขนมเปี๊ยะชื่อดังของจังหวัดตรังที่คุณต้องลองทานให้ได้ค่ะ เพราะนอกจากไส้จะหลากหลายแล้ว ตัวแป้งเองก็มีความพิเศษเช่นกัน แป้งด้านนอกจะกรอบและหอมมาก ๆ ส่วนด้านในนั้นจะอัดแน่นไปด้วยไส้เนื้อเนียนละมุนลิ้นรสชาติหวานนิด ๆ ตัดกับความมันเค็มของไข่เค็มตรงกลางได้ลงตัวมาก ๆ นี่ถ้าหากได้กินกับชาหรือกาแฟร้อน ๆ ก็ถือว่าเลิศสุด ๆ ไปเลยค่ะ
นอกจากจะมีขนมเปี๊ยะแล้วทางร้านก็ยังมีขนมหน้าแตกและกะหรี่ปั๊บไก่ด้วยนะคะ ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ก็อร่อยไม่แพ้กับขนมเปี๊ยะเลยค่ะ ขนมทุกอย่างของทางร้านนั้นจะอบใหม่ทุกวันและทางร้านก็เลือกใช้วัตุถุดิบที่ได้คุณภาพทำให้ขนมออกมาหอมและอร่อย และที่สำคัญคือร้านจะไม่ใส่สารกันบูดด้วยนะคะ ขนมทุกชนิดจะถูกซีลสุญญากาศอย่างมิดชิดเพื่อคงคุณภาพ รสชาติ และความสดใหม่ให้อยู่นานจนกว่าจะถึงมือคุณค่ะ เคล็ดลับความอร่อยที่หากซื้อไปทานที่บ้านนั่นก็คือการนำเข้าไมโครเวฟอุ่นร้อนเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็ทำให้อร่อยมากขึ้นแล้วค่ะ
| ปริมาณ/จำนวน | 1 กล่องมี 10 ลูก |
|---|---|
| การเก็บรักษา | เก็บนอกตู้เย็นได้ 3 วัน (ไม่ใส่ถุงสุญญากาศ) / เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 7 วันและแช่ช่องฟรีซได้นาน 1 เดือน |
กะปิท่าข้าม ของฝากจากปะเหลียน

ตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน ถือเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ในจังหวัดตรังที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการทำกะปิเป็นอย่างมาก โดยกะปิของท่าข้ามถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดที่เกิดขึ้นมาจากภูมิปัญญาชาวบ้านในตำบลท่าข้าม เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้อยู่ติดกับทะเลอันดามัน ส่งผลให้ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพทำการประมงนั่นเองค่ะ กะปิของท่าข้ามที่เราเลือกมาฝากในวันนี้ก็จะเป็นกะปิเนื้อไม่ละเอียดมากนัก เหมาะสำหรับการนำไปทำน้ำพริกข้าวผัด ผัดกุ้งสะตอ น้ำพริกกะปิ และอีกหลากหลายเมนูตามที่คุณต้องการ กะปิท่าข้ามคัดสรรมาจากวัตถุดิบเกรดพรีเมียม กะปิกุ้งหรือเคยกุ้งจะถูกล้างทำความสะอาดและดัดแยกพวกปลาตัวเล็ก ๆ และสิ่งที่ปะปนมาออกอย่างพิถีพิถัน จากนั้นนำมาหมักด้วยเกลือจากนั้นก็นำมาตากแดด
กะปิท่าข้ามที่เราเลือกมานี่เป็นกะปิของแท้แน่นอนค่ะ ไม่มีการผสมแป้ง กะปิเนื้อดี กลิ่นหอมอัดมาแบบแน่น ๆ คับกระปุกจุก ๆ ไปเลยค่ะ เรียกว่าคุ้มค่ามาก ๆ รสชาติจะออกหวานนิดเค็มหน่อยอร่อยกลมกล่อม บางคนถึงขนาดจิ้มกินกับมะม่วงเปล่า ๆ เลยนะคะ คิดดูสิคะว่าจะอร่อยขนาดไหน สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองกะปิแบบนี้ อยากจะแนะนำว่าต้องลองให้ได้สักครั้งแล้วคุณจะติดใจกะปิท่าข้างจากปะเหลียนแน่นอนค่ะ
