10 ที่เที่ยวสุพรรณบุรี ที่ไม่ควรพลาด ปี 2022

ตอนนี้หลาย ๆ ครอบครัวก็เริ่มที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขึ้นเหนือ เที่ยวดอย หรือลงใต้ เที่ยวทะเล เรียกได้ว่าการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง แต่ถึงแม้ สถานการณ์โควิด 19 ในช่วงนี้จะคลี่คลายลงไปบ้าง ก็อย่าการ์ดตกกันนะคะ ต้องเตรียมพร้อมดูแลตัวเองอยู่เสมอทั้งการ สวมหน้ากากอนามัย และการใช้ เจลแอลกอฮอร์ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของทุก ๆ คน ถือว่าเป็นการ ท่องเที่ยวแบบ New Normal นั่นเองค่ะ

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่าง จ.เชียงใหม่, จ.ภูเก็ต, จ.กระบี่, จ.ชลบุรี หรือ เกาะสมุย แล้ว บอกเลยว่าประเทศไทยนั้นมี Unseen อีกหลายที่มาก ๆ ที่ไม่ควรพลาด อย่างในวันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับจังหวัดทางภาคกลางของไทย ที่มีสำเนียงการพูดที่มีสเน่ห์ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ “ที่เที่ยวสุพรรณบุรี” นั่นเองค่ะ

ในครั้งที่แล้วเราได้ชี้ลายแทง ของฝากสุพรรณบุรี กันไปแล้ว วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีที่ไหนน่าตามรอยบ้าง

ทำความรู้จักจังหวัดสุพรรณบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคกลางของประเทศไทย มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ และอยู่ห่างจากกรุงเทพเพียง 100 กิโลเมตรเท่านั้นค่ะ เรียกได้ว่าใครที่มีแพลนวันหยุดยาว หรือมีเวลาว่างในช่วงสุดสัปดาห์ก็สามารถขับรถมาเที่ยวได้อย่างสะดวก โดยจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นมีอาณาเขตที่ติดกับหลายจังหวัดมาก ๆ ได้แก่ จ.กาญจนบุรี, จ.ชัยนาท, จ.สิงห์บุรี, จ.อ่างทอง, จ.อยุธยา, จ.ปทุมธานี และ จ.นครปฐม มีด้วยกันทั้งสิ้น 10 อำเภอ โดยอำเภอที่ใหญ่ที่สุดคืออำเภอด่านช้าง แถมยังเป็นจังหวัดที่เป็นต้นกำเนิดวรรณคดีไทยยอดนิยมอย่าง “ขุนช้างขุนแผน” อีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะอำเภอและสถานที่ในวรรณคดีเรื่องนี้ก็ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน

หากพูดถึงในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว เห็นเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แบบนี้ บอกเลยว่ามีที่เที่ยวครบทุกแบบทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น สายเข้าวัดทำบุญ, สายชมทะเลหมอก, สายเรียนรู้ธรรมชาติ หรือจะเป็น สายกินของอร่อย ก็มีให้เลือกกันแบบจุใจ เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ครบทุกสาย เอาเป็นว่าพูดไปจะหาว่าโม้เยอะ ตามไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ




1. ตลาดสามชุกร้อยปี

ตลาดสามชุกร้อยปี
รูปภาพจาก suphanburi.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ซอยเทศบาลซอย 9 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน 08:00 – 17:00 น.
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

