รีวิว Xiaomi Smart Band 8 (ลองใช้จริง) ดีไซน์หรู ฟังก์ชันจัดเต็ม

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.0 เต็ม 10

(ดูเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่นี่)

เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Xiaomi 13 Ultra ขึ้นที่ประเทศจีน และภายในงานก็ยังมีการเปิดตัว Xiaomi Smart Band 8 สมาร์ทแบนด์น้องใหม่ล่าสุดในซีรีส์นี้ ซึ่งรุ่นพี่อย่างรุ่นที่ 7 ที่เพิ่งปล่อยตัวไปเมื่อปีก่อน (ปี 2022) มีกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดีค่ะ ซึ่งเว็บไซต์ของเราก็ได้นำรุ่นดังกล่าวมารีวิวอีกด้วยค่ะ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ รีวิว Xiaomi Band 7

Xiaomi Smart Band 8
Xiaomi Smart Band 8

สำหรับ Xiaomi Smart Band 8 จะยังคงดีไซน์แคปซูลเหมือนเดิม ซึ่งส่วนตัวเราเองก็มองว่านี่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของสมาร์ทแบนด์ซีรีส์นี้ค่ะ แต่นอกจากดีไซน์ที่ยังคงมีเอกลักษณ์แล้วสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับการอัพเกรดอีกหลาย ๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนให้ใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น, การปรับเปลี่ยนหน้าจอให้ดูง่ายขึ้น, เพิ่มปริมาณแบตเตอรี่ และเพิ่มฟังก์ชันเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายให้ครอบคลุมทุกความต้องการมากขึ้น ซึ่งเราจะได้ดูรายละเอียดกันในบทความนี้ค่ะ ไปดูกันเล้ยยย 👀⌚

ข้อมูลจำเพาะของ Xiaomi Smart Band 8

Xiaomi Smart Band 8
Xiaomi Smart Band 8
ประเภทจอ AMOLED
ขนาดหน้าจอ 1.62 นิ้ว
ความละเอียดหน้าจอ 192 x 490 พิกเซล (600 nits)
น้ำหนัก 27 กรัม
ระดับการกันน้ำ 5 ATM (50 เมตร)
งานแบตเตอรี่ 190 mAh (สูงสุด 16 วัน)
การเชื่อมต่อ Bluetooth V. 5.1
โหมดกีฬา 151 โหมด
โหมดสุขภาพ 13 โหมด

การเชื่อมต่อแอป Mi Fit

เนื่องจากสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้เป็นเวอร์ชั่นจีน ดังนั้นการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นจึงแตกต่างกันเล็กน้อย โดยขั้นตอนแรกเราจะต้องตั้งค่าโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษก่อนค่ะ จากนั้นเลือกภาษาอังกฤษบนตัวสมาร์ทแบนด์​ เราจะต้องเลือกภาษาที่ต้องการตั้งแต่ขั้นตอนนี้นะคะเพราะไม่สามารถเปลี่ยนได้แล้ว จากนั้นสแกน QR Code สำหรับดาวน์โหลดแอป เปิดเข้ามาแล้วเราจะต้องเลือกภูมิภาคเป็นประเทศจีนก่อนค่ะ จากนั้นเข้าสู่ระบบบัญชี Xiaomi แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัวให้เรียบร้อย จากนั้นจึงทำการเชื่อมต่อกับตัวสมาร์ทแบนด์และทำตามคำแนะนำตามที่ปรากฏบนหน้าจอ แค่นี้การเชื่อมต่อก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

Xiaomi Smart Band 8

Xiaomi Smart Band 8
การเชื่อมต่อแอป Mi Fit

หากไม่ได้ตั้งค่าโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษตัวนาฬิกาจะแสดงผลเป็นภาษาจีนเท่านั้นถึงแม้จะเลือกภาษาบนสมาร์ทแบนด์เป็นอังกฤษแล้วก็ตาม นอกจากนี้การแจ้งเตือนบนสมาร์ทแบนด์จะแสดงเฉพาะภาษาจีนและอังกฤษ หากเป็นภาษาอื่น ๆ จะแสดงผลเป็นภาษาต่างด้าวค่ะ