| ปริมาณ/จำนวน | 500 กรัม |
|---|---|
| การเก็บรักษา | ไม่ระบุ |
ปลาส้ม ปลาจีนเมืองตรัง (ไร้ก้าง)

ช่วงนี้ใครที่กำลังรู้สึกเบื่อ ๆ กับกับข้าวเดิม ๆ ขอแนะนำของดีของอร่อยจากเมืองตรังอันนี้เลยค่ะ ซึ่งนั่นก็คือปลาส้ม สินค้าโอท็อประจำจังหวัดที่กลายเป็นอีกหนึ่งของฝากที่ขึ้นชื่อจากจังหวัดตรัง รสชาติของปลาส้มจากตรังมีความเปรี้ยวแซ่บ ไม่เปรี้ยวโดดแน่นอนค่ะ และเนื้อปลาก็จะออกรสเค็มมันกลมกล่อมกำลังดี หอมข้าวคั่วมาก ๆ ค่ะ ปลาส้มบรรจุมาในขนาด 250 กรัม ทำมาจากปลาจีนแท้ 100% โดยจะคัดเอาแค่เฉพาะส่วนของเนื้อเท่านั้น ไร้ก้างทานได้ง่าย ใช้กรรมวิธีการผลิตที่ทั้งสะอาดและปลอดภัย เนื้อปลาส้มจะมาเป็นชิ้น เนื้อไม่เลอะ ไม่เป็นผง ไม่มีกลิ่นเหม็นคาว ปลอดสารพิษ ไม่ใส่ผงชูรสและวัตถุกันเสีย การผลิตถูกหลักอนามัย คุณจะทานเล่น ๆ แก้เบื่อหรือจะทานคู่กับข้าวสวยร้อนก็อร่อยได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากหลายขั้นตอน
| ปริมาณ/จำนวน | 250 กรัม |
|---|---|
| การเก็บรักษา | ไม่ระบุ |
เค้กรสเลิศ เจ้าตำรับเค้กสามรส

มาถึงอีกหนึ่งของหวานและยังเป็นของฝากที่ขึ้นของจังหวัดตรังอีกอย่าง นั่นก็คือเค้กรสเลิศค่ะ ซึ่งเจ้านี้ก็เป็นเจ้าตำรับเค้กสามรสเมืองตรังที่ส่งต่อความอร่อยให้กับชาวตรังและนักท่องเที่ยวนานกว่า 40 ปี ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหนแต่เค้กรสเลิศก็ยังคงเป็นหนึ่งในของฝากที่ใครไปใครมาก็จะต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านค่ะ ความพิเศษของเค้กที่นี่คือเนื้อเค้กจะมีความนิ่มฟู มีกลิ่นที่หอม รสชาติจะหวานมันกลมกล่อม มีให้เลือกซื้อกันหลากหลายรสชาติมาก ๆ ค่ะ ทั้งเค้กใบเตย, กาแฟ, เนย, ส้ม, มะพร้าว และอีกมากมาย แต่ถ้าเป็นเค้กที่ขายดีและเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านเลยก็ต้องเป็นเค้กผลไม้, เค้กฝอยทอง และเค้กสามรสต้นตำรับค่ะ
นอกจากนี้ทางร้านก็ยังมีเค้กที่ทำจากผลไม้ประจำฤดูด้วยนะคะ อย่างเค้กขนุน, เค้กทุเรียน และอื่น ๆ ซึ่งอย่างหลังอาจจะต้องเช็กกับทางร้านอีกรอบนะคะเพราะอย่างที่บอกค่ะว่าเป็นเค้กจากผลไม้ตามฤดูกาล อาจจะหาทานได้ยากหน่อย แต่รับประกันว่าสมการรอคอยแน่นอนค่ะ ใครที่กำลังมองหาของฝากให้กับคนในครอบครัว เพื่อน หรือจะซื้อมาทานเอง เค้กรสเลิศก็เป็นอีกหนึ่งของดีที่น่าสนใจค่ะ
| ปริมาณ/จำนวน | M 400 กรัม L 600 กรัม (เค้กธรรมดา) / M 500 กรัม L 700 กรัม (เค้กฝอยทอง, เค้กลูกเกด) / M 600 กรัม L 800 กรัม (เค้กผลไม้) |
|---|---|
| การเก็บรักษา | อยู่ในห่อซีลได้ 10วัน - 1 เดือน |
ขนมจีบป้าพิณลำภูรา

