หลังจากประกาศรายชื่อผู้เข้าชิง Oscar 2024 เชื่อว่าคงมีหลายคนที่ดีใจและหลายคนที่เสียใจกับรายชื่อดังกล่าว อย่างไรก็ดีสาขาที่คนให้ความสนใจเป็นอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้น ‘Best Picture’ หรือ ‘สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม’ เพราะการได้เข้าไปชิงในสาขานี้ไม่ใช่เรื่องง่ายการที่มีชื่อเข้าไปชิงหมายความว่าภาพยนตร์นั้นต้องมีคุณภาพทั้งการผลิต, นักแสดง, โปรดักชัน หรือแม้แต่เสื้อผ้าก็ต้องทำออกมาอย่างดีเยี่ยม ดังนั้นคนไหนที่กำลังจะตามไปดูว่ามีภาพยนตร์เรื่องอะไรบ้าง วันนี้ผมมี ‘เรื่องย่อและรายละเอียดภาพยนตร์ที่เข้าชิง Oscar 2024’ มาให้ทุกคนได้ไปตามชมกันครับ
1. American Fiction
| ผู้กำกับ | Cord Jefferson |
| นักแสดงหลัก | Jeffrey Wright, Tracee Ellis Ross, John Ortiz, Erika Alexander, Leslie Uggams, Adam Brody, Issa Rae และ Sterling K. Brown |
| ความยาวหนัง | 117 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
‘American Fiction’ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ถูกจับตามองว่ามีโอกาสในการเข้าชิง Oscar มาตั้งแต่ในปีก่อน ซึ่งก็เป็นไปตามการคาดการณ์ เพราะเรื่องนี้ได้เข้าชิงในสาขา Best Picture เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังเข้าชิง Golden Globes และคว้ารางวัล People’s Choice Award ด้วยเช่นกัน
เรื่องย่อ
ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งนามว่า ‘Thelonious ‘Monk’ Ellison’ รู้สึกไม่พอใจกับความหน้าไหว้หลังหลอกของสื่อมวลชนและนักเขียนที่อยู่ในวงการหนังสือ ดังนั้นเขาจึงพยายามจะแฉเบื้องลึกเบื้องหลังของวงการนี้ด้วยการเขียนหนังสือที่ชื่อว่า ‘My Pafology’ เพื่อบอกความจริงแก่ประชาชน โดยหลังจากหนังสือได้วางขายหนังสือเล่มนี้ก็ดังแบบฉุดไม่อยู่ แน่นอนว่าการแฉความจริงในครั้งนี้ทำให้นักเขียนหลายคนได้รับผลกระทบ และพร้อมจะจัดการศาสตาจารย์ให้ออกจากวงการหนังสือ แน่นอนว่าความบาดหมางในครั้งนี้ทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่น่ากลัวและไม่มีใครอยากจะเข้าไปในจุด ๆ นั้น
2. Anatomy of a Fall
| ผู้กำกับ | Justine Triet |
| นักแสดงหลัก | Sandra Hüller, Swann Arlaud, Milo Machado Graner, Antoine Reinartz,Samuel Theis, Jehnny Beth, Saadia Bentaieb, Camille Rutherford, Anne Rotger และ Sophie Fillières |
| ความยาวหนัง | 152 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
หลังจากภาพยนตร์เรื่อง ‘Anatomy of a Fall’ ได้ถูกปล่อยในเทศกาลหนัง ‘the 76th Cannes Film Festival’ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นที่พูดถึงอย่างหนาหู จนคะแนนจากผู้ชมใน Rotten Tomatoes ขึ้นไปสูงถึง 96% เรียกได้ว่าเป็นลูกรักของนักวิจารณ์หนังหลายคนเลยทีเดียว และแน่นอนว่า ‘Anatomy of a Fall’ ก็เป็นหนึ่งในรายชื่อสำคัญที่ทุกคนพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าจะได้เข้าชิงสาขา Best Picture ใน Oscar 2024 อย่างแน่นอน
เรื่องย่อ
มีครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วย พ่อ, แม่ และลูก อาศัยอยู่ในแถบชนบทที่มีหิมะปกคลุมหนา ด้วยความหนาวเย็นและห่างไกลจากเมืองค่อนข้างมาก ทำให้มีเพียงครอบครัวนี้เท่านั้นที่อาศัยในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่ลูกซึ่งเป็นผู้พิการมองเห็นได้ด้วยตาเพียงข้างเดียวพบเข้ากับศพของพ่อตัวเองที่นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณบ้าน ดังนั้นเขาจึงเรียกแม่ของตัวเองให้เข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ พร้อมกับเรียกตำรวจให้เขามาสอบสวนหาสาเหตุการตายในครั้งนี้ แน่นอนว่าตำรวจพุ่งเป้าไปยังผู้เป็นแม่เนื่องจากในบริเวณนี้ไม่มีครอบครัวอื่น อีกทั้งเด็กคงไม่สามารถจะฆาตรกรรมผู้ใหญ่ซึ่งเป็นพ่อของตัวเองได้ นอกจากนี้ด้วยพ่อและแม่มีปัญหาเรื่องของการนอกใจและทะเลาะกันบ่อยครั้ง ดังนั้นการรอดในคดีครั้งนี้คดีพยานปากสำคัญจากลูกชายที่มองเห็นได้เพียงแค่ข้างเดียว รวมไปถึงพยานวัตถุอื่น ๆ ซึ่งผู้เป็นแม่จะต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาลเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเอง
3. Barbie
| ผู้กำกับ | Greta Gerwig |
| นักแสดงหลัก | Margot Robbie, Ryan Gosling, America Ferrera, Kate McKinnon, Issa Rae, Rhea Perlman และ Will Ferrell |
| ความยาวหนัง | 114 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
นอกจากจะประสบความสำเร็จในการเข้าชิง Oscar 2024 แล้ว ‘Barbie’ ยังกลายเป็นหนังที่ทำยอดขายติดอันดับ Box Office โดยสามารถกวาดรายได้ทั่วโลกกว่า 1,446 ล้านดอลล่าร์ (ประมาณ 43,380 ล้านบาท) เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทั้งผลรางวัลและรายได้อันมหาศาลในปี 2023 อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัล Golden Globes มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์อีกด้วย
เรื่องย่อ
ในโลกของตุ๊กตา ‘บาร์บี้ แลนด์’ ถือเป็นเมืองหนึ่งที่เป็นการรวมตัวของบาร์บี้ทุกเวอร์ชัน ไม่ว่าจะเป็น บาร์บี้พิมพ์นิยม, บาร์บี้เอเชีย หรือบาร์บี้ผิวดำ ทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุขในโลกสีชมพูแสนสวย แต่แล้ววันหนึ่งบาร์บี้พิมพ์นิยมก็เริ่มเปลี่ยนไป เพราะน้ำที่เคยเย็นก็เริ่มอุ่น เท้าที่เคยโค้งสวยก็กลับกลายเป็นแบนอย่างน่าตกใจ ความสนุกในอดีตก็กลับกลายเป็นความเศร้าหมอง ชนิดที่ตัวบาร์บี้เองยังแอบคิดถึงเรื่องความตาย ดังนั้นเมื่อเหล่าบาร์บี้ตัวอื่น ๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จึงพยายามจะช่วยกันหาหนทางเพื่อแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ซึ่งคำแนะนำจากบาร์บี้เพี้ยนคือการให้บาร์บี้พิมพ์นิยมเข้าไปในโลกมนุษย์และหาคำตอบของเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
4. The Holdovers
| ผู้กำกับ | Alexander Payne |
| นักแสดงหลัก | Paul Giamatti, Da’Vine Joy Randolph และ Dominic Sessa |
| ความยาวหนัง | 133 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
‘The Holdovers’ อาจไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่กับเข้าชิง Oscar ในปี 2024 เพราะผู้กำกับอย่าง ‘Alexander Payne’ เคยกำกับหนังเรื่อง ‘The Descendants’ ซึ่งเข้าชิง Best Picture ในปี 2012 มาแล้ว นอกจากนี้ยังคว้ารางวัล Oscar มาแล้วถึง 2 รางวัล ซึ่งแน่นอนว่า ‘The Holdovers’ เป็นคู่แข่งคนสำคัญในการคว้ารางวัลปีนี้
เรื่องย่อ
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่ออาจารย์ ‘พอล ฮันแฮม’ จำเป็นต้องอยู่ดูแลนักเรียนที่ไม่ได้กลับบ้านในช่วงคริสต์มาส ซึ่งเด็กนักเรียนคนที่ว่าคือ ‘แองกัส’ ที่ถือว่าเป็นจี๊ดของโรงเรียน สร้างวีรกรรมเอาไว้มากมายจนเกือบจะโดนไล่ออกอยู่หลายครั้ง โดยนอกจากคุณครูพอลแล้วยังมีหัวหน้าแม่บ้าน ‘แมรี’ คอยดูแลในช่วงวันหยุดเทศกาล ทั้งนี้ความปั่นป่วนไม่ได้มีเพียงแค่ความบาดหมางระหว่างอาจารย์และนักเรียนเท่านั้น แต่ยังเจออุปสรรคของพายุหิมะที่ถล่มอย่างหนัก ทำให้แทนที่จะต้องทะเลาะกันกลับกลายมาเป็นต้องสามัคคีเพื่อฝ่าฟันความยากลำบากนี้ไปให้ได้
5. Killers of the Flower Moon
| ผู้กำกับ | Martin Scorsese |
| นักแสดงหลัก | Leonardo DiCaprio, Robert De Niro และ Lily Gladstone |
| ความยาวหนัง | 206 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