เมื่อพูดถึงตลาดสามชุก เชื่อว่าหลายคนจะต้องรู้จัก แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าตลาดสามชุกนั้นตั้งอยู่ที่สุพรรณบุรีเรานี่เองค่ะ โดยที่นี่เป็นตลาดโบราณที่มีมากว่า 100 ปี ทำให้ผู้คนเรียกติดปากกันว่า “ตลาดสามชุกร้อยปี” ที่นี่มีร้านของกินอร่อย ๆ ที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น ร้านกาแฟท่าเรือส่ง, ขนมไข่ปลา, ขนมสาลี่แม่กิมเลี้ยง หรือเป็ดย่างจ่าเฉิด เป็นต้น ซึ่งสถานที่ตั้งนั้นก็หาไม่ยาก ตั้งอยู่ที่อำเภอสามชุกตามชื่อตลาดเลยค่ะ และในตลาดนี้ไม่ได้ขายเพียงแค่ของกินเท่านั้นนะคะ ยังมีของใช้ต่าง ๆ อีกมากมาย ใครที่อยากลองมาเดินตลาดโบราณ ที่การก่อสร้างยังอนุรักษ์เอาไว้ในแบบของสมัยก่อน รับรองว่าที่นี่ถูกใจแน่นอนค่ะ


2. อุทยานแห่งชาติพุเตย

อุทยานแห่งชาติพุเตย
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบล วังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน 08:00 – 18:00 น.
ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็ก 10 บาท

อุทยานแห่งชาติพุเตย ตั้งอยู่ในอำเภอด่านช้าง ซึ่งเป็นอำเภอที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด โดยอุทยานแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งแรกและแห่งเดียวของสุพรรณบุรี มียอดเขาที่สูงที่สุดชื่อว่า “ยอดเขาเทวดา” ถ้าถามว่าไฮไลท์ของที่นี่คืออะไร บอกได้เลยว่าคือการที่คุณได้ตื่นมาพร้อมกับสายลมและทะเลหมอก ชมวิวยามเช้า ซึ่งทางอุทยานสามารถให้เราขึ้นไปกางเต้นท์กันได้ โดยช่วงที่เหมาะสำหรับการมาชมทะเลหมอกของที่นี่ก็จะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือช่วงเดือนพฤศจิกายนนั่นเองค่ะ ใครที่ชอบดื่มด่ำบรรยากาศของธรรมชาติ ชอบถ่ายรูปวิวสวย ๆ อุทยานแห่งชาติพุเตยจะทำให้คุณประทับใจอย่างไม่มีวันลืม


3. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (บึงฉวาก)

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (บึงฉวาก)
รูปภาพจาก เพจ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน 08:00 – 17:00 น.
ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 30 บาท / เด็ก 10 บาท

บึงฉวาก เป็นสถานที่โชว์สัตว์น้ำที่น่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ราว 2,700 ไร่ (1) กินพื้นที่ถึง 2 จังหวัดคือ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ซึ่งบึงฉวากนั้นถือเป็นสถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของไทย จะมีตัวอาคารหลัก ๆ ด้วยกันอยู่ 3 อาคาร คืออาคารแสดงสัตว์น้ำและปลาสวยงามกว่า 50 ชนิด, อาคารอุโมงค์ปลาน้ำจืด และอาคารสวรรค์แห่งโลกใต้ทะเลซึ่งจะมีบันไดเลื่อนผ่านอุโมงค์ตู้ปลาขนาดใหญ่ ได้ใกล้ชิดกับฝูงปลามาก ๆ ใครที่ชื่นชอบสัตว์น้ำ หรืออยากจะมาชมฝูงปลาน้อยใหญ่ก็สามารถแวะมาได้ที่บึงฉวากแห่งนี้ค่ะ


4. เขื่อนกระเสียว

เขื่อนกระเสียว
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

เขื่อนกระเสียว แค่ชื่อก็ฟังดูน่าจั๊กจี๋ โดยเขื่อนนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านช้าง ของจังหวัดสุพรรณบุรี และเป็นเขื่อนดินที่มีความยาวมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของไทยรองมาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร และมีความสูงถึง 32.5 เมตรกันเลยทีเดียวค่ะ (2) เขื่อนกระเสียวนั้นเป็นเขื่อนที่มีประโยชน์ใช้สอยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นใช้ในการเกษตรกรรม, เป็นพื้นที่ประมง หรือเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว โดยที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดของสุพรรณบุรี เหมาะแก่การมาเดินรับลมชมวิว, เดินออกกำลังกาย, ปั่นจักรยานและถ่ายรูปเล่นมาก ๆ ค่ะ