แกะกล่อง Mi Smart Band 8

หน้าจอขนาดใหญ่ คมชัด สีสันสดใส

Mi Smart Band 8 มาพร้อมกับหน้าจอแคปซูลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแต่ก็ยังมีความกะทัดรัดเหมือนเดิมค่ะ นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการ Refresh Rate เป็น 60 Hz และใช้จอแสดงผลแบบ AMOLED ทำให้หน้าจอดูสว่างและสีสันสดใส นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Auto Brightness ทำให้หน้าจอมีความสว่างที่เหมาะสมอยู่เสมอ ไม่ต้องคอยปรับด้วยตัวเองเหมือนรุ่นอื่น ๆ ค่ะ ส่วนตัวเรือนจะทำมาจากวัสดุโลหะที่มีความสวยงามและเงาวาว ให้ความรู้สึกหรูหรามากขึ้น

เปรียบเทียบขนาดหน้าจอ และ สีจอ ของ Mi Smart Band 8 มองแล้วรู้สึกสบายตากว่า รุ่น 7
เปรียบเทียบขนาดหน้าจอ และ สีจอ ของ Mi Smart Band 8 มองแล้วรู้สึกสบายตากว่า รุ่น 7

เราลองนำ Mi Smart Band 8 และรุ่นที่ 7 มาลองเปรียบเทียบกันทำให้เห็นชัดเลยว่ารุ่นที่ 8 มีสีสดน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ส่วนตัวเรารู้สึกว่าจอของรุ่นนี้ทำให้รู้สึกสบายตามากกว่าค่ะ ในส่วนของหน้าจอแอบรู้สึกว่าขนาดของตัวอักษรไม่ได้ต่างกันมากนะคะ แต่เพราะมีการปรับเปลี่ยนชื่อฟังก์ชันให้สั้นลงเลยทำให้เรารู้สึกว่ารุ่นที่ 8 มีความได้สัดส่วนมากกว่าค่ะ

พลิกโฉมหน้า Smart Band ด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำกว่า

นอกจากหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว Xiaomi Smart Band 8 ยังมาพร้อมกับดีไซน์สายแบบใหม่อีกด้วยค่ะ จากเดิมที่ใช้ตัวสายแบบครอบติด รุ่นนี้จะเป็นมาใช้สายแบบขอเกี่ยว มีปุ่มล็อกหัวท้าย เปลี่ยนสายได้ง่ายและมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายยาง, สายเหล็ก หรือสายหนัง ทำให้นอกจากจะใช้ติดตามสุขภาพแล้วยังสวมใส่เพื่อความสวยงาม, ใช้ร่วมกับ Running Pod เพื่อคุณภาพการวิ่งที่ดียิ่งขึ้น หรือจะใช้ร่วมกับสร้อยคอเพื่อทำเป็นจี้ห้อยคอก็สวยงามค่ะ เนื่องจากตัวสมาร์ทแบนด์มีน้ำหนักเบาและสีสันสดใส ซึ่งในส่วนนี้ทางแบรนด์มีอุปกรณ์เสริมขายแยกค่ะ

เซนเซอร์แบบใหม่ บางขึ้น โมเดิร์นกว่า

Xiaomi Smart Band 8

มาดูด้านหลังกันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับรุ่นนี้จะมีการเปลี่ยนมาใช้เซนเซอร์แบบใหม่ ฐานเซนเซอร์บางลงเล็กน้อยและตัวเซนเซอร์มีขนาดใหญ่ขึ้น สำหรับตัวนี้จะเป็นเซนเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจค่ะ ส่วนตัวลองสวมแล้วไม่ได้รู้สึกแตกต่างมากนัก ขึ้นอยู่กับความแน่นของการสวมใส่มากกว่าค่ะ แต่ข้อดีของเซนเซอร์แบบนี้คือให้ความรู้สึกทันสมัยและอาจจะเพิ่มความแม่นยำมากขึ้นค่ะ

มาพร้อม Mini Games และ Watch Face กว่าร้อยแบบ

Watch Face มีความหลากหลายมากขึ้น มีการออกแบบให้เหมาะกับอุปกรณ์เสริมอย่างสร้อยคอและสายนาฬิกา นอกจากนี้ยังสามารถตกแต่งหน้าปัดเพิ่มเติมได้ตามชอบอีกด้วยค่ะ แต่แค่นี้ยังไม่พอนะคะเพราะในส่วนนี้ยังมีฟีเจอร์พิเศษอย่าง Mini Games มาให้ในตัว การเปิดใช้โหมดนี้จะต้องติดตั้งหน้าปัดสำหรับเกมเท่านั้น ตอนนี้ตัวเกมอาจจะมีให้เลือกไม่เยอะมากนักแต่อาจจะมีการเพิ่มเติมมาให้ในอนาคต ซึ่งตัวเกมก็ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก เน้นเล่นฆ่าเวลาเพลิน ๆ ซะมากกว่าค่ะ

