หากจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ก็คงหนีไม่พ้นจังหวัดทางภาคเหนือของไทยเราใช่ไหมคะ และจังหวัดขึ้นชื่อด้านการท่องเที่ยวที่สุด ก็คือจังหวัดเชียงใหม่ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าจังหวัดเชียงใหม่นั้นมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนกันจำนวนมาก จึงทำให้มีอากาศที่เย็นสบายเหมาะสำหรับการปลูกพืชฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้ หรือจะเป็นไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวที่มีสีสันสวยสดงดงาม
หากคุณได้มีโอกาสมาเที่ยวเชียงใหม่ในช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ ที่ถือว่าเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว คุณจะได้สัมผัสกับอากาศหนาว ลมอ่อน ๆ ได้บรรยากาศที่สดชื่นกำลังดี ซึ่งสถานที่เที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่เองก็ถือว่ามีเยอะมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในตัวเมืองหรือจะเป็นอำเภอที่อยู่รอบนอกของเชียงใหม่ เรียกว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ มีชีวิตชีวา และไม่เคยเงียบเหงาเลยจริง ๆ ค่ะ
แต่หากคุณอยากมาสัมผัสลมหนาวแบบเต็มปอด สามารถเห็นทิวทัศน์ได้ไกลสุดลูกหูลูกตา และมองดูทะเลหมอกจากบนยอดเขา คุณจะต้องขึ้นไปบนดอยเท่านั้นค่ะ! เพราะถ้าคุณมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วยังไม่ขึ้นไปบนดอย บอกเลยว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่แน่นอน!! และ “ดอยอินทนนท์” ก็ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ไม่ว่าจะเรื่องวิวทิวทัศน์บนภูเขาอันสวยงาม อากาศที่เหน็บหนาวที่ถูกปกคลุมไปด้วยทะเลหมอก หรือจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเองก็ชวนให้หลงไหลได้ไม่แพ้กัน
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
สำหรับคนที่ยังไม่เคยเดินทางมาเที่ยวดอยอินทนนท์เลยสักครั้ง คุณอาจจะพลาดจุดแลนด์มาร์คดัง ๆ บนดอยแห่งนี้ไปได้ ดังนั้นเพื่อให้คุณได้เตรียมพร้อมและได้วางแผนก่อนเดินทาง เรามาดูกันดีกว่าว่า “15 สถานที่ท่องเที่ยวทางไปดอยอินทนนท์” นั้นที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง ? ตามมาเลยค่ะ!!
1. ไร่ชาดอยอินทนนท์
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | 40 หมู่ 12 ตำบลแม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดอังคาร – วันเสาร์ 09:00 – 16:00 น. |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ค่าบริการคนละ 50 บาท |
หากพูดถึงดอยอินทนนท์แล้ว แน่นอนว่าสถานที่แรกที่หลาย ๆ คนนึกถึง บอกเลยว่าจะต้องเป็นไร่ชาดอยอินทนนท์ อย่างแน่นอน เพราะเป็นสถานที่ ที่มีขนาดใหญ่และเดินทางไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ชอบถ่ายรูปชิค ๆ ฟิลสบาย ๆ หรือจะนั่งจิบชาเบา ๆ มองพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับภูเขาไป พร้อมสายหมอกที่ลอยผ่านอากาศที่เย็นสดชื่น ขอบอกเลยว่ามันฟินมากค่ะ!! เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่อยากแนะนำให้มาลองสัมผัสกันค่ะ
แต่ขอแอบกระซิบสักนิดสำหรับสาว ๆ ที่ตั้งใจมาถ่ายรูปโดยเฉพาะ แนะนำให้สวมเสื้อผ้าสีออกเอิร์ธโทนหรือจะเป็นผ้าฝ้ายดิบสีขาวหรือสีเหลืองนวลรับรองว่าตัดกับไร่ชาสีเขียวสุด ๆ ค่ะ อย่าลืมหาพร็อพถ่ายรูปมาให้เข้าธีมด้วยนะคะ
2. ผาซากุระ ขุนวาง
ผาซากุระ ขุนวาง
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดตามช่วงฤดูกาล (ตุลาคม – กุมภาพันธ์) 08.00 – 16.00 |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ไม่มีค่าเข้าใช้บริการ |
