คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.0 เต็ม 10
เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Xiaomi 13 Ultra ขึ้นที่ประเทศจีน และภายในงานก็ยังมีการเปิดตัว Xiaomi Smart Band 8 สมาร์ทแบนด์น้องใหม่ล่าสุดในซีรีส์นี้ ซึ่งรุ่นพี่อย่างรุ่นที่ 7 ที่เพิ่งปล่อยตัวไปเมื่อปีก่อน (ปี 2022) มีกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดีค่ะ ซึ่งเว็บไซต์ของเราก็ได้นำรุ่นดังกล่าวมารีวิวอีกด้วยค่ะ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ รีวิว Xiaomi Band 7

สำหรับ Xiaomi Smart Band 8 จะยังคงดีไซน์แคปซูลเหมือนเดิม ซึ่งส่วนตัวเราเองก็มองว่านี่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของสมาร์ทแบนด์ซีรีส์นี้ค่ะ แต่นอกจากดีไซน์ที่ยังคงมีเอกลักษณ์แล้วสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับการอัพเกรดอีกหลาย ๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนให้ใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น, การปรับเปลี่ยนหน้าจอให้ดูง่ายขึ้น, เพิ่มปริมาณแบตเตอรี่ และเพิ่มฟังก์ชันเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายให้ครอบคลุมทุกความต้องการมากขึ้น ซึ่งเราจะได้ดูรายละเอียดกันในบทความนี้ค่ะ ไปดูกันเล้ยยย 👀⌚
ข้อมูลจำเพาะของ Xiaomi Smart Band 8
![]() |
|
||||||||||||||||||||||||||||||
การเชื่อมต่อแอป Mi Fit
เนื่องจากสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้เป็นเวอร์ชั่นจีน ดังนั้นการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นจึงแตกต่างกันเล็กน้อย โดยขั้นตอนแรกเราจะต้องตั้งค่าโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษก่อนค่ะ จากนั้นเลือกภาษาอังกฤษบนตัวสมาร์ทแบนด์ เราจะต้องเลือกภาษาที่ต้องการตั้งแต่ขั้นตอนนี้นะคะเพราะไม่สามารถเปลี่ยนได้แล้ว จากนั้นสแกน QR Code สำหรับดาวน์โหลดแอป เปิดเข้ามาแล้วเราจะต้องเลือกภูมิภาคเป็นประเทศจีนก่อนค่ะ จากนั้นเข้าสู่ระบบบัญชี Xiaomi แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัวให้เรียบร้อย จากนั้นจึงทำการเชื่อมต่อกับตัวสมาร์ทแบนด์และทำตามคำแนะนำตามที่ปรากฏบนหน้าจอ แค่นี้การเชื่อมต่อก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ


หากไม่ได้ตั้งค่าโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษตัวนาฬิกาจะแสดงผลเป็นภาษาจีนเท่านั้นถึงแม้จะเลือกภาษาบนสมาร์ทแบนด์เป็นอังกฤษแล้วก็ตาม นอกจากนี้การแจ้งเตือนบนสมาร์ทแบนด์จะแสดงเฉพาะภาษาจีนและอังกฤษ หากเป็นภาษาอื่น ๆ จะแสดงผลเป็นภาษาต่างด้าวค่ะ
แกะกล่อง Mi Smart Band 8
หน้าจอขนาดใหญ่ คมชัด สีสันสดใส
