20 หนังรัก ดูเพิ่มความโรแมนติกในวันวาเลนไทน์

กิจกรรมในวันวาเลนไทน์ร่วมกับแฟนคงหนีไม่พ้นการออกไปดินเนอร์ที่ร้านหรู ๆ หรือทำอาหารเมนูวันวาเลนไทน์ร่วมกันเพื่อดินเนอร์ในค่ำคืนสุดโรแมนติก พร้อมไปกับการแลกของขวัญวาเลนไทน์และเปิดเพลงรักโรแมนติกเพื่อสร้างบรรยากาศ รวมไปถึงกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่ดีมาก ๆ คือการชวนแฟนของตัวเองมาดู ‘หนังรัก’ หรือ ‘หนังโรแมนติก’ ในคืนวันวาเลนไทน์ เป็นอะไรที่เติมความหวาน ได้ใกล้ชิดกัน และเอ็นจอยกับหนังรักสนุก ๆ ร่วมกันครับ

ดังนั้นสำหรับคนไหนที่กำลังมองหาหนังโรแมนติกดี ๆ สักเรื่องไปดูกับคนรักของตัวเอง วันนี้ผมได้รวบรวม ‘20 หนังรัก ดูกับแฟนในวันวาเลนไทน์’ ให้ได้เลือกกันในบทความนี้ครับ

1. ลุ้นรักวิวาห์ฟ้าแลบ (The Proposal)

ผู้กำกับ Anne Fletcher
นักแสดงหลัก Sandra Bullock และ Ryan Reynolds
ความยาวหนัง 108 นาที
ปีที่ฉาย 2009

‘The Proposal’ ดึงนักแสดงชั้นนำอย่าง Sandra Bullock ที่รับบทเป็น ‘Magaret’ หัวหน้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยสัญชาติของเธอเป็นแคนาดา โดยการจะอยู่ในอเมริกาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและรวดเร็วที่สุดคือการแต่งงานกับคนอเมริกา ดังนั้นทางเลือกเดียวของเธอคือการดึงเอาลูกน้องของตัวเองอย่าง ‘Paxton’ ที่รับบทโดย Ryan Reynolds มาแต่งงานแบบปลอม ๆ แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจาก Paxton ยื่นข้อเสนอให้ Magaret เลื่อนตำแหน่งให้กับเขา และที่ปวดหัวไปกว่านั้นคือทั้งสองคนพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่าหัวหน้าและลูกน้องโดยไม่ได้ตั้งใจ


2. 50 เดท จีบเธอไม่เคยจำ (50 First Dates)

ผู้กำกับ Peter Segal
นักแสดงหลัก Adam Sandler และ Drew Barrymore
ความยาวหนัง 99 นาที
ปีที่ฉาย 2004

‘Henry Roth’ หนุ่มสัตวแพทย์ที่ตามหารักแท้มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้เจอเข้ากับผู้หญิงในฝันของเขานั่นคือ ‘Drew Barrymore’ หลังจากได้เจอกันทุกอย่างเหมือนจะไปได้ดีมาก แต่เพียงแค่ 24 ชั่วโมงหลังจากนั้นเธอกลับลืมเขาเหมือนกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เนื่องจากเธอเป็นโรคหลงลืมสาเหตุเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในอดีต แทนที่ Henry จะยอมแพ้กับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ แต่เขากลับจะเลือกเดินหน้าต่อแม้ว่าเธอจะจำเขาไม่ได้ก็ตาม


3. อีเมลลับฉบับ, ไซมอน (Love, Simon)

ผู้กำกับ Greg Berlanti
นักแสดงหลัก Nick Robinson, Josh Duhamel และ Jennifer Garner
ความยาวหนัง 110 นาที
ปีที่ฉาย 2018

