กิจกรรมในวันวาเลนไทน์ร่วมกับแฟนคงหนีไม่พ้นการออกไปดินเนอร์ที่ร้านหรู ๆ หรือทำอาหารเมนูวันวาเลนไทน์ร่วมกันเพื่อดินเนอร์ในค่ำคืนสุดโรแมนติก พร้อมไปกับการแลกของขวัญวาเลนไทน์และเปิดเพลงรักโรแมนติกเพื่อสร้างบรรยากาศ รวมไปถึงกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่ดีมาก ๆ คือการชวนแฟนของตัวเองมาดู ‘หนังรัก’ หรือ ‘หนังโรแมนติก’ ในคืนวันวาเลนไทน์ เป็นอะไรที่เติมความหวาน ได้ใกล้ชิดกัน และเอ็นจอยกับหนังรักสนุก ๆ ร่วมกันครับ
ดังนั้นสำหรับคนไหนที่กำลังมองหาหนังโรแมนติกดี ๆ สักเรื่องไปดูกับคนรักของตัวเอง วันนี้ผมได้รวบรวม ‘20 หนังรัก ดูกับแฟนในวันวาเลนไทน์’ ให้ได้เลือกกันในบทความนี้ครับ
1. ลุ้นรักวิวาห์ฟ้าแลบ (The Proposal)
| ผู้กำกับ | Anne Fletcher |
| นักแสดงหลัก | Sandra Bullock และ Ryan Reynolds |
| ความยาวหนัง | 108 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2009 |
‘The Proposal’ ดึงนักแสดงชั้นนำอย่าง Sandra Bullock ที่รับบทเป็น ‘Magaret’ หัวหน้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยสัญชาติของเธอเป็นแคนาดา โดยการจะอยู่ในอเมริกาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและรวดเร็วที่สุดคือการแต่งงานกับคนอเมริกา ดังนั้นทางเลือกเดียวของเธอคือการดึงเอาลูกน้องของตัวเองอย่าง ‘Paxton’ ที่รับบทโดย Ryan Reynolds มาแต่งงานแบบปลอม ๆ แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจาก Paxton ยื่นข้อเสนอให้ Magaret เลื่อนตำแหน่งให้กับเขา และที่ปวดหัวไปกว่านั้นคือทั้งสองคนพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่าหัวหน้าและลูกน้องโดยไม่ได้ตั้งใจ
2. 50 เดท จีบเธอไม่เคยจำ (50 First Dates)
| ผู้กำกับ | Peter Segal |
| นักแสดงหลัก | Adam Sandler และ Drew Barrymore |
| ความยาวหนัง | 99 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2004 |
‘Henry Roth’ หนุ่มสัตวแพทย์ที่ตามหารักแท้มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้เจอเข้ากับผู้หญิงในฝันของเขานั่นคือ ‘Drew Barrymore’ หลังจากได้เจอกันทุกอย่างเหมือนจะไปได้ดีมาก แต่เพียงแค่ 24 ชั่วโมงหลังจากนั้นเธอกลับลืมเขาเหมือนกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เนื่องจากเธอเป็นโรคหลงลืมสาเหตุเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในอดีต แทนที่ Henry จะยอมแพ้กับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ แต่เขากลับจะเลือกเดินหน้าต่อแม้ว่าเธอจะจำเขาไม่ได้ก็ตาม
3. อีเมลลับฉบับ, ไซมอน (Love, Simon)
| ผู้กำกับ | Greg Berlanti |
| นักแสดงหลัก | Nick Robinson, Josh Duhamel และ Jennifer Garner |
| ความยาวหนัง | 110 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2018 |