5. นาเฮียใช้ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย

นาเฮียใช้ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง 150/6 หมู่ที่ 8 ถนนสุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

ใครที่ชอบการท่องเที่ยวแนวศึกษาวิธีชีวิตของคนในชุมชน บอกเลยว่า “นาเฮียใช้” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด เพราะที่นี่นั้นได้เปิดให้ผู้คนเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการทำนา สิ่งปลูกสร้างจะเป็นเรือนไทยสมัยเก่าแก่ ทำให้สะท้อนวิถีชีวิตของคนในอดีตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีแปลงนาสาธิตที่จะทำการปักดำทุกวันที่ 1 ของเดือน เพื่อให้ศึกษาระยะการเจริญเติบโตของรวงข้าว ภายในศูนย์การเรียนรู้ยังมีทั้งเรือนไทยจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในอดีต เช่น อุปกรณ์หีบอ้อยต่าง ๆ , เรือนพระแม่โพสพ, เรือนหนังสือพระราชกรณียกิจ, หอเตือนภัยชาวนา, ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย เรียกได้ว่ามีครบ ถูกใจสายที่ชอบเรียนรู้ธรรมชาติมาก ๆ


6. วัดไผ่โรงวัว

วัดไผ่โรงวัว
วัดไผ่โรงวัว
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ถนนลาดบัวหลวง ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน 08:00 – 17:00 น.
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

วัดไผ่โรงวัว หรือวัดที่รู้จักกันดีในชื่อ ‘วัดโพธาราม’ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดสุพรรณบุรี วัดนี้ตั้งอยู่ในอำเภอสองพี่น้อง ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างมากมายไม่ว่าจะเป็น พระพุทธรูป, พระโพธิสัตว์, รูปหล่อพระพุทธประวัติ, พระวิหารร้อยยอด, เจดีย์ร้อยยอด รวมไปถึงเมืองจำลองนรกสวรรค์ ซึ่งจุดเด่นของวัดไผ่โรงวัวคือเป็นที่ประดิษสถานของ “พระพุทธโคดม” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ใช้เวลาก่อสร้างเป็นเวลา 17 ปี โดยมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระเกตุมาลาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2512 ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพนับถือของชาวสุพรรณมาเป็นเวลาช้านาน


7. พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ

พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ
พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน 07:00 – 18:00 น.
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ หรือหลวงพ่ออู่ทอง เป็นพระพุทธรูปแกะสลักผาหินที่ตั้งอยู่ในวัดเขาทำเทียม โดยรูปปั้นแกะสลักชิ้นนี้เรียกได้ว่าเป็นรูปปั้นแกะสลักหินพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งหลวงพ่ออู่ทองนั้นมีความสูงกว่า 108 เมตร (3) ซึ่งจะตั้งอยู่บริเวณผามังกรบิน ใครที่มีโอกาสได้แวะไปเที่ยวที่สุพรรณบุรี แล้วอยากเข้าไปเคารพกราบไหว้ ก็สามารถเข้าไปได้ทุกวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าเลยค่ะ บอกเลยว่าคุณจะได้เห็นงานแกะสลักขนาดมหึมา ดูสวยงามแปลกตา ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน


8. วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม

วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน 
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม ตั้งอยู่ในอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เดิมชื่อว่าวัดเขาพระ เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัด โดยคาดว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยทวารวดีเลยค่ะ ตัววัดนั้นตั้งอยู่บนภูเขา ในระวังการเดินขึ้นบันไดไปยังบนยอดเขานั้นจะมีถ้ำที่เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งเป็นวัตถุโบราณเก่าแก่ ในส่วนของบรรยากาศภายในวัดค่อนข้างร่มรื่น กว้างขวาง ใครที่ชอบการเข้าวัด ไหว้พระ ทำบุญ หากคุณได้มาที่นี่ นอกจากจะอิ่มบุญแล้ว คุณยังสามารถขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาอีกด้วยนะคะ ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว


9. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร
วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ถ.มาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน 08:00 – 18:00 น.
ค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม

หากพูดถึงวัดที่มีชื่อเสียงของชาวสุพรรณ จะขาดวัดป่าเลไลยก์ไปไม่ได้เลยค่ะ เพราะวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยที่เป็นยุครุ่งเรืองของสุพรรณบุรี วัดป่านี้ตั้งอยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง อยู่แถวแม่น้ำสุพรรณ จุดเด่นของวัดป่าเลไลยก์คือข้างในของตัววิหารนั้นเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต ปางป่าเลไลยก์ ซึ่งในเมื่อก่อนหลวงพ่อโตนั้นจะเป็นปางประทานปฐมเทศนา แต่ได้มีการบูรณะให้กลายเป็นปางป่าเลไลยก์ดังที่เห็นในปัจจุบันค่ะ

จุดเด่นอีกหนึ่งสิ่งของวัดป่าเลไลยก์คือชื่อของวัดนี้เคยปรากฎในวรรณคดีไทยชื่อดังอย่างขุนช้างขุนแผน ตอนพลายแก้วบวชเณร ทำให้ภายในวัดนั้นมีอนุสรณ์ของตัวละครเหล่านี้อยู่เช่นกัน ได้แก่ อนุเสาวรีย์ขุนแผน, อนุเสาวรีย์ขุนช้าง, อนุเสาวรีย์นางพิมพิลาไลย และบ้านของขุนช้าง ใครที่ชื่อชอบวรรณคดีเรื่องนี้ หรืออยากจะตามรอย ก็สามารถเข้าไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ


10. หอคอยบรรหาร-แจ่มใส

หอคอยบรรหาร-แจ่มใส
รูปภาพจาก suphanburi.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
เวลาทำการ เปิดทุกวัน 10:00 – 20:30 น.
ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 30 บาท / เด็ก 15 บาท

ใครที่ชื่อชอบหอคอย บอกเลยว่าไม่ได้มีแต่ที่เกาหลีเท่านั้นค่ะ เพราะที่สุพรรณบุรีก็มีหอคอย ที่ตั้งตระหง่านสวยงาม อยู่ท่ามกลางเมืองสุพรรณ นั่นก็คือหอคอยบรรหาร-แจ่มใส ตั้งอยู่บนถนนนางพิม ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง เป็นหอคอยแห่งแรกและยังที่สุดในประเทศไทยด้วยความสูงถึง 123.25 เมตร (4) ข้างบนหอคอยมีทั้งกล้องส่องทางไกลเอาไว้สำหรับส่องดูเมืองสุพรรณ และยังมีร้านขายของที่ระลึก และนิทรรศการต่าง ๆ ทั้งด้านวรรณคดี, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม รวมไปถึงด้านชีวิตความเป็นอยู่ เรียกได้ว่าเป็นแลนมาร์คของจังหวัดสุพรรณเลยก็ว่าได้ค่ะ




เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 10 แห่งของจังหวัดสุพรรณบุรี จะเห็นได้ว่าที่นี่เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ ลายร้อมไปด้วยธรรมชาติ ผู้คนน่ารักเป็นกันเอง แถมของกินอร่อย ๆ ก็มีให้เลือกเยอะ ใครที่กำลังมองหาจังหวัดที่ใกล้เมืองหลวง เงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ บอกเลยว่าจังหวัดสุพรรณบุรีจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ควรค่าแก่การไปเยือน


References :

  1. บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ
  2. เขื่อนกระเสียว
  3. วัดเขาทำเทียม
  4. หอคอยบรรหาร-แจ่มใส – จังหวัดสุพรรณบุรี
Jane Chananticha

Jane Chananticha

안녕하세요~ สวัสดีค่ะทุกคน เจนนะคะ จบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะศิลปศาสตร์ เป็นผู้ที่ชื่นชอบน้องหมาและการดูซีรีส์เกาหลีเป็นชีวิตจิตใจ ขอให้มีความสุขกับการอ่านบทความของเจนนะคะ

Next Post