‘Love, Simon’ เป็นภาพยนตร์ที่ผสมปนเปทั้งความโรแมนติก, คอมเมดี้ และดราม่า ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดังมากสามารถทำรายได้แตะ 66.3 ล้านดอลล่าร์ โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นจากเด็กหนุ่มวัย High School อย่าง ‘ไซมอน’ ที่ต้องปกปิดไม่ให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์ เนื่องจากกลัวครอบครัวและคนรอบข้างไม่พอใจกับเพศสภาพของเขา จนกระทั่งวันหนึ่งเขามีโอกาสได้พุดคุยกับบุคคลปริศนาที่ประกาศว่าตัวเองนั้นเป็นเกย์เช่นกัน ทั้งไซมอนและบุคคลดังกล่าวตกหลุมรักกัน มีการแชทพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา แต่แล้วมันหนึ่งเรื่องก็แดงขึ้นเมื่อ ‘มาร์ติน’ เพื่อนในโรงเรียนที่กำลังแอบชอบเพื่อนสาวของ ‘ไซมอน’ เห็นเข้ากับแชทดังกล่าว ทำให้ ‘มาร์ติน’ ยื่นข้อเสนอว่าถ้าหากไม่อยากให้เขาเปิดโปงว่า ‘ไซมอน’ เป็นเกย์ ‘ไซมอน’ จะต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาได้คบกับเพื่อนของ ‘ไซมอน’ จนทำให้ความโกลาหลเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงกับชีวิตของไซมอน


4. ดาวบันดาล (The Fault in Our Stars)

ผู้กำกับ Josh Boone
นักแสดงหลัก Shailene Woodley และ Ansel Elgort
ความยาวหนัง 126 นาที
ปีที่ฉาย 2014

‘The Fault in Our Stars’ ได้ดึงนิยายของ ‘John Green’ มาทำเป็นภาพยนตร์ ซึ่งต้องบอกว่าหลังจากปล่อยออกมาแล้วทำให้แฟนหนังหลายคนต้องหยิบทิชชู่ขึ้นมาซับน้ำตา เพราะในเรื่องนี้มีทั้งความเศร้าและความซึ้งในความสัมพันธ์ของคู่พระนาง โดยเรื่องนี้จะบอกเล่าถึงความรักระหว่าง ‘Hazel’ และ ‘Gus’ หนุ่มสาวที่ต้องประสบกับโรคมะเร็งร้ายตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แม้ว่าทั้งสองคนจะทราบดีว่าระยะเวลาที่จะอยู่บนโลกใบนี้เหลือน้อยเต็มที แต่ทั้งสองคนก็เลือกจะใช้ชีวิตให้มีความสุขและแบ่งปันความรักให้กันจนวินาทีสุดท้าย


5. เสน่ห์รักสาวใช้หวานฉ่ำ (Maid in Manhattan)

ผู้กำกับ Wayne Wang
นักแสดงหลัก Jennifer Lopez และ Ralph Fiennes
ความยาวหนัง 105 นาที
ปีที่ฉาย 2002

‘มาริสา’ แม่หม้ายลูกหนึ่งที่มีอาชีพเป็นแม่บ้านอยู่ในโรงแรม แม้ว่าชีวิตของเธอจะไม่ได้สวยหรูเหมือนคนรวยหรือเจ้าหญิง แต่เธอก็ใช้ชีวิตและดูแลลูกให้มีความสุขได้ในทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปทันที เพราะมีไฮโซสาวนิสัยเสียให้เธอไปคืนชุดราคาแพงที่ร้านเช่าชุด แต่ด้วยต้องรองรับอารมณ์ของไฮโซนิสัยเสียเธอจึงถือโอกาสนำชุดนั้นมาใส่ซะเลย แทนที่เรื่องจะจบด้วยเพียงแค่การลองชุดสวย ๆ แต่เธอดันไปเจอกับหนุ่ม ‘คริสโตเฟอร์’ วุฒิสภารุ่นใหม่ไฟแรงเข้า ด้วย ‘มาริสา’ เป็นคนที่หน้าสวยเป็นทุนเดิมบวกกับการใส่ชุดหรูหรา ทำให้เธอสวยมีเสน่ห์เข้าตา ‘คริสโตเฟอร์’ อย่างจัง จนกระทั่งทั้งคู่สานสัมพันธ์รักในครั้งนี้ในที่สุด แม้ว่าในตอนแรก ‘มาริสา’ จะไม่อยากเริ่มต้นรักครั้งนี้สักเท่าไหร่เพราะคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสม แต่เมื่อลงลึกไปแล้วเธอจึงต้องเก็บความลับที่เธอทำงานเป็นแม่บ้านต่อไป


