หากใครที่เบื่อการใช้ชีวิตในตัวเมืองที่เร่งรีบและวุ่นวาย เราขอแนะนำให้มาเที่ยวที่ “จังหวัดน่าน” เมืองของการใช้ชีวิตสโลวไลฟ์ ที่ถ้าหากคุณได้ลองมาเที่ยว แล้วคุณจะหลงรักเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้แน่นอน น่านเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ในด้านธรรมชาติ และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ซึ่งจากในครั้งที่แล้วเราได้รีวิว สถานที่ท่องเที่ยวเมืองน่าน และ ที่พักจังหวัดน่าน กันไปแล้ว หากใครที่มีเวลา หรือมีวันหยุด ก็สามารถใช้เป็นแนวทางในการแพลนที่เที่ยวได้
จังหวัดน่าน เป็นจังหวัดที่มีความสวยงาม และเป็นเมืองจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่เหล่านักเดินทางต่างใฝ่ฝันว่าต้องมาเที่ยวให้ได้สักครั้ง ว่ากันว่าหากใครที่มาเที่ยวที่นี่ ต้องแวะมาสักการะบูชาพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองที่วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง, มาดูภาพวาดจิตรกรรมกระซิบรักบันลือโลกที่วัดภูมินทร์ และขึ้นไปชมความงดงามของทะเลหมอกที่ดอยเสมอดาว ใครที่ไม่ไป ยังถือว่ามาไม่ถึงเลยทีเดียว
แน่นอนว่าการออกเที่ยวต่างจังหวัด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวเลยก็คือ “ของฝาก” เพราะเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่คอยเตือนใจว่าครั้งหนึ่งเราเคยมาเที่ยวที่นี่ ดังนั้นในวันนี้เราจะมารีวิว “ของฝากจังหวัดน่าน” ที่เราได้คัดเลือกมาแล้วว่าเป็นจุดเด่นของจังหวัดน่าน ที่หาซื้อได้ง่ายทางออนไลน์ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีตัวไหนน่าสนใจบ้าง
ของฝากจังหวัดน่าน ที่เหมาะกับคุณ
- ของฝากน่าน ประเภทผลไม้อบแห้ง ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด
- มะไฟจีนอบแห้ง ตราเพียงตะวัน
- กล้วยอบแบบม้วน ตราน่านบ้านกล้วย
- ของฝากน่าน ประเภทขนมทานเล่น
- ถั่วกรอบแก้ว ตราบ้านถั่วลิสง
- ข้าวซอยตัด รสน้ำผึ้ง ตราบ้านถั่วลิสง
- ของฝากน่าน หาซื้อได้ยาก มีแค่ที่จังหวัดน่านเท่านั้น
- เกลือสินเธาว์จากภูเขา จังหวัดน่าน
- เมล็ดกาแฟน่าน จากดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน
- สาหร่ายไก สาหร่ายน้ำจืดอบแห้ง ตราศิริพร
ทำความรู้จักกับ “น่าน”
จังหวัดน่าน เป็น 1 ใน 12 เมืองต้องห้าม (พลาด) ที่หลาย ๆ คนคิดว่าเป็นแค่เมืองทางผ่าน แต่บอกเลยค่ะว่าเมืองน่าน เป็นเมืองที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ทิศตะวันออกสุดของภาคเหนือ เป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญในอดีตหลายแห่ง เช่น เวียงวรนคร (เมืองพลัว), เวียงศรีษะเกศ (เมืองงั่ว) และเวียงภูเพียงแช่แห้ง อีกทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำน่านอีกด้วยค่ะ
จังหวัดน่านมีทิศเหนือและทิศตะวันออกติดกับประเทศลาว ทิศใต้ติดกับจังหวัดอุตรดิตถ์ และทิศตะวันตกติดกับจังหวัดพะเยาและจังหวัดแพร่ อีกทั้งยังมีด่านเข้า-ออกประเทศลาวหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น จุดผ่านแดนถาวรสากลห้วยโก๋น-น้ำเงิน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, จุดผ่อนปรนบ้านใหม่ชายแดน อำเภอสองแคว และจุดผ่อนปรนบ้านห้วยสะแตง อำเภอทุ่งช้าง เป็นต้น
น่าน เป็นเมืองที่อยู่ท่ามกลางการโอบล้อมของขุนเขา มีความหลากหลายทั้งในด้านชาติพันธุ์, วัฒนธรรม และความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เพราะเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีพื้นที่ป่าคิดเป็นร้อยละ 85.45 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด ด้วยความที่มีพื้นที่ป่ามาก ทำให้มีจำนวนอุทยานแห่งชาติถึง 7 แห่ง และธรรมชาติที่งดงามนี่เองค่ะ ทำให้ที่นี่เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่สงบ และไม่หมุนไปตามกาลเวลา ถึงแม้ตอนนี้เมืองน่านได้พัฒนาให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมต่าง ๆ เอาไว้อย่างชัดเจน จนได้รับการขนานนามว่า “..เมืองเก่าที่มีชีวิต..”