‘Love, Simon’ เป็นภาพยนตร์ที่ผสมปนเปทั้งความโรแมนติก, คอมเมดี้ และดราม่า ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดังมากสามารถทำรายได้แตะ 66.3 ล้านดอลล่าร์ โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นจากเด็กหนุ่มวัย High School อย่าง ‘ไซมอน’ ที่ต้องปกปิดไม่ให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์ เนื่องจากกลัวครอบครัวและคนรอบข้างไม่พอใจกับเพศสภาพของเขา จนกระทั่งวันหนึ่งเขามีโอกาสได้พุดคุยกับบุคคลปริศนาที่ประกาศว่าตัวเองนั้นเป็นเกย์เช่นกัน ทั้งไซมอนและบุคคลดังกล่าวตกหลุมรักกัน มีการแชทพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา แต่แล้วมันหนึ่งเรื่องก็แดงขึ้นเมื่อ ‘มาร์ติน’ เพื่อนในโรงเรียนที่กำลังแอบชอบเพื่อนสาวของ ‘ไซมอน’ เห็นเข้ากับแชทดังกล่าว ทำให้ ‘มาร์ติน’ ยื่นข้อเสนอว่าถ้าหากไม่อยากให้เขาเปิดโปงว่า ‘ไซมอน’ เป็นเกย์ ‘ไซมอน’ จะต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาได้คบกับเพื่อนของ ‘ไซมอน’ จนทำให้ความโกลาหลเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงกับชีวิตของไซมอน
4. ดาวบันดาล (The Fault in Our Stars)
| ผู้กำกับ | Josh Boone |
| นักแสดงหลัก | Shailene Woodley และ Ansel Elgort |
| ความยาวหนัง | 126 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2014 |
‘The Fault in Our Stars’ ได้ดึงนิยายของ ‘John Green’ มาทำเป็นภาพยนตร์ ซึ่งต้องบอกว่าหลังจากปล่อยออกมาแล้วทำให้แฟนหนังหลายคนต้องหยิบทิชชู่ขึ้นมาซับน้ำตา เพราะในเรื่องนี้มีทั้งความเศร้าและความซึ้งในความสัมพันธ์ของคู่พระนาง โดยเรื่องนี้จะบอกเล่าถึงความรักระหว่าง ‘Hazel’ และ ‘Gus’ หนุ่มสาวที่ต้องประสบกับโรคมะเร็งร้ายตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แม้ว่าทั้งสองคนจะทราบดีว่าระยะเวลาที่จะอยู่บนโลกใบนี้เหลือน้อยเต็มที แต่ทั้งสองคนก็เลือกจะใช้ชีวิตให้มีความสุขและแบ่งปันความรักให้กันจนวินาทีสุดท้าย
5. เสน่ห์รักสาวใช้หวานฉ่ำ (Maid in Manhattan)
| ผู้กำกับ | Wayne Wang |
| นักแสดงหลัก | Jennifer Lopez และ Ralph Fiennes |
| ความยาวหนัง | 105 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2002 |
‘มาริสา’ แม่หม้ายลูกหนึ่งที่มีอาชีพเป็นแม่บ้านอยู่ในโรงแรม แม้ว่าชีวิตของเธอจะไม่ได้สวยหรูเหมือนคนรวยหรือเจ้าหญิง แต่เธอก็ใช้ชีวิตและดูแลลูกให้มีความสุขได้ในทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปทันที เพราะมีไฮโซสาวนิสัยเสียให้เธอไปคืนชุดราคาแพงที่ร้านเช่าชุด แต่ด้วยต้องรองรับอารมณ์ของไฮโซนิสัยเสียเธอจึงถือโอกาสนำชุดนั้นมาใส่ซะเลย แทนที่เรื่องจะจบด้วยเพียงแค่การลองชุดสวย ๆ แต่เธอดันไปเจอกับหนุ่ม ‘คริสโตเฟอร์’ วุฒิสภารุ่นใหม่ไฟแรงเข้า ด้วย ‘มาริสา’ เป็นคนที่หน้าสวยเป็นทุนเดิมบวกกับการใส่ชุดหรูหรา ทำให้เธอสวยมีเสน่ห์เข้าตา ‘คริสโตเฟอร์’ อย่างจัง จนกระทั่งทั้งคู่สานสัมพันธ์รักในครั้งนี้ในที่สุด แม้ว่าในตอนแรก ‘มาริสา’ จะไม่อยากเริ่มต้นรักครั้งนี้สักเท่าไหร่เพราะคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสม แต่เมื่อลงลึกไปแล้วเธอจึงต้องเก็บความลับที่เธอทำงานเป็นแม่บ้านต่อไป
