ความหล่อความสวยและสุขภาพผิวหน้าที่ดีเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากให้มันอยู่กับเราไปนาน ๆ แม้ว่าเราจะไม่สามารถหยุดความแก่ของตัวเองได้ แต่อย่างน้อยการบำรุงที่ดีอย่างต่อเนื่องด้วยการลงทุนไปกับครีมหรือเซรัมดี ๆ ก็ช่วยชะลอและป้องกันไม่ให้ผิวหน้าของเราแก่ก่อนวัยได้ไม่มากก็น้อย
มีงานวิจัยหลายตัวที่แสดงให้เห็นว่าคนที่ดูแลหน้าอย่างสม่ำเสมอกับคนที่ปล่อยตัวไม่ทำอะไรทั้งสิ้น ความเด็กและริ้วรอยบนผิวหน้าแตกต่างกันอย่างชัดเจนจนน่าตกใจ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนทราบดีกันอยู่แล้วว่าการบำรุงหน้าดีและสำคัญอย่างไร แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่เพิ่งอยากจะเริ่มต้นดูแลตัวเองแล้วไม่รู้ว่าขั้นตอนการดูแลจะต้องเริ่มจากตรงไหน ดังนั้นในบทความนี้จะมาแนะนำ ‘สกินแคร์รูทีน’ (Skincare Routine) อย่างไรถึงจะถูกต้อง ทำให้ผิวหน้าแข็งแรง’ กันครับ
ควรเริ่มต้นดูแลผิวอย่างไรถึงจะถูกต้อง ?
การที่จะได้รับประโยชน์จากครีมบำรุงหน้าแบบเต็ม ๆ เราต้องทราบถึงการดูแลผิวหน้าในเบื้องต้นอย่างถูกต้องก่อน ซึ่งการดูแลทั้งหมดจะมี 3 ขั้นตอน ได้แก่
- ล้างทำความสะอาดผิวหน้า
- ทาสกินแคร์บำรุงผิว
- ลงมอยเจอร์ไรเซอร์
ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าการล้างหน้าและลงมอยเจอร์ไรเซอร์คืออะไร แต่ขั้นตอนที่ซับซ้อนอย่างการลงครีมบำรุงซึ่งมีหลายชนิด ตั้งกองพะเนินอยู่บนโต๊ะเครื่องสำอางค์ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี, เรตินอล, เอเอชเอ และอื่น ๆ หลายคนอาจจะไม่แน่ใจว่าควรลงอะไรก่อนและมีขั้นตอนการทาอย่างไร ผิวหน้าของเราจึงจะได้รับการบำรุงมากที่สุด ซึ่งในบทความนี้ผมจะมาให้คำตอบครับ
การดูแลผิวหน้าในตอนเช้า (Morning Routine)
1. ล้างหน้า
ขั้นตอนแรกของการดูแลผิวหน้าหลังจากตื่นนอนคือการล้างหน้า เพราะมันจะช่วยล้างสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินออกจากรูขุมขน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของความคล้ำบนผิวหน้า อย่างไรก็ดีการล้างหน้าที่บ่อยจนเกินไปก็ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกันเพราะอาจเกิดหน้าแห้ง ดังนั้นหากใครมีปัญหาหน้ามันมาก ๆ แนะนำให้ล้างเช้าและเย็น ส่วนใครหน้าแห้งก็ให้ล้างเฉพาะตอนเย็นส่วนตัวเช้าให้ล้างน้ำธรรมดา ทั้งนี้ผมมีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าให้เหมาะกับผิวหน้าของเราด้วยครับ

