สวัสดีเพื่อน ๆ และผู้อ่านทุกคนค่ะ วันนี้เราก็จะขอตามกระแสกันหน่อยด้วยการแนะนำซีรีส์จีนสุดฮอตอย่าง “สามบุปผาลิขิตฝัน (A Dream of Splendor) “ ที่ออกอากาศทางแอพพลิเคชั่น WeTV โดยเป็นซีรีส์ที่บอกเล่าชีวิตของหญิงสาว 3 คนที่ต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นท่ามกลางแผ่นดินที่มีการแบ่งแยกชนชั้นค่ะ พล็อตเรื่องของเรื่องนี้ดีมากเลยค่ะ หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันฮิตแค่ไหน เราขอตอบเลยค่ะว่าออนแอร์มาไม่ถึง 10 วันก็ได้รับยอดวิวไปกว่า 1,000 ล้านวิวแล้วค่ะ ดังนั้นซีรีส์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งซีรีส์จีนโบราณ(พีเรียด)ที่คุณไม่ควรพลาดค่ะ
จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้คือเป็นการประกบคู่กันระหว่างหลิวอี้เฟยและเฉินเสี่ยวค่ะ ซึ่งการแสดงในครั้งนี้เป็นการคัมแบ็คแสดงซีรีส์พีเรียดในรอบ 16 ปีของหลิวอี้เฟยด้วย ขอบอกเลยว่าเคมีของพระนางในเรื่องดีมากเพราะได้นำเสนอความรักของผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลและยึดถึงความเป็นจริง ซึ่งทางผู้ผลิตก็ออกมาพูดแล้วด้วยค่ะว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่อิงประวัติศาสตร์ในสมัยนั้น โดยนำข้อมูลมาจากผลงานการเขียนเรื่อง Saving a Prostitute ผลงานนี้ผ่านการเขียนโดย Guan Haiqing ซึ่งเป็นนักเขียนและนักกวีชาวจีนที่มีชื่อเสียงมากนั่นเองค่ะ หากคุณอยากรู้ว่าซีรีส์เรื่องนี้มีอะไรน่าดูบ้าง ไปอ่านด้านล่างกันได้เลยค่ะ
เรื่องย่อ สามบุปผาลิขิตฝัน (A Dream of Splendor)
สามบุปผาลิขิตฝัน (A Dream of Splendor) เป็นซีรีส์ที่บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาว 3 คนที่มีชะตากรรมที่แตกต่างกัน แต่ต้องมาอยู่ด้วยกันเพื่อความอยู่รอดและความสงบสุขของชีวิต เริ่มต้นจากจ้าวพ่านเอ๋อร์ (หลิวอี้เฟย) นางเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยมีอาชีพเปิดร้านน้ำชาสกุลจ้าวอยู่ที่หางโจว ร้านน้ำชาของจ้าวพ่านเอ๋อร์แตกต่างจากร้านน้ำชาอื่น ๆ เพราะเป็นร้านน้ำชาที่มีรสชาติดีและมีการชงชาแบบโบราณ ภายในร้านจ้าวพ่านเอ๋อร์ทำงานร่วมกับซุนซานเหนียง (หลิ่วเหยียน) จ้าวพ่านเอ๋อร์ขายน้ำชา ส่วนซุนซานเหนียงก็ทำหน้าที่ขายขนมภายในร้าน