ร้านขนมป้าพิณเป็นอีกหนึ่งร้านค่ะที่ทุกคนจะต้องจอดแวะเพื่อที่จะลงไปซื้อขนมจีบติดไม้ติดมือกลับบ้าน ซึ่งขนาดจีบที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ขนมจีบที่ทานคู่กับซาลาเปานะคะ แต่ขนมจีบที่ว่านี้จะเป็นขนมเค้กที่ชาวตรังสมัยก่อนนิยมทานคู่กับกาแฟในยามเช้า หน้าตาของขนมจีบก็จะคล้าย ๆ กับกะหรี่ปั๊บ โดยจะมีการจีบรอบ ๆ ขนมนั่นเองค่ะ ซึ่งสูตรขนมของป้าพิณนั้นเป็นสูตรที่มาจากเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซียนู้นเลยค่ะ ก่อนจะมาทำขายและได้ส่งต่อความอร่อยกันรุ่นต่อรุ่น จนตอนนี้ก็สืบทอดสูตรความอร่อยมาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว
ขนมจีบที่เป็นต้นตำรับและเป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้าเป็นอย่างมากก็จะเป็นไส้สังขยาที่ทำมาจากไข่เป็ดไล่ทุ่งที่ทั้งสด สะอาด คุณภาพดี ทำให้สังขยามีความหอมและนุ่มต่างจากสังขยาจากไข่ไก่หรือไข่ทั่วไป สำหรับไส้สังขยาก็มีให้เลือกทั้งแป้งแบบดั้งเดิมและแป้งชาโคลค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีไส้อื่น ๆ ให้เลือกด้วย ไม่ว่าจะเป็นไส้สังขยาผสมมะพร้าว, ไส้งาดำ, ไส้สังขยากะทิ หรือแม้กระทั่งไส้ทุเรียนก็มีให้เลือกด้วยนะคะ ฉะนั้นใครที่หลงใหลในกลิ่นและรสชาติของทุเรียนก็ห้ามพลาดเลยค่ะ สำหรับ 1 กล่องก็จะมีขนมจีบ 4 ชิ้น แต่ละชิ้นก็เป็นชิ้นขนาดใหญ่ใส่แน่น แป้งบางกรอบ ละมุนปากและดีต่อใจสุด ๆ ทานคู่กับชาหรือกาแฟร้อน ๆ คือ The Best!!
| ปริมาณ/จำนวน | 4 ชิ้น |
|---|---|
| การเก็บรักษา | เก็บนอกตู้เย็น 7วัน / เก็บในตู้เย็น 15 วัน |
แม่เกด น้ำจิ้มติ่มซำ ส้มเจื้องเมืองตรัง

ติ่มซำนั้นถือเป็นอาหารเช้าที่มีให้ทานกันอย่างแพร่หลาย แต่ทีเด็ดของความอร่อยแต่ละที่นั้นอยู่ที่น้ำจิ้มค่ะ ซึ่งน้ำจิ้มจะเป็นตัวตัดสินว่าติ่มซำนั้นอร่อยมากน้อยขนาดไหน ซึ่งก็แน่นอนค่ะว่าติมซำของตรังนั้นก็เป็นที่เรื่องลือเพราะมีน้ำจิ้มสูตรเด็ดอย่างน้ำจิ้มสูตรส้มเจื่องหรือค้อมเจืองเป็นสูตรน้ำจิ้มต้นตำรับของคนไทยเชื้อสายจีน ชื่อเดิมจะเรียกว่า ‘ห่อยชิ้นเจือง’ ซึ่งจะมีความหมายว่า ‘ซอสใหม่’ หรือ ‘ซอสสด’ ผลิตมาจากมันเทศ ถั่วลิสงต้มสุกจนเปื่อยแล้วนำไปบดจนมีเนื้อที่เนียนละเอียด จากนั้นก็ปรุงรสแล้วนำไปเคี่ยวต่อจนได้ที่ สีของน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของตรังจะมีสีแดงเข้มอมส้ม รสชาติจะออกหวานนำและมีความเผ็ดเล็กน้อยเท่านั้น
สำหรับน้ำจิ้มติ่มซำจากแม่เกดก็เป็นน้ำจิ้มที่เป็นสูตรต้นตำรับของแท้ สำเร็จรูปพร้อมทานทันทีค่ะ สามารถทานคู่กันกับอาหารได้ทุก ๆ ประเภท ไม่ว่าจะทานคู่กันกับติ่มซำเลยก็อร่อยอย่าบอกใคร จะจิ้มกับปอเปี๊ยะก็เข้ากันได้ดี หรือจะทานกับใส้กรอก ลูกชิ้น ขนมจีบ หรือซาลาเปาร้อน ๆ ก็เพอร์เฟกต์เพราะคุณจะได้ทานน้ำจิ้มรสชาติเดียวกับที่ทานที่ร้านติ่มซำในจังหวัดอย่างไรอย่างนั้นเลยค่ะ หรือใครจะทานน้ำจิ้มสูตรส้มเจื่องกับหมูย่างตรังก็ติดนะคะเพราะบอกเลยว่าคู่นี้เป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างลงตัวมาก ๆ ค่ะ สำหรับน้ำจิ้มติ่มซำแม่เกดนั้นมาในขนาด 450 กรัม อยู่ได้นานถึง 6 เดือน น้ำจิ้มสะอาดและปลอดภัย การันตีว่าไม่มีส่วนผสมของสารกันบูดแน่นอนค่ะ