6. ฉันก่อนเจอเธอ (Me Before You)
| ผู้กำกับ | Thea Sharrock |
| นักแสดงหลัก | Emilia Clarke และ Sam Claflin |
| ความยาวหนัง | 110 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2016 |
อีกหนึ่งเรื่องที่นำนิยายมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์แล้วเวิร์คสุด ๆ คงต้องยกให้กับเรื่อง ‘Me Before You’ เพราะเรื่องนี้ทำให้คนทั่วโลกบ่อน้ำตาแตกแบบกลั้นไม่อยู่ (แม้แต่คนเขียนเองก็นอยไปหลายวัน) โดยเรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่นางเอก ‘Lou’s’ กำลังอยู่ในช่วงของการหางานใหม่ จนวันหนึ่งโชคชะตาก็ทำให้เธอได้งานในการเป็นคนดูแลผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งคน ๆ นั้นก็คือพระเอกสุดหล่อ ‘Will’ ที่โดนรถชนจนทำให้เขาพิการ แต่การพูด สติ และความฉลาดของเขายังคงเหมือนเดิม ในตอนแรกพระเอกและนางเอกดูไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่ เพราะเขาไม่ค่อยอยากจะเปิดรับใครเข้ามาในชีวิต ยังคงทำใจไม่ได้ที่ตัวเองต้องมาติดเตียงและมีคนดูแลแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงพยายามจะทำให้ ‘Lou’s’ อึดอัด จะได้ลาออกไปให้เร็วที่สุด แต่ด้วยความน่ารักและความใจเย็นของนางเอกทำให้เธอเอาชนะใจ ‘Will’ ได้สำเร็จ แต่มากไปกว่านั้นคือทั้งคู่เริ่มมีใจให้กัน ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่นแต่ ‘Will’ ยังไม่ได้บอกความลับบางอย่างกับ ‘Lou’s’ นั่นคือการการุณยฆาตตัวเอง ซึ่งเขาได้วางแผนเอาไว้ก่อนจะมีเธอเข้ามาในชีวิต
7. ย้อนเวลาให้เธอ(ปิ๊ง)รัก (About Time)
| ผู้กำกับ | Richard Curtis |
| นักแสดงหลัก | Domhnall Gleeson และ Rachel McAdams |
| ความยาวหนัง | 123 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2013 |
‘About Time’ เป็นหนังรักโรแมนติกแนวแฟนตาซีระดับตำนานที่ยังคงอยู่ในใจใครหลายคน โดยเรื่องนี้เริ่มต้นจากพระเอกชื่อว่า ‘ทิม’ ซึ่งเขาอยู่ในครอบครัวสุดพิเศษที่ผู้ชายในตระกูลทุกคนสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้ และแน่นอนว่าเขาไม่พลาดโอกาสในการใช้ความพิเศษตรงนี้ด้วยการย้อนกลับไปเพื่อเอาชนะใจของ ‘แมรี่’ สาวสวยคนเก่งที่ไม่มั่นใจในตัวเอง แม้ว่าการกลับไปในครั้งนี้อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่อย่างน้อยการได้กลับไปเอาชนะใจและพบกับคนที่ตัวเองชอบอีกครั้งก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ กับความเสี่ยงในครั้งนี้
