เครื่องชั่ง Xiaomi Mi Body Composition Scale 2 สามารถบอกองค์ประกอบร่างกายที่น่าสนใจได้ถึง 13 เมตริก
คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.6 เต็ม 10

|
|
เครื่องชั่งอัจฉริยะที่ดีไม่ควรมีระบบการทำงานที่ซับซ้อนเกินไป ยิ่งมันใช้งานง่ายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของผู้ใช้มากขึ้นเท่านั้น อย่างเช่นเครื่องชั่ง “Mi Body Composition Scale 2 จากแบรนด์ Xiaomi” เองก็เป็นอีกรุ่นที่ยังคงเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าทางแบรนด์จะเปิดตัวมานานหลายปีแล้วก็ตาม ด้วยราคาที่ไม่แพง มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบง่าย และการใช้งานที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ได้อย่างดี จึงทำให้รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีใด ๆ ก็สามารถใช้เครื่องชั่งอัจฉริยะของ Xiaomi ได้ผ่านแอปพลิเคชัน Zepp Life ชื่อใหม่ (ชื่อเดิม Mi Fit) แล้วค่ะ
คำตัดสินโดยรวม เครื่องชั่ง Mi Body Composition Scale 2
เครื่องชั่ง Xiaomi Mi Body Composition Scale 2 จะบอกให้คุณทราบทุกอย่างเกี่ยวกับร่างกายของคุณ มันไม่ใช่แค่เครื่องชั่งน้ำหนักทั่วไปที่บอกตัวเลขเท่านั้น แต่รุ่นนี้จะบอกตั้งแต่ BMI, ไขมันในร่างกาย, กล้ามเนื้อ, โปรตีน, มวลกระดูก ไปจนถึงการเผาผลาญของคุณ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยจะมีการบันทึกประวัติเป็นวันและเวลาที่ชัดเจนในแอป Zepp Life มาพร้อมกับการแสดงคะแนนและแผนภูมิที่อ่านง่ายเพื่อใช้เปรียบเทียบความคืบหน้าของคุณในแต่ละวัน
คุณสามารถเพิ่มสมาชิกคนอื่น ๆ ได้สูงสุด 16 คน โดยรวมถือว่าเป็นเครื่องชั่งทำงานคู่แอปพลิเคชันได้ดีมาก มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุม แม้ว่าข้อมูลจากวัดอาจมีความคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ด้วยราคาเพียงหลักร้อยเราจึงไม่ได้ซีเรียสในส่วนนี้เลยค่ะ เพราะอย่างน้อย ๆ ข้อมูลเหล่านี้ก็ช่วยให้เราประเมินสุขภาพร่างกายของตัวเองได้อย่างคร่าว ๆ ว่าควรเริ่มต้นดูแลในส่วนไหน
กลับกันเราคิดว่าการออกแบบที่หรูหราทำให้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่คุณควรพิจารณาด้วยซ้ำ ยิ่งคุณมีสมาร์ทวอทช์หรือสมาร์ทแบนด์ของ Mi อยู่แล้ว การซื้อ Mi Body Composition Scale 2 จะช่วยให้ทุกอย่างทำงานเข้าได้ดีอย่างสมบูรณ์แบบ
![]() |
กดเพื่อเลื่อนลงไปอ่าน ก่อนจะรีวิว อธิบายการใช้งานแอป Zepp Life วิธีเชื่อมต่อเครื่องชั่งเข้ากับแอป สเปกทั่วไป
|
เอาละค่ะ เราเกริ่นถึงการใช้งานทั้งเครื่องชั่งและแอปมาพอสมควรแล้ว ครั้งนี้เรามาถึงขั้นตอนการรีวิวจริง ๆ บ้างดีกว่าค่ะ โดยจะเริ่มจาก…
รีวิว ดีไซน์การออกแบบ
- การออกแบบที่เรียบง่าย มินิมอล
- จอแสดงผลเป็นไฟ LED สีขาวคุมโทน
- แข็งแรง รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กก.