| ปริมาณ/จำนวน | 450 กรัม |
|---|---|
| การเก็บรักษา | เก็บได้นาน 6 เดือน |
โกไข่บ๊ะจ่าง สูตรเมืองตรัง

บ๊ะจ่างจัดว่าเป็นอีกหนึ่งของกินที่สามารถหาทานได้ทั่วไป แต่ถ้าหากบ๊ะจ่างที่อร่อยที่สุดและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในจังหวัดตรังก็ต้องยกให้ร้านโกไข่บ๊ะจ่าง สูตรเมืองตรังร้านนี้เลยจ้า ใครมาเที่ยวตรังไม่แวะไปชิมนี่ถือว่ามาไม่ถึงนะคะ นอกจากรสชาติจะเป็นที่พูดถึงกันเป็นอย่างมากแล้ว ที่ตั้งของร้านก็ไม่ธรรมดาเช่นกันค่ะ เพราะว่าร้านตั้งอยู่ในตรอกแคบ ๆ แต่เป็นตรอกที่ซ่อนความอร่อยเลิศไว้ด้านใน อยากบอกว่าถ้าหากใครไปเที่ยวตรังแล้วก็ต้องหาโอกาสไปลองให้ได้ ถึงไปไม่ถูกก็สามารถสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านได้ค่ะ เพราะว่าคนตรังจริง ๆ จะรู้จักร้านนี้ดีแน่นอนค่ะ
‘บ๊ะจ่าง’ อาจจะเป็นชื่อที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแต่สำหรับชาวตรังนั้นจะเรียกบ๊ะจ่างว่า ‘ฉั่ง’ โดยจะเรียกตามสำเนียงพื้นถิ่น บ๊ะจ่างของทางร้านโกไข่เป็นบ๊ะจ่างสูตรโบราณที่เปิดขายมานานมากกว่า 30 ปี ดังนั้นเรื่องของความอร่อยก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก บ๊ะจ่างโกไข่มี 2 ขนาดให้เลือกค่ะ คือขนาดใหญ่และขนาดเล็ก สำหรับขนาดใหญ่จะมีให้เลือก 5 ไส้ คือ ไส้ไข่เค็ม, เห็ดหอม, แป๊ะก๊วย, ถั่ว และหมู ส่วนบ๊ะจ่างลูกเล็กจะมีให้เลือกระหว่างหมูสับและหมูชิ้นค่ะ ขนาดทั้งเล็กทั้งใหญ่ก็ถือว่ามีขนาดพอดีทาน ไส้แน่นทะลัก แถมยังขายราคาไม่แพงด้วยค่ะ ตอนทานก็แค่นำมาอุ่นร้อนนิดหน่อยก็อร่อยฟินไม่เสียรสชาติเดิมเลยล่ะค่ะ
| ปริมาณ/จำนวน | ลูกเล็ก 100 กรัม / ลูกใหญ่ 200 กรัม |
|---|---|
| การเก็บรักษา | อยู่นอกตู้เย็นได้ 4-5 วัน และแช่ในตู้เย็นอยู่ได้ 5-7 วัน |
เครื่องแกงสมใจ ของจังหวัดตรัง

เมื่อพูดถึงจังหวัดตรังก็ต้องนึกถึงอาหารใต้และเมื่อนึกถึงอาหารใต้ก็ต้องอาหารที่มีรสชาติเข้มข้นมาพร้อมกับความเผ็ดร้อน ถ้าหากคุณพ่อบ้านหรือแม่บ้านอยากจะทำอาหารให้ได้รสชาติอร่อยแบบต้นตำรับก็ขอแนะนำให้ซื้อเครื่องแกงสำเร็จรูปเลยดีกว่า ซึ่งเครื่องแกงที่เราเลือกมานี้ก็เป็นเครื่องสมใจ จ.ตรัง เครื่องแกงเข้มข้นต้นตำรับตรัง ให้รสชาติอาหารในแบบปักษ์ใต้แท้ ๆ ผลิตจากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่ทั้งสะอาดและปลอดภัย
