15 สายพันธุ์สุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลก ฝึกง่ายและรับฟังคำสั่งเรา

การที่จะเลือกเอาสุนัขสายพันธุ์ต่าง ๆสักตัวเข้ามาเลี้ยงในบ้านต้องบอกว่าคงไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อมาแล้วก็ตั้งชื่อสุนัขจากนั้นก็เลี้ยงแบบปล่อยไปตามมีตามเกิด เพราะเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่เป็นสมาชิกครอบครัวอีกหนึ่งตัวที่เราจะต้องดูแลไปนานกว่า 10 – 20 ปีเลยทีเดียว ทั้งนี้การเลือกสุนัขให้เหมาะกับครอบครัวของเราก็ต้องพิจารณาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ขนาด ที่ต้องดูว่าเหมาะกับความกว้างภายในบ้านหรือเปล่า อย่างถ้าคุณอยู่อพาร์ทเมนต์หรือคอนโดก็จำเป็นจะต้องเลือกน้องหมาที่ตัวไม่ใหญ่มากนัก เช่น พุดเดิ้ลหรือคอร์กี้ เป็นต้น

ส่วนบ้านของใครมีพื้นที่สักหน่อยก็สามารถเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่อย่าง เยอรมันเชเพิร์ด หรือโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ได้ โดยนอกจากขนาดสุนัขแล้วอาจจะต้องดูในเรื่องการดูแลขนและการอาบน้ำด้วยเช่นกัน และมีอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงคือ ‘นิสัยสุนัข’ และ ‘ความฉลาด’ ของเขาว่าสามารถไปกันได้กับเราหรือเปล่า

ซึ่งในบทความนี้ผมจะมาจัด ‘อันดับ หมาฉลาด’ ที่ฝึกง่ายและรับฟังคำสั่งของเรา เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหาสุนัขสายพันธุ์ฉลาดไปเลี้ยงไว้ในบ้านครับ ซึ่งสายพันธุ์ที่ว่ามีอะไรบ้างเราไปดูพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า

1. บอร์เดอร์ คอลลี่ (Border Collie)

บอร์เดอร์ คอลลี่ (Border Collie)
บอร์เดอร์ คอลลี่ (Border Collie)
ความสูง 18 – 22 นิ้ว
น้ำหนัก 12 – 19 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 12 – 15 ปี

‘บอร์เดอร์ คอลลี่’ ถูกยกให้เป็นสุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลกนี้ครับ เคยมีการทดสอบความจำและความฉลาดของเขา โดยนอกจากเจ้า ‘บอร์เดอร์ คอลลี่’ จะจำชื่อของตัวเองแม่นแล้ว น้องยังสามารถจำชื่อของเล่นได้มากกว่า 1,000 ชิ้น และทำตามคำสั่งใหม่ ๆ ด้วยการทำซ้ำเพียงแค่ 5 รอบเท่านั้น เรียกได้ว่าฉลาดเป็นกรดเลยครับ นอกจากนี้ยังมีแชมป์การันตีอีกด้วยหลายรางวัล อย่างเช่น แชมป์สุนัขต้อนแกะและแชมป์สุนัขฟังคำสั่ง หากใครกำลังหาน้องหมาฉลาด ๆ ไปเป็นสมาชิกในครอบครัว น้องบอร์เดอร์ คอลลี่จะไม่ทำให้ผิดหวัง แต่!! ราคาเอาเรื่องพอสมควรครับเพราะในแต่ละฟาร์มราคาของน้องไม่ต่ำกว่าหลักแสนเลยทีเดียว


2. เยอรมันเชเพิร์ด (German Shepherd)

เยอรมันเชเพิร์ด (German Shepherd)
เยอรมันเชเพิร์ด (German Shepherd)
ความสูง 22 – 26 นิ้ว
น้ำหนัก 22 – 40 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 7 – 10 ปี