- เครื่องชั่งจะแสดงเฉพาะตัวเลขน้ำหนักเท่านั้น

สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสะดุดตาและประทับใจมาก ๆ ก็คงหนีไม่พ้นดีไซน์ที่เรียบง่าย มาพร้อมกับโทนสีขาวที่ดูสะอาดตา ทำให้เราแอบนึกถึงผลิตภัณฑ์ของ Apple เลยค่ะ (เพราะสวยมากจริง ๆ) ตัวเครื่องมีขนาด 30 x 30 x 2.5 ซม. ตรงมุมมีความโค้งมนกำลังดี เครื่องชั่งด้านบนเคลือบด้วยกระจกที่ดูแข็งแรงทนทาน มีความมันเงาแต่ไม่ทิ้งรอยนิ้วมือไว้
ส่วนด้านล่างก็ไม่เรียบไปเฉย ๆ แต่ทางแบรนด์ยังออกแบบให้มีมิติเพิ่มความสูงขึ้นมาเล็กน้อยด้วยการโค้งขึ้นอย่างสวยงามเพื่อให้เข้ากับพื้นผิวกระจกเทมเปอร์ที่แวววาว มาพร้อมกับยางกันลื่นที่ใต้เครื่องช่วยยืดติดกับพื้นผิวได้ดีขึ้น หน้าจอแสดงผลเป็นไฟ LED สีขาวที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยมันจะแสดงเฉพาะน้ำหนักบนตราชั่งเท่านั้น ตรงกลางตราชั่งเป็นโลโก้ “Mi” ที่ดูน่ารักขนาดเล็กกำลังดี

ตรงมุมจะมีแผ่นสีเงิน 4 แผ่นซึ่งก็คือเทคโนโลยี Bioelectrical Impedance Analysis หรือ BIA ที่ใช้บอกองค์ประกอบร่างกายได้ถึง 13 เมตริก หลักการทำงานของเครื่องชั่งนั้นง่ายมากเพราะใช้ Bluetooth ในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ AAA จำนวน 4 ก้อน โดยแบตเตอรี่นั้นทางแบรนด์ก็ได้แถมมาให้ด้วยค่ะ
หมายเหตุ : สิ่งสำคัญที่คุณจะต้องทราบก็คือ Bioelectrical Impedance Analysis เป็นเพียงการบอกข้อมูลองค์ประกอบร่างกายโดยประมาณเท่านั้น เนื่องจากเป็นเครื่องชั่งที่มีราคาประหยัด เซ็นเซอร์ที่ใช้จึงไม่ได้คุณภาพสูงเมื่อเทียบกับเครื่องชั่งทางการแพทย์
รีวิว การใช้งาน
- รองรับน้ำหนักได้ดี รู้สึกดได้ถึงความมั่นคง
- เซ็นเซอร์ค่อนข้างมีความแม่นยำในระดับที่ยอมรับได้
- ใช้เวลาประมวลผลไม่นาน
- ให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วย Bluetooth เท่านั้น
- สามารถบอกองค์ประกอบร่างกายได้ถึง 13 เมตริก

หากคุณไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเครื่องชั่งอัจฉริยะ เราบอกเลยว่ามันใช้งานง่ายมาก เมื่อคุณยืนบนเครื่องชั่งด้วยเท้าเปล่า ประจุไฟฟ้าเล็กน้อยจะถูกส่งเข้าสู่ร่างกายของคุณ จากนั้นเครื่องชั่งจะบอกองค์ประกอบร่างกายของคุณได้อย่างละเอียดยิบ โดยที่ระหว่างยืนบนเครื่องชั่นคุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ เลยค่ะ (หากคุณมีเครื่องกระตุ้นหัวใจ, การปลูกถ่ายทางการแพทย์ หรือกำลังตั้งครรภ์ แนะนำให้ตรวจสอบกับแพทย์ก่อนใช้)