Mi Smart Band 8 มาพร้อมกับหน้าจอแคปซูลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแต่ก็ยังมีความกะทัดรัดเหมือนเดิมค่ะ นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการ Refresh Rate เป็น 60 Hz และใช้จอแสดงผลแบบ AMOLED ทำให้หน้าจอดูสว่างและสีสันสดใส นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Auto Brightness ทำให้หน้าจอมีความสว่างที่เหมาะสมอยู่เสมอ ไม่ต้องคอยปรับด้วยตัวเองเหมือนรุ่นอื่น ๆ ค่ะ ส่วนตัวเรือนจะทำมาจากวัสดุโลหะที่มีความสวยงามและเงาวาว ให้ความรู้สึกหรูหรามากขึ้น

เราลองนำ Mi Smart Band 8 และรุ่นที่ 7 มาลองเปรียบเทียบกันทำให้เห็นชัดเลยว่ารุ่นที่ 8 มีสีสดน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ส่วนตัวเรารู้สึกว่าจอของรุ่นนี้ทำให้รู้สึกสบายตามากกว่าค่ะ ในส่วนของหน้าจอแอบรู้สึกว่าขนาดของตัวอักษรไม่ได้ต่างกันมากนะคะ แต่เพราะมีการปรับเปลี่ยนชื่อฟังก์ชันให้สั้นลงเลยทำให้เรารู้สึกว่ารุ่นที่ 8 มีความได้สัดส่วนมากกว่าค่ะ
พลิกโฉมหน้า Smart Band ด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำกว่า
นอกจากหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว Xiaomi Smart Band 8 ยังมาพร้อมกับดีไซน์สายแบบใหม่อีกด้วยค่ะ จากเดิมที่ใช้ตัวสายแบบครอบติด รุ่นนี้จะเป็นมาใช้สายแบบขอเกี่ยว มีปุ่มล็อกหัวท้าย เปลี่ยนสายได้ง่ายและมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายยาง, สายเหล็ก หรือสายหนัง ทำให้นอกจากจะใช้ติดตามสุขภาพแล้วยังสวมใส่เพื่อความสวยงาม, ใช้ร่วมกับ Running Pod เพื่อคุณภาพการวิ่งที่ดียิ่งขึ้น หรือจะใช้ร่วมกับสร้อยคอเพื่อทำเป็นจี้ห้อยคอก็สวยงามค่ะ เนื่องจากตัวสมาร์ทแบนด์มีน้ำหนักเบาและสีสันสดใส ซึ่งในส่วนนี้ทางแบรนด์มีอุปกรณ์เสริมขายแยกค่ะ
เซนเซอร์แบบใหม่ บางขึ้น โมเดิร์นกว่า

มาดูด้านหลังกันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับรุ่นนี้จะมีการเปลี่ยนมาใช้เซนเซอร์แบบใหม่ ฐานเซนเซอร์บางลงเล็กน้อยและตัวเซนเซอร์มีขนาดใหญ่ขึ้น สำหรับตัวนี้จะเป็นเซนเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจค่ะ ส่วนตัวลองสวมแล้วไม่ได้รู้สึกแตกต่างมากนัก ขึ้นอยู่กับความแน่นของการสวมใส่มากกว่าค่ะ แต่ข้อดีของเซนเซอร์แบบนี้คือให้ความรู้สึกทันสมัยและอาจจะเพิ่มความแม่นยำมากขึ้นค่ะ
มาพร้อม Mini Games และ Watch Face กว่าร้อยแบบ
Watch Face มีความหลากหลายมากขึ้น มีการออกแบบให้เหมาะกับอุปกรณ์เสริมอย่างสร้อยคอและสายนาฬิกา นอกจากนี้ยังสามารถตกแต่งหน้าปัดเพิ่มเติมได้ตามชอบอีกด้วยค่ะ แต่แค่นี้ยังไม่พอนะคะเพราะในส่วนนี้ยังมีฟีเจอร์พิเศษอย่าง Mini Games มาให้ในตัว การเปิดใช้โหมดนี้จะต้องติดตั้งหน้าปัดสำหรับเกมเท่านั้น ตอนนี้ตัวเกมอาจจะมีให้เลือกไม่เยอะมากนักแต่อาจจะมีการเพิ่มเติมมาให้ในอนาคต ซึ่งตัวเกมก็ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก เน้นเล่นฆ่าเวลาเพลิน ๆ ซะมากกว่าค่ะ

ระบบสัมผัส Multi-Touch และ 3 โหมดสำคัญ