ไปไร่ชากันแล้ว ครั้งนี้เรามาทางดอกไม้กันบ้างค่ะ สำหรับ “ผาซากุระ ขุนวาง” เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ กับการชมดอกพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย ที่จะออกทุก ๆ ปี ในช่วงต้นเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกพญาเสือโคร่งจะผลิบานเต็มที่ ให้ฟิวเหมือนนางเอกในซีรีส์ญี่ปุ่นยังไงยังงั้นเลยค่ะ โดย “ผาซากุระ ขุนวาง” จะตั้งอยู่ในศูนย์วิจัยเกษตรเชียงใหม่ (ขุนวาง) เป็นสถานที่ยอดฮิตยอดนิยมที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกเวลา เราขอแนะนำให้คุณมาลองสัมผัสกับซากุระเมืองไทยด้วยเองตัวเองสักครั้ง รับรองว่าคุณจะต้องทึ่งในความสวยและบรรยากาศโรแมนติก ๆ อย่างแน่นอนค่ะ
3. ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย โครงการหลวงขุนแปะ
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | โครงการหลวงขุนแปะ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดตามช่วงฤดูกาล (06.00 – 18.00) |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ค่าบริการคนละ 50 บาท / ค่าที่จอดรถคันละ 90 บาท |
“ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย” คืออีกหนึ่งเป้าหมายที่สาว ๆ ทุกคนต่างใฝ่ฝันอยากมาเยือนสักครั้ง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าดอกไฮเดรนเยียนั้นมีสีสวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งออกดอกบานสะพรั่งกว่า 200 ไร่พร้อมกัน ยิ่งเพิ่มบรรยากาศเหมือนไปเที่ยวต่างประเทศก็ไม่ปานค่ะ ซึ่งทุ่งดอกไฮเดรนเยียนั้นจะออกดอกเพียงปีละครั้งเท่านั้น ดังนั้นใครที่ตั้งใจจะมาเก็บรูปต้องวางแผนให้ดีนะคะ โดยดอกจะเริ่มบานตั้งแต่เดือนตุลาคมและจะบานเต็มที่ช่วงเดือนพฤศจิกายนยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์เลยค่ะ
ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย ตั้งอยู่ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ที่เป็นหนึ่งในแปลงปลูกพืชทดลองของโครงการหลวงขุนแปะ บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนจริง ๆ ใครแวะไปเชียงใหม่แล้ว อย่าลืมไปถ่ายรูป เก็บภาพสวยๆที่นี่กันนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
4. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดตามช่วงฤดูกาล (06.00 – 18.00) |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ไม่มีค่าเข้าใช้บริการ |
เอาคะละเดินทางมาถึงจุดที่สูงของดอยอินทนนท์กันแล้วค่ะทุกคน นั้นก็คือ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปศึกษาธรรมชาติในป่าดิบชื้น จะมีจุดแลนมาร์คบนยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศไทย โดยจะมีอากาศที่หนาวเย็นสบาย พร้อมปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก และได้ชื่นชมพืชพรรณไม้นานาชนิดอีกด้วย โดยจุดชมทะเลหมอกจะตั้งอยู่บริเวณหน้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ป่าน สามารถชมนก, ลำธาร, น้ำตก และความงดงามของป่าไม้ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งบริเวณพื้นที่อุทยานจะมีบ้านพักไว้คอยให้บริหารหรือใครสายแบ็คแพคก็สามารถจองพื้นที่กางเต็นท์เลยค่ะ
5. กิ่วแม่ปาน
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดตามช่วงฤดูกาล (06.00 – 16.00) |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ค่าไกด์นำทาง 200 บาท/กลุ่ม |