Mi Body Composition Scale 2 จะมีเซ็นเซอร์ที่คอยตรวจวัดซึ่งติดตั้งไว้บนตัวเครื่องชั่งทั้ง 4 มุม เมื่อเราขึ้นไปเหยียบบนเซ็นเซอร์เหล่านั้น มันจะค่อย ๆ ประมวลผลโดยใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะแสดงขึ้นมาในแอปให้คุณได้เห็นอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น ค่า BMI, ไขมันในร่างกาย, กล้ามเนื้อ, เปอร์เซ็นต์น้ำ, เปอร์เซ็นต์โปรตีน, มวลกระดูก หรือไขมันในอวัยวะภายใน มันยังบอกอัตราการเผาผลาญพื้นฐานของคุณ ซึ่งช่วยให้คุณเห็นว่าร่างกายของคุณต้องการพลังงานกี่แคลอรี่ต่อวันเพื่อรักษาน้ำหนักปัจจุบัน

น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่มี Wi-Fi ไม่เช่นนั้นมันคงจะเป็นเครื่องชั่งที่อำนวยได้ดีกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามเราคิดว่าบางทีที่ทางแบรนด์ไม่ใช้ Wi-Fi นั้นคงเป็นเพราะมันมีสัญญาณรบกวนได้ง่ายกว่า แถมยังต้องตั้งไว้ใกล้ ๆ กับเราเตอร์อีกด้วย ทำให้มีข้อจำกัดมากขึ้น ดังนั้นการที่ทาง Xiaomi ใช้เทคโนโลยี Bluetooth ในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนจึงดูเหมือนเป็นทางออกเดียวที่ช่วยให้เครื่องชั่งใช้งานง่ายและมีความเสถียรภาพมากกว่านั่นเองค่ะ
หมายเหตุ :
เนื่องจากแผ่นสีเงินหรือเจ้า BIA ทั้ง 4 แผ่นมีความจำเป็นต่อการวัดองค์ประกอบร่างกายของคุณ ดังนั้นในขณะที่ขึ้นชั่งน้ำหนักไม่ควรสวมถุงเท้า คุณควรให้ผิวฝาเท้าสัมผัสกับแผ่นเงินทั้ง 4 โดยตรงเพื่อให้ BIA วัดข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุด
อย่างไรก็ตาม…สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจกันหน่อยก็คือเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องมีความแม่นยำสมบูรณ์เสมอไป ตราบใดที่มันสามารถประเมินและสามารถบอกได้ว่าร่างกายของคุณตอนนี้มีแนวโน้มเป็นอย่างไร ? ขอแค่ผลลัพธ์ออกมามีความสอดคล้องกับความเป็นจริงสักหน่อยก็ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการการออกกำลังกายหรือลดน้ำหนักแล้วค่ะ เพราะทุกครั้งที่คุณเปิดแอปเพื่อดูความคืบหน้ามันจะช่วยเพิ่มกำลังใจให้คุณได้ 🙂
รีวิว ประสิทธิภาพ – ความแม่นยำ
การเคลื่อนย้ายตำแหน่งของเครื่องชั่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำเล็กน้อย เนื่องจากจากการทดสอบชั่งน้ำหนัก 5 คน มี 2 คนที่ผลลัพธ์ของน้ำหนักต่างกันเมื่อเคลื่อนย้ายตำแหน่งของเครื่องชั่ง แม้ว่าช่วงเวลาที่ทดสอบไล่เลี่ยกันก็ตาม โดยน้ำหนักที่ต่างกันนั้นเฉลี่ยได้ประมาณ ± 0.5 กก. ค่ะ
นอกจานี้เครื่องชั่งมีความดีเลย์ในบางฟังก์ชัน อาทิเช่น ในกรณีที่เราขึ้นชั่งน้ำหนักโดยมีสมาร์ทโฟนอยู่ใกล้ ๆ แต่ถ้าหากยังไม่เปิดแอป Zepp Life ควบคู่ไว้ด้วย ข้อมูลในการชั่งน้ำหนักครั้งนั้นก็จะไม่ปรากฏในแอป แต่ทว่าบางครั้งเมื่อเราเปิดเข้ามาในแอปข้อมูลที่ชั่งได้ล่าสุดก็จะปรากฏขึ้นมาในหน้าแรกเพื่อให้เราเลือกบันทึกลงในรายชื่อที่มีอยู่ในแอปว่าเป็นน้ำหนักของใคร