‘Killers of the Flower Moon’ ได้รับการกำกับโดย ‘Martin Scorsese’ ผู้ที่อยู่ในวงการภาพยนตร์มานานหลายสิบปี ผลงานของมาร์ตินถือว่าไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เพราะภาพยนตร์ที่เขากำกับเคยได้รับเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัล Oscar มาแล้วหลายครั้ง แต่สำหรับ ‘Killers of the Flower Moon’ ถือว่าเป็นผลงานระดับ Masterpiece ที่พอจะมีลุ้นคว้ารางวัลได้ในปีนี้
เรื่องย่อ
‘Killers of the Flower Moon’ เล่าจากเรื่องจริงในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่เผ่าโอเสจเริ่มมีความร่ำรวยและความมั่งคั่งในชีวิต เนื่องจากขุดพบน้ำมันในพื้นที่ของตัวเอง ด้วยความรวยซึ่งไปเข้าตากับชาวผิวขาวการรุกรานเพื่อครอบครองขุมสมบัติจึงเกิดขึ้น ในแต่ละวันชาวโอเสจจะต้องเสียชีวิตจากการโดนลอบฆ่าและปล้นชิงทรัพย์ แต่แล้วความรักที่ไม่น่าเป็นไปได้ก็เกิดขึ้นกับคู่ระหว่างชาวผิวขาว ‘เออร์เนสต์ เบิร์กฮาร์ต’ และ ‘มอลลี่ ไคล’ ซึ่งเป็นชาวเผ่าโอเสจ ดังนั้นเรื่องราวความปั่นป่วนจึงเกิดขึ้นในความรักครั้งนี้
6. Maestro
| ผู้กำกับ | Bradley Cooper |
| นักแสดงหลัก | Carey Mulligan และ Bradley Cooper |
| ความยาวหนัง | 129 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
‘Maestro’ เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่ทาง ‘Bradley Cooper’ รับหน้าที่ทั้งการเป็นผู้กำกับและนักแสดงหลัก ซึ่งแน่นอนว่าฝีมือทางด้านภาพยนตร์ของเขาไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว ทำให้ ‘Maestro’ เข้าชิงรางวัล Oscar ถึง 7 รางวัล พ่วงด้วยรางวัลในสาขาใหญ่อย่าง ‘Best Picture’ อีกด้วย
เรื่องย่อ
ย้อนอดีตกลับไปในช่วงปี 1946 ‘ลีโอนาร์ด เบิร์นสไตน์’ และ ‘เฟลิเซีย มอนเทเลกรา โคห์น’ ได้พบรักกัน โดยทางด้านของลีโอนาร์ดมีอาชีพเป็นนักดนตรีคลาสสิก ในขณะที่เฟลิเซียเป็นดวงดาวแห่งบอร์ดเวย์ ความรักของทั้งคู่นั้นยั่งยืนมานานกว่า 30 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คนและหมั้นหมายมาแล้วกว่า 2 ครั้ง โดยหนังเรื่องนี้จะเล่าถึงชีวประวัติของทั้งคู่ว่ากว่าจะประสบสำเร็จทางด้านดนตรีต้องผ่านอุปสรรคอะไรบ้าง มีได้การจัดการลำดับความสำคัญในชีวิตอย่างไร
7. Oppenheimer
| ผู้กำกับ | Christopher Nolan |
| นักแสดงหลัก | Cillian Murphy, Emily Blunt, Matt Damon, Robert Downey Jr., Florence Pugh,Josh Hartnett, Casey Affleck, Rami Malek และ Kenneth Branagh |
| ความยาวหนัง | 181 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ ‘Oppenheimer’ เป็นภาพยนตร์ที่หลายคนยกให้เป็นอันดับ 1 ที่มีโอกาสคว้า Oscar ปี 2024 เพราะก่อนหน้านี้ ‘Oppenheimer’ ได้รับรางวัลในสาขา ‘Best Motion Picture – Drama’ มาจาก Golden Globe แล้ว ส่วนรางวัล Oscar ในปีนี้ก็มีชื่อเข้าชิงกว่า 13 รางวัล ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์ตัวตึงของปี 2024 เลยทีเดียว
เรื่องย่อ
เริ่มต้นจากนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกานามว่า ‘เจ.โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์’ มีโครงการในการสร้างระเบิดปรมาณูเพื่อใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในการหยุดความวุ่นวายของโลกใบนี้ แม้ว่าตัวเขาจะเป็นคนมีความสามารถถือได้ว่าเป็นนักฟิสิกส์คนเก่งระดับโลก แต่หลายคนก็มองข้ามความเก่งของเขาไป แต่ท้ายที่สุดเขานี่แหละคือคนที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้
8. Past Lives
| ผู้กำกับ | Celine Song |
| นักแสดงหลัก | Greta Lee, Teo Yoo และ John Magaro |
| ความยาวหนัง | 106 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