6. ฉันก่อนเจอเธอ (Me Before You)

ผู้กำกับ Thea Sharrock
นักแสดงหลัก Emilia Clarke และ Sam Claflin
ความยาวหนัง 110 นาที
ปีที่ฉาย 2016

อีกหนึ่งเรื่องที่นำนิยายมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์แล้วเวิร์คสุด ๆ คงต้องยกให้กับเรื่อง ‘Me Before You’ เพราะเรื่องนี้ทำให้คนทั่วโลกบ่อน้ำตาแตกแบบกลั้นไม่อยู่ (แม้แต่คนเขียนเองก็นอยไปหลายวัน) โดยเรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่นางเอก ‘Lou’s’ กำลังอยู่ในช่วงของการหางานใหม่ จนวันหนึ่งโชคชะตาก็ทำให้เธอได้งานในการเป็นคนดูแลผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งคน ๆ นั้นก็คือพระเอกสุดหล่อ ‘Will’ ที่โดนรถชนจนทำให้เขาพิการ แต่การพูด สติ และความฉลาดของเขายังคงเหมือนเดิม ในตอนแรกพระเอกและนางเอกดูไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่ เพราะเขาไม่ค่อยอยากจะเปิดรับใครเข้ามาในชีวิต ยังคงทำใจไม่ได้ที่ตัวเองต้องมาติดเตียงและมีคนดูแลแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงพยายามจะทำให้ ‘Lou’s’ อึดอัด จะได้ลาออกไปให้เร็วที่สุด แต่ด้วยความน่ารักและความใจเย็นของนางเอกทำให้เธอเอาชนะใจ ‘Will’ ได้สำเร็จ แต่มากไปกว่านั้นคือทั้งคู่เริ่มมีใจให้กัน ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่นแต่ ‘Will’ ยังไม่ได้บอกความลับบางอย่างกับ ‘Lou’s’ นั่นคือการการุณยฆาตตัวเอง ซึ่งเขาได้วางแผนเอาไว้ก่อนจะมีเธอเข้ามาในชีวิต


7. ย้อนเวลาให้เธอ(ปิ๊ง)รัก (About Time)

ผู้กำกับ Richard Curtis
นักแสดงหลัก Domhnall Gleeson และ Rachel McAdams
ความยาวหนัง 123 นาที
ปีที่ฉาย 2013

‘About Time’ เป็นหนังรักโรแมนติกแนวแฟนตาซีระดับตำนานที่ยังคงอยู่ในใจใครหลายคน โดยเรื่องนี้เริ่มต้นจากพระเอกชื่อว่า ‘ทิม’ ซึ่งเขาอยู่ในครอบครัวสุดพิเศษที่ผู้ชายในตระกูลทุกคนสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้ และแน่นอนว่าเขาไม่พลาดโอกาสในการใช้ความพิเศษตรงนี้ด้วยการย้อนกลับไปเพื่อเอาชนะใจของ ‘แมรี่’ สาวสวยคนเก่งที่ไม่มั่นใจในตัวเอง แม้ว่าการกลับไปในครั้งนี้อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่อย่างน้อยการได้กลับไปเอาชนะใจและพบกับคนที่ตัวเองชอบอีกครั้งก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ กับความเสี่ยงในครั้งนี้


8. ไททานิค (Titanic)

ผู้กำกับ James Cameron
นักแสดงหลัก Leonardo DiCaprio และ Kate Winslet
ความยาวหนัง 195 นาที
ปีที่ฉาย 1997