สำหรับ Xiaomi Smart Band 8 จะมาพร้อมกับหน้าจอที่ใหญ่และระบบทัชสกรีนที่แม่นยำมากขึ้น เอาจริง ๆ แค่สัมผัสหน้าจอก็รู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ การสัมผัสมีความสเถียรทั่วทุกจุดและประมวลผลได้เร็วกว่า ฟังก์ชันการใช้งานภายในมีความหลากหลายและสามารถปรับแต่ง Widget ได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนตัวสมาร์ทแบนด์ได้มากถึง 3 โหมด ประกอบไปด้วย Band Mode สำหรับตรวจจับอัตราการเต้นหัวใจและประสิทธิภาพในการนอนหลับ, Pebble Mode ใช้ร่วมกับ Running Pod เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพในการวิ่งโดยเฉพาะ และ Necklace Mode ใช้ร่วมกับสร้อยคอเพื่อใช้เป็นจี้ห้อยคอ
150+ โหมดออกกำลังกาย
สำหรับโหมดออกกำลังกายเองก็มีการอัพเกรดและมีให้เลือกมากขึ้น แบ่งออกเป็น 10 หมวดหมู่ ประกอบด้วยกีฬาทางน้ำ 16 โหมด, กิจกรรมกลางแจ้ง 10 โหมด, เทรนนิ่ง 40 โหมด, การเต้น 14 โหมด, กีฬาต่อสู้ 12 โหมด, กีฬาประเภทบอล 26 โหมด, กีฬาหน้าหนาว 11 โหมด, นันทนาการ 14 โหมด, การ์ดและบอร์ดเกมส์ 5 โหมด และอื่น ๆ อีก 3 โหมด นอกจากนี้ภายในฟังก์ชันออกกำลังกายยังมีการพัฒนาให้ใช้ร่วมกับเครื่องออกกำลังกายในแบรนด์ Xiaomi รวมถึงมีวิดีโอเทรนนิ่งมาให้อีกด้วย ฟังก์ชันนี้ถือว่ามีประโยชน์และความรู้สึกเหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวเลยค่ะ

อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าจับตามองคือโหมด Somatosensory Interactive Boxing หรือการต่อยมวยเชิงโต้ตอบนั่นเองค่ะ ภายในฟังก์ชันนี้จะมีหลายโหมดให้เล่น โดยผู้เล่นจะต้องสวมใส่ Mi Smart Band 8 ไว้บนข้อมือด้านด้านหนึ่งและเหวี่ยงแขนซ้าย – ขวาให้ตรงกับสัญลักษณ์ที่ขึ้นบนหน้าจอ เมื่อจบเกมจะมีการคำนวนและแสดงผลค่าต่าง ๆ บนจอมือถือค่ะ แต่น่าเสียดายที่โหมดนี้รองรับเฉพาะภาษาจีนเท่านั้น หากตั้งค่าเป็นภาษาอื่นโหมดนี้จะถูกซ่อนโดยอัตโนมัติ แต่ไม่แน่อาจจะมีการเปิดให้เล่นในเวอร์ชั่น Global ก็อาจจะเป็นไปได้ค่ะ
14 ฟังก์ชันติดตามสุขภาพ
วัตถุประสงค์ของสมาร์ทแบนด์คือการสวมใส่เพื่อสุขภาพ ดังนั้นการติดตามสุขภาพจึงเป็นฟังก์ชันที่มีความสำคัญไม่แพ้ฟังก์ชันอื่น ๆ ค่ะ สำหรับ Xiaomi Smart Band 8 จะมาพร้อมกับการติดตามสุขภาพมากถึง 13 ฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็นติดตามการนอนหลับ, อัตราการเต้นของหัวใจ, ก้าวเดิน, การเผาผลาญแคลอรี่, การขยับร่างกาย, การลุกยืน, ออกซิเจนในเลือด, ความเครียด, การติดตามน้ำหนัก, วัดค่า VO2 max, ความหนักหน่วงในการออกกำลังกาย, คะแนนสุขภาพกายและจิต และการติดตามรอบเดือนสำหรับคุณผู้หญิงค่ะ

แต่ละฟังก์ชันจะมีการติดตามที่ค่อนข้างละเอียด มีการรายงานผลในรูปแบบของกราฟทำให้เข้าใจและมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น เช่นการนอนหลับจะวัดลึกไปถึงระยะเวลาในการกลับลึก, หลับตื่น, การตื่นระหว่างคืน และความถี่ในการขยับดวงตาขณะนอนหลับค่ะ หรือการวัดอัตราการเต้นหัวใจก็จะสามารถตั้งค่าความถี่การวัดในแต่ละวันได้ มีการสรุปผลรายวันและโชว์รายละเอียดของการเต้นหัวใจในแต่ละโหมดค่ะ
แข่งขันและรับเหรียญรางวัล!