1. มะไฟจีนอบแห้ง ตราเพียงตะวัน

มะไฟจีน หรือที่ชาวน่านเรียกว่า ‘ส้มมะไฟ’ เป็นพืชตระกูลส้ม แต่มีลักษณะคล้ายกับมะไฟ เปลือกบาง มีรสฝาด จุดเริ่มต้นของมะไฟจีนมาจากชาวจีนในจังหวัดน่าน โดยจะปลูกมากในพื้นที่ ต.ท่าน้าว อ.ภูเพียง, ต.นาเหลือง อ.เวียงสา และ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน เริ่มแรกนั้นการแปรรูปมะไฟจีน เป็นเพียงกิจการภายในครอบครัวเล็ก ๆ ไม่มีการตลาด ภาชนะบรรจุก็ธรรมดาทั่วไป แต่เนื่องจากมะไฟจีนมีรสชาติอร่อย มีลูกค้าติดเยอะ ทำให้ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากหน่วยงานหลายแห่งให้บรรจุภัณฑ์ดูสวยงาม มีมาตรฐานมากขึ้น จนได้เป็นสินค้า OTOP ระดับ 4 ดาวเลยล่ะค่ะ
ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะนิยมทานมะไฟจีนกันแบบสด แต่เนื่องจากมีผลผลิตที่มาก ทำให้เกิดการแปรรูปเกิดขึ้น โดยจะนิยมแปรรูปโดยการอบแห้งและอบน้ำผึ้ง ซึ่งทางแบรนด์เพียงตะวัน ก็เป็นอีกแบรนด์ที่มีชื่อเสียง และได้ทำการแปรรูปมะไฟจีนในสมาร์ทโดม สะอาด ปลอดภัย บรรจุมาในซองฟอยล์อย่างดี เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า ไม่มีการเจือสีหรือแต่งกลิ่นสังเคราะห์ สามารถเก็บได้นานถึง 12 เดือนเลยค่ะ ใครที่อยากลองชิมผลไม้ที่หาได้แค่จังหวัดน่าน ต้องลองมะไฟจีนอบแห้ง ตัวนี้เลยค่ะ
2. กล้วยอบแบบม้วน ตราน่านบ้านกล้วย

กล้วยอบ ก็เป็นสินค้า OTOP 5 ดาว อีกหนึ่งชนิดของจังหวัดน่าน จุดเด่นของกล้วยอบตัวนี้คือกล้วยอบที่นำมาม้วน ให้มีลักษณะเหมือนทองม้วน แผ่นบาง ทานง่าย โดยกล้วยอบแบบม้วน ของแบรนด์น่านบ้านกล้วยตัวนี้ ผลิตที่ ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน กล้วยที่ใช้เป็นแบบปลอดสารพิษ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย รสชาติอร่อย หวานหอมตามธรรมชาติของกล้วย มีจุดเด่นคือการผลิตโดยกรรมวิธีธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัย แถมยังได้มาตรฐาน อย. และ GMP อีกด้วยนะคะ ใครพลาดแล้วจะเสียดาย
3. ถั่วกรอบแก้ว ตราบ้านถั่วลิสง

โรงงานถั่วลิสง “ซินกวงน่าน” เป็นโรงงานที่ต้มและตากแห้งถั่วลิสงเพียงแห่งเดียวในจังหวัดน่าน ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2521 ปัจจุบันได้พัฒนาสู่โรงงานแปรรูปถั่วลิสงแบบครบวงจร โดยเป็นทั้งผู้ปลูก, ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงแปรรูป ที่ใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธ์, การลงแปลงปลูก, การเก็บเกี่ยว และการส่งถั่วลิสงเข้าสู่กระบวนการแปรรูปที่สะอาดปลอดภัย ได้มาตรฐาน จนเป็นผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงแปรรูปที่หลากหลายกว่า 23 ผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ “บ้านถั่วลิสง” และ “นันทบุรี”