‘ไททานิค’ คือหนึ่งในภาพยนตร์ระดับตำนานของโลกที่ทำรายได้่ดีทั้งหนังและเพลงประกอบอย่าง ‘My Heart Will Go On’ ทั้งนี้เรื่องเริ่มต้นด้วยการที่ครอบครัวไฮโซหลายคนเดินทางไปท่องเที่ยวบนเรือใหญ่ชื่อว่า ‘Titanic’ โดยหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวคือ ‘โรส’ ที่แม้ว่าเธอจะอยู่บนกองเงินกองทอง แต่ชีวิตไม่ได้มีความสุขอย่างใจคิด เพราะโดนควบคุมอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีอิสระ จนกระทั่งเขาพบกับ ‘แจ็ค’ เด็กหนุ่มที่ครอบครัวยากจนแต่มีความสุขได้เพราะความมีอิสระในชีวิต เมื่อทั้งคู่เจอกันบนเรือก็เหมือนกับจิ๊กซอว์ที่ต่อกันได้อย่างพอดี ทุกอย่างเดินทางไปได้ราบรื่นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเรือไททานิคชนเข้ากับน้ำแข็งและกำลังจะดำดิ่งสู่น้ำ แจ็คและโรสจึงต้องหาทางเอาตัวรอดในสถานการณ์เป็นตายในครั้งนี้


9. ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเธอ (500 Days of Summer)

ผู้กำกับ Marc Webb
นักแสดงหลัก Joseph Gordon-Levitt และ Zooey Deschanel
ความยาวหนัง 95 นาที
ปีที่ฉาย 2009

‘500 Days of Summer’ ถ่ายทอดมุมมองความรักของ ‘ทอม’ และ ‘ซัมเมอร์’ ในช่วงตั้งแต่การตกหลุมรักไปจนวันอกหักกว่า 500 วัน เรื่องนี้ทำให้แฟนหนังแตกแยกกันออกเป็น 2 กลุ่มเลยทีเดียว โดยจะมีทั้ง #ทีมทอม และ #ทีมซัมเมอร์ ทั้งนี้การดำเนินเรื่องจะอยู่ในช่วงท้ายของความสัมพันธ์ที่ทุกอย่างเริ่มสั่นคลอน เป็นช่วงที่ ‘ทอม’ เศร้าหนักเนื่องจากโดน ‘ซัมเมอร์’ เทความรักในครั้งนี้ไปแบบ งง ๆ เนื่องจากตัว ‘ซัมเมอร์’ เองไม่เชื่อในรักแท้และเน้นแค่ให้ตัวเองมีความสุข หลายคนที่มองมาจะรู้สึกว่าเธอเป็นคนเห็นแก้ตัว แต่ในอีกมุมหนึ่งเธอก็มองโลกแห่งความจริงและไม่โกหกต่อความรู้สึกของตัวเอง แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้แฮปปี้เอนดิ้งขนาดนั้นแต่ก็ทำให้คนที่ดูเรื่องนี้ได้มีเรื่องคุยกันต่ออย่างสนุกสนาน


10. หุบเขาเร้นรัก (Brokeback Mountain)

ผู้กำกับ Ang Lee
นักแสดงหลัก Heath Ledger และ Jake Gyllenhaal
ความยาวหนัง 134 นาที
ปีที่ฉาย 2005