‘เยอรมันเชเพิร์ด’ เป็นสุนัขที่นิยมนำไปช่วยทำงานกันเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะน้องจัดว่าเป็นสายพันธุ์ที่เรียนรู้เร็วและฉลาดมาก ๆ หลายคนอาจเคยเห็นเยอรมันเชเพิร์ดอยู่คู่กายกับทั้งตำรวจและทหาร เพื่อดมกลิ่นหาระเบิดหรือสิ่งแปลกปลอมตามสถานีรถไฟหรือสนามบิน นอกจากนี้ในวงการแพทย์ยังนำน้องไปฝึกเพื่อเป็นตาให้กับผู้พิการทางสายตาและคอยช่วยฮีลใจคนที่ภาวะซึมเศร้าด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ด้วยความที่เขาฉลาดเป็นสุนัขชอบคิดและออกกำลังกาย คนที่เป็นเจ้าของอาจจะต้องให้เวลาในการพาเขาออกนอกบ้านเพื่อสูดอาการและออกกำลังกายคลายเครียดครับ อีกทั้งหลังจากรับเลี้ยงแล้วควรนำไปตรวจสุขภาพโดยทันที เพื่อเช็กสุขภาพรวมไปถึงโรคในเบื้องต้นเพราะ ‘เยอรมันเชเพิร์ด’ อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก


3. พุดเดิ้ล (Poodle)

พุดเดิ้ล (Poodle)
พุดเดิ้ล (Poodle)
ความสูง 10 – 22 นิ้ว
น้ำหนัก 2 – 30 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 12 – 15 ปี

อีกหนึ่งสายพันธุ์ยอดนิยมที่คนไทยเลี้ยงกันเยอะคือ ‘พุดเดิ้ล’ เพราะหน้าตาของน้องน่ารักมาก จะบอกว่าเป็นสุนัขสายแฟชันเลยก็ว่าได้ อุ้มไปไหนหรือจูงไปไหนก็ดูส่งเสริมบารมีเจ้าของ รวมไปถึงมีหลายขนาดให้เลือกอีกด้วย แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่านอกจากความน่ารักแล้ว ‘พุดเดิ้ล’ เองก็เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ฉลาดเหมือนกัน เพราะเขาจะชอบจดจำท่าทางและคำพูดของเจ้าของว่าการทำแบบนั้นแบบนี่หมายถึงอะไร เจ้าของมีความสุขหรือโกรธอยู่หรือเปล่าสุนัขสายพันธุ์นี้รู้ทั้งหมดครับ ‘พุดเดิ้ล’ ชอบในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกอย่างคือขนของเขาค่อนข้างจะ ‘Hypoallergenic’ หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือโอกาสที่จะแพ้ขนน้อยมาก หากพร้อมในเรื่องของเงิน, สถานที่ และเวลา เจ้าพุดเดิ้ลก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเจ้าของทุกคน


4. ปาปิยอง (Papillon)

ปาปิยอง (Papillon)
ปาปิยอง (Papillon)
ความสูง 8 – 11 นิ้ว
น้ำหนัก 3 – 4 กิโลกรัม
อายุโดยเฉลี่ย 12 – 16 ปี

หากเปรียบเทียบสุนัขสายพันธุ์เล็กด้วยกัน ‘ปาปิยอง’ เรียกได้ว่าฉลาดสุดเลยครับ แม้ว่าตัวของน้องจะเล็กมีน้ำหนักเพียงแค่ 3 – 4 กิโลกรัม แต่สมองเขาค่อนข้างใหญ่ ในอดีตเคยถูกฝึกให้ใช้สำหรับจัดการหนูและแมลงชนิดต่าง ๆ แม้แต่ ‘มารี อ็องตัวแน็ต’ เองก็มีการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้มาก่อน เป็นสุนัขที่ฝึกง่ายมาก ๆ สามารถเล่นกีฬานอกร่มได้ทุกประเภท หากเจ้าของชอบอยู่นอกบ้านหรือไปเที่ยวบ่อย เจ้า ‘ปาปิยอง’ ค่อนข้างเหมาะเลยครับ เพราะฉลาด, เชื่อฟัง, ฝึกง่าย, ชอบที่จะออก และด้วยขนาดตัวที่เล็กทำให้สามารถอุ้มติดตัวไปได้ทุกที่


