ในปัจจุบันเราสามารถแบ่งประเภทคีย์บอร์ดโดยใช้เกณฑ์ต่าง ๆ ได้มากมายครับ แต่เกณฑ์การแบ่งประเภทที่เป็นมาตรฐาน และได้รับความนิยมก็คือ แบ่งตามกลไกของปุ่มกด ครับ เนื่องจากแต่ละแบบมีประสิทธิภาพ สัมผัสการพิมพ์ และราคาที่ต่างกันพอสมควรเลย ดังนั้นขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนแล้วล่ะครับว่า จะเหมาะกับ ปุ่มกด หรือสวิตซ์ แบบใด ? เดี๋ยวบทความนี้เราไปหาคำตอบกันครับ
ประเภทของคีย์บอร์ด แบ่งตามกลไกปุ่มกด
โดยถ้าหากเราแบ่ง คีย์บอร์ดตามกลไกของปุ่มกด ทุกวันนี้เราสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
1. คีย์บอร์ดปุ่มยาง (Rubber Dome หรือ Membrane Keyboard)

ประเภทแรกคือ คีย์บอร์ดปุ่มยาง ซึ่งจะมีราคาถูกที่สุด เพราะผลิตง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน โดยใต้ปุ่มจะมียาง ลักษณะเป็นโดมที่เรียกว่า Rubber Dome ส่วนใหญ่มักจะเจอในคีย์บอร์ดราคาประหยัด หรือคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊คครับ ซึ่งทุกคนต้องเคยได้ใช้ผ่านมือมาอยู่แล้ว ซึ่งข้อดีของปุ่มยางคือ การกดที่นุ่มนวล เสียงเงียบ และราคาถูก ส่วนข้อเสียคือ ความทนทานต่ำ (กดได้ไม่กี่ล้านครั้ง) และตอบสนองค่อนข้างช้า ทำให้เวลาพิมพ์เร็ว ๆ จะมีปัญหา
2. คีย์บอร์ดปุ่มกลไก (Mechanical Keyboard)

คีย์บอร์ดแมคคานิคอล เป็นแบบที่ดีที่สุด และแพงที่สุด ณ ตอนนี้ครับ โดยใต้ปุ่มจะใช้กลไกที่มีสปริงอยู่ภายในในการทำงาน ทำให้สามารถออกแบบจังหวะการกด น้ำหนัก และเสียงได้ แมคคานิคอลจึงมีแยกย่อยลงไปอีก เช่น Blue Switch, Red Switch, Brown Switch, Black Switch และผู้ผลิตอีกหลาย ๆ เจ้าก็มีชื่อเรียกต่างกัน ซึ่งแต่ละตัวจึงมีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน ดังนั้นหากคุณต้องการตีย์บอร์ดที่เข้ากับมือที่สุดต้องไปดูว่า Switch แต่ละสีมีสัมผัสการกดเป็นอย่างไร ? ซึ่งข้อดีที่ได้แน่ ๆ นั่นก็คือ สัมผัสในการพิมพ์ที่สนุก ตอบสนองที่รวดเร็ว มันจึงตอบโจทย์การพิมพ์แบบเร็ว ๆ มาก และมีความทนทานสูง (รองรับการกดได้หลายสิบล้านครั้ง)
3. คีย์บอร์ดกึ่งกลไก (Semi-Mechanical Keyboard)
ตามชื่อเลยครับ คีย์บอร์ดกึ่งกลไก เป็นการนำเอา 2 แบบแรกมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ได้สัมผัสและเสียงที่ใกล้เคียงกับแบบ Mechanical แต่มาในราคาที่ประหยัดกว่า ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีรูปแบบเป็นของตัวเองครับ ทำให้มีข้อดี-ข้อเสียต่างกันไป อย่างรุ่น ก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบสนองได้ไวกว่าปุ่มยางทั่วไปถึง 4 เท่า ดังนั้นใครที่ไม่ชอบสัมผัสการกดของปุ่ม Mechanical คีย์บอร์ดกึ่งกลไกก็จะเหมาะกับคุณ