ที่ผ่านมาหากใครรู้สึกว่าทำไมเงินเก็บของตัวเองไม่เหลือสักบาท หรือทำไมเงินออมในบัญชีของตัวเองถึงไม่กระเตื้องขึ้นสักที อยากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน การอออมเงิน รวมไปถึงหาช่องทางในการสร้างรายได้ ในบทความนี้จะมาแนะนำ ‘วิธีออมเงินง่าย ๆ ให้รวย’ ที่จะช่วยให้มีเงินเก็บมากขึ้นกว่าเดิม เห็นเงินในบัญชีมีการขยับเพิ่มขึ้นเป็นกำลังใจในการออมเงินต่อไปในชีวิต
1. เลือกซื้อของลดราคา หลีกเลี่ยงการซื้อราคาเต็ม

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในหลาย ๆ ชิ้น ไม่ว่าจะเป็น ทีวี, เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ หรือแม้แต่เครื่องครัวเอง ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่ลดราคาบ่อยมาก ในทุกตัวจะมีการจัดโปรโมชันราคาถูกให้เราเลือกซื้อกันอยู่เสมอ เช่นในช่วงที่ Playstation 5 ออกมาใหม่ ๆ ราคาทีวีคุณภาพระดับ 4K หลายคนพยายามปรับลดราคาแข่งกันเพื่อให้คนได้ซื้อไปเล่นเกม รวมไปถึงในช่วงลดราคา FlashSale และโปรโมชันลดราคาวันเลขคู่ วันที่ 11 เดือน 11 หรือ วันที่ 6 เดือน 6 ราคาสินค้าอาจลดสูงสุดถึง 50% เลยทีเดียว ดังนั้นถ้าหากใครมีแพลนจะซื้อของอะไรพวกนี้แนะนำให้อดใจรอโปรโมชันในช่วงนี้จะดีกว่า เพราะแทนที่เราอาจจะต้องจ่าย 20,000 บาท แต่ถ้ารออีกแค่ 1 สัปดาห์ ราคาอาจลดเหลือเพียงแค่ 10,000 บาทนิด ๆ เลยทีเดียว เป็นการเซฟค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยละ
2. เลือกออมเงินให้ถูกบัญชี
ในทุกวันนี้หลาย ๆ ธนาคารมีดีลที่น่าสนใจเยอะมากเลยครับ สำหรับการเปิดบัญชีเงินออมและบัญชีฝากประจำ ซึ่งการแบ่งเงินออมเพื่อให้ได้รับดอกเบี้ยสูงสุดเป็นอะไรที่ง่าย ความเสี่ยงน้อย และทำให้เงินของเราเติบโตขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้มากมายอะไรแต่ก็ดีกว่าเก็บเงินไว้เฉย ๆ อย่างเช่น แอปพลิเคชัน Kept ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดถึง 2.22% ต่อปี ตั้งแต่บาทแรก หรือจะเป็นแอปพลิเคชัน Dime ของธนาคาร ซึ่งสามารถเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงถึง 3.00% ใน 1 หมื่นบาทแรก หากคุณเป็นคนจัดสรรปันส่วนคุณสามารถทำให้เงินงอกเงยขึ้นได้ไม่มากก็น้อยครับ
คำเตือน อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขของแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน ทั้งยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ ดังนั้นก่อนออมเงินต้องอ่านให้ละเอียดอย่างถี่ถ้วนและอัพเดทข่าวสารอยู่เสมอ
3. ฉลาดในการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า

หลายคนค่อนข้างมองข้ามในเรื่องนี้กันไป แต่หารู้ไม่ว่าในหลาย ๆ บ้านต้องดึงเงินเดือนและเงินเก็บส่วนหนึ่งเพื่อไปจ่ายค่าไฟ เพราะในทุกวันนี้อุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะมากจนนับด้วยนิ้วมือแทบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ทีวี, คอมพิวเตอร์, เครื่องซักผ้า, เครื่องอบผ้า, ตู้เย็น, เตารีด และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยวิธีหนึ่งที่อยากแนะนำมากคือการเลือกใช้ ‘Smart Plug’ เพราะอุปกรณ์นี้ช่วยประหยัดไฟให้กับเราได้ดีมาก
บางครั้งที่เราลืมถอดปลั๊กก่อนออกจากบ้าน หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างที่เสียบปลั๊กอยู่ตลอดเวลา เช่น ไมโครเวฟ, เครื่องทำกาแฟ หรือพัดลม บางครั้งแม้ว่าเราจะไม่ได้เปิดอุปกรณ์แต่ไฟฟ้าก็จะไหลเข้าไปอยู่ในอุปกรณ์ตลอดเวลาทำให้เสียค่าไฟโดยใช้เหตุ แต่ถ้าหากเรามี ‘Smart Plug’ เราสามารถควบคุมได้ผ่านแอปพลิเคชันเลยครับ แม้ว่าจะออกจากบ้านแล้วเราก็สามารถควบคุมผ่านระบบ WiFi ได้
4. ลดค่าใช้จ่ายรายเดือนบางอย่างที่ไม่จำเป็น
บิลค่าใช้จ่ายรายเดือนบางอย่างที่ไม่จำเป็นเราควรจะเคลียร์ออกให้หมดครับ อย่างเช่น พวกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชมซีรีส์และภาพยนตร์ รวมไปถึงสตรีมมิ่งฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็น Neflix, Youku, WeTV, iQIYI, Apple, Spotify หรือ Youtube Music บางคนมีแทบจะทุกอันเลยครับ ผมแนะนำให้เลือกที่ชอบที่สุดเพียงแค่ 1 อย่าง อย่างเช่นเลือก Netflix สำหรับดูหนัง หรือ Youtube Music สำหรับฟังเพลงเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องสมัครเอาไว้เยอะ ๆ บางครั้งอาจเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ เอาเงินส่วนนั้นเก็บไว้หรือซื้ออาหารอร่อยมารับประทานจะดีกว่า
5. ตั้งเป้าหมายว่าแต่ละเดือนจะเก็บเงินเท่าไหร่