5. เชทแลนด์ ชีพด็อก (Shetland Sheepdog)

เชทแลนด์ ชีพด็อก (Shetland Sheepdog)
เชทแลนด์ ชีพด็อก (Shetland Sheepdog)
ความสูง 12 – 15 นิ้ว
น้ำหนัก 6 – 12 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 12 – 15 ปี

‘เชทแลนด์ ชีพด็อก’ มีความฉลาดไม่แพ้ไปกว่า ‘บอร์เดอร์ คอลลี่ เลยครับ สามารถจดจำสิ่งใหม่ ๆ หรือท่าทางใหม่ ๆ ได้หลังจากทำซ้ำเพียงแค่ 5 ครั้งเท่านั้น ทั้งนี้นิสัยโดยส่วนตัวของสายพันธุ์นี้ค่อนข้างจะเชื่อฟังเจ้าของและมีความคล่องตัวสูงชอบวิ่งเล่น อีกอย่างหนึ่งที่เป็นนิสัยฝังลึกอยู่ใน DNA เลยคือการอยู่เป็นฝูง ถ้าหากเป็นไปได้ควรจะเลี้ยงมากกว่า 2 ตัวขึ้นไปหรือมีคนอยู่ในบ้านกับเขาตลอดเวลา ส่วนใครชอบสุนัขขี้อ้อน ‘เชทแลนด์ ชีพด็อก’ เป็นตัวเลือกที่ดีมากเพราะเขาชอบอ้อนเจ้าของสุด ๆ แต่ก็อาจมีข้อเสียเล็กน้อย


6. โดเบอร์แมน (Dobermann)

โดเบอร์แมน (Dobermann)
โดเบอร์แมน (Dobermann)
ความสูง 24 – 28 นิ้ว
น้ำหนัก 32 – 45 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 10 – 12 ปี

แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของ ‘โดเบอร์แมน’ จะเท่ห์ปราดเปรียวและดูดุ แต่ในความเป็นจริงแล้วสายพันธุ์นี้มีความเฟรนลี่ครับสามารถอยู่กับเด็กได้ ทั้งยังคอยปกป้องเจ้าของตลอดเวลา ด้วยความซื่อสัตย์และความฉลาดเป็นกรดทำให้หลายคนที่นำ ‘โดเบอร์แมน’ ไปฝึกเพื่อทำงานเกี่ยวกับความปลอดภัย สำหรับบ้านของใครมีพื้นที่กว้างหน้าบ้าน หรือมีสวนต่าง ๆ ผมคิดว่าสายพันธุ์นี้น่าจะเหมาะครับ เพราะเขาจะคอยดูแลเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับเราและพื้นที่โดยรอบ มีความเอคทีฟชอบเดินและวิ่งอยู่ตลอดเวลา


7. อิงลิช สปริงเกอร์ สเปเนียล (English Springer Spaniel)

อิงลิช สปริงเกอร์ สเปเนียล (English Springer Spaniel)
อิงลิช สปริงเกอร์ สเปเนียล (English Springer Spaniel)
ความสูง 19 – 22 นิ้ว
น้ำหนัก 16 – 25 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 12 – 14 ปี