รวมถึงในฟังก์ชันตรวจสอบความสมดุลของร่างกายที่เราจะต้องยืนขาเดียวนั้น เราจะต้องรอให้เครื่องพร้อมสำหรับฟังชั้นนั้นก่อน เพราะหาขึ้นไปวัดเลยข้อมูลก็จะไม่เข้าไปในแอปค่ะ เคล็ดลับง่าย ๆ คือกดที่ตรวจวัด จากนั้นก็รอให้หน้าจอขึ้นคำว่ากำลังเชื่อมต่อตามภาพจึงค่อยขึ้นไปยืนทดสอบค่ะ
ความคุ้มค่าในการซื้อ
![]() |
![]() |
คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.6 เต็ม 10
สรุป ข้อดี – ข้อควรพิจารณา
ข้อดี
- ราคาถูก : หากให้ดูราคาเครื่องชั่งน้ำหนักแบบธรรมดาทั่วไปตอนนี้ก็มีราคาหลักร้อยไม่ต่างกัน การเพิ่มเงินขึ้นอีกสัก 300-400 แต่ได้เครื่องชั่งอัจฉริยะที่สามารถประเมินสุขภาพร่างกายของคุณได้อย่างคร่าว ๆ ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่าค่ะ
- มีความแข็งแรงทนทาน : เห็นเครื่องชั่งบาง ๆ แบบนี้แต่บอกเลยว่าแข็งแรงมาก ๆ แถมยังค่อนข้างหนักพอประมาณค่ะ
- ดีไซน์เรียบง่าย สไตล์มินิมอล : ใคร ๆ ก็อยากได้ของสวยงามมาตกแต่งที่พักอาศัยของตัวเอง ซึ่งต้องยอมรับว่าสินค้าของ Xiaomi ทุกตัวออกแบบมาให้คลุมโทนมาก ๆ มันเป็นสไตล์มินิมอลที่กำลังฮิตในยุคนี้มากค่ะ
- การใช้งานง่าย : แม้ว่าจะชื่อเครื่องชั่งอัจฉริยะที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย แต่ทว่าการใช้งานก็เหมือนเครื่องชั่งทั่วไปที่ขึ้นไปยืนชั่งนิ่ง ๆ แล้วรอให้เครื่องประมวลไม่นานค่ะ
- ใช้งานได้โดยไม่ต้องมีแอป : โดยปกติเครื่องชั่งอัจฉริยะหลาย ๆ เครื่องมักจะต้องใช้งานคู่กับแอปด้วยเสมอ แต่ทว่าของ Xiaomi รุ่นนี้หากคุณหรือคนนอกแค่ต้องการทราบน้ำหนักอย่างเดียว ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลการบันทึกแอปใด ก็สามารถขึ้นไปชั่งน้ำหนักได้ตามปกติค่ะ ข้อมูลที่ชั่งได้จะไม่ลิ้งก์กับแอป
- หากใช้งานคู่กับแอป แสดงข้อมูลมากกว่าน้ำหนัก : หากคุณใช้งานพร้อมกับแอปบอกเลยว่าเป็นอะไรที่วิเศษมาก เพราะมันสามารถบอกองค์ประกอบร่างกายมากถึง 13 เมตริก พร้อมวิเคราะห์ว่าตอนนี้เราควรจะต้องปรับเปลี่ยนส่วนไหนบ้าง
- สามารถบันทึกแยกข้อมูลแต่ละคนได้หลายคน : อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวของเรามากค่ะ บางคนก็ไม่อยากใช้เครื่องชั่งน้ำหนักร่วมกับใคร แต่สำหรับเราที่มีสมาชิกในครอบครัวถึง 5 คน คิดว่าฟังก์ชันนี้ค่อนข้างตอบโจทย์มาก ๆ เลย
- แอปใช้ง่าย รองรับทั้ง Android & iOS : ใครที่กลัวว่าแอปจะมีประสิทธิภาพต่างกันเนื่องจากระบบปฏิบัติการที่ไม่เหมือนกัน ขอให้คุณสบายใจได้เลยค่ะเพราะว่าแอป Zepp Life ใช้งานได้ง่ายมาก ทั้งระบบ Android และ iOS
ข้อควรพิจารณา