การวางเป้าหมายว่าจะเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการออมเงินเลยครับ อย่างเช่น คุณมีเงินเดือน 20,000 บาท แล้วตั้งเป้าหมายว่าจะเก็บให้ได้อย่างน้อย 5,000 บาท ในสมองของเราจะคำนวนโดยอัตโนมัติว่าควรจะจัดการกับบิลค่าใช้จ่าย, ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ อย่างไรให้ไม่มากจนเกินไปและพอให้เราเหลือเงินเก็บตามเป้าหมาย ถือว่าเป็นการปรับนิสัยให้เราคิดก่อนจ่ายมากขึ้นโดยอัตโนมัติ
6. ปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นมือถือให้เหมาะกับตัวเอง
การเปลี่ยนโปรโมชันหรือแพ็คเกจมือถือสามารถช่วยให้เราประหยัดเงินได้เยอะมาก ๆ เลยครับ บางคนเลือกใช้แพ็คเกจแบบ Unlimited ที่ใช้อินเตอร์ 5G แบบไม่มีขีดจำกัด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แพ็คเกจเหล่านี้จะมีราคาเริ่มต้นค่อนข้างสูงตั้งแต่หลักพันเป็นต้นไป แต่ในความเป็นจริงแล้วหลายคนอาจไม่จำเป็นต้องเสียเงินเป็นพัน เพราะอย่าลืมว่าหลายบ้านมีอินเตอร์เน็ตบ้านและบางคนก็ไม่ค่อยออกจากบ้านสักเท่าไหร่ หรือถ้าออกก็จะอยู่ในออฟฟิศที่มีอินเตอร์เน็ตให้เล่นอยู่แล้ว ดังนั้นโปรมือถือแพง ๆ ไม่ได้สำคัญและเป็นการเสียเงินเปล่าซะด้วยซ้ำ เลือกแพ็คเกจเพียงแค่ 300 บาทต้น ๆ ก็โอเคแล้วเอาไว้เล่นโซเชียลและโทรนิดหน่อยในช่วงที่ต้องการ
7. อย่าเพิ่งรีบซื้อให้เวลาตัวเองคิดประมาณ 30 วัน

ส่วนใหญ่แล้วกิเลสของเราจะพลุกพล่านมากในช่วง 7 วันแรก เอาเป็นว่าถ้าอยากได้อะไรในตอนนั้นก็ต้องได้ แต่เมื่อซื้อมาแล้วผ่านไปสักระยะหนึ่งก็จะรู้สึกเสียดายเงินที่จ่ายไป เพราะรู้สึกว่าของที่ซื้อมาไม่ได้มีประโยชน์หรือจำเป็นต้องใช้ขนาดนั้น ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้เรามีทริกง่าย ๆ คือหลังจากรู้สึกว่าตัวเองอยากได้อะไรให้ถอยหลังมาสักหนึ่งก้าว ให้เวลาตัวเองได้คิดนานหน่อยสักประมาณ 30 วัน หรือจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ 1 – 2 วันหลังจากนั้น บางครั้งเราอาจเปลี่ยนความคิดได้และไม่เสียเงินหลักพัน หลักหมื่น หรือหลักแสนไปง่าย ๆ ครับ
8. หาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ นอกจากเงินเดือนประจำ
เคยได้ยินไหมครับว่าคนในทุกวันนี้ทำอาชีพเดียวไม่พอถ้าหากอยากจะมีเงินเก็บและความมั่นคงในชีวิต เพราะด้วยเศรษฐกิจของไทยในตอนนี้ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก ดังนั้นการทำงานเสริมหรืองานที่สองสำคัญมากในยุคนี้ โดยหากใครเป็นกราฟฟิกหรือ IT ก็สามารถรับงานเสริมเช่นการทำ Art Work ในวันหยุด หรือใครเก่งเรื่อง Code ก็อาจจะรับงานดูแลหลังบ้านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเป็นต้น เป็นการหาเงินอีกทางช่องทางหนึ่ง
9. ใช้จ่ายด้วยเงินสดและนำเอาเหรียญในบ้านมาใช้

ด้วยการจ่ายเงินที่ง่ายมากในยุคสมัยนี้ เพียงแค่หยิบมือถือของตัวเองออกมาและกดเข้าแอปพลิเคชัน เงินของคุณจะโอนซื้อของได้ภายในเวลาไม่เกิน 10 วินาที ซึ่งตรงนี้แหละเป็นเหตุผลว่าทำไมเงินจึงหายออกจากบัญชีไปได้ง่าย ๆ ทริกอย่างหนึ่งคือการถอนเงินออกจากบัญชีเพื่อจ่ายเป็นเงินสดแทน เพราะเราจะได้เห็นเงินในมือว่าเหลือมากเหลือน้อยแค่ไหน นอกจากนี้เหรียญที่หล่นอยู่ตามมุมห้องและบ้านของเราบางครั้งถ้านับอาจได้เงินหลักร้อยหรือหลักพันเลยแหละ เอาไปซื้อข้าวกินได้หลายมื้อประหยัดไปหลายวัน