หากใครเป็นคนที่ชอบ Romantic Drama แบบน้ำตาท่วมจอ ‘Brokeback Mountain’ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้คุณดำดิ่งไปสู่ความเศร้าได้แน่นอน โดยเรื่องนี้บอกเล่าถึงความรักของชาว LGBTQA+ ที่ในตอนแรกเริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยความเป็นเพื่อน จนกระทั่งความใกล้ชิดและการใช้เวลาร่วมกันของ 2 หนุ่มคาวบอยอย่าง ‘แจ็ค’ และ ‘เอนนิส’ มีความสัมพันธ์ขยับขึ้นมาเป็นคนพิเศษ แต่ด้วยสถานการณ์หลายอย่างดึงให้ทั้งสองคนห่างออกจากกันไปมีครอบครัวตามแบบฉบับที่หนุ่มคาวบอยควรจะเป็น อย่างไรก็ดีโชคชะตาก็ทำให้ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง แน่นอนว่าความรักที่มีอยู่ไม่เคยจางหายทำให้ทั้งสองคนกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่บริบททางสังคมในอดีตทำให้คู่นี้โดนกดดันในทุกทาง อีกคนหนึ่งก็อยากจะหนีไปให้ไกลเมืองเพื่ออยู่กันสองต่อสอง ในขณะที่อีกคนติดปัญหาเรื่องครอบครัวและลูกของตัวเอง ดังนั้นจึงเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรงและห่างจากกันอีกครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งจดหมายที่ ‘เอนนิส’ ได้ส่งไปหา ‘แจ็ค’ เพื่อนัดพบอีกครั้ง แต่จดหมายดันถูกส่งกลับมาพร้อมกับข้อความที่บอกว่า ‘แจ็ค’ ได้ตายไปแล้ว


11. นครดารา (La La Land)

ผู้กำกับ Damien Chazelle
นักแสดงหลัก Ryan Gosling และ Emma Stone
ความยาวหนัง 128 นาที
ปีที่ฉาย 2016

ความสนุกและคุณภาพของภาพยนตร์ดัง ‘La La Land’ คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ เพราะเรื่องนี้คว้ารางวัลออสก้าได้ถึง 6 รางวัล พร้อมกับทำรายได้สูงถึง 472 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย ส่วนเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้จะถ่ายทอดเกี่ยวกับเบื้องหลังอันโหดร้ายของฮอลลีวูด รวมไปถึงการทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จของคู่รัก ‘Mia’ ที่รับบทโดย Emma Stone และ ‘Sebastian’ รับบทโดย Ryan Gosling หากใครชอบภาพยนตร์ที่มีเพลงประกอบเพราะ ๆ และความรักสุดโรแมนติกต้องความพลาดเรื่องนี้โดยเด็ดขาด


12. ไปงานแต่งงาน 4 ครั้ง หัวใจนั่งเฉยไม่ได้แล้ว (Four Weddings and a Funeral)

ผู้กำกับ Mike Newell
นักแสดงหลัก Hugh Grant และ Andie MacDowell
ความยาวหนัง 117 นาที
ปีที่ฉาย 1994

‘Four Weddings and a Funeral’ เป็นภาพยนตร์จากทางฝั่งของเกาะอังกฤษ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของหนุ่มโสด ‘ชาลส์’ ซึ่งไม่ว่าเขาจะเริ่มต้นความรักกี่ครั้งผลสุดท้ายก็เจอกับความล้มเหลวตลอดเวลา ทั้งนี้ด้วยอีเว้นท์ที่เขาไปเป็นแขกอยู่บ่อยครั้งคือการงานแต่งของคนรู้จัก ซึ่งมันทำให้เขาน้อยเนื้อต่ำใจมากกว่าเดิมหลาย เพราะไปงานแต่งมาแล้วกว่า 4 งานก็ไม่เจอคนที่ตัวเองเฝ้าตามหาสักที จนกระทั่งมาถึงคิวของงานศพเขาดันไปเจอเข้ากับคนสวยและเกิดปิ๊งรักขึ้นมาทันที เธอคนนั้นมีชื่อว่า ‘แครี่’ สาวชาวอเมริกัน แต่โชคร้ายที่เธอได้หมั้นหมายกับชายหนุ่มคนอื่นไปแล้ว อย่างไรก็ดีการเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียวก็ทำให้เขายังคงจำหน้าของเธอได้แบบไม่มีวันลืม เขาจึงรอถึงเวลาที่เหมาะสมและเชื่อว่าทุกอย่างยังมีหวังเสมอ