มาเชียงใหม่ ไม่ไปกิ่วแม่ปาน บอกเลยว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่เช่นกันนะจ๊ะ สถานที่ยอดฮิตตลอดกาลกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์, ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และนอกจากนั้นกิ่วแม่ปานยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยมาก ๆ อีกจุดหนึ่งของดอยอินทนนท์ ซึ่งไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือ “ต้นกุหลาบพันปี สีแดงสด” ที่จะออกดอกให้ได้ชื่นชมในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น แอบกระซิบสักหน่อยว่าหาชมได้ยากมาก ๆ แนะนำว่าต้องลองลองมาสัมผัสกันสักครั้งนะคะ ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
6. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดตามช่วงฤดูกาล (06.00 – 18.00) |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ค่าบริการคนละ 20 บาท |
นับได้ว่าสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวของเชียงใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้ที่ไหนเลยค่ะ ซึ่งพื้นที่ของอุทยานเป็นสถานีหลักในการวิจัยไม้ดอกและไม้ประดับของเขตเมืองหนาว และเป็นมูลนิธิโครงการหลวงเพื่อช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น รวมไปถึงการจัดโรงเรือนแสดงพันธุ์ไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น กล้วยไม้, เฟิร์น, สวนกุหลาบพันปี และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งภายในสถานีหลักก็ยังมีจุดให้บริการของนักท่องเที่ยว ทั้งที่พัก อาหารและของฝากต่าง ๆ แนะนำเลยสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบพืชไม้ แปลก ๆ หาดูได้ยาก ลองไปเยี่ยมชมที่นี่กันดูนะคะ
7. น้ำตกแม่ยะ
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดตามช่วงฤดูกาล แนะนำให้โทรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน 08.00 – 16.30 |
| ค่าเข้าใช้บริการ |
|
“น้ำตกแม่ยะ” เป็นอีกหนึ่งน้ำตกในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีความสวยงามราวกับภาพวาดในจินตนาการ ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง อีกทั้งยังเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสูงมาก เพราะเป็นการรวมตัวกันของห้วยน้ำหลาย ๆ สาย บอกเลยว่าควรค่าแก่การมาถ่ายรูปอย่างยิ่งค่ะ การเดินทางไม่ลำบากเกินไปอย่างที่คิด เพียงแค่คุณจอดรถยนต์และเดินมาตามทางเข้า ซึ่งใช้เวลาประมาน 10 นาที เท่านั้น ใครสายธรรมชาติ รักความสงบ แนะนำเลยค่ะ
8. วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดทุกวัน 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ไม่มีค่าเข้าใช้บริการ |
เหล่าสายบุญ และสายมูทั้งหลายไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเชียงใหม่ “วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร” เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความสำคัญคู่บ้าน คู่เมืองจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่อำเภอจอมทอง หากใครที่กำลังจะขึ้นดอยอินทนนท์ แน่นอนว่าต้องแวะที่วัดแห่งนี้ก่อน ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม สักการะบูชาอยู่เป็นจำนวนมาก พระวิหารหลวงของวัดพระธาตุศรีจอมทอง พระบรมธาตุที่ถูกบรรจุไว้ในพระโกศ 5 ชั้น พระอุโบสถลักษณะทรงไทยหน้าบันลงปิดทองสวยงาม หอพระไตรปิฎกเป็นอาคารสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้สำหรับเก็บพระไตรปิฎก พระเจดีย์บริวาล (พระธาตุน้อย) ที่บรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายแต่ไม่ได้บรรจุพระธาตุไว้ภายใน พระธาตุศรีจอมทองที่มีฐานรูปสี่เหลี่ยม หุ้มทอง ทั้งองค์ เป็นศิลปกรรมแบบล้านนา ที่สวยสดงดงามเป็นอย่างมาก แนะนำเลยค่ะ ควรค่าแก่การสักการะบูชาเป็นอย่างมาก