Xiaomi Smart Band 8
มีการออกแบบให้เหมาะกับอุปกรณ์เสริมอย่างสร้อยคอและสายนาฬิกา นอกจากนี้ยังสามารถตกแต่งหน้าปัดเพิ่มเติมได้ตามชอบ

ระบบสัมผัส Multi-Touch และ 3 โหมดสำคัญ

สำหรับ Xiaomi Smart Band 8 จะมาพร้อมกับหน้าจอที่ใหญ่และระบบทัชสกรีนที่แม่นยำมากขึ้น เอาจริง ๆ แค่สัมผัสหน้าจอก็รู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ การสัมผัสมีความสเถียรทั่วทุกจุดและประมวลผลได้เร็วกว่า ฟังก์ชันการใช้งานภายในมีความหลากหลายและสามารถปรับแต่ง Widget ได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนตัวสมาร์ทแบนด์ได้มากถึง 3 โหมด ประกอบไปด้วย Band Mode สำหรับตรวจจับอัตราการเต้นหัวใจและประสิทธิภาพในการนอนหลับ, Pebble Mode ใช้ร่วมกับ Running Pod เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพในการวิ่งโดยเฉพาะ และ Necklace Mode ใช้ร่วมกับสร้อยคอเพื่อใช้เป็นจี้ห้อยคอ

150+ โหมดออกกำลังกาย

สำหรับโหมดออกกำลังกายเองก็มีการอัพเกรดและมีให้เลือกมากขึ้น แบ่งออกเป็น 10 หมวดหมู่ ประกอบด้วยกีฬาทางน้ำ 16 โหมด, กิจกรรมกลางแจ้ง 10 โหมด, เทรนนิ่ง 40 โหมด, การเต้น 14 โหมด, กีฬาต่อสู้ 12 โหมด, กีฬาประเภทบอล 26 โหมด, กีฬาหน้าหนาว 11 โหมด, นันทนาการ 14 โหมด, การ์ดและบอร์ดเกมส์ 5 โหมด และอื่น ๆ อีก 3 โหมด นอกจากนี้ภายในฟังก์ชันออกกำลังกายยังมีการพัฒนาให้ใช้ร่วมกับเครื่องออกกำลังกายในแบรนด์ Xiaomi รวมถึงมีวิดีโอเทรนนิ่งมาให้อีกด้วย ฟังก์ชันนี้ถือว่ามีประโยชน์และความรู้สึกเหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวเลยค่ะ

Xiaomi Smart Band 8
โหมดการออกกำลังกายใน Xiaomi Smart Band 8 มีให้เลือกถึง 150 โหมด

อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าจับตามองคือโหมด Somatosensory Interactive Boxing หรือการต่อยมวยเชิงโต้ตอบนั่นเองค่ะ ภายในฟังก์ชันนี้จะมีหลายโหมดให้เล่น โดยผู้เล่นจะต้องสวมใส่ Mi Smart Band 8 ไว้บนข้อมือด้านด้านหนึ่งและเหวี่ยงแขนซ้าย – ขวาให้ตรงกับสัญลักษณ์ที่ขึ้นบนหน้าจอ เมื่อจบเกมจะมีการคำนวนและแสดงผลค่าต่าง ๆ บนจอมือถือค่ะ แต่น่าเสียดายที่โหมดนี้รองรับเฉพาะภาษาจีนเท่านั้น หากตั้งค่าเป็นภาษาอื่นโหมดนี้จะถูกซ่อนโดยอัตโนมัติ แต่ไม่แน่อาจจะมีการเปิดให้เล่นในเวอร์ชั่น Global ก็อาจจะเป็นไปได้ค่ะ

14 ฟังก์ชันติดตามสุขภาพ

วัตถุประสงค์ของสมาร์ทแบนด์คือการสวมใส่เพื่อสุขภาพ ดังนั้นการติดตามสุขภาพจึงเป็นฟังก์ชันที่มีความสำคัญไม่แพ้ฟังก์ชันอื่น ๆ ค่ะ สำหรับ Xiaomi Smart Band 8 จะมาพร้อมกับการติดตามสุขภาพมากถึง 13 ฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็นติดตามการนอนหลับ, อัตราการเต้นของหัวใจ, ก้าวเดิน, การเผาผลาญแคลอรี่, การขยับร่างกาย, การลุกยืน, ออกซิเจนในเลือด, ความเครียด, การติดตามน้ำหนัก, วัดค่า VO2 max, ความหนักหน่วงในการออกกำลังกาย, คะแนนสุขภาพกายและจิต และการติดตามรอบเดือนสำหรับคุณผู้หญิงค่ะ