‘Past Lives’ มาในสายโรแมนติกดราม่าที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนดูพอสมควร แม้ว่าในแง่ของรางวัล ‘Past Lives’ อาจจะดูสู้ภาพยนตร์เรื่องอื่นค่อนข้างยาก แต่คะแนนจากนักวิจารณ์ถือได้ว่าดีมาก ๆ เพราะในเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ได้คะแนนสูงถึง 98% และเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับคำวิจารณ์ดีเป็นอันดับหนึ่งของปี 2023
เรื่องย่อ
ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘แฮซอง’ และ ‘นอร่า’ ที่ในอดีตเคยเป็นเพื่อนกันในช่วงวัยเด็ก แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องอยู่ห่างไกลกันเมื่อครอบครัวของ ‘นอร่า’ ต้องย้ายถิ่นฐานจากเกาหลีไปอยู่ในรัฐนิวยอร์กประเทศอเมริกา แต่แล้วโชคชะตาก็ทำให้ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง และในครั้งนี้พิเศษกว่าตรงที่ความรักของเพื่อนเริ่มเติบโตและเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นคนรักในที่สุด
9. Poor Things
| ผู้กำกับ | Yorgos Lanthimos |
| นักแสดงหลัก | Emma Stonem Mark Ruffalo, Willem Dafoe, Ramy Youssef, Christopher Abbott และ Jerrod Carmichael |
| ความยาวหนัง | 142 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
ความปังของ ‘Poor Things’ คือการที่ภาพยนตร์ไม่ได้เข้าชิงในสาขาการผลิตหรือถ่ายทำเท่านั้น แต่นักแสดงในเรื่องก็หลั่งไหลกันเข้าชิงเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็น ‘Emma Stone’ ที่เข้าชิงออสการ์ในสาขา ‘นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม’ และทางด้านของ ‘Mark Ruffalo’ ก็ได้เข้าชิง ‘สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม’ อีกด้วย ยังไม่นับรวมกับรางวัลอื่น ๆ ที่เข้าชิงไปกว่า 11 รางวัล ซึ่งหลายคนคาดว่า ‘Poor Things’ อาจเป็นคู่แข่งตัวสำคัญของ ‘Oppenheimer’ ในการเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี
เรื่องย่อ
‘เบลลา’ หญิงสาวคนหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ได้กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งจากนักวิทยาศาสตร์คนเก่งอย่าง ‘ดร.กูดวิน’ แม้ว่าจะฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งแต่ ‘เบลลา’ ก็ต้องอยู่ที่กรอบของ ‘ดร.กูดวิน’ ทำให้เธอรู้สึกเบื่อและไม่มีความสุข ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจหนีเพื่อไปท่องโลกกว้างซึ่งได้รับการช่วยเหลือจาก ‘ดันแคน’ ทนายหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ อย่างไรก็ดีการเดินทางท่องโลกครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเธออย่างเดียว แต่เธอต้องการความเท่าเทียมและอิสระให้แก่โลกใบนี้ด้วยเช่นกัน
10. The Zone of Interest
| ผู้กำกับ | Jonathan Glazer |
| นักแสดงหลัก | Christian Friedel และ Sandra Hüller |
| ความยาวหนัง | 105 นาที |
| ปีที่ฉาย | 2023 |
‘The Zone of Interest’ ถือว่าเป็นการกลับมาแบบยิ่งใหญ่ ‘Jonathan Glazer’ ผู้กำกับคนเก่งของวงการฮอลลีวูดที่ห่างหายไปนานนับทศวรรษ ซึ่งการกลับมากำกับในครั้งนี้ถือว่าสมศักดิ์ศรีมากเพราะสามารถนำภาพยนตร์ของตัวเองเข้าชิงรางวัล Oscar 2024 ได้สำเร็จ โดยเรื่องนี้อ้างอิงมาจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2
เรื่องย่อ
‘รูดอล์ฟ ฮอสส์’ ต้องการสร้างครอบครัวของตัวเองให้สมบูรณ์แบบตามสิ่งที่ตัวเองวาดฝันไว้ แต่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่นักเพราะความรักครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะเดียวกันเขาเองก็เป็น ผู้บัญชาการค่าย Auschwitz หรือสถานกักกันชาวยิวสุดโหดที่เป็นฝันร้ายของชาวยิวทุกคน