- คู่มือเป็นภาษาจีนทั้งหมด : ทำให้การใช้งานครั้งแรกลำบากเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ? แต่คุณสามารถทำตามวิธีเชื่อมต่อที่เราใส่ในบทความนี้ได้ค่ะอ่านวิธีเชื่อมต่อเครื่องชั่งเข้ากับแอป
- ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แบบถ่าน AAA : โดยส่วนตัวเราคิดว่าในยุคที่ทุกอย่างสามามรถชาร์จพลังงานได้หมดแล้ว การใช้ถ่านแบตเตอรี่ซึ่งเป็นขยะประเภทใช้แล้วทิ้ง หากทางแบรนด์เปลี่ยนเป็นการชาร์จด้วยพอร์ต USB น่าจะดีกว่ามาก ๆ ค่ะ
- แสดงเฉพาะน้ำหนักบนตาชั่งเท่านั้น : เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเนื่องจากบางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการเข้าไปในแอปเพื่อเช็กข้อมูลต่าง ๆ ในช่วงเวลาเร่งด่วน หากบนตราชั่งสามารถบอกได้มากกว่าน้ำหนักคงเป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ
- การใช้เครื่องชั่งแต่ละครั้งต้องเปิดแอปควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน : หากคุณต้องการบันทึกข้อมูลในการชั่งทุกครั้งคุณจะต้องเปิดและเข้าไปในแอป Zepp Life ด้วยเสมอซึ่งค่อนข้างเสียเวลาเล็กน้อย หากมันสามารถบันทึกลงไปเลยก็จะดีมาก แต่ก็เข้าใจได้ว่าเครื่องชั่งไม่ได้อัจฉริยะมากพอที่จะรู้ว่าน้ำหนักที่ชั่งอยู่ขณะนี้เป็นของผู้ใช้รายไหน ในกรณีที่คุณมีสมาชิกในแอปมากกว่า 1 คนซึ่งมันจะต้องให้เราเป็นคนยืนยันรายชื่อก่อนบันทึกข้อมูลทุกครั้งค่ะ
- เครื่องชั่งมีความดีเลย์ในบางฟังก์ชัน : บางครั้งแอปก็เหมือนจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนช้าไปบ้าง โดยเฉพาะกับฟังก์ชันวัดความสมดุลของร่างกาย
- การวัดองค์ประกอบร่างกายยังไม่แม่นยำ 100% : จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องปกติที่เครื่องชั่งราคาหลักร้อยจะไม่ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเสมอไป อันที่จริงข้อนี้เราไม่คิดว่าเป็นข้อควรพิจารณาสักเท่าไหร่ เนื่องจากมันดูไม่ยุติธรรมเลยค่ะ แต่ก็อยากใส่มาให้เพื่อน ๆ ได้ตัดสินใจกันเอง 🙂
ซื้อเลย – ถ้าหาก
ต้องการเครื่องชั่งน้ำหนักตัวใหม่ฟังก์ชันครบ
ถ้าหากคุณต้องการเครื่องชั่งน้ำหนักตัวใหม่ ที่สามารถทำได้มากกว่าแค่การบอกน้ำหนัก หากคุณกำลังพิจารณาซื้อเครื่องชั่งอยู่เราคิดว่า Mi Body Composition Scale 2 ไม่ได้มีราคาที่แพงมากนัก แต่กลับสามารถให้ข้อมูลด้านสุขภาพของคุณได้ครบครัน โดยที่คุณไม่ต้องตั้งค่าหรือเข้าไปทำอะไรเลยค่ะ เนื่องจากแอปพลิเคชัน Zepp Life ใช้งานง่ายมาก ๆ
ต้องการมีเป้าหมายในการดูแลสุขภาพร่างกาย