Xiaomi Smart Band 8

แต่ละฟังก์ชันจะมีการติดตามที่ค่อนข้างละเอียด มีการรายงานผลในรูปแบบของกราฟทำให้เข้าใจและมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น เช่นการนอนหลับจะวัดลึกไปถึงระยะเวลาในการกลับลึก​, หลับตื่น, การตื่นระหว่างคืน และความถี่ในการขยับดวงตาขณะนอนหลับค่ะ หรือการวัดอัตราการเต้นหัวใจก็จะสามารถตั้งค่าความถี่การวัดในแต่ละวันได้ มีการสรุปผลรายวันและโชว์รายละเอียดของการเต้นหัวใจในแต่ละโหมดค่ะ

แข่งขันและรับเหรียญรางวัล!

นอกจากการออกกำลังกายและติดตามสุขภาพแล้วเรายังสามารถแข่งขันกับเพื่อนหรือคนอื่น ๆ ได้อีกด้วยค่ะ แต่แค่นี้ยังไม่พอนะคะเพราะภายในแอปจะมีเหรียญรางวัลมาให้เมื่อเราบรรลุเป้าหมายที่กำหนด ส่วนรางวัลก็มีหลายประเภทค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญแคลอรี่ถึงเป้าหมายที่กำหนด, การเดินจนถึงจำนวนก้าวที่กำหนด ไปจนถึงการมีได้รับคะแนนสุขภาพกายและจิตครบถ้วนตลอดทั้งสัปดาห์ ส่วนตัวเราค่อนข้างชอบฟีเจอร์นี้นะคะเพราะเป็นการกระตุ้นให้รู้สึกอยากออกกำลังกายมากขึ้นค่ะ ใครชอบเอาชนะแบบเรานี่น่าจะถูกใจเลย 🤣

Battery Life ยาวนานขึ้น

สาวก Mi Smart Band คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าสมาร์ทแบนด์เสียวหมี่ค่อนข้างจะเด่นในเรื่องของอายุการใช้งานและคุณภาพแบตเตอรี่ รุ่นนี้จึงมีการอัพเกรดความจุแบตเตอรี่ขึ้นเป็น 190 mAh ทำให้สามารถใช้งานได้นานถึง 16 วันสำหรับโหมดทั่วไป แถมการชาร์จแบตเตอรี่ก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงโดยประมาณเท่านั้นเองค่ะ เรียกว่าชาร์จครั้งเดียวใช้งานได้นานจนลืมไปเลย

Xiaomi Smart Band 8
อายุแบตเตอรี่ ที่ยาวนานขึึ้นของ Xiaomi Smart Band 8

นอกจากนี้ตัวสมาร์ทแบนด์ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ มีการประมาณระยะเวลาในการใช้งานแบบคร่าว ๆ รวมถึงมีโหมดประหยัดพลังงานมาให้ เมื่อเปิดใช้งานโหมดนี้ตัวเครื่องจะปิดการทำงานทั้งหมด เว้นแค่นาฬิกาและการตรวจสอบก้าวเดินที่ยังคงทำงานอยู่ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานอีก 10 วัน รวมถึงยังมีฟังก์ชันตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่มาให้ในตัวอีกด้วยค่ะ

สรุป ข้อดี-ข้อควรพิจารณา Xiaomi Smart Band 8

Xiaomi Smart Band 8

จุดเด่น

  • สวมใส่กระชับ ขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น เพิ่มพื้นที่การมองเห็น
  • เปลี่ยนสายได้หลากหลาย สามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส
  • สายแบบเกี่ยว เปลี่ยนง่ายและหลากหลายกว่า Mi Band รุ่นก่อน ๆ
  • ตัวสมาร์ทแบนด์มีให้เลือกถึง 3 โหมดสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ
  • มีโหมดกีฬาให้เลือกมากกว่า 150 โหมด
  • เปลี่ยนหน้าจอได้มากกว่า 100 แบบพร้อม mini games ในตัว
  • จอแสดงผลสีสันสดใสมากขึ้น
  • มีฟังก์ชันที่หลากหลายและสามารถวัดค่าต่าง ๆ ได้ค่อนข้างละเอียด