นอกจากการออกกำลังกายและติดตามสุขภาพแล้วเรายังสามารถแข่งขันกับเพื่อนหรือคนอื่น ๆ ได้อีกด้วยค่ะ แต่แค่นี้ยังไม่พอนะคะเพราะภายในแอปจะมีเหรียญรางวัลมาให้เมื่อเราบรรลุเป้าหมายที่กำหนด ส่วนรางวัลก็มีหลายประเภทค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญแคลอรี่ถึงเป้าหมายที่กำหนด, การเดินจนถึงจำนวนก้าวที่กำหนด ไปจนถึงการมีได้รับคะแนนสุขภาพกายและจิตครบถ้วนตลอดทั้งสัปดาห์ ส่วนตัวเราค่อนข้างชอบฟีเจอร์นี้นะคะเพราะเป็นการกระตุ้นให้รู้สึกอยากออกกำลังกายมากขึ้นค่ะ ใครชอบเอาชนะแบบเรานี่น่าจะถูกใจเลย 🤣
Battery Life ยาวนานขึ้น
สาวก Mi Smart Band คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าสมาร์ทแบนด์เสียวหมี่ค่อนข้างจะเด่นในเรื่องของอายุการใช้งานและคุณภาพแบตเตอรี่ รุ่นนี้จึงมีการอัพเกรดความจุแบตเตอรี่ขึ้นเป็น 190 mAh ทำให้สามารถใช้งานได้นานถึง 16 วันสำหรับโหมดทั่วไป แถมการชาร์จแบตเตอรี่ก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงโดยประมาณเท่านั้นเองค่ะ เรียกว่าชาร์จครั้งเดียวใช้งานได้นานจนลืมไปเลย

นอกจากนี้ตัวสมาร์ทแบนด์ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ มีการประมาณระยะเวลาในการใช้งานแบบคร่าว ๆ รวมถึงมีโหมดประหยัดพลังงานมาให้ เมื่อเปิดใช้งานโหมดนี้ตัวเครื่องจะปิดการทำงานทั้งหมด เว้นแค่นาฬิกาและการตรวจสอบก้าวเดินที่ยังคงทำงานอยู่ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานอีก 10 วัน รวมถึงยังมีฟังก์ชันตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่มาให้ในตัวอีกด้วยค่ะ
สรุป ข้อดี-ข้อควรพิจารณา Xiaomi Smart Band 8

จุดเด่น
- สวมใส่กระชับ ขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น เพิ่มพื้นที่การมองเห็น
- เปลี่ยนสายได้หลากหลาย สามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส
- สายแบบเกี่ยว เปลี่ยนง่ายและหลากหลายกว่า Mi Band รุ่นก่อน ๆ
- ตัวสมาร์ทแบนด์มีให้เลือกถึง 3 โหมดสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ
- มีโหมดกีฬาให้เลือกมากกว่า 150 โหมด
- เปลี่ยนหน้าจอได้มากกว่า 100 แบบพร้อม mini games ในตัว
- จอแสดงผลสีสันสดใสมากขึ้น
- มีฟังก์ชันที่หลากหลายและสามารถวัดค่าต่าง ๆ ได้ค่อนข้างละเอียด
จุดที่ควรพิจารณา
- รุ่นนี้ยังไม่รองรับภาษาไทย มีแค่ภาษาจีนและอังกฤษเท่านั้น
- การตั้งค่าภาษาอังกฤษจะต้องทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกก่อนการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น
- จะต้องตั้งค่าโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษก่อนจึงจะใช้ได้
- การแจ้งเตือนที่ไม่ใช่ภาษาจีนหรืออังกฤษจะกลายเป็นภาษาต่างด้าวทั้งหมด
- บางฟังก์ชันยังคงเป็นภาษาจีนอยู่ถึงจะตั้งค่าตัวเครื่องเป็นภาษาอังกฤษก็ตาม