8. ไททานิค (Titanic)
| ผู้กำกับ | James Cameron |
| นักแสดงหลัก | Leonardo DiCaprio และ Kate Winslet |
| ความยาวหนัง | 195 นาที |
| ปีที่ฉาย | 1997 |
‘ไททานิค’ คือหนึ่งในภาพยนตร์ระดับตำนานของโลกที่ทำรายได้่ดีทั้งหนังและเพลงประกอบอย่าง ‘My Heart Will Go On’ ทั้งนี้เรื่องเริ่มต้นด้วยการที่ครอบครัวไฮโซหลายคนเดินทางไปท่องเที่ยวบนเรือใหญ่ชื่อว่า ‘Titanic’ โดยหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวคือ ‘โรส’ ที่แม้ว่าเธอจะอยู่บนกองเงินกองทอง แต่ชีวิตไม่ได้มีความสุขอย่างใจคิด เพราะโดนควบคุมอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีอิสระ จนกระทั่งเขาพบกับ ‘แจ็ค’ เด็กหนุ่มที่ครอบครัวยากจนแต่มีความสุขได้เพราะความมีอิสระในชีวิต เมื่อทั้งคู่เจอกันบนเรือก็เหมือนกับจิ๊กซอว์ที่ต่อกันได้อย่างพอดี ทุกอย่างเดินทางไปได้ราบรื่นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเรือไททานิคชนเข้ากับน้ำแข็งและกำลังจะดำดิ่งสู่น้ำ แจ็คและโรสจึงต้องหาทางเอาตัวรอดในสถานการณ์เป็นตายในครั้งนี้
9. ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเธอ (500 Days of Summer)
| ผู้กำกับ | Marc Webb |
| นักแสดงหลัก | Joseph Gordon-Levitt และ Zooey Deschanel |
| ความยาวหนัง | 95 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2009 |
‘500 Days of Summer’ ถ่ายทอดมุมมองความรักของ ‘ทอม’ และ ‘ซัมเมอร์’ ในช่วงตั้งแต่การตกหลุมรักไปจนวันอกหักกว่า 500 วัน เรื่องนี้ทำให้แฟนหนังแตกแยกกันออกเป็น 2 กลุ่มเลยทีเดียว โดยจะมีทั้ง #ทีมทอม และ #ทีมซัมเมอร์ ทั้งนี้การดำเนินเรื่องจะอยู่ในช่วงท้ายของความสัมพันธ์ที่ทุกอย่างเริ่มสั่นคลอน เป็นช่วงที่ ‘ทอม’ เศร้าหนักเนื่องจากโดน ‘ซัมเมอร์’ เทความรักในครั้งนี้ไปแบบ งง ๆ เนื่องจากตัว ‘ซัมเมอร์’ เองไม่เชื่อในรักแท้และเน้นแค่ให้ตัวเองมีความสุข หลายคนที่มองมาจะรู้สึกว่าเธอเป็นคนเห็นแก้ตัว แต่ในอีกมุมหนึ่งเธอก็มองโลกแห่งความจริงและไม่โกหกต่อความรู้สึกของตัวเอง แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้แฮปปี้เอนดิ้งขนาดนั้นแต่ก็ทำให้คนที่ดูเรื่องนี้ได้มีเรื่องคุยกันต่ออย่างสนุกสนาน
10. หุบเขาเร้นรัก (Brokeback Mountain)
| ผู้กำกับ | Ang Lee |
| นักแสดงหลัก | Heath Ledger และ Jake Gyllenhaal |
| ความยาวหนัง | 134 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2005 |