โดยเครื่องแกงจะมีให้เลือกซื้อกันทั้งหมด 7 แบบ นั่นคือเครื่องแกงส้มหรือแกงเหลือง, แกงกะทิ, คั่วกลิ้ง,แกงพริก, แกงเขียวหวาน, แกงมัสมั่น และเครื่องแกงผัดเผ็ด บรรจุมาในขนาด 58 กรัมและ 50 กรัม กำลังดีเหมาะสำหรับการทำทานมื้อใหญ่ ๆ หนึ่งมื้อหรือแบ่งใช้งาน 2 ครั้งก็ได้ค่ะ เครื่องแกงรสชาติดี อร่อย ผสมกะปิแล้วเรียบร้อย คุณเลยไม่จำเป็นต้องปรุงอะไรเพิ่มให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน เครื่องแกงสำเร็จรูปส่งตรงจากตรังอันนี้จะช่วยทำให้การเข้าครัวของคุณกลายเป็นเรื่องง่าย อร่อยได้ใจจนต้องร้องว่า ‘หรอยจังฮู้’ เลยทีเดียว
| ปริมาณ/จำนวน | 58 กรัม ยกเว้นแกงเขียวหวานมีขนาด 50 กรัม |
|---|---|
| การเก็บรักษา | ควรเก็บไว้ในตู้เย็น |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
เช็คลิสต์ 5 สิ่งที่ต้องทำเมื่อไปถึง จ.ตรัง
1. เยือนย่านเมืองเก่าย้อนรอยวันวานเมืองตรัง
ใครที่เคยไปเยือนย่านเมืองเก่าในจังหวัดภูเก็ตหรือสงขลามาแล้วอยากบอกว่าที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่คุณต้องมาให้ได้ค่ะ เพราะเสน่ห์และความสวยงามของแต่ละที่นั้นไม่เหมือนกัน รับรองเลยว่าการเดินเล่นถ่ายรูปในย่านเมืองเก่าในจังหวัดนั้นจะเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างแน่นอนค่ะ
ตึกเก่าในย่านนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส และแบบจีนโบราณที่มีอายุเก่าแก่นานหลายปี และถ้าหากว่าได้มีโอกาสมาเยือนย่านเมืองเก่าทั้งทีก็อย่าลืมตามหาสรีทอาร์ตภาพเขียนฝาผนังสุดแนวกันด้วยนะคะ ตามฝาผนังก็จะมีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบ 3 มิติ ที่สื่อความหมายและถ่ายทอดเอกลักษณ์ของจังหวัดตรังได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น ต้นศรีตรังที่เป็นต้นไม่ประจำจังหวัด, ภาพถ้ำมรกต, ภาพต้นยางกับวิถีชาวบ้าน และภาพอื่น ๆ อีกมากมาย

2. นั่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบชมเมือง
ก่อนหน้านี้เราก็มีการเปรย ๆ ถึงรถตุ๊กตุ๊กหัวกบกันไปบ้างแล้วนะคะ สำหรับใครที่มีโอกาสแวะเข้าไปในตัวเมืองทั้งทีก็อยากจะให้ลองใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กหัวกบดูสักครั้ง เพราะว่ารถตุ๊กตุ๊กหัวกบนั้นถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองตรังเลยล่ะค่ะ ที่เป็นรถตุ๊กตุ๊ก 3 ล้อขนาดเล็ก ด้านหน้าจะยื่นออกไปเล็กน้อย ซึ่งถ้าหากมองเผินจะดูเหมือนกบจริง ๆ เลยล่ะค่ะ ปัจจุบันรถตุ๊กตุ๊กแบบนี้ก็มีจำนวนที่ลดลงไปเยอะ แต่ก็ยังมีให้เห็นกันอยู่โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ดังนั้นแล้วไปตรังทั้งทีก็ต้องไปนั่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบกันหน่อยแล้วนะคะ
3. เยี่ยมชมต้นยางต้นแรกของประเทศไทย