13. นิทานเจ้าหญิงทะลุตำนาน (The Princess Bride)

ผู้กำกับ Rob Reiner
นักแสดงหลัก Cary Elwes และ Mandy Patinkin
ความยาวหนัง 98 นาที
ปีที่ฉาย 1987

‘The Princess Bride’ นำเนื้อเรื่องจากนวนิยายที่ชื่อว่า ‘William Goldman’s’ มาทำให้เป็นภาพเคลื่อนไหว ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรักโรแมนติกที่แซมด้วยความเป็น Sci-fi เข้าไปแล้วทำออกมาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อด้วยการใส่คอมเมดี้ลงไปอีกด้วย หากใครอยากดูหนังที่ไม่เครียดมาก มีฉากแฮปปี้ให้ได้เขินกับแฟนในวันวาเลนไทน์เรื่องนี้เป็นอะไรที่ลงตัวชวนสร้างโมเม้นต์ได้แน่นอนครับ


14. ใครสักคนบนโลกใบนี้ (The Spectacular Now)

ผู้กำกับ James Ponsoldt
นักแสดงหลัก Miles Teller และ Shailene Woodley
ความยาวหนัง 95 นาที
ปีที่ฉาย 2013

คนเขียนบทเรื่อง ‘The Spectacular Now’ เป็นคนเดียวกับเรื่อง ‘500 Days of Summer’ แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความรักในช่วงวัย High School แต่เรื่องราวจัดได้ว่าเข้มข้นอยู่พอสมควร โดยพระเอกของเรื่องชื่อว่า ‘Sutter’ เป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสายปาร์ตี้ วัน ๆ สนุกไปกับการใช้ชีวิตของตัวเอง จนกระทั่งวันหนึ่งดันมาเจอเข้ากับรุ่นน้องคนสวยอย่าง ‘Aimee’ ที่เป็น Nice Girl ทั้งสุภาพ น่ารัก และอยู่ในครอบครัวอันอบอุ่น แม้ว่าไลฟ์สไตล์ของ ‘Aimee’ จะต่างไปจาก ‘Sutter’ โดยสิ้นเชิง แต่เธอก็รักและพร้อมเดินเคียงข้างเขาเสมอ กลับกัน ‘Sutter’ เองแม้ว่าจะชอบ ‘Aimee’ เหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากให้เธอมาเสียเวลากับคนไร้อนาคตแบบเขา อย่างไรก็ดีความรักก็เป็นเรื่องที่ฝืนความรู้สึกไม่ได้สุดท้ายทั้งสองคนก็ปรับจูนเข้าหากัน และเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อหาจุดระหว่างกลางของคนสองคน หากได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะทำให้เราย้อนอดีตกลับไปในช่วงรักวัยใสอีกครั้ง


15. ภาพฝันของฉันคือเธอ (Portrait of a Lady on Fire)

ผู้กำกับ Céline Sciamma
นักแสดงหลัก Noémie Merlant และ Adèle Haenel
ความยาวหนัง 120 นาที
ปีที่ฉาย 2019

‘Portrait of a Lady on Fire’ คือหนังรัก LGBTQA+ จากประเทศฝรั่งเศส เป็นความรักแบบ หญิง-หญิง ที่คอหนังทุกคนควรชมกันสักครั้งในชีวิต โดยเรื่องนี้จะย้อนอดีตกลับไปในยุคสมัยก่อนที่การแต่งงานยังคงเป็นการจับคู่กันระหว่างครอบครัว เพื่อให้ฐานะของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเหมาะสมกัน ดังนั้นครอบครัวหนึ่งจึงได้จ้าง ‘มารียาน’ เพื่อวาดรูปของ ‘เอลูอิส’ บุตรสาวคนเล็กของครอบครัว ส่งไปยังตระกูลใหญ่ในมิลาน หากครอบครัวฝ่ายชายชื่นชอบก็จะมีการนัดดูตัวเกิดขึ้น แต่ด้วย ‘เอลูอิส’ ไม่อยากแต่งงานจึงทำให้แม่ของเธอจ้าง ‘มารียาน’ ไปสอดแนมเพื่อจดจำใบหน้ามาวาด ซึ่งความเป็นจริงแล้วทุกอยากต้องจบแค่เพียงเท่านั้นแต่ด้วยสถานที่บนเกาะและการอยู่ห่างไกลจากเมือง ทำให้ทั้งคู่พูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้นจนกระทั่งความเกินเลยเกิดขึ้น เพราะทั้งสองเกิดความรู้สึกดี ๆ ให้กันในรูปแบบของคนรัก