นิสัยที่โดดเด่นของ ‘อิงลิช สปริงเกอร์ สเปเนียล’ คือเป็นสุนัขเฟรนลี่เข้าได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ชื่นชอบในการเดินสำรวจมาก ๆ ถ้าตรงไหนมีเสียงนกเสียงแมลง น้องจะวิ่งไปหาต้นเสียงโดยทันที นอกจากนี้ยังมีความฉลาดและเรียกว่าเป็นนักกีฬาโดยสายเลือด สำหรับคนไหนชอบสอนสุนัขให้จดจำท่าหรือทำตามคำสั่งที่เราบอกเจ้า ‘อิงลิช สปริงเกอร์ สเปเนียล’ จะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วครับ แต่!! ข้อเสียอย่างหนึ่งที่ต้องทำใจคือน้องเป็นศัตรูกับเฟอร์นิเจอร์ อย่าให้เห็นโซฟาหรืออะไรที่แทะได้เด็ดขาดเพราะรอยแทะจะประทับอยู่บนเฟอร์นิเจอร์อย่างแน่นอน


8. โกลเด้น รีทริฟเวอร์ (Golden Retriever)

โกลเด้น รีทริฟเวอร์ (Golden Retriever)
โกลเด้น รีทริฟเวอร์ (Golden Retriever)
ความสูง 23 – 24 นิ้ว
น้ำหนัก 25 – 34 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 10 – 12 ปี

‘โกลเด้น รีทริฟเวอร์’ เหมาะสำหรับเลี้ยงเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวมาก เพราะเป็นสุนัขที่มีความอ่อนโยนสูงถึงแม้ว่าตัวจะใหญ่ก็เถอะ ด้วยนิสัยรักเจ้าของและอยากให้เจ้าของสนุกไปกับเขา น้องจึงทำตามคำสั่งแทบจะทุกอย่างถือเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังสามารถฝึกให้เล่นกีฬาและเรียนรู้ได้อีกหลายอย่างเลยทีเดียว ความฉลาด หน้าตาร่ารัก และเป็นมิตรกับทุกคน ทำให้ทั้งคนไทยและคนทั่วโลกนิยมเลี้ยง ‘โกลเด้น รีทริฟเวอร์’ กันเป็นจำนวนมาก


9. ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)
ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)
ความสูง 21 – 25 นิ้ว
น้ำหนัก 25 – 36 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 10 – 12 ปี

สุนัขที่มีความ Sweetheart หรือนิสัยน่ารักมาก ๆ อีกหนึ่งสายพันธุ์ ผมขอยกให้กับ ‘ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์’ โดยรูปร่างของน้องจะมีความใกล้เคียงกับ ‘โกลเด้น รีทริฟเวอร์’ มากจะบอกว่าเป็นฝาแฝดก็คงไม่ผิด เพียงแต่ลาบราดอร์นั้นมีขนที่สั้นกว่า ความฉลาดของลาบราดอร์ทำให้มีการนำไปฝึกเพื่อช่วยฮีลใจมนุษย์ รวมไปถึงฝึกเพื่อค้นหาและช่วยเหลือชีวิตคนอีกด้วย ถ้าหากย้อนอดีตกลับไป ‘ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์’ จะเป็นสุนัขคู่กายของชาวประมงในประเทศแคนาดาที่ฝึกไว้ใช้สำหรับการทำงานต่าง ๆ แต่ด้วยนิสัยที่น่ารักมากเจอใครก็กระดิกหางให้ ทำให้ทาสหมาทั่วโลกใจละลายรับไปเลี้ยงในครอบครัวกันเยอะมาก


10. เพมโบรก เวลช์ คอร์กี้ (Pembroke Welsh Corgi)

เพมโบรก เวลช์ คอร์กี้ (Pembroke Welsh Corgi)
เพมโบรก เวลช์ คอร์กี้ (Pembroke Welsh Corgi)
ความสูง 10 – 12 นิ้ว
น้ำหนัก 10 – 14 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 10 – 12 ปี