ถ้าคุณอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร หรือพยายามรักษาหุ่น ดูแลร่างกายให้ฟิต เราคิดว่าเครื่องชั่ง Mi Body Composition Scale 2 เป็นเครื่องชั่งที่เหมาะกับคนกลุ่มนี้มาก ๆ เนื่องจากหลายคนที่ลดน้ำหนักมักสนใจเพียงแต่ตัวเลขน้ำหนักเท่านั้น บางครั้งการที่ตัวเลขลดลงก็อาจเป็นเพราะร่างกายของคุณขาดน้ำหรือสูญเสียกล้ามเนื้อไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว ซึ่งเครื่องชั่งเหล่านั้นมันไม่ได้บอกว่าร่างกายของคุณตอนนี้เป็นเช่นไร ต่างจาก Mi Body Composition Scale 2 ที่สามารถประเมินได้อย่างคร่าว ๆ ว่าตอนนี้ร่างกายของคุณขาดโปรตีนไปนะ หรือมีไขมันมากไปเป็นต้น
มีสมาชิกครอบครัวหลายคน
ถ้าหากคุณอาศัยในครอบครัวขนาดใหญ่ ที่มาสมาชิกมากกว่า 3-4 คนขึ้นไป เราคิดว่า Mi Body Composition Scale 2 จะเหมาะกับคุณมาก เพราะมันสามารถแยกบันทึกข้อมูลได้สูงสุดถึง 16 คน จริง ๆ เอาใช้ในแผนกที่ออฟฟิศก็ได้ค่ะ 😀 แถมยังมีโหมด ‘โหมดผู้เยี่ยมชม’ ซึ่งหมายความว่าเป็นคนขาจรที่เข้ามาใช้เครื่องชั่งเพียงชั่วคร่าว ซึ่งมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อมูลคนอื่นในเครื่องเลยค่ะ
อย่าซื้อ – ถ้าหาก
ต้องการทราบน้ำหนักเท่านั้น
อย่าซื้อถ้าหากคุณแค่ต้องการทราบน้ำหนักของคุณเท่านั้น เพราะว่าจุดเด่นของ Mi Body Composition Scale 2 ก็คือมันสามารถบอกได้มากกว่าน้ำหนัก หากคุณอยากรู้แค่น้ำหนักอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องรู้สิ่งต่างๆ เช่น มวลกล้ามเนื้อ ค่าดัชนีมวลกาย มวลกระดูก และไขมันในร่างกาย แนะนำให้ซื้อ Xiaomi Mi Smart Scale 2 ที่มีราคาย่อมเยากว่าก็ได้ค่ะ
ต้องการให้มีการแจ้งเตือนบนสมาร์ทโฟน
อย่าซื้อถ้าหากคุณต้องการให้แอปมีการแจ้งเตือนในโทรศัพท์ของคุณ เนื่องจาก Mi Body Composition Scale 2 ทำได้เพียงอัปโหลดข้อมูลไปยังโทรศัพท์ของคุณเท่านั้น แต่มันจะไม่ส่งการแจ้งเตือนใด ๆ ให้คุณทราบ ดังนั้นหากมีคนอื่นมาใช้เครื่องชั่งของคุณ คุณก็จะไม่ทราบค่ะ
วิธีเชื่อมต่อเครื่องชั่ง Xiaomi Mi Body Composition Scale 2 กับแอปพลิเคชัน Zepp Life
ขั้นตอนที่ 1 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Zepp Life (Google Play / App Store) เป็นแอปสุขภาพที่เมื่อก่อนทางแบรนด์ใช้ชื่อว่า “Mi Fit” แต่ทว่าปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนเป็นชื่อ Zepp Life แล้วค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 หากคุณมีแอป Mi Home อยู่แล้วในเครื่อง หรือเคยมี User ของสินค้าแบรนด์ในเครือ Mi ก็สามารถลง Sign In ในแอป Zepp Life ด้วย User นั้นได้เลยค่ะ เพราะทั้งสองแอปจะเชื่อมข้อมูลกันเองให้อัตโนมัติ โดยที่คุณไม่ต้องกรอกประวัติใหม่ ๆ อะไรเลยค่ะ แต่ถ้ายังไม่มี User ก็ลงทะเบียนสมัครสมาชิกใหม่ตามขั้นตอนทั่วไปได้เลยค่ะ ในส่วนนี้เราไม่ขออธิบายต่อนะคะ เพราะเป็นการกรอกข้อมูลส่วนตัวทั่วไป