16. เว็นแฮร์รีเม็ทแซลลี (When Harry Met Sally…)

ผู้กำกับ Rob Reiner
นักแสดงหลัก Billy Crystal และ Meg Ryan
ความยาวหนัง 96 นาที
ปีที่ฉาย 1989

‘When Harry Met Sally…’ มาในสไตล์ Romantic ผสมกับ Drama และใส่ Comedy ลงไปอีกเล็กน้อย ทำให้เรื่องนี้ถือได้ว่าครบรสและด้วยเคมีระหว่างนักแสดงค่อนข้างดี จึงส่งให้เรื่องนี้กลายเป็นหนังโรแมนติกอีกหนึ่งเรื่องที่แฟนหนังชื่นชอบกันทั่วโลก โดยการดำเนินเรื่องเริ่มต้นมาจาก ‘แฮรี’ และ ‘แซลลี’ ต้องเดินทางกลับบ้านหลังจากเรียนจบ ด้วยระยะทางที่ไกลมากทำให้ทั้งสองคนต้องชวนคุยเพื่อฆ่าเวลาไม่ให้เบื่อ แต่แล้วทัศนคติของทั้งคู่ก็ดูจะไม่ค่อยตรงกันสักเท่าไหร่ เพราะทาง ‘แซลลี’ เชื่อว่าการมีเพื่อนเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีเรื่องเซ็กเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอไป ในขณะที่ ‘แฮรี’ ดันคิดสวนทางแบบสิ้นเชิง เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งคู่ไม่ชอบขี้หน้ากันสักเท่าไหร่ เมื่อเวลาเดินทางผ่านไป 10 ปี ทั้งคู่ก็กลับมาสนิทและทะเลาะกันอยู่ร่ำไป แต่ในความเป็นเพื่อนในแต่ละครั้งไม่เคยมีคำว่าเซ็กเข้ามาเกี่ยวข้อง จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่ทั้งสองคนเริ่มทำความรู้จักกันมากขึ้น ทำให้จากความเป็นเพื่อนได้แปรเปลี่ยนเป็นคนรักและแต่งงานกันในที่สุด


17. อิ่ม มนต์ รัก (Eat Pray Love)

ผู้กำกับ Ryan Murphy
นักแสดงหลัก Julia Roberts และ James Franco
ความยาวหนัง 133 นาที
ปีที่ฉาย 2010

‘Eat Pray Love’ ได้นำเอาเนื้อเรื่องจากหนังสือนิยายระดับ Best Seller ของนักเขียนคนเก่งอย่าง ‘Elizabeth Gilbert’ มาทำเป็นภาพยนตร์ โดยการเล่าเรื่องจะดำเนินด้วยแม่หม้ายที่หย่าร้างกับสามีเพื่อค้นหาความสุขในชีวิตของตัวเอง แม้ว่าชีวิตของเธอจะเพอร์เฟกมากในสายตาคนอื่น มีทั้งบ้าน, รถ และสามีสุดเพอร์เฟก แต่เธอกลับไม่มีความสุขในชีวิตเลยแม้แต่น้อย สิ่งแรกที่เธอทำหลังจากเลิกกับสามีคือการไปท่องโลกทั้งในอิตาลีและอินเดีย ซึ่งการไปเที่ยวในครั้งนี้ทำให้เธอค้นพบว่า การรับประทานอาหารอิตาลีและการสวดมนต์ในอินเดียทำให้เธอมีความสุขมาก ๆ ชีวิตของเธอดูลงตัวไปทุกอย่าง และไม่นานเธอก็ Lucky In Love เพราะเจอกับคนที่ไลฟ์สไตล์เดียวกันในบาหลี