‘คอร์กี้’ เป็นสายพันธุ์ที่คนไทยรู้จักกันดีเพราะหน้าตาน่ารักและก้นใหญ่มาก เวลาเดินหรือวิ่งก้นของน้องจะดุ๊กดิ๊กตลอดเวลา ส่วนนิสัยโดยพื้นฐานของสายพันธุ์คอร์กี้คือค่อนข้างจะบ้าพลังและฝึกได้ เพียงแค่คุณมีขนมสุนัขอยู่ในมือไม่ว่าจะสั่งอะไรน้องก็พร้อมทำตามทั้งหมด แต่นิสัยที่เป็นข้อเสียของสายพันธุ์นี้คือเขาชอบเห่ามากเอาเป็นว่าดื้อระดับหนึ่งเลยแหละ ถ้าไม่อยากให้ดื้อจนเกินไปต้องนำไปฝึกและสอนให้เขารู้ว่าไม่ควรเห่าเยอะเกินไปครับ บอกได้เลยว่า ‘คอร์กี้’ ฉลาด หน้าตาน่ารัก แต่อาจทำให้เจ้าของปวดหัวเล็กน้อยเพราะความดื้อ


11. ออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก (Australian Cattle Dog)

ออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก (Australian Cattle Dog)
ออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก (Australian Cattle Dog)
ความสูง 17 – 20 นิ้ว
น้ำหนัก 15 – 22 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 12 – 16 ปี

ก่อนจะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ ‘ออสเตรเลียน แคทเทิล ด็อก’ เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าในอดีตได้มีการฝึกให้ต้อนแกะ ดังนั้นนิสัยเหล่านี้จะฝังลึกลงไปใน DNA เลยทีเดียว ถ้ามีเด็กอยู่ในบ้านน้อง ๆ หนู ๆ อาจโดนต้อนหรือโดนกัดได้เพราะมีสันชาตญาณอยู่ในตัว แต่หากฝึกเขาให้รู้ว่าเด็กคือคนในครอบครัวหรือเจ้าของ น้องจะเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งเลยครับทั้งรักและคอยปกป้องอยู่ตลอดเวลา ส่วนการฝึกก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากครับเพราะสายพันธุ์นี้มีความฉลาดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว


12. มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์ (Miniature Schnauzer)

มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์ (Miniature Schnauzer)
มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์ (Miniature Schnauzer)
ความสูง 11 – 14 นิ้ว
น้ำหนัก 5.4 – 9.1 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 12 – 15 ปี

หน้าตาของ ‘มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์’ จะเป็นเอกลักษณ์มาก ๆ มีตาสีน้ำตาลและบริเวณแก้มกับปากจะมีขนคล้าย ๆ กับหนวดเคราครับ นิสัยตามธรรมชาติของสุนัขพันธ์จะรักเจ้าของมาก!!! เดินตามเจ้าของแบบไม่ละสายตา ถ้าสังเกตเห็นว่าเจ้าของกำลังตกอยู่ในอันตรายเขาพร้อมจะวิ่งเข้าไปปกป้องทันทีแบบไม่คิดชีวิต นอกจากนี้ยังฉลาดมากหากเจ้าของฝึกให้ทำตามซ้ำ ๆ ประมาณ 5 – 15 ครั้ง ก็สามารถจดจำสิ่งที่เราสอนได้แล้ว แต่ในครั้งแรกอาจจะต้องแลกด้วยขนมชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่วนข้อเสียก็มีเล็กน้อยเพราะด้วยเขารักเจ้าของมากทำให้บางครั้งเห็นคนแปลกหน้าหรือเสียงอะไรแปลก ๆ นิดหน่อยก็เห่าแล้ว


13. ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)

ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)
ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)
ความสูง 22 – 27 นิ้ว
น้ำหนัก 35 – 60 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 8 – 10 ปี