ขั้นตอนที่ 3 เมื่อ Sign In เรียบร้อยแล้ว ก็เลือกเพิ่มอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อ โดยกดที่เครื่องหมาย + ด้านบน แน่นอนว่าในแอป Zepp Life อุปกรณ์ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับสุขภาพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทแบนด์, สมาร์ทวอทช์ และเครื่องวัดไขมันในร่างกายซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เราจะเพิ่มในวันนี้ค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 เมื่อกดเลือกอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว แอปพลิเคชันขึ้น Pop-up ขออนุญาตในการเข้าถึงสิทธิ์ต่าง ๆ ในสมาร์ทโฟนของคุณ ซึ่งมันเป็นสิทธิ์การเข้าถึงที่จำเป็นต่อการใช้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามคุณพิจารณาการเข้าถึงของแอป Zepp Life ได้ตามที่คุณเห็นว่าเหมาะสมได้เลยค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 เมื่อการขอสิทธิ์เรียบแล้ว ในขณะที่นี้แอปฯ Zepp Life จะมีเพียง User ของคุณคนเดียว ดังนั้นคุณสามารถขึ้นไปยืนบนเครื่องชั่งน้ำหนักได้เลยค่ะ (อย่าลืมใส่ถ่านที่ฐานด้านล่างเครื่องชั่งด้วยนะคะ) จากนั้นก็ยืนรอซักพักจนกว่าข้อมูลตัวเลขน้ำหนักของคุณจะไปปรากฏบนหน้าจอของแอป ซึ่งหมายความว่าตอนนี้ทั้งเครื่องชั่งกับแอปได้ทำเชื่อมต่อกันเรียบร้อยแล้วค่ะ เห็นไหมคะว่าง่ายมากเลย ไม่ต้องสแกน QR Code ให้ยุ่งยาก แค่ขึ้นไปยืนชั่งน้ำหนักจากนั้นแอป Zepp Life กับเครื่องชั่งก็ทำการเชื่อมต่อให้เอง เป้นอันเสร็จเรียบร้อยจ้า 🙂
อธิบายการใช้งานแอปฯ Zepp Life
เมื่อเข้ามาในแอป Zepp Life คุณจะเห็นว่าภายในจะมีฟังก์ชันการใช้งานเยอะมาก ๆ ซึ่งมันไม่ได้มีเพียงการแสดงข้อมูลจากเครื่องน้ำหนักที่คุณเชื่อมต่อไว้เท่านั้น แต่ยังมีการนับจำนวนก้าว, ตรวจสุขภาพการนอน, อัตราการเต้นหัวใจ, ค่า PAI (Personal Activity Intelligence), กิจกรรมการออกกำลังกาย และอื่น ๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้จะยังไม่มีการบันทึกอะไรเลยสักนิด เพราะว่ามันเป็นฟังก์ชันที่ต้องใช้คู่กับสมาร์ทแบนด์หรือสมาร์ทวอทช์ของ Xiaomi Mi เท่านั้น ดังนั้นหากคุณไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าวก็ไม่จำเป็นต้องสนใจข้อมูลเหล่านี้ก็ได้ค่ะ
ในส่วนที่เราต้องสนใจก็คือข้อมูลที่ได้จากเครื่องชั่งอัจฉริยะ โดยให้คุณเลื่อนมาด้านล่างสุดของแอป ซึ่งจะเป็นฟังก์ชันของเครื่องชั่งแล้วค่ะ มันจะแสดงข้อมูลจากการขึ้นชั่งน้ำหนักของคุณเมื่อสักครู่ให้ดูอย่างคร่าว ๆ คือน้ำหนักตัวและคะแนนร่างกายเพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาดูกันกว่าค่ะ ว่าในฟังก์ชันนั้นบอกอะไรบ้าง ??