- โหมดต่อยมวยให้บริการเฉพาะภาษาจีนเท่านั้น
- ไม่สามารถรับสายหรือตอบข้อความได้
ให้คะแนนความคุ้มค่า ความพึงพอใจ ของเราต่อ Xiaomi Smart Band 8
![]() |
![]() |
คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.0 เต็ม 10
เนื่องจากเราซื้อรุ่น China ver. ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในประเทศ ดังนั้นเงื่อนไขในการใช้งานเช่น การตั้งค่าภาษาของตัวเครื่องหรือการแจ้งเตือนที่เป็นภาษาต่างด้าวจึงไม่ถือว่าเป็นข้อเสียหรือจุดด้อยของสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ค่ะ เพราะถ้าพูดกันตรง ๆ ก็เป็นเราเองนี่แหละที่เป็นฝ่ายใช้งานผิดวัตถุประสงค์ 😅
ซื้อเลย – ถ้าหาก :
คุณเน้นการออกกำลังกายเป็นหลัก
เนื่องจากสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้มาพร้อมฟังก์ชันการออกกำลังกายมากกว่า 150 โหมด พร้อมวีดีโอที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีเทรนนิ่งส่วนตัวค่ะ
คุณต้องการความหลากหลายในการใช้งาน
เนื่องจากรุ่นนี้มีการเปลี่ยนมาใช้สายแบบขอเกี่ยว ทำให้สามารถเปลี่ยนสายได้หลายรูปแบบ รวมไปถึงยังใช้งานเป็นจี้ห้อยคอและตัววัดคุณภาพการวิ่งได้อีกด้วยค่ะ
คุณต้องการหน้าปัดใหม่ ๆ ทุกวัน
เพราะสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้มาพร้อมกับ Watch face มากกว่า 100 แบบและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามชอบ ดังนั้นคุณสามารถเปลี่ยนหน้าปัดได้ทุกวันแบบไม่ซ้ำ รวมไปถึง Watch face บางอันยังมาพร้อมกับมินิเกมในตัวอีกด้วย
อย่าซื้อ – ถ้าหาก :
คุณไม่ถนัดภาษาอังกฤษและภาษาจีน
เนื่องจากสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ยังคงเป็นเวอร์ชั่นภาษาจีน ไม่รองรับภาษาอื่นนอกจากจีนและอังกฤษ ดังนั้นการตั้งค่าต่าง ๆ จะต้องเป็น 2 ภาษานี้เท่านั้นไม่รองรับภาษาอื่น ๆ เลยค่ะ คนที่ไม่ถนัด 2 ภาษานี้เราแนะนำให้รออีกนิดและซื้อเวอร์ชั่น Global น่าจะใช้งานได้ง่ายกว่า
คุณสนใจฟีเจอร์ต่อยมวยเชิงโต้ตอบมากเป็นพิเศษ
เพราะฟีเจอร์นี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อคุณตั้งค่าแอปเป็นภาษาจีนเท่านั้นค่ะ เนื่องจากภายในฟีเจอร์จะเน้นใช้ภาษาจีนล้วน ๆ แต่ถ้าหากคุณสามารถฟังหรืออ่านภาษาจีนได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในส่วนนี้ค่ะ
คุณต้องการสมาร์ทแบนด์สำหรับดูการแจ้งเตือน
อย่างที่บอกค่ะว่ารุ่นนี้รองรับแค่ภาษาจีนและอังกฤษเท่านั้น ดังนั้นการแจ้งเตือนที่เป็นภาษาอื่น ๆ จะกลายเป็นภาษาต่างดาวไปเลยค่ะ ดังนั้นเวอร์ชั่นนี้จึงยังไม่เหมาะกับการใช้ดูการแจ้งเตือนสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นก็อาจจะมีการอัพเดตเพิ่มเติมหลังมีการปล่อยเวอร์ชั่น Global ค่ะ
ระหว่าง Mi Smart Band 7 และ 8 ซื้อรุ่นไหนดี?