จุดที่ควรพิจารณา

  • รุ่นนี้ยังไม่รองรับภาษาไทย มีแค่ภาษาจีนและอังกฤษเท่านั้น
  • การตั้งค่าภาษาอังกฤษจะต้องทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกก่อนการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น
  • จะต้องตั้งค่าโทรศัพท์เป็นภาษาอังกฤษก่อนจึงจะใช้ได้
  • การแจ้งเตือนที่ไม่ใช่ภาษาจีนหรืออังกฤษจะกลายเป็นภาษาต่างด้าวทั้งหมด
  • บางฟังก์ชันยังคงเป็นภาษาจีนอยู่ถึงจะตั้งค่าตัวเครื่องเป็นภาษาอังกฤษก็ตาม
  • โหมดต่อยมวยให้บริการเฉพาะภาษาจีนเท่านั้น
  • ไม่สามารถรับสายหรือตอบข้อความได้

ให้คะแนนความคุ้มค่า ความพึงพอใจ ของเราต่อ Xiaomi Smart Band 8

Xiaomi Smart Band 8 Xiaomi Smart Band 8

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.0 เต็ม 10

เนื่องจากเราซื้อรุ่น China ver. ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในประเทศ​ ดังนั้นเงื่อนไขในการใช้งานเช่น การตั้งค่าภาษาของตัวเครื่องหรือการแจ้งเตือนที่เป็นภาษาต่างด้าวจึงไม่ถือว่าเป็นข้อเสียหรือจุดด้อยของสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ค่ะ เพราะถ้าพูดกันตรง ๆ ก็เป็นเราเองนี่แหละที่เป็นฝ่ายใช้งานผิดวัตถุประสงค์ 😅

ซื้อเลย – ถ้าหาก :

คุณเน้นการออกกำลังกายเป็นหลัก

เนื่องจากสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้มาพร้อมฟังก์ชันการออกกำลังกายมากกว่า 150 โหมด พร้อมวีดีโอที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีเทรนนิ่งส่วนตัวค่ะ

คุณต้องการความหลากหลายในการใช้งาน

เนื่องจากรุ่นนี้มีการเปลี่ยนมาใช้สายแบบขอเกี่ยว ทำให้สามารถเปลี่ยนสายได้หลายรูปแบบ รวมไปถึงยังใช้งานเป็นจี้ห้อยคอและตัววัดคุณภาพการวิ่งได้อีกด้วยค่ะ

คุณต้องการหน้าปัดใหม่ ๆ ทุกวัน

เพราะสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้มาพร้อมกับ Watch face มากกว่า 100 แบบและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามชอบ ดังนั้นคุณสามารถเปลี่ยนหน้าปัดได้ทุกวันแบบไม่ซ้ำ รวมไปถึง Watch face บางอันยังมาพร้อมกับมินิเกมในตัวอีกด้วย


อย่าซื้อ – ถ้าหาก :

คุณไม่ถนัดภาษาอังกฤษและภาษาจีน

เนื่องจากสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ยังคงเป็นเวอร์ชั่นภาษาจีน ไม่รองรับภาษาอื่นนอกจากจีนและอังกฤษ ดังนั้นการตั้งค่าต่าง ๆ จะต้องเป็น 2 ภาษานี้เท่านั้นไม่รองรับภาษาอื่น ๆ เลยค่ะ คนที่ไม่ถนัด 2 ภาษานี้เราแนะนำให้รออีกนิดและซื้อเวอร์ชั่น Global น่าจะใช้งานได้ง่ายกว่า

คุณสนใจฟีเจอร์​ต่อยมวยเชิงโต้ตอบมากเป็นพิเศษ

เพราะฟีเจอร์นี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อคุณตั้งค่าแอปเป็นภาษาจีนเท่านั้นค่ะ เนื่องจากภายในฟีเจอร์จะเน้นใช้ภาษาจีนล้วน ๆ แต่ถ้าหากคุณสามารถฟังหรืออ่านภาษาจีนได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในส่วนนี้ค่ะ

คุณต้องการสมาร์ทแบนด์สำหรับดูการแจ้งเตือน

อย่างที่บอกค่ะว่ารุ่นนี้รองรับแค่ภาษาจีนและอังกฤษเท่านั้น ดังนั้นการแจ้งเตือนที่เป็นภาษาอื่น ๆ จะกลายเป็นภาษาต่างดาวไปเลยค่ะ ดังนั้นเวอร์ชั่นนี้จึงยังไม่เหมาะกับการใช้ดูการแจ้งเตือนสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นก็อาจจะมีการอัพเดตเพิ่มเติมหลังมีการปล่อยเวอร์ชั่น Global ค่ะ


ระหว่าง Mi Smart Band  7 และ  8 ซื้อรุ่นไหนดี?