9. พระตำหนักดอยผาตั้ง
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดทุกวัน 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ไม่มีค่าเข้าใช้บริการ |
ถ้าคุณอยากชมดอกไม้สวย ๆ ที่บานสะพรั่ง และอยากได้โลเคชั่นถ่ายรูปแบบฟีลซากุระญี่ปุ่น ขอบอกเลยค่ะว่า ‘พระตำหนักดอยผาตั้ง’ เป็นสถานที่ที่คุณกำลังตามหา นอกจากจะมีต้นพญาเสือโคร่งที่จะบานสะพรั่งให้เราได้ชมแล้ว ยังมีต้นเมเปิ้ล และสวนดอกไม้เมืองหนาว นานาชนิด พร้อมจุดชมวิวสวย ๆ ที่เราสามารถมองเห็นยอดเขาดอยอินทนนท์ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย พูดได้คำเดียวเลยว่า วิวสวยมาก!!! สวยตาแตก!! ไม่ควรพลาดจริง ๆ ค่ะ
10. ผาช่อ
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดทุกวัน 08.00 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าใช้บริการ |
|
ช่วงนี้เราจะเห็นเพื่อน ๆ ในโลกโซเชี่ยลถ่ายรูปเช็คอินสถานที่โบราณสวย ๆ ในบรรยากาศเหมือนหลุดไปอยู่ในเมืองลับแล ยังไงยังงั้นเลย ซึ่งสถานที่แห่งนั้นก็คือ ‘ผาช่อ’ เป็นสถานที่ ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ โดยลักษณะของผาช่อเกิดจากตะกอนที่สะสมบริเวณขอบแอ่งและเชิงเขาของแนวเทือกเขา จึงก่อให้เกิดลักษณะเป็นหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร ซึ่งมีลักษณะที่แปลกตา จึงถูกกล่าวขนานนามว่าผาช่อนั้นเอง ภายในจะดูขรึมขลัง แต่ก็แอบมีความพิเศษงดงามที่ไม่ซ้ำใคร เป็นมนต์เสนห์ที่เกิดจากสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาให้โดยแท้จริงค่ะ
11. นาขั้นบันไดแม่กลางหลวง
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดทุกวัน 08.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ไม่มีค่าเข้าใช้บริการ |
หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนวสงบ ๆ เชิงพักผ่อนไปในตัว เราขอแนะนำให้คุณลองไปที่นี่ ‘นาขั้นบันไดแม่กลางหลวง’ อีกหนึ่งสถานที่ดังขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้เลยค่ะ แนะนำว่าให้มา 2 ช่วง โดยคุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการฟีลแบบไหน หากเป็นช่วงเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม จะเป็นช่วงหน้าฝนที่ต้นข้าวจะเริ่มเขียวขจีชุ่มฉ่ำ แต่หากช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน จะเป็นช่วงที่ต้นข้าวอออกรวงเป็นสีทองเต็มท้องทุ่งเหลืองอร่ามค่ะ
นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษอีกด้วย ภายในสถานที่ยังมีร้านอาหารไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนแบบคู่รักหรือกลุ่มเพื่อนก็ได้ฟิวไปอีกแบบ เป็นอีกหนึ่งจุดพักผ่อนที่น่าสนใจจริง ๆ ค่ะ
12. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดทุกวัน 08.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ไม่มีค่าเข้าใช้บริการ |
สถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อว่าใครที่ชื่นชอบเกี่ยวกับพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด ไม่ควรพลาด คือ “ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์” ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยดินทนน์ เป็นศูนย์ที่ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยและการเพาะพันธุ์กล้วยไม้ รองเท้านารีอินทนนท์ที่สวยมาก ๆ และใกล้สูญพันธุ์แล้วก็ว่าได้ ทั้งยังเป็นสถานที่ที่ได้มอบความรู้ให้กับผู้ที่สนใจเรื่องกล้วยไม้อีกด้วย โดยจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมในช่วงต้นเดือนมกราคมของทุก ๆ ปีค่ะ
13. น้ำตกวชิรธาร