หากใครเป็นคนที่ชอบ Romantic Drama แบบน้ำตาท่วมจอ ‘Brokeback Mountain’ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้คุณดำดิ่งไปสู่ความเศร้าได้แน่นอน โดยเรื่องนี้บอกเล่าถึงความรักของชาว LGBTQA+ ที่ในตอนแรกเริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยความเป็นเพื่อน จนกระทั่งความใกล้ชิดและการใช้เวลาร่วมกันของ 2 หนุ่มคาวบอยอย่าง ‘แจ็ค’ และ ‘เอนนิส’ มีความสัมพันธ์ขยับขึ้นมาเป็นคนพิเศษ แต่ด้วยสถานการณ์หลายอย่างดึงให้ทั้งสองคนห่างออกจากกันไปมีครอบครัวตามแบบฉบับที่หนุ่มคาวบอยควรจะเป็น อย่างไรก็ดีโชคชะตาก็ทำให้ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง แน่นอนว่าความรักที่มีอยู่ไม่เคยจางหายทำให้ทั้งสองคนกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่บริบททางสังคมในอดีตทำให้คู่นี้โดนกดดันในทุกทาง อีกคนหนึ่งก็อยากจะหนีไปให้ไกลเมืองเพื่ออยู่กันสองต่อสอง ในขณะที่อีกคนติดปัญหาเรื่องครอบครัวและลูกของตัวเอง ดังนั้นจึงเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรงและห่างจากกันอีกครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งจดหมายที่ ‘เอนนิส’ ได้ส่งไปหา ‘แจ็ค’ เพื่อนัดพบอีกครั้ง แต่จดหมายดันถูกส่งกลับมาพร้อมกับข้อความที่บอกว่า ‘แจ็ค’ ได้ตายไปแล้ว
11. นครดารา (La La Land)
| ผู้กำกับ | Damien Chazelle |
| นักแสดงหลัก | Ryan Gosling และ Emma Stone |
| ความยาวหนัง | 128 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2016 |
ความสนุกและคุณภาพของภาพยนตร์ดัง ‘La La Land’ คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ เพราะเรื่องนี้คว้ารางวัลออสก้าได้ถึง 6 รางวัล พร้อมกับทำรายได้สูงถึง 472 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย ส่วนเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้จะถ่ายทอดเกี่ยวกับเบื้องหลังอันโหดร้ายของฮอลลีวูด รวมไปถึงการทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จของคู่รัก ‘Mia’ ที่รับบทโดย Emma Stone และ ‘Sebastian’ รับบทโดย Ryan Gosling หากใครชอบภาพยนตร์ที่มีเพลงประกอบเพราะ ๆ และความรักสุดโรแมนติกต้องความพลาดเรื่องนี้โดยเด็ดขาด
12. ไปงานแต่งงาน 4 ครั้ง หัวใจนั่งเฉยไม่ได้แล้ว (Four Weddings and a Funeral)
| ผู้กำกับ | Mike Newell |
| นักแสดงหลัก | Hugh Grant และ Andie MacDowell |
| ความยาวหนัง | 117 นาที |
| ปีที่ฉาย | 1994 |
‘Four Weddings and a Funeral’ เป็นภาพยนตร์จากทางฝั่งของเกาะอังกฤษ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของหนุ่มโสด ‘ชาลส์’ ซึ่งไม่ว่าเขาจะเริ่มต้นความรักกี่ครั้งผลสุดท้ายก็เจอกับความล้มเหลวตลอดเวลา ทั้งนี้ด้วยอีเว้นท์ที่เขาไปเป็นแขกอยู่บ่อยครั้งคือการงานแต่งของคนรู้จัก ซึ่งมันทำให้เขาน้อยเนื้อต่ำใจมากกว่าเดิมหลาย เพราะไปงานแต่งมาแล้วกว่า 4 งานก็ไม่เจอคนที่ตัวเองเฝ้าตามหาสักที จนกระทั่งมาถึงคิวของงานศพเขาดันไปเจอเข้ากับคนสวยและเกิดปิ๊งรักขึ้นมาทันที เธอคนนั้นมีชื่อว่า ‘แครี่’ สาวชาวอเมริกัน แต่โชคร้ายที่เธอได้หมั้นหมายกับชายหนุ่มคนอื่นไปแล้ว อย่างไรก็ดีการเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียวก็ทำให้เขายังคงจำหน้าของเธอได้แบบไม่มีวันลืม เขาจึงรอถึงเวลาที่เหมาะสมและเชื่อว่าทุกอย่างยังมีหวังเสมอ