- ผิวหน้ามัน ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าในรูปแบบของโฟมและเจลค่อนข้างจะเหมาะผิวประเภทนี้ เพราะมันช่วยล้างความมันและสิ่งสกปรกออกไปได้ดี ยิ่งถ้ามีส่วนประกอบของ Niacinamide และ กรดซาลิไซลิก จะช่วยได้ดีขึ้นกว่าเดิม
- ผิวหน้าที่มีสิว แนะนำให้เลือกใช้โฟมที่มีส่วนประกอบอย่าง กรดซาลิไซลิก, กรดไกลโคลิก หรือเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ ที่ช่วยให้สิวบนหน้าของเราดีขึ้น
- ผิวหน้าแห้ง ให้มองหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าประเภท โลชัน, ครีม หรือบาล์ม รวมไปถึงมีส่วนประกอบที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชิ้น ไม่ว่าจะเป็น กลีเซอรอล, กรดไฮยาลูโรนิค หรือ เซราไมด์
- ผิวแพ้ง่าย แนะนำเป็น ‘ไมเซล่า วอเตอร์’ เพราะมันมีส่วนประกอบที่อ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งจนเกินไป
2. ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้า
โทนเนอร์เป็นสกินแคร์ชนิดหนึ่งที่ใช้หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้วในขั้นตอนแรก ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้วการใช้โทนเนอร์ไม่จำเป็นต้องใช้คอตตอนก็ได้ครับ สามารถใช้นิ้วมือของเราทาได้เพียงแต่ต้องมั่นใจว่ามือของเราสะอาดแล้ว โดยหน้าที่ของ ‘โทนเนอร์’ คือการทำความสะอาดผิวหน้าที่ยังหลงเหลืออยู่และมีส่วนประกอบในการบำรุงหน้าด้วยเช่นกัน

- ผิวหน้าที่มีสิว เลือกโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ อย่างเช่น กรดซาลิไซลิกหรือกรดแล็กทิก เพื่อทำให้เกิดการผลัดผิว
- ผิวหน้าแห้งหรือแพ้ง่าย แนะนำโทนเนอร์เติมน้ำให้ผิวและไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ รวมไปถึงกรดไฮยาลูโรนิคและกลีเซอรอล
- ผิวผสม ให้เลือกโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของ วิตามินซี, วิตามินอี และกรีนที เพราะไม่ทำลายผิวหน้าและป้องกันผิวหน้าโดยทำร้ายจากมลภาวะอีกด้วย
- ผิวหน้ามัน พยายามหาโทนเนอร์ที่ช่วยให้รูขุมขนกระชับอย่าง Niacinamide และ กรดซาลิไซลิก
3. ทาเซรั่ม
เซรั่มช่วยทั้งการบำรุงและปกป้องผิว ในหลาย ๆ แบรนด์ใส่ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องริ้วรอยและจุดด่างดำด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีอาจต้องเช็กก่อนเลือกใช้กันสักหน่อยเพราะเซรัมบางตัวเหมาะกับการใช้ตอนเช้า ในขณะที่บางตัวอาจเหมาะกับกลางคืนมากกว่า ฉะนั้นก่อนซื้อควรทำการบ้านให้ดี ทั้งนี้ส่วนประกอบที่นิยมใช้กันจะมี

- กรดไฮยาลูโรนิค ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นบนหน้า หากใครมีความหมองคล้ำบนผิวหน้าหรือหน้าแห้ง เซรัมที่มีไฮยาลูโรนิคช่วยได้
- เรตินอล เป็นส่วนผสมที่ทำให้เกิดการผลัดเซลล์บนผิวหน้า ทั้งยังกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนลดริ้วรอยและจุดด่างดำ แต่เรตินอลต้องใช้ตอนกลางคืนเท่านั้นเพราะมันทำให้ผิวไวต่อแสง อีกทั้งต้องทามอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อป้องกันผิวแห้งด้วย
- ไนอะซินาไมด์ ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดความอักเสบบนใบหน้า
4. อายครีม

อายครีมจะไม่เหมือนกับครีมบำรุงผิวหน้าครับ เพราะตัวครีมทำออกมาไว้ใช้บริเวณรอบดวงตาเท่านั้น ทั้งนี้ต้องบอกว่าผิวบริเวณนี้จะแก่เร็วกว่าบริเวณอื่น หากใครกำลังกังวลเรื่องริ้วรอย, ความไม่เฟิร์มของผิว และริ้วรอยร่องตื้น แนะนำให้ใช้อายครีมครับ โดยไนอะซินาไมด์, วิตามินเค และวิตามินซีสามารถช่วยเรื่องรอยคล้ำใต้ดวงตา ส่วนเปปไทด์และเรตินอลเหมาะสำหรับคนที่มีริ้วรอยครับ
5. ทามอยเจอร์ไรเซอร์