จ้าวพ่านเอ๋อร์ใช้ชีวิตอยู่ที่หางโจวมาเป็นเวลานานและชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบนี้ อีกทั้งนางยังมีชายคู่หมั้นนั่นก็คือโอวหยางซวี่ (สวีไห่เฉียว) เขาเป็นผู้ชายที่ดีกับนาง ไม่รังเกียจว่านางเป็นหญิงชนชั้นต่ำและเขาก็กำลังจะสอบเพื่อเป็นขุนนางด้วย ส่วนซุนซานเหนียงนั้นมีสามีแล้ว แต่สามีและลูกชายของนางไม่ชอบที่นางเป็นหญิงสาวชนชั้นต่ำ วันหนึ่งจ้าวพ่านเอ๋อร์ได้เจอกับกู้เชียนฟาน (เฉินเสี่ยว) ด้วยความบังเอิญ กู้เชียนฟานเป็นหัวหน้าหน่วยมหาดเล็ก เขามาที่หางโจวเพื่อสืบสวนคดีและมาดื่มน้ำชาที่ร้านของนาง จ้าวพ่านเอ๋อร์เกลียดหน่วยมหาดเล็กมากเพราะหน่วยงานนี้ทำให้นางต้องกลายเป็นชนชั้นต่ำและทำให้ครอบครัวแตกแยก เมื่อนางรู้ว่ากู้เชียนฟานเป็นหัวหน้าหน่วยมหาดเล็ก นางเลยรังเกียจเขาและไม่อยากต้อนรับเขาเลยแม้แต่น้อย
แต่ในตอนที่กู้เชียนฟานไปสืบคดี เขาโดนคนวางแผนฆ่าในระหว่างนั้นจ้าวพ่านเอ๋อร์ก็อยู่ด้วยพอดี นางเลยช่วยเหลือเขาความสัมพันธ์ของเขาและนางจึงกลายเป็นคนที่พึ่งพาอาศัยกัน วันต่อมาจ้าวพ่านเอ๋อร์ก็ได้รับข่าวร้ายเพราะโอวหยางซวี่คู่หมั้นของนางต้องการตัดสัมพันธ์ เพราะเขาสอบเป็นขุนนางได้แล้วและต้องแต่งงานกับสาวตระกูลสูงศักดิ์ เขาไม่สามารถแต่งงานกับจ้าวพ่านเอ๋อร์เพราะจ้าวพ่านเอ๋อร์เป็นหญิงชั้นต่ำ จ้าวพ่านเอ๋อร์เสียใจมากนางเลยตัดสินใจว่าจะไปหาเขาที่เมืองเปี้ยนจิงเพื่อไปถามเขาให้รู้เรื่อง ระหว่างเดินทางกลับจ้าวพ่านเอ๋อร์เดินทางกลับพร้อมกับกู้เชียนฟาน ในตอนนั้นพวกเขาทั้งสองได้เจอกับซุนซานเหนียงที่ลอยน้ำมาเพราะโดนสามีจับถ่วงน้ำ จ้าวพ่านเอ๋อร์และกู้เชียนฟานเลยตัดสินใจช่วยเหลือนาง
เมื่อมาถึงเปี้ยนจิงจ้าวพ่านเอ๋อร์และซุนซานเหนียงก็ได้เดินทางไปทั่ว และได้รับข่าวว่าซ่งอิ่นจาง (หลินอวิ๋น) หญิงสาวที่เป็นเพื่อนบ้านที่หางโจว โดนสามีทำร้ายและถูกทารุณกรรม พวกนางก็เลยตัดสินใจจะช่วยซ่งอิ่นจาง สุดท้ายแล้วจ้าวพ่านเอ๋อร์ ซุนซานเหนียงและซ่งอิ่นจางก็เลยได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเปี้ยนจิงและหาเลี้ยงชีพด้วยการเปิดร้านน้ำชา ชีวิตของพวกเธอจะเป็นไปอย่างไรอย่าลืมไปติดตามสามบุปผาลิขิตฝัน (A Dream of Splendor) นะคะ
ข้อมูลทั่วไปของซีรีส์ A Dream of Splendor: สามบุปผาลิขิตฝัน
| แนวซีรีส์ | โรแมนติก ดราม่า อิงประวัติศาสตร์ |
| ดัดแปลงมาจาก | Saving a Prostitute เขียนโดย Guan Haiqing |
| เขียนบท | Zhang Wei |
| กำกับการแสดงโดย | Yang Yang |
| ช่องทางออกอากาศ | WeTV |
| จำนวนตอน | 40 ตอน ตอนละ 45 นาที |
| นักแสดงนำ | หลิวอี้เฟย (จ้าวพ่านเอ๋อร์) เฉินเสี่ยว (กู้เชียนฟาน) หลิ่วเหยียน (ซุนซานเหนียง) หลินอวิ๋น (ซ่งอิ่นจาง) |
| นักแสดงสมทบ | สวีไห่เฉียว (โอวหยางซวี่) ตู้อวี่หมิง (เหลยจิ้ง) ไต้ซวี (ชือพ่าน) จางเสี่ยวเฉียน (ตู้ฉางเฟิง) กวนอวิ๋นเผิง (เฉินเหลียน) เซินเสวี่ยเหว่ย (เจียงจื้อชวน) เจียไหน่ (จางห่าวห่าว) |
ทำไมต้องดู สามบุปผาลิขิตฝัน (A Dream of Splendor)?
คำเตือน : มีสปอยล์
1. มีตัวละครและบทบาทที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก
จ้าวพ่านเอ๋อร์ (หลิวอี้เฟย)
จ้าวพ่านเอ๋อร์เป็นหญิงสาววัย 24 ปี เธอมีหน้าที่สวยงามและเป็นคนที่สดใส ในตอนนี้จ้าวพ่านเอ๋อร์ได้เป็นเจ้าของโรงน้ำชาตระกูลจ้าว ชีวิตของจ้าวพ่านเอ๋อร์ไม่ได้ราบรื่นนักเพราะเมื่ออายุได้เก้าขวบพ่อของเธอถูกลงโทษ ทำให้เธอถูกส่งไปรับใช้ขุนนางชั้นสูงต้องทำงานเป็นนางขับร้องในหอคณิกา จ้าวพ่านเอ๋อร์เป็นสาวแกร่ง ฉลาด ใจดี ชอบช่วยเหลือและมีจิตวิญญาณในการต่อสู้ จ้าวพ่านเอ๋อร์อยากหลุดพ้นจากการเป็นทาสและอยากทำให้ชีวิตดีขึ้น ดังนั้นจ้าวพ่านเอ๋อร์จึงได้เปิดโรงน้ำชาขึ้นมาที่หางโจว จ้าวพ่านเอ๋อร์มีสัญญารักกับบัณฑิตโอวหยางซวี่ แต่เขาผิดสัญญาทำให้จ้าวพ่านเอ๋อร์ต้องเข้าเมืองหลวงเปี้ยนจิงเพื่อไปฟังคำจากปากของเขา แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สมหวังทำให้จ้าวพ่านเอ๋อร์เปิดร้านน้ำชาขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเลี้ยงชีพโดยทำงานร่วมกับซุนซานเนียงและซ่งอิ่นจางค่ะ
บทบาทจ้าวพ่านเอ๋อร์ผ่านการแสดงโดยย “หลิวอี้เฟย” ค่ะซึ่งผลงานเรื่องนี้เป็นการคัมแบ็ครับเล่นซีรีส์พีเรียดในรอบ 16 ปีของหลิวอี้เฟยด้วยค่ะ ขอบอกเลยว่ากาลเวลาทำอะไรหลิวอี้เฟยไม่ได้จริง ๆ ค่ะ
กู้เชียนฟาน (เฉินเสี่ยว)
กู้เชียนฟานเป็นหัวหน้าหน่วยมหาดเล็ก เขารับผิดชอบงานสืบสวนตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยพิเศษ หน่วยงานของเขาไม่ขึ้นอยู่กับใครและองค์กรใด ๆ แต่รับงานตรงจากจักรพรรดิเท่านั้น กู้เชียนฟานมีฉายาว่า “มัจจุราชจำแลง” ที่สามารถฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา เมื่อตอนที่กู้เชียนฟานยังเป็นเด็ก พ่อของเขาหนีไปดังนั้นเขาจึงอาศัยอยู่กับแม่และตาในตระกูลกู้ ซึ่งเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงด้านกวีนิพนธ์ ด้วยความที่เขาเป็นปราชญ์และฉลาดจึงได้รับตำแหน่งเป็นขุนนางตั้งแต่อายุ 18 ปี
ภายนอกแล้วกู้เชียนฟานจะเป็นคนพูดน้อยและเป็นคนที่โหดร้าย แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนที่ใจดีและรักความยุติธรรม แต่ไม่นานชีวิตที่มืดมนของเขาก็เปลี่ยนไปเพราะมาเจอกับจ้าวพ่านเอ๋อร์ บทบาทของกู้เชียนฟานรับบทโดย “เฉินเสี่ยว” เฉินเสี่ยวเป็นหนึ่งในนักแสดงนำที่ได้รับความนิยมมากค่ะ แต่ในไทยอาจจะไม่รู้จักเขามากเท่าไหร่ เพราะซีรีส์และภาพยนตร์ที่เขาแสดงมักจะวางตลาดในจีนมากกว่าต่างประเภท โดยผลงานที่ทำให้ผู้เขียนรู้จักกับเฉินเสี่ยวคือซีรีส์เรื่อง “ตำนานลู่เจิน”ค่ะ
ซุนซานเหนียง (หลิ่วเหยียน)
ซุนซานเหนียงเป็นหญิงสาวที่มีอายุ 30 กว่าปี เธอมีพรสวรรค์ในการทำขนม นิสัยนักเลงปากร้ายแต่ใจดีมาก ในอดีตซุนซานเหนียงเป็นแม่ค้าขายหมู แต่ต่อมาได้มาทำขนมในร้านน้ำชาของจ้าวพ่านเอ๋อร์ ซุนซานเหนียงมีสามีและลูกชาย แต่สามีของเธอนอกใจไปรักกับสาวอื่น ส่วนลูกชายของซุนซานเหนียงก็ไม่ได้อย่างมีแม่แบบเธอ สามีและลูกชายบังคับซุนซานเหนียงสารพัดทำให้เธออยากจบชีวิตด้วยการโดดน้ำ น้ำตาย แต่ในระหว่างนั้นได้มาเจอกับจ้าวพ่านเอ๋อร์และตัดสินใจเดินทางไปเมืองหลวงกับเธอ บทบาทของซุนซานเหนียงรับบทโดย “หลิ่วเหยียน” ค่ะ เรื่องความสามารถไม่ต้องพูดเลยค่ะเพราะโดดเด่นมากจริง ๆ
ซ่งอิ่นจาง (หลินอวิ๋น)
ซ่งอิ่นจางเป็นสาวสวยที่มีชื่อเสียงในการเล่นเครื่องดนตรีผีผา เธอเป็นหญิงสาวแห่งเจียงหนานและยังเป็นนักเล่นผีผาแห่งสำนักการสังคีตด้วย ซ่งอิ่นจางรู้จักจ้าวพ่านเอ๋อร์มานานมาก จึงนับถือจ้าวพ่านเอ๋อร์เหมือนพี่สาวแท้ ๆ ซ่งอิ่นจางต้องการหลุดพ้นจากการเป็นทาสและต้องการเป็นอิสระจากการเป็นนักดนตรีผีผา ดังนั้นจึงหลวมตัวไปแต่งงานแต่สุดท้ายก็ถูกหลอก โชคดีที่จ้าวพ่านเอ๋อร์มาช่วยได้ทัน บทบาทของซ่งอิ่นจางผ่านการแสดงโดย “หลินอวิ๋น” ซึ่งบทบาทนี้สวยมาก ๆ แต่ขอร้องว่าอย่ามาแย่งพี่กู้เชียนฟานของจ้าวพ่านเอ๋อร์นะคะ เดี๋ยวจะเสียมิตรภาพ
2. บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาว 3 คนที่มีความแตกต่างกัน
สามบุปผาลิขิตฝัน (A Dream of Splendor) เป็นการเล่าเรื่องของ 3 บุปผาหรือ 3 สาวในเรื่องนั่นเองค่ะ นั่นก็คือจ้าวพ่านเอ๋อร์ ซุนซานเหนียงและซ่งอิ่นจาง พวกนาง 3 คนเป็นเพื่อนบ้านและเป็นพาร์ทเนอร์กัน จ้าวพ่านเอ๋อร์และซุนซานเหนียงเป็นเพื่อนกัน อีกทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมงานที่ร้านน้ำชาของจ้าวพ่านเอ๋อร์ด้วย ส่วนซ่งอิ่นจางเป็นน้องเล็ก เธอมีหน้าตาที่สวยงามและเป็นนักเล่นผีผาแห่งสำนักการสังคีต ซ่งอิ่นจางนับถือจ้าวพ่านเอ๋อร์เป็นพี่สาวเสมอมา
ชีวิตของ 3 สาวต่างคนต่างกันและมีหลากหลายรสชาติ จ้าวพ่านเอ๋อร์โดนชายคนรักทอดทิ้ง ซุนซานเหนียงสามีและลูกชายรังเกียจจึงจับถ่วงน้ำหวังฆ่าให้ตาย ส่วนซ่งอิ๋นจางไม่เชื่อฟังคำแนะนำของจ้าวพ่านเอ๋อร์ หนีไปแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่สุดท้ายโดนฝ่ายชายทำร้ายร่างกายและทารุณกรรมทุกอย่าง สาเหตุที่พวกนางได้ประสบกับปัญหาเหล่านี้ก็คือพวกนางเป็นสาวชั้นต่ำและเคยเป็นทาสมาก่อนนั่นเองค่ะ แต่ทั้ง 3 คนนี้ไม่ยอมแพ้กับชะตากรรมของตัวเองและต้องการพลิกชีวิตตัวเองให้ดีขึ้นอีกครั้ง
3. นำเสนอเรื่องราวความแตกต่างระหว่างชนชั้น
เรื่องของชนชั้นเป็นเรื่องหลักของในซีรีส์ค่ะ จ้าวพ่านเอ๋อร์เป็นหญิงสาวที่เคยอยู่ในตระกูลขุนนางมาก่อน แต่บิดาทำผิดร้ายแรงเลยกลายเป็นขุนนางต้องโทษ เดิมทีแล้วนางคงจะเป็นหญิงสาวในห้องหอสุดท้ายก็ต้องหมายเป็นหญิงที่มี “ตราทาส”ติดตัว จ้าวพ่านเอ๋อร์ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก โดยอาชีพแรกที่นางทำคือเป็นนักขับร้องที่หอคณิกา หลังจากนั้นนางก็สะสมเงินจนได้เปิดร้านน้ำชาค่ะ ในสมัยนั้นแม่ค้าหรือคนที่ทำอาชีพค้าขายถือว่าเป็นชนต่ำ ถึงแม้จะมีเงินจากการขายของแต่ก็ยังคงเป็นคนชั้นต่ำอยู่ดี
เริ่มแรกจ้าวพ่านเอ๋อร์รักอยู่กับโอวหยางซวี่ เขาเป็นชายหนุ่มที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่เขารักจ้าวพ่านเอ๋อร์มากและไม่รังเกียจที่นางเป็นหญิงชั้นต่ำ จ้าวพ่านเอ๋อร์ก็สนับสนุนเขาทุกอย่างยอมเอาเงินของตัวเองเพื่อให้เขาไปเล่าเรียนและสอบเป็นขุนนาง แต่เมื่อโอวหยางสวี่สอบผ่านได้เป็นขุนนาง เขากลับส่งคนมายกเลิกการหมั้นหมาย เพราะเขาต้องแต่งงานกับบุตรสาวของตระกูลดัง แน่นอนว่าในใจเขาไม่อยากเลิกรากับจ้าวพ่านเอ๋อร์เลยขอให้นางมาเป็นอนุภรรยา แต่จ้าวพ่านเอ๋อร์ทะนงในตัวเองเธอไม่ยอมเป็นอนุภรรยาและมองว่าเขาเป็นชายไร้สัจจะ จ้าวพ่านเอ๋อร์เลยตามเขาไปที่เมืองหลวง สุดท้ายแล้วเขาก็ขับไล่นางและบังคับให้นางออกจากเมืองหลวงไป ซึ่งในสมัยนั้นคนที่เป็นชนชั้นต่ำเป็นคนที่ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ อีกทั้งยังต้องโดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมากมาย ดังนั้นหากเราดูเรื่องนี้เราจะได้เห็นการเดินของจ้าวพ่านเอ๋อร์และเหล่าเพื่อนสาวค่ะ
4. พระเอกเป็นคนคลั่งรัก
การเจอกันครั้งแรกของคู่พระนางเป็นการเจอกันที่ไม่สวยเท่าไหร่ค่ะ เพราะตอนนั้นนางเอกของเรากำลังมีเรื่องอยู่พอดี โจรได้เข้ามาบุกร้านน้ำชาและได้เข้ามาทำร้ายนางเอก พระเอกเราก็เฉยมาก ๆ ค่ะไม่เข้าไปช่วยเพราะเห็นว่านางเอกเอาตัวรอดได้ แต่พอนางเอกกำลังจะพลาดพ่อทูนหัวของเราก็ช่วยทันทีค่ะ ภายในเรื่องกู้เชียนฟานนั้นประทับใจในความงามของจ้าวพ่านเอ๋อร์ตั้งแต่แรกเห็น แต่แกล้งบอกว่าเธอไม่สวย ถึงจะพอดูได้แต่ก็สวยเหมือนสาวบ้านนอก แต่ไม่ว่าจ้าวพ่านเอ๋อร์จะทำอะไรหรือมีอิริยาบถแบบไหน ท่านมหาดเล็กของเราก็จ้องจนตาไม่กะพริบเลยค่ะ
กู้เชียนฟานชอบความจริงใจของจ้าวพ่านเอ๋อร์ ซาบซึ้งในความใจดีของเธอที่เอื้อมมือออกไปช่วยเหลือผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง ตอนแรกตัวของกู้เชียนฟานนั้นไม่รู้ตัวค่ะว่าตัวเองชอบจ้าวพ่านเอ๋อร์แต่พอรู้ตัวแล้วก็เดินหน้าเต็มที่เลยค่ะ จะเอาฟ้า เอาดิน เอาทองก็เปย์ให้ทั้งหมด คลั่งรักกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แต่จ้าวพ่านเอ๋อร์ของเราเจ็บหนักกับรักครั้งเก่าก็เลยคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับกู้เชียนฟานค่ะ เราต้องตามไปลุ้นกันว่าความรักของพวกเขาจะเป็นไปอย่างไร
5. การแต่งกาย ฉาก แสงและสีดีเยี่ยมมาก
นอกจากเคมีและความสามารถด้านการแสดงของนักแสดงแล้ว เรื่องภาพ แสง สีและอารมณ์ก็เป็นเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้ค่ะ เรื่องแรกที่จะพูดเลยก็เสื้อผ้าค่ะ เสื้อผ้าของนักแสดงทุกคนคือจัดเต็มมาก ถึงแม้ว่าคู่พระนางของเราจะไม่ได้เป็นอ๋องเป็นฮองเฮาหรืออะไร แต่เสื้อผ้าก็สวยงามและอลังการมาก ๆ เลยทีเดียว ส่วนฉากแต่ละฉากก็จัดเต็มมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้อง เฉดสีและอารมณ์ก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ผู้เขียนชอบมากทั้งฉากวิธีทำชา พายเรือและฉากลงโทษในคุกเพราะทำให้เราได้เห็นวัฒนธรรมรวมไปถึงความเป็นอยู่ของคนในสมัยนั้นได้อย่างดีเยี่ยม
ซีรีส์เรื่องสามบุปผาลิขิตฝันเป็นซีรีส์ที่ถ่ายทำหลากหลายสถานที่มาก ทั้งหมู่บ้านน้ำเจียงหนาน เมืองอู๋ซี เมืองไคเฟิงและเมืองโบราณทำให้เราสามารถรับชมบรรยากาศของแต่ละเมืองได้เป็นอย่างดี ตอนเปิดเรื่องมาก็สามารถสร้างความประทับใจได้ทันทีเลยค่ะ เพราะแค่เพลงประกอบก็เพราะแล้วคนร้องก็หล่อมากค่ะ ชื่อเพลงเปิดเรื่องคือเพลง Sweet Dream A Splendid Dream ร้องโดย หลิวอวี่หนิง พระรองสุดหล่อจากเรื่องสตรีหาญ ฉางเกอ นั่นเองค่ะ สุดหล่อ เพลงเพราะเสมอให้ความรู้สึกอยากค้นหา OST ท้ายชื่อเพลง No regrets of Waiting For You ร้องโดยจางเหลียงอิ๋งค่ะ