13. นิทานเจ้าหญิงทะลุตำนาน (The Princess Bride)
| ผู้กำกับ | Rob Reiner |
| นักแสดงหลัก | Cary Elwes และ Mandy Patinkin |
| ความยาวหนัง | 98 นาที |
| ปีที่ฉาย | 1987 |
‘The Princess Bride’ นำเนื้อเรื่องจากนวนิยายที่ชื่อว่า ‘William Goldman’s’ มาทำให้เป็นภาพเคลื่อนไหว ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรักโรแมนติกที่แซมด้วยความเป็น Sci-fi เข้าไปแล้วทำออกมาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อด้วยการใส่คอมเมดี้ลงไปอีกด้วย หากใครอยากดูหนังที่ไม่เครียดมาก มีฉากแฮปปี้ให้ได้เขินกับแฟนในวันวาเลนไทน์เรื่องนี้เป็นอะไรที่ลงตัวชวนสร้างโมเม้นต์ได้แน่นอนครับ
14. ใครสักคนบนโลกใบนี้ (The Spectacular Now)
| ผู้กำกับ | James Ponsoldt |
| นักแสดงหลัก | Miles Teller และ Shailene Woodley |
| ความยาวหนัง | 95 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2013 |
คนเขียนบทเรื่อง ‘The Spectacular Now’ เป็นคนเดียวกับเรื่อง ‘500 Days of Summer’ แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความรักในช่วงวัย High School แต่เรื่องราวจัดได้ว่าเข้มข้นอยู่พอสมควร โดยพระเอกของเรื่องชื่อว่า ‘Sutter’ เป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสายปาร์ตี้ วัน ๆ สนุกไปกับการใช้ชีวิตของตัวเอง จนกระทั่งวันหนึ่งดันมาเจอเข้ากับรุ่นน้องคนสวยอย่าง ‘Aimee’ ที่เป็น Nice Girl ทั้งสุภาพ น่ารัก และอยู่ในครอบครัวอันอบอุ่น แม้ว่าไลฟ์สไตล์ของ ‘Aimee’ จะต่างไปจาก ‘Sutter’ โดยสิ้นเชิง แต่เธอก็รักและพร้อมเดินเคียงข้างเขาเสมอ กลับกัน ‘Sutter’ เองแม้ว่าจะชอบ ‘Aimee’ เหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากให้เธอมาเสียเวลากับคนไร้อนาคตแบบเขา อย่างไรก็ดีความรักก็เป็นเรื่องที่ฝืนความรู้สึกไม่ได้สุดท้ายทั้งสองคนก็ปรับจูนเข้าหากัน และเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อหาจุดระหว่างกลางของคนสองคน หากได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะทำให้เราย้อนอดีตกลับไปในช่วงรักวัยใสอีกครั้ง
15. ภาพฝันของฉันคือเธอ (Portrait of a Lady on Fire)
| ผู้กำกับ | Céline Sciamma |
| นักแสดงหลัก | Noémie Merlant และ Adèle Haenel |
| ความยาวหนัง | 120 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2019 |