สรุปแล้วสมาร์ทแบนด์รุ่นที่ 7 กับรุ่นที่ 8 อันไหนน่าซื้อมากกว่ากัน?​ เราต้องขอบอกตรง ๆ ว่าแอบตัดสินใจยากอยู่เหมือนกันค่ะเพราะตัวที่หยิบมารีวิวนี่เป็น China version ดังนั้นเลยมีข้อแตกต่างกันพอประมาณ แต่ก่อนอื่นเรามาดูตารางเปรียบเทียบสเปคคร่าว ๆ กันก่อนดีกว่าค่ะ

xiaomi-smart-band-7
Mi Smart Band รุ่นที่ 7

Xiaomi Smart Band 8
Mi Smart Band รุ่นที่ 8
คุณสมบัติ Mi Smart Band 7 Mi Smart Band 8
เปิดตัว 2022 2023
ขนาดหน้าจอ 1.62 นิ้ว 1.62 นิ้ว
จอแสดงผล AMOLED AMOLED
ความละเอียดจอ 192 x 490 พิกเซล 192 x 490 พิกเซล
แบตเตอรี่ 180 mAh (สูงสุด 14 วัน) 190 mAh (สูงสุด 16 วัน)
ความสว่าง สูงสุด 500 nits สูงสุด 600 nits
การเชื่อมต่อ Bluetooth V. 5.2 Bluetooth V. 5.1
Refresh Rate 30 Hz 60 Hz
การออกกำลังกาย 110+ โหมดกีฬา 150+ โหมดกีฬา
การติดตามสุขภาพ 13 โหมดสุขภาพ 13 โหมดสุขภาพ

ถ้าตัดความแตกต่างในเรื่องของเวอร์ชั่นออกไป จากตารางจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วสมาร์ทแบนด์ทั้ง 2 รุ่นไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่ในด้านของรูปลักษณ์ภายนอก แต่ส่วนตัวเรามองว่าสมาร์ทแบนด์รุ่นที่ 8 จะเหมาะสำหรับคนที่เน้นการออกกำลังกายมากเป็นพิเศษ เพราะมีฟังก์ชันออกกำลังกายให้เลือกหลากหลายกว่า ในส่วนของฟังก์ชันติดตามสุขภาพไม่ค่อยต่างกันมากนัก

แต่จุดที่เราชอบคือรุ่นที่ 8 มีการจากการวัดค่าทั้ง PAI และ Vitality แทนซึ่งเรารู้สึกว่ามีความละเอียดมากขึ้น เพราะโปรแกรม Vitality มีคำนวณลึกไปถึงช่วงอายุของผู้สวมใส่นาฬิกาซึ่งค่อนข้างละเอียดกว่าโปรแกรม PAI เล็กน้อย นอกจากนี้ในส่วนของการปรับเปลี่ยนหน้าปัดและการเปลี่ยนสายรัดข้อมือยังมีความหลากหลายมากกว่า ทำให้การสวมใส่สมาร์ทแบนด์รุ่นนี้มีความสนุกมากขึ้น เพราะนอกจากจะใส่เพื่อสุขภาพแล้วยังสามารถปรับเปลี่ยนใช้ได้ในทุกโอกาสนั่นเองค่ะ

ส่วนใครที่กำลังเล็ง ๆ Xiaomi Smart Band 8 อยู่เราแนะนำให้รออีกนิดแล้วซื้อ Global version จะดีกว่าค่ะ เพราะถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ จะไม่มีปัญหาในการอ่านภาษาอังกฤษ แต่บางฟังก์ชันยังคงเป็นภาษาจีนอยู่ รวมไปถึงการแจ้งเตือนภาษาต่างด้าวนี่ค่อนข้างน่าปวดหัวเลยค่ะ ส่วนทางนี้คงต้องตั้งหน้าตั้งตารออัพเดตเวอร์ชั่นกันต่อไปค่ะ 🤣

Next Post