ซึ่ง ถั่วกรอบแก้ว เป็นสินค้าภายใต้แบรนด์บ้านถั่วลิสง คุณจึงมั่นใจได้ในคุณภาพ และการผลิตว่าสะอาด ปลอดภัย ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 40 ปี ถั่วกรอบแก้วตัวนี้ ผลิตจากถั่วลิสงกระเทาะเปลือก แล้วนำมาเคลือบด้วยน้ำตาล จากนั้นคลุกด้วยงาขาว รสชาติอร่อย หวานกำลังพอดี กรอบ มัน เคี้ยวเพลินสุด ๆ ทานเป็นของว่างก็อร่อย หรือจะนำไปประกอบอาหารก็เข้ากันกับหลากหลายเมนู มีอายุการเก็บรักษานานถึง 10 เดือนเลยค่ะ
4. เกลือสินเธาว์จากภูเขา จังหวัดน่าน

เกลือสินเธาว์ เป็นเกลือภูเขาคุณภาพดีที่มาจาก อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เหตุที่ได้ชื่อว่าบ่อเกลือ เนื่องจากเป็นแหล่งเกลือสินเธาว์ขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่โบราณ บ่อเกลือที่สำคัญในน่านมีอยู่ 2 แห่ง คือ บริเวณต้นน้ำว้า ซึ่งมีบ่อเกลือขนาดใหญ่อยู่ 2 บ่อ และบริเวณต้นน้ำน่าน มีบ่อใหญ่อยู่ 5 บ่อ
ในปัจจุบัน บ่อเกลือที่ยังต้มเกลือกันอยู่ มี 2 บ่อ คือ บ่อเกลือเหนือ และบ่อเกลือใต้ ซึ่งบ่อเกลือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกัน เนื่องจากที่นี่จะมีการสาธิตการผลิตเกลือแบบโบราณให้ชมกันสด ๆ โดยวิธีการผลิตเกลือของชาวบ้านที่นี่ก็จะเริ่มจากตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านลำไม้ไผ่ไปยังบ่อพัก เพื่อให้น้ำเกลือตกตะกอน จากนั้นนำน้ำเกลือมาต้มในกระทะใบบัวขนาดใหญ่ประมาณ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งเกลือที่ผลิตได้นั้นจะไม่มีไอโอดีนเหมือนเกลือทะเล ทำให้ต้องเติมไอโอดีนเสริมเข้าไปนั่นเองค่ะ
เนื่องจากมีการผลิตเกลือนี่เองทำให้ที่นี่ได้ผลิตสินค้าจากเกลือสินเธาว์ออกมามากมาย อาทิ เกลือบริโภค, เกลือสปา หรือเกลือสมุนไพรต่าง ๆ บอกเลยว่าของเค้าดีจริง ซึ่งสินค้าของเราในวันนี้คือเกลือสินเธาว์สำหรับแช่เท้า เป็นเกลือสปาคุณภาพดี มีให้เลือก 3 กลิ่นคือ กลิ่นกุหลาบ, กลิ่นมิ้นต์ และกลิ่นสมุนไพรธรรมชาติ โดยเกลือเหล่านี้หากนำมาขัดเท้า จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และขจัดสิ่งตกค้างในร่างกาย 1 ถุง ปริมาณ 100 กรัม สามารถใช้ได้ 2 – 4 ครั้งเลยทีเดียวค่ะ
5. เมล็ดกาแฟน่าน จากดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน

หากพูดถึงแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟในประเทศไทย “น่าน” ถือเป็นอีกจังหวัดที่มีการปลูกกาแฟ และพัฒนาสายพันธุ์กันอย่างจริงจัง มีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ปลูกในพื้นที่ป่าและพื้นที่สูง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้มีชื่อเสียง ปัจจุบันจังหวัดน่านมีพื้นที่ปลูกกาแฟครอบคลุมประมาณ15 อำเภอ แต่ที่ปลูกมากสุดคือ อ.ท่าวังผา รองลงมา อ.สองแคว และ อ.บ่อเกลือ ตามลำดับ นิยมปลูกสายพันธุ์อราบิก้าและพันธุ์โรบัสต้า โดยสายพันธุ์เมล็ดกาแฟที่มีชื่อเสียงของชาวน่านคือ ‘สายพันธุ์เกอิชา’ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสายพันธุ์กาแฟที่อร่อยและแพงที่สุดของโลกนั่นเองค่ะ