หลายคนกลัว ‘ร็อตไวเลอร์’ เพราะคิดว่าเป็นหมาที่มีนิสัยดุร้ายแม้แต่เจ้าของก็โดนดุใส่ แต่ความเป็นจริงแล้วอาจไม่ใช่แบบนั้นครับ เนื่องจากมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เฟรนลี่ขึ้นไม่มีปัญหาเรื่องความดุร้าย นิสัยแท้จริงแล้วขี้เล่นและแอบปัญหาอ่อนนิดนึงเลยก็ว่าได้ ถ้าหากเราฝึกให้เขาคุ้นเคยด้วยการไปข้างนอกหรือเจอกับคนแปลกใหม่บ่อย ๆ เขาจะสามารถเข้ากันได้ดีกับทุกคนเลยครับ ส่วนเรื่องของความฉลาดก็ไม่ต้องห่วงเพราะพันธุ์นี้ฉลาดสุด ๆ มีการฝึกให้นำไปหาของอันตรายและช่วยชีวิตคน


14. สกิปเพอร์กี้ (Schipperke)

สกิปเพอร์กี้ (Schipperke)
สกิปเพอร์กี้ (Schipperke)
ความสูง 11 – 13 นิ้ว
น้ำหนัก 3 – 9 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 12 – 14 ปี

‘สกิปเพอร์กี้’ เหมาะสำหรับคนที่ชอบสุนัขฉลาดแต่อยากได้สุนัขตัวไม่ใหญ่มาก โดยน้ำหนักของน้องอยู่ประมาณ 3 – 9 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนนิสัยของเขาจะฉลาดเป็นพิเศษและติดเจ้าของมาก ๆ ด้วยความปราดเปรียวและมีเอเนอร์จี้มาก ทำให้เขาพร้อมสำหรับการฝึกตามคำสั่งและทริคต่าง ๆ ที่เจ้าของอยากสอน หากเจ้าของคนไหนรักการออกกำลังกาย เช่น การวิ่งหรือชอบออกจากบ้าน ‘สกิปเพอร์กี้’ สามารถเป็นเพื่อนคู่ใจของคุณได้อย่างแน่นอน แต่! ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมใส่สายจูงเอาไว้ด้วย เพราะเจ้าตัวนี้แอบซนอยู่พอสมควรบางครั้งวิ่งไปที่อื่นแล้วไม่ยอมวิ่งกลับมาด้วยแม้จะเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม


15. แตร์ฟือเริน (Belgian Tervuren)

แตร์ฟือเริน (Belgian Tervuren)
แตร์ฟือเริน (Belgian Tervuren)
ความสูง 11 – 13 นิ้ว
น้ำหนัก 20 – 30 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศของสุนัข)
อายุโดยเฉลี่ย 12 – 24 ปี

เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่สามารถนำไปฝึกเพื่อต้อนแกะหรือแม้แต่เป็นสุนัขตำรวจก็ได้ ทั้งการดมหาของผิดกฎหมาย รวมไปถึงการช่วยค้นหาผู้ประสบภัยทางธรรมชาติก็ทำได้เช่นกัน ดังนั้นเรื่องของความฉลาดไม่มีข้อสงสัยแน่นอนกับสุนัขสายพันธุ์นี้ แต่ด้วยอารมณ์ของ ‘แตร์ฟือเริน’ ที่หลากหลายตั้งแต่ใจเย็นยันก้าวร้าวทำให้คนที่เลี้ยงต้องดูแลใจเขานิดหน่อย เพราะ ‘แตร์ฟือเริน’ ค่อนข้างติดคนมาก ๆ ต้องการความรักและความอบอุ่นเป็นพิเศษ หากปล่อยเขาให้อยู่คนเดียวในบ้านอาจมีปัญหาเรื่องการเห่าและขุด เนื่องจากเอเนอร์จี้เยอะมาก ๆ สำหรับคนที่คิดจะนำน้องเข้าไปเป็นสมาชิกในครอบครัวควรจะต้องมีเวลาให้เขาครับ


References :

  1. The Top 10 Smartest Dog Breeds
Next Post