สรุปแล้วสมาร์ทแบนด์รุ่นที่ 7 กับรุ่นที่ 8 อันไหนน่าซื้อมากกว่ากัน? เราต้องขอบอกตรง ๆ ว่าแอบตัดสินใจยากอยู่เหมือนกันค่ะเพราะตัวที่หยิบมารีวิวนี่เป็น China version ดังนั้นเลยมีข้อแตกต่างกันพอประมาณ แต่ก่อนอื่นเรามาดูตารางเปรียบเทียบสเปคคร่าว ๆ กันก่อนดีกว่าค่ะ
|
|
|
| คุณสมบัติ | Mi Smart Band 7 | Mi Smart Band 8 |
| เปิดตัว | 2022 | 2023 |
| ขนาดหน้าจอ | 1.62 นิ้ว | 1.62 นิ้ว |
| จอแสดงผล | AMOLED | AMOLED |
| ความละเอียดจอ | 192 x 490 พิกเซล | 192 x 490 พิกเซล |
| แบตเตอรี่ | 180 mAh (สูงสุด 14 วัน) | 190 mAh (สูงสุด 16 วัน) |
| ความสว่าง | สูงสุด 500 nits | สูงสุด 600 nits |
| การเชื่อมต่อ | Bluetooth V. 5.2 | Bluetooth V. 5.1 |
| Refresh Rate | 30 Hz | 60 Hz |
| การออกกำลังกาย | 110+ โหมดกีฬา | 150+ โหมดกีฬา |
| การติดตามสุขภาพ | 13 โหมดสุขภาพ | 13 โหมดสุขภาพ |
ถ้าตัดความแตกต่างในเรื่องของเวอร์ชั่นออกไป จากตารางจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วสมาร์ทแบนด์ทั้ง 2 รุ่นไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่ในด้านของรูปลักษณ์ภายนอก แต่ส่วนตัวเรามองว่าสมาร์ทแบนด์รุ่นที่ 8 จะเหมาะสำหรับคนที่เน้นการออกกำลังกายมากเป็นพิเศษ เพราะมีฟังก์ชันออกกำลังกายให้เลือกหลากหลายกว่า ในส่วนของฟังก์ชันติดตามสุขภาพไม่ค่อยต่างกันมากนัก
แต่จุดที่เราชอบคือรุ่นที่ 8 มีการจากการวัดค่าทั้ง PAI และ Vitality แทนซึ่งเรารู้สึกว่ามีความละเอียดมากขึ้น เพราะโปรแกรม Vitality มีคำนวณลึกไปถึงช่วงอายุของผู้สวมใส่นาฬิกาซึ่งค่อนข้างละเอียดกว่าโปรแกรม PAI เล็กน้อย นอกจากนี้ในส่วนของการปรับเปลี่ยนหน้าปัดและการเปลี่ยนสายรัดข้อมือยังมีความหลากหลายมากกว่า ทำให้การสวมใส่สมาร์ทแบนด์รุ่นนี้มีความสนุกมากขึ้น เพราะนอกจากจะใส่เพื่อสุขภาพแล้วยังสามารถปรับเปลี่ยนใช้ได้ในทุกโอกาสนั่นเองค่ะ
ส่วนใครที่กำลังเล็ง ๆ Xiaomi Smart Band 8 อยู่เราแนะนำให้รออีกนิดแล้วซื้อ Global version จะดีกว่าค่ะ เพราะถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ จะไม่มีปัญหาในการอ่านภาษาอังกฤษ แต่บางฟังก์ชันยังคงเป็นภาษาจีนอยู่ รวมไปถึงการแจ้งเตือนภาษาต่างด้าวนี่ค่อนข้างน่าปวดหัวเลยค่ะ ส่วนทางนี้คงต้องตั้งหน้าตั้งตารออัพเดตเวอร์ชั่นกันต่อไปค่ะ 🤣