เมล็ดกาแฟน่านตัวนี้ เป็นเมล็ดกาแฟจากดอยสวนยาหลวง สายพันธุ์อราบิก้า 100% ที่นำมาสกัดและผลิตโดยวิธีธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้าง มีรสชาติหวานที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติจะออกแนวผลไม้, ดอกไม้, ถั่ว และซินนามอน มีให้เลือกทั้งแบบบดหยาบและบดละเอียด แถมยังสามารถเลือกระดับการคั่วได้เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะชอบแบบคั่วอ่อน คั่วกลาง หรือคั่วเข้ม แบรนด์นี้ก็มีพร้อมเสิร์ฟเลยค่ะ
6. ข้าวซอยตัด รสน้ำผึ้ง ตราบ้านถั่วลิสง

ข้าวซอยตัด คือขนมทานเล่นที่ได้จากการนำแป้งสาลี ไข่ไก่ และน้ำ มานวดผสมให้เข้าด้วยกันจนเหนียว จากนั้นนำมาตัดเป็นเส้น แล้วนำไปทอดให้กรอบ เป็นขนมทานเล่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในภาคเหนือของไทย ที่น่านก็เช่นเดียวกันค่ะ เพราะชาวน่านนิยมบริโภคข้าวซอยตัดมาเป็นเวลานาน จนได้เป็นสินค้า OTOP ประจำจังหวัด แขกไปใครมา ก็จะนิยมซื้อข้าวซอยตัดกลับไปเป็นของฝากเสมอ แบรนด์บ้านถั่วลิสง ก็เป็นอีกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตขนมข้าวซอยตัด ด้วยกระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน อย. เรื่องรสชาตินี่ไม่ต้องพูดถึง หวาน อร่อย หอมกลิ่นน้ำผึ้งมาก ๆ ใครที่อยากลองชิมขนมอร่อย ๆ ต้องข้าวซอยตัด รสน้ำผึ้ง ของบ้านถั่วลิสงเลยค่ะ
7. ไส้อั่วหมู ตราละมัยพร

หากให้รีวิวของฝากของภาคเหนือ จะพลาดไส้อั่วไปไม่ได้เลยค่ะ เพราะไส้อั่วเป็นอาหารขึ้นชื่อของภาคเหนือที่หลาย ๆ จังหวัดนิยมทาน โดยเฉพาะจังหวัดน่านที่มีไส้อั่วชื่อดังหลายร้าน แต่ละร้านบอกเลยว่าเด็ด ซึ่งไส้อั่ว ตราละมัยพร เป็นอีกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่าน ด้วยรสชาติที่อร่อย มันน้อย ไส้แน่น มีให้เลือกทั้งแบบเผ็ดและไม่เผ็ด บรรจุใส่กล่องแพ็คสุญญากาศอย่างดี ไม่ต้องกลัวว่าสินค้าจะเสียหาย และผลิตด้วยกรรมวิธีที่สด สะอาด จุดเด่นคือการย่างด้วยเตาถ่าน ทำให้ไส้อั่วมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ส่วนประกอบหลักก็จะมี เนื้อหมู, พริกแห้ง, กระเทียม, ใบมะกรูด, หอมแดง และเครื่องปรุงรส ยิ่งได้ทานคู่กับน้ำพริก และข้าวเหนียวร้อน ๆ บอกเลยว่าอร่อยจนหยุดทานไม่ได้เลยทีเดียว
8. สาหร่ายไก สาหร่ายน้ำจืดอบแห้ง ตราศิริพร

