โน้ตบุ๊ค รุ่นไหนดี ? เป็นคำถามที่ยากมากๆ สำหรับมือใหม่ทุกคน ที่ไม่ค่อยได้สันทัดในเรื่องเทคโนโลยี เพราะทั้งโน้ตบุ๊ค และคอมพิวเตอร์ ต่างก็มีรายละเอียดที่เยอะมาก แถมแต่ละรุ่นก็มีข้อดี-ข้อเสียคละกันไป บวกกับตัวเลือกในท้องตลาด ที่มีทุกระดับราคา ทำให้หลายๆ คนรู้สึกสับสนจนเลือกไม่ถูก ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะกับตัวเองที่สุดได้ง่ายขึ้น เราขอมาแนะนำ วิธีการเลือกซื้อโน้ตบุ๊ค (Notebook) แบบคร่าวๆ มาดูกันว่า สเปกที่สำคัญๆ มีอะไรบ้าง? อ่านยังไง?
ปัจจัยที่สำคัญในการเลือกซื้อ โน้ตบุ๊คฉบับมือใหม่
1. CPU (Central Processing Unit)
CPU คือ ตัวที่ใช้ประมวลผลการทำงานโดยรวมของตัวเครื่อง เปรียบเสมือนสมองของคนเรานั่นแหละครับ ถ้าหากใช้ CPU แรงๆ ตัวเครื่องโดยรวมก็จะแรงขึ้นด้วย โดยในปัจจุบัน CPU มีอยู่ 2 ค่าย ได้แก่ Intel ที่มีซีรีส์ยอดนิยมคือ Core i3/ i5/ i7/ i9 และค่าย AMD ที่มีซีรีส์ยอดนิยมคือ Ryzen 3/ 5/ 7/ 9 ซึ่งทั้งคู่เป็นการไล่ระดับความแรงไว้อยู่แล้ว ดังนั้นวิธีเลือกง่ายๆ คือ ดูจากระดับของมัน ถ้างบน้อยก็ต้องเลือก Core i3/ Ryzen 3 แต่ถ้าต้องการความแรงก็ต้อง Core i7 / Ryzen 7 เป็นต้น

แต่ถ้าแอดวานซ์ขึ้นมาหน่อย เราขอแนะนำให้คุณดูชุดตัวเลขที่ต่อท้ายด้วย อย่าง Ryzen 5 5600H กับ Ryzen 5 7535HS หรือ Core i5-11300H กับ Core i5-13420H ซึ่งถึงแม้ทั้ง 2 ตัวอย่างจะเป็น Ryzen 5 และ Core i5 เหมือนกัน แต่มีความแรงจะต่างกัน สังเกตจากตัวเลขที่ขีดเส้นใต้ ซึ่งมันจะบ่งบอกถึงเจนเนอเรชั่น CPU สรุปง่ายๆ คือ ตัวเลขยิ่งสูง = ยิ่งแรง ดังนั้นในการซื้อโน้ตบุ๊คแนะนำให้เลือก CPU ที่มีตัวเลขสูงๆ ไว้ก่อน แต่นั่นก็ต้องแลกกับราคาที่สูงขึ้นด้วย
2. GPU (Graphics Processing Unit)
GPU เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่ประมวลผลด้านกราฟิกโดยเฉพาะ เปรียบเสมือนเป็นแว่นตาของคนเรา ซึ่งถ้าเราสวมใส่แว่นตาดีๆ เราก็จะมองเห็นได้ชัดขึ้น คอมพิวเตอร์ก็เหมือนกันครับ ซึ่ง CPU ส่วนใหญ่จะมี iGPU หรือที่เราเรียกว่า การ์ดจอออนบอร์ดในตัวอยู่แล้ว แต่ข้อจำกัดต่างๆ มันจึงตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป เน้นกราฟิกในระดับพื้นฐานเท่านั้น แต่ถ้าคุณต้องการจะใช้งานกราฟิกหนักๆ อย่างเช่น การตัดต่อวิดีโอ หรือใช้เล่นเกม การ์ดจอ dGPU หรือการ์ดจอแยกก็จะเหมาะกว่าเพราะมีการประมวลผลที่ดี และระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพกว่า
3. พื้นที่เก็บข้อมูล SDD (Solid State Drive)
ทุกวันนี้โน้ตบุ๊คส่วนใหญ่จะใช้ SSD เป็นพื้นฐานหมดแล้ว เพราะทำงานได้เร็วกว่า HDD แบบเก่ามาก ดังนั้นวิธีการเลือกแนะนำให้เลือกความจุที่เหมาะกับปริมาณข้อมูลของคุณ ถ้าเน้นทำงานเอกสาร มีข้อมูลไม่มาก ความจุ 256GB ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งจะมีราคาประหยัดกว่า แต่ถ้าคุณต้องการใช้โปรแกรมที่หลากหลาย แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีความจุ 512GB ขึ้นไป โดยคุณสามารถใช้คู่กับ ฮาร์ดดิสก์แบบพกพา หรือแฟลชไดร์ฟแทนได้
4. RAM (Random Access Memory)

RAM ก็คือหน่วยความจำเสมือน ทำหน้าที่จดจำการทำงานของต่างๆ แบบชั่วคราว โดยเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง SSD กับ CPU ซึ่งเมื่อคุณเปิดคอมขึ้นมา เริ่มแรก RAM จะว่างเปล่า เมื่อคุณเปิดโปรแกรม CPU จะไปดึงข้อมูลมาจาก SSD มาเก็บใน RAM และเปิดโปรแกรมขึ้นมา (นี่ก็คือสาเหตุที่การเปิดโปรแกรมในครั้งแรกช้า) แต่เมื่อคุณปิดแล้วเปิดขึ้นมาใหม่ CPU จะดึงข้อมูลจาก RAM แทน ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น เพราะฉะนั้นหากคุณรู้ตัวว่า คุณชอบเปิดโปรแกรมเยอะๆ เปิดเบราเซอร์หลายๆ แท็บ RAM ความจุสูงๆ จะมีประโยชน์มาก ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น แนะนำให้เลือก 8GB เป็นอย่างน้อย
5. น้ำหนักและขนาดเครื่อง
ส่วนน้ำหนัก และขนาดของเครื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ ถ้าหากคุณต้องการพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วย ถ้ายิ่งมีขนาดที่เล็ก กะทัดรัด และน้ำหนักเบา แน่นอนครับว่า มันย่อมส่งผลให้คุณสามารถพกพาได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่คุณก็ต้องแลกกับหน้าจอที่เล็กลง พื้นที่การทำงานที่น้อย คีย์บอร์ดไม่มีนัมแพด และอื่น ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คุณก็ต้องชั่งน้ำหนักดูครับว่า อะไรสำคัญกับคุณมากกว่ากัน