คุณทราบหรือไม่ค่ะว่าจังหวัดตรงนั้นถือเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยที่มีการปลูกต้นยาง ต้องย้อนกลับไปเมื่อราว ๆ พ.ศ.2442 พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี หรือคอซิมบี้ ณ ระนอง ได้นำต้นยางต้นแรกเข้ามาปลูกที่จังหวัดตรังเป็นจังหวัดแรกจนทำให้พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีเป็นที่รู้จักกันในนามของ ‘บิดาแห่งยาง’ ซึ่งปัจจุบันต้นยางตั้งอยู่ริมถนนก่อนเข้าสู่ตัวอำเภอกันตัง หน้าสหกรณ์การเกษตรกันตัง เป็นต้นยางรุ่นแรก ๆ เลยค่ะ
4. ตกหมึกที่เกาะลิบง
อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดและต้องจับใส่ไว้ในลิสต์รายชื่อสิ่งที่ต้องทำเลยนั่นก็คือการไปตกหมึกค่ะ ซึ่งการตกหมึกส่วนใหญ่แล้วมักจะตกกันที่เกาะลิบง หมึกขาว ๆ อวบ ๆ กินแบบสด ๆ กลางทะเลเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ค่ะ สำหรับทริปตกหมึกนั้นส่วนใหญ่ก็จะมาพร้อมกับโปรแกรมการทัวร์เกาะหรือดำน้ำ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วก็ต้องลองให้ได้สักครั้งนะคะ
5. กินข้าว 9 มื้อ จุก ๆ
ต้องบอกนะคะว่าจริง ๆ 9 มื้อที่ว่านั่นหมายถึงอาหารหรือของกินที่ตรังจะมีขายอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมาตอนไหนก็จะมีของกินตลอด จะเข้า สาย บ่าย เย็น ทั้งของคาวของหวานก็ต่างรอให้คุณไปลองลิ้มชิมรสก็เพียบ ไม่ได้หมายถึงคนเดียวกินมากถึง 9 มื้อหรอกนะคะ ถ้าหากคุณมีโอกาสได้เดินทางไปถึงตรังทั้งทีก็ต้องลองให้หมดนะคะ ทั้ง 9 มื้อ 9 เวลา แต่ก่อนไปก็แนะนำให้ล้างท้องรอไว้ได้เลยค่ะ เพราะเมื่อไปถึงจะได้ใส่เต็มที่เอาให้อิ่มแปร่กันไปเลย…
และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 ของฝากจากจังหวัดที่พร้อมส่งตรงความสุขและความอร่อยให้กับคุณถึงหน้าบ้าน และเนื้อหาสาระดี ๆ เกี่ยวกับจังหวัดตรังที่เราหยิบมาฝากกันในวันนี้หวังว่าจะถูกใจทุก ๆ คนกันไม่มากก็น้อยนะคะ
ก่อนจะจากกันไปในวันนี้ก็อยากจะฝากให้เพื่อน ๆ อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจนะคะว่าของกินที่คุณสั่งนั้นมีอายุในการเก็บรักษามากหรือน้อยแค่ไหน และที่สำคัญอีกอย่างต้องดูด้วยค่ะว่าประเภทอาหารที่คุณสั่งมานั้นเหมาะกับการอุ่นร้อนแบบไหน เพราะไม่ใช่ว่าของกินทุกอย่างจะสามารถอุ่นด้วยไมโครเวฟได้นะคะ เหมือนอย่างหมูย่างตรัง อาจจะต้องใช้เตาอบ, หม้ออบลมร้อน หรือหม้อทอดไร้น้ำมันในการให้ความร้อนแทนไมโครเวฟค่ะ เพราะหากอุ่นด้วยไมโครเวฟอาจทำให้หนังหมูนิ่มไม่กรุบกรอบเหมือนเดิมได้
นอกเหนือจากของฝากจากตรังที่เราได้เลือกมานำเสนอกันในวันนี้แล้ว ก่อนหน้านี้เราก็เคยได้รีวิวของฝากจากจังหวัดสงขลา, ของฝากจากพัทลุงและของฝากจากนครศรีธรรมราชไปแล้วด้วยนะคะ หากใครสนใจจะแวะเวียนไปซื้อของฝากฝากเพื่อน ๆ หรือคนที่คุณรักจากจังหวัดใกล้เคียงที่นอกเหนือจากตรังแล้ว ก็สามารถคลิกเข้าไปดูก่อนได้ค่ะ สำหรับวันนี้เราก็ขอตัวลากันไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้านะคะทุกคน สวัสดีค่ะ 🙂