18. วาเลนไทน์เดย์ หวานฉ่ำ วันรักก้องโลก (Valentine’s Day)

ผู้กำกับ Garry Marshall
นักแสดงหลัก Jessica Alba และ Kathy Bates
ความยาวหนัง 125 นาที
ปีที่ฉาย 2010

นอกจากบทที่เซอร์ไพร์สบอกเล่าเรื่องราวความรักหลาย 10 คู่ ไม่ว่าจะเป็น ความรักในวัยเรียน, ความรักในวัยทำงาน หรือคู่ที่กำลังอยู่ในช่วงคบหาดูใจกันในเมือง Los Angeles แล้ว เรื่องนี้ยังมีนักแสดงชั้นนำระดับโลกเยอะมาก อย่างเช่น Taylor Swift, Julia Roberts, Bradley Cooper, Jamie Foxx และอีกมากมาย เป็นการถ่ายทอดความสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบที่ไม่ว่าใครก็เข้าถึงและอินได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือสนุกใส่ความคอมเมดี้ลงไปดูแล้วไม่เครียดสร้างเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี เป็นการยำรวมที่เพอร์เฟกไม่ดูยัดเยียดแต่อย่างใด


19. เครซี่ ริช เอเชี่ยนส์ เหลี่ยมโบตัน (Crazy Rich Asians)

ผู้กำกับ Jon M. Chu
นักแสดงหลัก Constance Wu และ Henry Golding
ความยาวหนัง 121 นาที
ปีที่ฉาย 2018

‘Crazy Rich Asia’ ถ่ายทอดคู่รักชาวเอเชียในภาพยนตร์แนว Rom-Com ที่ทั้งโรแมนติกและชวนขำได้ในเวลาเดียวกัน โดยคู่รักในเรื่องนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง ‘Nick’ และ ‘Rachel’ ซึ่งการใช้ชีวิตในอเมริกาของทั้งสองคนนั้นค่อนข้างเรียบง่าย จนกระทั่งวันหนึ่ง ‘Rachel’ เพิ่งมารู้ความจริงว่าครอบครัวของ ‘Nick’ รวยมาก หลังจากต้องไปงานแต่งของเพื่อนเขาในประเทศสิงคโปร์ ความโชคร้ายของการเป็นแฟนคนหล่อและรวยระดับนั้นทำให้สาว ๆ จำนวนมากอิจฉาและไม่ชอบเธอเป็นอย่างมาก แต่หนักไปกว่านั้นคือแม่ของฝ่ายชายไม่ชอบเธอด้วยเช่นกัน ดังนั้นปัญหาในความสัมพันธ์จึงเกิดขึ้นและทั้งคู่ต้องหาทางออกในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ให้ได้


20. แผนรักฉบับซิ่ง ชิ่งให้ได้ใน 10 วัน (How to Lose A Guy In 10 Days)

ผู้กำกับ Donald Petrie
นักแสดงหลัก Kate Hudson และ Matthew McConaughey
ความยาวหนัง 118 นาที
ปีที่ฉาย 2003

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะโสดหรือมีแฟนในช่วงวันวาเลนไทน์ หนัง Rom-Com เรื่องนี้จะทำให้คุณหัวเราะและอินเลิฟไปกับตัวละครทั้ง 2 คนในเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอนครับ ถือเป็นหนังโรแมนซ์คอมเมดี้ที่สนุก สร้างเสียงหัวเราะ ทำให้เรากับแฟนรู้สึกเอ็นจอยไปได้ตลอด 2 ชั่วโมง รับรองว่าวาเลนไทน์ของคุณจะเป็นอะไรที่สนุกและน่าจดจำครับ

Next Post