สาหร่ายไก เป็นสาหร่ายน้ำจืด ที่พบในภาคเหนือของประเทศไทย บริเวณแถบแม่น้ำน่าน ในอำเภอท่าวังผา สามารถเรียกได้หลายชื่อ ได้แก่ ไกเหนียว, ไกค้าง, ไกเปื้อย, ไกไหม, ไกต๊ะ, สาหร่ายไก,สาหร่ายไคร, ไกค่าว, เตา หรือเทา ซึ่งสาหร่ายชนิดนี้สามารถนำมารับประทานได้ นิยมทานแบบสด หรือนำมาใส่ในยำปลาทู เก็บได้ในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายน เป็นสาหร่ายที่มีโปรตีนสูง มีวิตามินและเกลือแร่อยู่กว่า 18 ชนิด อีกทั้งมีสารต้านมะเร็ง และมีกากใยอาหารสูงอีกด้วยค่ะ
ในส่วนของสาหร่ายไก แบรนด์ศิริพร เป็นสาหร่ายไกอบแห้ง สำหรับประกอบอาหาร ไม่แนะนำให้ทานแบบดิบ เพราะจะค่อนข้างเหนียว สามารถนำไปทำเมนูได้หลากหลายทั้ง ห่อหมก, แกงคั่ว, ลาบ, แกงป่า, แกงแค หรือแกงจืด เป็นต้น สินค้ามี อย. และผ่านการวิจัยรับรองมาแล้ว ทำให้มั่นใจในเรื่องของคุณภาพและความสะอาดได้แน่นอนค่ะ
9. ปลาซิวตองอบสุก ตราภูไรซ์ ของฝากจังหวัดน่าน

ปลาซิวตอง คือปลาน้ำจืดที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เป็นปลาที่หาได้จากทะเลสาบน้ำจืดปากนาย อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ของกลุ่มประมงพื้นบ้าน ใช้อุปกรณ์จับปลาที่เรียกว่า ‘ยอ’ ในการจับ สามารถจับได้ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม เพราะเป็นฤดูที่น้ำนิ่ง และใสสะอาด ปลาชนิดนี้กินเฉพาะตะไคร่น้ำ มีรสตามธรรมชาติ และเป็นปลาที่มีคุณค่าทางอาหาร โดยเฉพาะโปรตีนที่สูงมาก
ปลาซิวตอง ตราภูไรซ์ เป็นปลาซิวตองแบบอบสุก ไม่ทอด ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และไม่ใส่ผงชูรส มีให้เลือก 2 รสชาติ คือรสดั้งเดิม และรสเค็ม บอกเลยว่าอร่อยทั้งสองรสชาติเลยค่ะ บรรจุมาในถึงพลาสติกซีลอย่างดี ใครที่อยากลิ้มรสความอร่อย แถมยังได้โปรตีนเต็ม ๆ ต้องปลาซิวตอง ของแบรนด์ภูไรซ์เลยค่ะ
เที่ยว น่าน ช่วงไหนดี
ต้องบอกก่อนเลยว่าจังหวัดน่าน เป็นจังหวัดที่สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบสถานที่ท่องเที่ยวแบบไหน เช่น ชอบเที่ยวบนดอย, ชอบดูทะเลหมอก หรือชอบเที่ยวในตัวเมือง ซึ่งแต่ละที่ก็จะให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันในแต่ละฤดู เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าฤดูไหน เหมาะกับสถานที่ท่องเที่ยวแบบไหนบ้าง
1. ช่วงหน้าฝน (กลางเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนตุลาคม)
ช่วงหน้าฝนของจังหวัดน่าน จะเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค. ไปจนถึงกลางเดือน ต.ค. แต่ถ้าจะให้ตกหนักจริง ๆ แบบตกทั้งวัน จะอยู่ในช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค. ในฤดูนี้ท้องนาจะเริ่มเป็นสีเขียวขจี ต้นไม้ใบหญ้า เรียกได้ว่าดูเขียวชอุ่มมาก ๆ ใครที่อยากมาเห็นทุ่งนาสวย ๆ แนะนำว่าช่วงเดือน ส.ค. กำลังดี แต่ควรระมัดระวังในเรื่องของการเดินทาง เนื่องจากฝนตกทำให้ถนนลื่น โดยเฉพาะถนนบริเวณไหล่เขาต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ : ถนนลอยฟ้า, อำเภอปัว, หมู่บ้านสะปัน, ดอยสกาด, ทุ่งนาหลังวัดภูเก็ต และอุทยานแห่งชาติแม่จริม