น้ำหนักตัว
- แสดงกราฟ BMI ในการชั่งน้ำหนักแต่ละครั้ง
- คำนวณความแตกต่างที่ชั่งในแต่ละครั้ง
- ประเมินช่วงน้ำหนักของเราเป็นเปอร์เซ็น โดยมาจากเปรียบเทียบน้ำหนักกับผู้ใช้ที่มีอายุและความสูงเท่ากัน
- สรุปน้ำหนักที่เหมาะสมของเราว่าอยู่ในเกณฑ์ไหน

คะแนนร่างกาย
- BMI
- ไขมันในร่างกาย
- กล้ามเนื้อ
- น้ำในร่างกาย
- โปรตีนในร่างกาย
- มวลกระดูก
- อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน
- ไขมันในอวัยวะภายใน
- อายุร่างกาย
- น้ำหนักที่เหมาะสม
- การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักล่าสุด
- การเปลี่ยนแปลงไขมันร่างกายล่าสุด
- การเปลี่ยนแปลงมวลกล้ามเนื้อ

ด้านบนสุดจะเป็นเป้าหมายที่เรายังไม่บรรลุ ซึ่งจะเป็นสีแดงค่ะ แต่ละคนก็จะแสดงข้อมูลในส่วนนี้ต่างกัน ยกในตัวอย่าง จะเห็นว่าร่างกายของเรายังขาดโปรตีนอีกเล็กน้อย เนื่องจากวัดได้เพียง 15.7% จำเป็นต้องเพิ่มอาหารที่มีโปรตีนสูง ๆ ต่อมาก็จะเป็นมวลกระดูกซึ่งขาดไปเยอะเลยค่ะ ได้มาเพียง 1.95 กก. เท่านั้น จำเป็นต้องเพิ่มแคลเซียมและหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้มวลกระดูกอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานต่อไป ในส่วนของหัวข้ออื่น ๆ ที่ขึ้นว่าบรรลุแล้วหรือเป็นสีเขียวนั้น จะบอกว่าร่างกายของเราจัดอยู่ในระดับใด
ความสมดุล
การทดสอบความสมดุลร่างกายนั้น มีวิธีทดสอบง่ายมากค่ะ เริ่มจากให้คุณปิดตาและยืนบนเครื่องชั่งด้วยขาเพียงข้างเดียว เท้าที่ใช้ยืนนั้นต้องอยู่ที่ตรงกลางเครื่องชั่งเท่านั้น จากนั้นก็ยื่นไปเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะเริ่มทรงตัวไม่ได้ ในระหว่างนั้นเครื่องก็จับเวลาเพื่อดูว่าคุณสามารถยืนได้นานสุดเท่าไหร่ ยิ่งยืนได้นานก็แสดงว่าความสมดุลในร่างกายของคุณดีมากค่ะ

หมายเหตุ : จุดสำคัญที่สุดคือคุณจะต้องหลับตาขณะที่ทดสอบนะคะ เพราะหากเปิดตานั่นหมายความว่าเราจะมีจุดโฟกัสที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้เราสามารถยืนด้วยขาขางเดียวนานขึ้นค่ะ เป็นการโกงผลทดสอบน๊าาา อย่าหาทำเด้อออ
สรุป
สำหรับราคา Xiaomi Mi Smart Scale 2 ถือว่าเป็นเครื่องชั่งอัจฉริยะระดับเริ่มต้นที่มีราคาถูกมาก ๆ เหมาะสำหรับทุกคนที่สนใจในการติดตามองค์ประกอบของร่างกาย มันมีดีไซน์พรีเมียมและแอปก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย เช่นเดียวกับเครื่องชั่งอัจฉริยะอื่น ๆ ในราคานี้คุณสามารถใช้งานได้กับโทรศัพท์ที่ต้องเปิดแอปควบคู่กันไปเท่านั้น