‘Portrait of a Lady on Fire’ คือหนังรัก LGBTQA+ จากประเทศฝรั่งเศส เป็นความรักแบบ หญิง-หญิง ที่คอหนังทุกคนควรชมกันสักครั้งในชีวิต โดยเรื่องนี้จะย้อนอดีตกลับไปในยุคสมัยก่อนที่การแต่งงานยังคงเป็นการจับคู่กันระหว่างครอบครัว เพื่อให้ฐานะของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเหมาะสมกัน ดังนั้นครอบครัวหนึ่งจึงได้จ้าง ‘มารียาน’ เพื่อวาดรูปของ ‘เอลูอิส’ บุตรสาวคนเล็กของครอบครัว ส่งไปยังตระกูลใหญ่ในมิลาน หากครอบครัวฝ่ายชายชื่นชอบก็จะมีการนัดดูตัวเกิดขึ้น แต่ด้วย ‘เอลูอิส’ ไม่อยากแต่งงานจึงทำให้แม่ของเธอจ้าง ‘มารียาน’ ไปสอดแนมเพื่อจดจำใบหน้ามาวาด ซึ่งความเป็นจริงแล้วทุกอยากต้องจบแค่เพียงเท่านั้นแต่ด้วยสถานที่บนเกาะและการอยู่ห่างไกลจากเมือง ทำให้ทั้งคู่พูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้นจนกระทั่งความเกินเลยเกิดขึ้น เพราะทั้งสองเกิดความรู้สึกดี ๆ ให้กันในรูปแบบของคนรัก
16. เว็นแฮร์รีเม็ทแซลลี (When Harry Met Sally…)
| ผู้กำกับ | Rob Reiner |
| นักแสดงหลัก | Billy Crystal และ Meg Ryan |
| ความยาวหนัง | 96 นาที |
| ปีที่ฉาย | 1989 |
‘When Harry Met Sally…’ มาในสไตล์ Romantic ผสมกับ Drama และใส่ Comedy ลงไปอีกเล็กน้อย ทำให้เรื่องนี้ถือได้ว่าครบรสและด้วยเคมีระหว่างนักแสดงค่อนข้างดี จึงส่งให้เรื่องนี้กลายเป็นหนังโรแมนติกอีกหนึ่งเรื่องที่แฟนหนังชื่นชอบกันทั่วโลก โดยการดำเนินเรื่องเริ่มต้นมาจาก ‘แฮรี’ และ ‘แซลลี’ ต้องเดินทางกลับบ้านหลังจากเรียนจบ ด้วยระยะทางที่ไกลมากทำให้ทั้งสองคนต้องชวนคุยเพื่อฆ่าเวลาไม่ให้เบื่อ แต่แล้วทัศนคติของทั้งคู่ก็ดูจะไม่ค่อยตรงกันสักเท่าไหร่ เพราะทาง ‘แซลลี’ เชื่อว่าการมีเพื่อนเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีเรื่องเซ็กเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอไป ในขณะที่ ‘แฮรี’ ดันคิดสวนทางแบบสิ้นเชิง เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งคู่ไม่ชอบขี้หน้ากันสักเท่าไหร่ เมื่อเวลาเดินทางผ่านไป 10 ปี ทั้งคู่ก็กลับมาสนิทและทะเลาะกันอยู่ร่ำไป แต่ในความเป็นเพื่อนในแต่ละครั้งไม่เคยมีคำว่าเซ็กเข้ามาเกี่ยวข้อง จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่ทั้งสองคนเริ่มทำความรู้จักกันมากขึ้น ทำให้จากความเป็นเพื่อนได้แปรเปลี่ยนเป็นคนรักและแต่งงานกันในที่สุด
17. อิ่ม มนต์ รัก (Eat Pray Love)
| ผู้กำกับ | Ryan Murphy |
| นักแสดงหลัก | Julia Roberts และ James Franco |
| ความยาวหนัง | 133 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2010 |
‘Eat Pray Love’ ได้นำเอาเนื้อเรื่องจากหนังสือนิยายระดับ Best Seller ของนักเขียนคนเก่งอย่าง ‘Elizabeth Gilbert’ มาทำเป็นภาพยนตร์ โดยการเล่าเรื่องจะดำเนินด้วยแม่หม้ายที่หย่าร้างกับสามีเพื่อค้นหาความสุขในชีวิตของตัวเอง แม้ว่าชีวิตของเธอจะเพอร์เฟกมากในสายตาคนอื่น มีทั้งบ้าน, รถ และสามีสุดเพอร์เฟก แต่เธอกลับไม่มีความสุขในชีวิตเลยแม้แต่น้อย สิ่งแรกที่เธอทำหลังจากเลิกกับสามีคือการไปท่องโลกทั้งในอิตาลีและอินเดีย ซึ่งการไปเที่ยวในครั้งนี้ทำให้เธอค้นพบว่า การรับประทานอาหารอิตาลีและการสวดมนต์ในอินเดียทำให้เธอมีความสุขมาก ๆ ชีวิตของเธอดูลงตัวไปทุกอย่าง และไม่นานเธอก็ Lucky In Love เพราะเจอกับคนที่ไลฟ์สไตล์เดียวกันในบาหลี