2. ช่วงปลายฝนต้นหนาว (กลางเดือนตุลาคม – เดือนพฤศจิกายน)
ใครเคยได้ยินคำว่า ‘ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ’ กันไหมคะ คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลย ถ้าคุณได้มาเที่ยวน่านในช่วงฟ้าหลังฝน หรือกลางเดือน ต.ค. – พ.ย. คุณจะพบว่าสวรรค์บนดินมันมีจริง ๆ ในช่วงนี้หลายบริเวณในจังหวัดน่านจะมีอากาศที่หนาวขึ้น และเริ่มมีหมอกในตอนเช้า เป็นช่วงที่มีโอกาสเห็นทะเลหมอกได้มากที่สุด ท้องฟ้าแจ่มใส ไร้ควันจากการเผาป่า นาข้าวต่าง ๆ เริ่มออกรวมเป็นสีทองอร่ามไปทั่วทุ่งนา ผู้เขียนขอยกให้ช่วงนี้เป็นช่วงโปรดที่สุดของการมาเที่ยวน่านเลยค่ะ
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ : อุทยานแห่งชาติขุนสถาน, น้ำตกกาดหลวง, ดอยเสมอดาว และอุทยานแห่งชาติดอยภูคา
3. ช่วงหน้าหนาว (เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์)
ช่วงหน้าหนาวของเมืองน่าน เหมาะกับผู้ที่คลั้งไคล้อากาศที่หนาวเย็น ตอนกลางวันแดดจะค่อนข้างร้อน ท้องฟ้าแจ่มใส ทุ่งนาไม่ค่อยมีสีเขียวแล้ว เนื่องจากเลยฤดูกาลเก็บเกี่ยว และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ชาวบ้านจะเริ่มเผาหญ้า เพื่อเตรียมดินสำหรับการเพาะปลูกรอบใหม่ ทำให้ในช่วงนี้อากาศค่อนข้างไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากอาจมีหมอกควันปะปนได้ แต่ถึงอย่างนั้น ฤดูนี้ก็ยังคงเป็นฤดูยอดฮิตที่บรรดาเหล่านักท่องเที่ยวแพลนลางานเอาไว้ตั้งแต่ต้นปี เพราะอยากจะมาสัมผัสอากาศหนาวเย็นบนดอยต่าง ๆ นั่นเองค่ะ
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ : ดอยเสมอดาว, ดอยตีดู้ว์, ดอยวาว, ดอยสวนยาหลวง, ม่อนเคียงดาว, ดอยภูแว, ผาชู้, ดอยภูคา
4. ช่วงหน้าร้อน (เดือนมีนาคม – เดือนเมษายน)
ช่วงหน้าร้อนถือเป็นช่วงที่งานหินมาก ๆ สำหรับภาคเหนือหรือภาคอีสาน เพราะในช่วงนี้อากาศจะร้อนมากเหมือนไปโกรธใครมา ในบางปีอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว แต่ถึงจะร้อนขนาดนี้ข้อดีของหน้าร้อนก็มีเช่นกันนะคะ คือนักท่องเที่ยวน้อย คนไม่พลุกพล่าน จะได้ไม่ต้องถ่ายรูปติดแต่คนเดินไปมา อีกทั้งที่พักต่าง ๆ ก็แข่งกันลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์สุด ๆ
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ : วัดภูมิทร์, วัดพระธาตุเขาน้อย, กาแฟบ้านไทลื้อ-ลำดวนผ้าทอ, ตูบนาโฮมสเตย์, อุ่นไอมาง