มอยเจอร์ไรเซอร์จะเข้าไปช่วยเพิ่มความนุ่มและความชุ่มชื้นให้กับผิว ขั้นตอนนี้สำคัญมากไม่ว่าคุณจะมีผิวหน้าแบบไหนก็จำเป็นต้องทามอยเจอร์ไรเซอร์ แต่ในคนผิวหน้ามันอาจจะทาน้อย ๆ ในช่วงกลางวันเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าเหนอะหนะและมันจนเกินไป ถ้าให้ดีควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์และกรดไฮยาลูโรนิคเพื่อให้ความชุ่มชื้นคงอยู่นานขึ้น
6. ครีมกันแดด

ขั้นตอนสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือการลง ‘ครีมกันแดด’ ไม่ว่าจะผิวหน้าแบบไหนหรืออายุเท่าไหร่ ห้ามละเลยกับการทาครีมกันแดดโดยเด็ดขาด เพราะแดดน่ากลัวกว่าที่เราคิด นอกจากทำร้ายผิวหน้าแล้วยังทำให้หน้าแก่เร็วขึ้นและอาจส่งผลต่อการเป็นโรคมะเร็งด้วยเช่นกัน ดังนั้นไอเทมที่ต้องมีติดตัวคือครีมกันแดด SPF30 ขึ้นไป แต่สำหรับประเทศไทยให้ดีควร SPF50+++ ทั้งนี้ควรทาก่อนออกจากบ้าน 15 นาทีและทาทุก 2 ชั่วโมงหากจำเป็นต้องอยู่ท่ามกลางแดดจ้า
การดูแลผิวหน้าในตอนกลางคืน (Night Routine)
การที่ตอนกลางคืนไม่มีแดดไม่ได้หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องทาครีมหรือบำรุงผิว แต่ในความเป็นจริงแล้วกลางคืนนี่ละครับเหมาะกับการบำรุงสุด ๆ เพราะมลภาวะน้อยและช่วยฮีลหน้าของเราหลังจากโดนทำร้ายมาตลอดทั้งวัน

-
ล้างหน้า
กลับจากเรียนหรือทำงานเราควรจะต้องรีบล้างหน้าเพื่อเคลียร์สิ่งสกปรกโดยทันที โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่แต่งหน้า เพราะถ้าหากปล่อยเอาไว้โดยไม่ล้างให้สะอาดปัญหาที่จะตามมาคือการอุดตันจนหน้าเริ่มเป็นสิว ดังนั้นขั้นตอนสำคัญมากในตอนกลางคืน ควรล้างให้ครบทุกจุดทั้งหน้าผาก, หน้าแก้ม, ซอกจมูก, คาง และกรอบหน้า ไม่ให้สิ่งสกปรกหลงเหลืออยู่
-
เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์
ขั้นตอนนี้ให้ทำเหมือนกับ Morning Routine เลยครับ โดยให้ทาหลังจากล้างหน้าเสร็จก่อนจะลงเซรัมและมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้การซึมลงเซลล์ผิวดีขึ้นกว่าเดิม
-
ทาเซรัม
ช่วงเวลากลางคืนเหมาะมากสำหรับการใช้เซรัมในตระกูลผลัดเซลล์ผิว อย่างเช่น เรตินอล, กรดไกลโคลิก และเอเอชเอ เพื่อช่วยให้ผิวหน้าแลดูสว่างและนุ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยเรื่องจุดด่างดำด้วยครับ
-
อายครีม
อายครีมไม่จำเป็นต้องทาเยอะเหมือนกับเซรัมหรือครีมบำรุงหน้า เพียงแค่ดอทครีมลงไปเป็นจุด ๆ และใช้นิ้วแตะ ๆ ให้ซึมลงไปในผิวก็พอแล้วครับ ทั้งนี้อายครีมอาจใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะเห็นผล แต่ถ้าบำรุงไปพร้อมกับการทาครีมหน้าคนที่ใช้อายครีมจะเห็นว่าสุขภาพผิวดีขึ้นมากกว่าคนที่บำรุงหน้าเพียงอย่างเดียว
-
ทาครีมบำรุงผิวหน้า
มอยเจอร์ไรเซอร์สำคัญมากในตอนกลางคืน เพราะมันจะเคลือบผิวของเราให้ชุ่มชื้นตลอดทั้งคืน ยิ่งใครที่นอนในห้องแอร์การทามอยเจอร์ไรเซอร์ถือว่าสำคัญมาก นอกจากนี้สามารถลงครีมในตระกูล Anti-Aging และครีมบำรุงต่าง ๆ ที่ช่วยคงความชุ่มชื้นของผิวของเราได้เพิ่มเติมครับ