18. วาเลนไทน์เดย์ หวานฉ่ำ วันรักก้องโลก (Valentine’s Day)
| ผู้กำกับ | Garry Marshall |
| นักแสดงหลัก | Jessica Alba และ Kathy Bates |
| ความยาวหนัง | 125 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2010 |
นอกจากบทที่เซอร์ไพร์สบอกเล่าเรื่องราวความรักหลาย 10 คู่ ไม่ว่าจะเป็น ความรักในวัยเรียน, ความรักในวัยทำงาน หรือคู่ที่กำลังอยู่ในช่วงคบหาดูใจกันในเมือง Los Angeles แล้ว เรื่องนี้ยังมีนักแสดงชั้นนำระดับโลกเยอะมาก อย่างเช่น Taylor Swift, Julia Roberts, Bradley Cooper, Jamie Foxx และอีกมากมาย เป็นการถ่ายทอดความสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบที่ไม่ว่าใครก็เข้าถึงและอินได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือสนุกใส่ความคอมเมดี้ลงไปดูแล้วไม่เครียดสร้างเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี เป็นการยำรวมที่เพอร์เฟกไม่ดูยัดเยียดแต่อย่างใด
19. เครซี่ ริช เอเชี่ยนส์ เหลี่ยมโบตัน (Crazy Rich Asians)
| ผู้กำกับ | Jon M. Chu |
| นักแสดงหลัก | Constance Wu และ Henry Golding |
| ความยาวหนัง | 121 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2018 |
‘Crazy Rich Asia’ ถ่ายทอดคู่รักชาวเอเชียในภาพยนตร์แนว Rom-Com ที่ทั้งโรแมนติกและชวนขำได้ในเวลาเดียวกัน โดยคู่รักในเรื่องนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง ‘Nick’ และ ‘Rachel’ ซึ่งการใช้ชีวิตในอเมริกาของทั้งสองคนนั้นค่อนข้างเรียบง่าย จนกระทั่งวันหนึ่ง ‘Rachel’ เพิ่งมารู้ความจริงว่าครอบครัวของ ‘Nick’ รวยมาก หลังจากต้องไปงานแต่งของเพื่อนเขาในประเทศสิงคโปร์ ความโชคร้ายของการเป็นแฟนคนหล่อและรวยระดับนั้นทำให้สาว ๆ จำนวนมากอิจฉาและไม่ชอบเธอเป็นอย่างมาก แต่หนักไปกว่านั้นคือแม่ของฝ่ายชายไม่ชอบเธอด้วยเช่นกัน ดังนั้นปัญหาในความสัมพันธ์จึงเกิดขึ้นและทั้งคู่ต้องหาทางออกในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ให้ได้
20. แผนรักฉบับซิ่ง ชิ่งให้ได้ใน 10 วัน (How to Lose A Guy In 10 Days)
| ผู้กำกับ | Donald Petrie |
| นักแสดงหลัก | Kate Hudson และ Matthew McConaughey |
| ความยาวหนัง | 118 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2003 |
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะโสดหรือมีแฟนในช่วงวันวาเลนไทน์ หนัง Rom-Com เรื่องนี้จะทำให้คุณหัวเราะและอินเลิฟไปกับตัวละครทั้ง 2 คนในเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอนครับ ถือเป็นหนังโรแมนซ์คอมเมดี้ที่สนุก สร้างเสียงหัวเราะ ทำให้เรากับแฟนรู้สึกเอ็นจอยไปได้ตลอด 2 ชั่วโมง รับรองว่าวาเลนไทน์ของคุณจะเป็นอะไรที่สนุกและน่าจดจำครับ