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดทุกวัน 10.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าใช้บริการ | ไม่มีค่าเข้าใช้บริการ |
หากคุณชื่นชอบการเที่ยวน้ำตก เป็นชีวิตจิตใจ นอกจาก “น้ำตกแม่ยะ” ที่แนำนะไปแล้ว เราขอแนะนำให้คุณลองไปเยี่ยมชม “ น้ำตกวชิรธาร” อีกสักที่ค่ะ น้ำตกแห่งนี้จะเหมาะสำหรับ สายชิค สายชิว ที่บอกเลยว่าห้ามพลาด!! สถานที่ตั้งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ ในช่วงที่มีน้ำมาก ๆ ละอองน้ำจะสาดกระเด็นไปทั่วบริเวณ และสะพานไม้ที่ทอดยาวเข้าไปหาทางหน้าผานั้นก็จะเปียกตลอดเวลา แต่ในยามที่แสงอาทิตย์กระทบกับละอองน้ำจะเกิดสายรุ้งกินน้ำที่งดงามเกินบรรยายจริง ๆ เป็นน้ำตกที่นักท่องเที่ยวขึ้นมาแล้วไม่ผิดหวังรับประกัน!! สามารถขึ้นมาดูได้ตลอดทั้งปี ฟินสุด ๆ กันไปเลยค่ะ
14. พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดทุกวัน 10.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าใช้บริการ |
|
เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินชื่อ ‘พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล’ มาอย่างแน่นอน เพราะเป็นวัดชื่อดังในเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่นอกจากจะเป็นวัดที่ชาวบ้านสักการะแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่สำคัญมาก ๆ อีกด้วย เมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษาและได้เทิดพระเกียรติแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในวันมหามงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ จะมีฐานเป็นรูป 12 เหลี่ยม มีระเบียงแก้วโดยรอบ บอกได้คำเดียวเลยว่าสวยและงดงามมากจริงๆค่ะ
15. อ่างกา ดอยอินทนนท์
| แผนที่ | กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps |
| ที่ตั้ง | ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ |
| เวลาเปิด – ปิด | เปิดทุกวัน 05.00 – 19.00 น. |
| ค่าเข้าใช้บริการ |
|
อีกหนึ่งสถานที่ สายธรรมชาติ มาเชียงใหม่แล้ว ไม่ไปไม่ได้ คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ “ อ่างกา ดอยอินทนนท์ ” ที่อุดมไปด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ อันเขียวขจีประหนึ่งเหมือนเดินอยู่ในยุคป่าดึกดำบรรพ์กันเลยทีเดียว ภายในป่าจะรายล้อมไปด้วยมอสและเฟิร์นทั้งสองข้างทาง ซึ่งระยะเส้นทางประมาณ 300 – 400 เมตร ที่จะทำให้นั่งท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ แค่ดูรูปฟินขนาดนี้ หากได้ไปสัมผัสธรรมชาติเองจริง ๆ จะฟินขนาดไหนหน๊าาาา อย่าลืมลองไปกันนะคะ
นอกจากดอยอินทนนท์แล้ว จังหวัดเชียงใหม่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ทั้งด้านศิลปะ ที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ, วัดพระธาตุดอยคำ, วัดอุโมงค์ หรือถนนคนเดินท่าแพ เป็นต้น หรือใครไม่ชอบสายเดินป่า เดินเขา แต่อยากได้ฟิวแบบนอนดูพระอาทิตย์ตกก็ต้องเป็นม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม หรือ เชียงดาว อำเภอเชียงดาว มีที่พักให้เลือกมากมาย
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 15 สถานที่เที่ยวทางไปดอยอินทนนท์ ไม่อยากให้ใครพลาดแม้แต่จุดเดียวเลยจริง ๆ ค่ะ เพราะแต่ละที่ เป็นสถานที่ ที่สวยงามและควรค่าแก่การไปพักผ่อนมาก ๆ ซึ่งการเดินทางก็ไม่ได้ยากลำบากกว่าที่คิด อยากให้ทุกคนได้ไปลองสัมผัสแล้วจะค้นพบว่า ความสุขที่แท้จริงแล้วอาจจะไม่ต้องการความหรูหรา หรือ หวือหวาอะไรมากนัก แค่เพียงต้องการพักผ่อนชิว ๆ ฟังเพลงสบาย ๆ พร้อมบรรยากาศ ที่คนในเมืองอย่างเรา ๆ ไม่เคยได้ไปสัมผัสกัน ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทางนะคะ