รีวิว ซีรีส์ หอมกลิ่นความรัก (I Feel You Linger In The Air) ซีรีส์วายพีเรียต

ภาพยนตร์และซีรีส์วายยังคงเป็นอะไรที่เติบโตขึ้นในทุกปี เราปฎิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าในทุกวันนี้ฐานแฟนคลับหรือสายวายมีเยอะมาก จนสามารถดันซีรีส์และนักแสดงหลายคนให้มีชื่อเสียงต่อยอดไปได้ไกลในวงการบันเทิง ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมในทุกวันนี้ช่องเล็กช่องใหญ่หรือค่ายศิลปินจึงยอมลงทุนทำซีรีส์วายกันหนักมากเป็นหลักล้าน ซึ่งซีรีส์วาย 2023 ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่น่าจะดุเดือดกันอยู่พอสมควร แต่เรื่องที่สะดุดตาและเป็นกระแสมาก ๆ คือ ‘หอมกลิ่นความรัก’ ที่กำลังออกอากาศทาง WeTV ทุกวันอังคาร เวลา 20:00 น

โดยเรื่องนี้ฉีกแนวออกมาจากซีรีส์เรื่องอื่น ๆ เพราะเป็นซีรีส์แนวพีเรียตเรื่องแรกของประเทศไทย อีกทั้งการแคสติ้งนักแสดงก็ดีมาก ตรงตามแบบฉบับของนิยายและเคมีของนักแสดงก็เข้ากันมาก ดังนั้นในวันนี้เราจึงอยากมาแนะนำและมาแชร์ ‘ประวัตินักแสดง และเหตุผลที่ต้องดูซีรีส์ หอมกลิ่นความรัก (I Feel You Linger In The Air)‘ ให้ทุกคนได้อ่านและติดตามซีรีส์กัน

ประวัตินักแสดงนำ ซีรีส์หอมกลิ่นความรัก (I Feel You Linger In The Air)

นนกุล (ชานน สันติธรกุล)

หนุ่มตี๋หน้าตาสุดคิ้วท์คนนี้น่าจะมีหลายคนรู้จักและเคยเห็นผ่านหน้าผ่านตามาแล้ว เพราะนนกุลเคยมีผลงานกับทางนาดาวและ GTH ซึ่งเป็นผลงานระดับ Masterpiece ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ‘ซีรีส์ฮอร์โมนซีซัน 3’ หรือจะเป็นภาพยนตร์ดังอย่าง ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ซึ่งความปังของหนังเรื่องนี้ทำให้เขามีชื่อเสียงทั้งในประเทศและนอกประเทศ ยิ่งประเทศจีนต้องบอกว่าแม่ ๆ ชาวจีนกรี๊ดกันสลบเลยทีเดียว

โดยก่อนที่นนกุลจะมีชื่อเสียงและเข้าวงการมาอย่างเต็มตัว นนกุลเคยวางแผนว่าจะเรียนทางด้านจิตวิทยามาก่อน เพราะเขาเป็นคนที่ชื่นชอบในการสังเกตและเรียนรู้พฤติกรรมของมนุษย์ แต่เส้นทางของเขาก็เปลี่ยนแปลง เมื่อได้มีโอกาสไปถ่ายแบบกับนิตยสารในช่วงมัธยมปลาย ซึ่งแน่นอนว่าคาแรกเตอร์และความหล่อก็ทำให้ไปเข้าตาแมวมองในการไปแคสติ้งโปรเจกต์หนังต่าง ๆ ซึ่งเส้นทางนี้ทำให้นนกุลค้นพบว่าสิ่งที่ตัวเองชอบคือการแสดงและภาพยนตร์ นนกุลจึงตัดสินใจเรียนทางด้านนี้อย่างจริงจัง และเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจเรียนสาขาวิชาการผลิตภาพยนตร์โดยตรง

นนกุลเป็นนักแสดงที่พยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะเขาลงทุนในการไปเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม เนื่องจากมีโอกาสในการไปเล่นซีรีส์ที่ประเทศจีน นอกจากนี้ยังเคยเข้ารับการผ่าตัดกล้ามเนื้อตา เพราะมีปัญหาในเรื่องของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำให้ส่งผลต่องานต่าง ๆ และอีกสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีคือการรับแสดงซีรีส์เรื่อง ‘หอมกลิ่นความรัก’ ซึ่งเป็นการรับแสดงซีรีส์วายเรื่องแรกของตัวเองในวงการบันเทิง

ไบร์ท (รพีพงศ์ ทับสุวรรณ)

อาจไม่ได้มีผลงานโด่งดังและเป็นภาพจำเหมือนกับทาง ‘นนกุล’ แต่จริง ๆ แล้วเขามีผลงานกับทางช่อง 3 มาตั้งแต่ปี 2561 และมีผลงานกับทางช่องในหลายเรื่อง เพียงแต่อาจจะยังไม่ถึงช่วงพีคในวงการของตัวเอง ทั้งนี้ไบร์ทจบการศึกษามาจากธรรมศาสตร์ในคณะสหเวช โดยในช่วงวัยมหาวิทยาลัยไบร์ทได้สมัครเข้าเป็นตัวแทนการประกวดดาวและเดือนของมหาวิทยาลัย ซึ่งแน่นอนว่าความหล่อของไบร์ททำให้เขาได้รับตำแหน่ง Cute Boy และ Freshy Boy ของมหาวิทยาลัยไปครอง

ในช่วงปี 2564 ไบร์ทเริ่มหันมาชิมลางกับผลงานวายมากขึ้น ด้วยการไปเป็นหนึ่งในนักแสดง Music Video เพลง ‘It’s Okay Not To Be Alright’ ของทาง พีพี (กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) และที่กำลังเป็นกระแสมาก ๆ ในตอนนี้คือการรับบท ‘คุณใหญ่’ ในซีรีส์วายอย่าง ‘หอมกลิ่นความรัก’ ซึ่งจะประกบคู่กับทางนนกุล และมีแผนปล่อยซีรีส์ในเร็ว ๆ นี้

เหตุผลที่ต้องดูซีรีส์หอมกลิ่นความรัก (I Feel You Linger In The Air)

การพิสูจน์ความสามารถของนักแสดง

ด้วยทั้งนนกุลและไบร์ทรับบทในซีรีส์วายเป็นเรื่องแรก ดังนั้นการแสดงในครั้งนี้จึงเป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถของทั้งสองคนอยู่พอสมควร ถือว่าค่อนข้างน่าติดตามเลยทีเดียวคตรับ เพราะการแสดงมีผลต่อภาพรวมของซีรีส์ทั้งเรื่อง ต่อให้นักแสดงเก่งมาจากที่ไหนหรือหน้าตาดีเป็นเทพบุตรมาจากสวรรค์ แต่ถ้านักแสดงเข้าไม่ถึงบทบาทแสดงแข็งทื่อเหมือนไม้สักจากป่าหิมพานต์ หรือรู้สึกไม่อินในคาแรกเตอร์ชายรักชาย แน่นอนว่าความพังจะมาเยือนซีรีส์อย่างแน่นอน

ด้วยตัวผู้เขียนเองได้มีโอกาสดู Pilot ของซีรีส์ที่ปล่อยออกมาเมื่อหลายเดือนก่อน ก็คงต้องบอกว่าการแสดงของทั้งสองคนดูไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ เพราะแค่ Pilot 9 นาที ก็ทำเอาน้ำตาอินี่คลอเบ้าอยู่ไม่น้อย ต้องเอาทิชชู่ในกระเป๋าหยิบขึ้นมาซับน้ำตาเบา ๆ ไหนจะความแบ๊วจากอินเนอร์ของนนกุลที่ตรงสเปคของคำว่า ‘เคะ’ แบบ 100% (ตัวเล็กตัวน้อยเวอร์) ส่วนทางด้านของไบร์ทเองก็ดูเข้าบทบาทถึงความเป็น ‘คุณใหญ่’ ที่มาดนิ่งดูคูล แต่ยังคงความอ่อนโยนในสายตา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังคงต้องตามดูกันในซีรีส์แบบ Full Version กันต่อไป เพราะ Pilot เป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม ยังไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้

เคมีของนักแสดง

สิ่งหนึ่งที่ผมรีวิวมาตลอดเกี่ยวกับซีรีส์วายคือเคมีระหว่างนักแสดง เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับว่าความฟินความจิ้นมีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือหน้าตาของนักแสดง หน้าตาในทีนี้ไม่ได้หมายความว่าหล่อระดับเทพบุตร แต่หน้าตาควรจะต้องตรงกับบทและคาแรกเตอร์ที่วางเอาไว้ เพราะในซีรีส์วายก็จะเหมือนกับละครทั่วไปนั่นละครับคือจะมีทั้งคู่พระคู่นาง ถ้าหากเลือกนักแสดงได้ไม่ตรงกับคาแรกเตอร์ที่วางเอาไว้ ความฟินความอินมันก็จะไม่เกิดขึ้น

สิ่งนี้แหละคือปัญหาใหญ่ที่ทำไมการออดิชันนักแสดงแต่ละครั้งผู้จัดจึงแสกนกันนักแสดงกันอย่างละเอียดยิบ มีการทดสอบให้นักแสดงอ่านบทและแสดงให้ดูกันหลายรอบว่าทั้งคู่เคมีเข้ากันหรือไม่ ซึ่งสำหรับผมแล้วหลังจากที่ได้ดู Pilot ไป ก็ต้องยกเครดิตให้กับทางผู้จัดว่า “ตาถึงมาก!!!!” เพราะทุกอย่างมันดูละมุนและกลมกล่อมมาก พิสูจน์ได้จากกระแสใน Youtube ที่เพียงแค่ตัวอย่าง Pilot ก็ทำยอดวิวได้มากกว่าล้านวิว

เป็นซีรีส์วายพีเรียตเรื่องแรกของประเทศไทย

ภาพจำของสาววายหรือคนที่ติดตามซีรีส์แนวนี้มาเยอะ ผมเชื่อว่าทุกคนคงคุ้นชินกับซีรีส์วายที่กำเนิดในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยกันซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตรงนี้แหละคือความน่าเบื่ออย่างหนึ่งที่ซีรีส์วายไม่หลุดกรอบออกมาสักที คือก็ยอมรับครับว่าซีรีส์แนวนี้จะเจาะตลาดวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ แต่บางครั้งเราก็ต้องออกมาจากกรอบเพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับวงการวาย ต้องลองขายผลงานมากกว่าขายจิ้นเพียงอย่างเดียว ดังนั้นผมค่อนข้างให้เครดิตกับผู้จัดในเรื่องนี้ ที่ลงทุนและกล้าในการเปลี่ยนแปลงวงการวาย ถึงแม้ว่าในเวอร์ชันหนังสือนิยายจะทำออกมาได้อย่างเพอร์เฟคและมีกระแสอยู่แล้ว แต่การหยิบขึ้นมาทำให้มีชีวิตก็ถือเป็นอะไรที่กล้าเสี่ยง ทั้งยังพัฒนาวงการวายไปพร้อม ๆ กัน

มู้ดแอนด์โทนที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว

ซีรีส์เรื่องนี้ทำออกมาในประเภทพีเรียต เป็นการย้อนอดีตไปในยุคสมัยก่อน ซึ่งการที่จะทำให้รู้สึกเชื่อหรืออินได้ไม่ได้มีแค่ในเรื่องของคอสตูมเท่านั้น แสงสีเองก็มีความสำคัญมาก!!!!! โดยจากที่ได้ดู Teaser ก็ต้องยอมรับว่าทีมงานเบื้องหลังทำออกมาค่อนข้างดี แสงสีกลมกล่อมและทำให้เราเชื่อได้ว่าเนื้อเรื่องดำเนินอยู่ในอดีตจริง ๆ เพราะมีพีเรียตหลายเรื่องเหมือนกันที่ทำไม่ถึง ซึ่งความที่ทำไม่ถึงตรงนี้ละครับทำให้แอบรู้สึกขัดหรือช็อตฟีลในการดูได้ แต่สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ผมค่อนข้างมั่นใจว่าทำถึงและเชื่อว่าหลังจากปล่อย Full Ver. ออกมา ภาพรวมของซีรีส์จะคุมมู้ดแอนด์โทนได้ดี ทำให้เราเชื่อและอินไปกับเนื้อเรื่อง

Next Post