คำแนะนำในการป้อนนมลูกน้อยด้วยขวดนม

แม่เคยอ่านเจอข้อมูลถึงการป้อนนมแม่ด้วยขวดนม เลยอยากมาสรุปให้คุณแม่หลาย ๆ ท่าน ที่กำลังหาวิธีหรือคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการป้อนนมลูกน้อยด้วยขวดนมมาให้ลองอ่านกันดูนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับคุณแม่หลาย ๆ คน ที่ยังไม่แน่ใจหรือกำลังลังเลใจว่าจะให้นมลูกจากขวดนมได้อย่างไร ในเมื่อลูกน้อยแทบจะปฏิเสธขวดนมแทบทุกครั้ง ลองไปอ่านคำแนะนำดี ๆ กันเลยค่ะ

1. ให้ขวดนมสำหรับการป้อนนมลูกน้อย

หลังจากคุณแม่ได้ให้นมแม่ที่ดีต่อสุขภาพจากเต้านมของคุณแล้ว หากคุณแม่ตั้งใจที่จะให้นมแม่กับลูกเพียงอย่างเดียวและต้องการจะดำเนินการการให้นมแม่กับลูกต่อไปเรื่อย ๆ การแนะนำขวดนมหลังจากที่คุณได้ให้นมแม่จากเต้าเสร็จแล้ว ไม่เพียงจะดีต่อสุขภาพ แต่ยังกำหนดกิจวัตรการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะใช้เวลาถึงสี่สัปดาห์หลังคลอด

2. ใช้เครื่องปั๊มนมเพื่อรักษาปริมาณการผลิตน้ำนม

ถึงแม้คุณแม่จะป้อนนมลูกด้วยขวดนม ก็อย่าลืมที่จะปั๊มนมต่อไปเพื่อรักษาปริมาณน้ำนม ให้ความสำคัญกับการปั๊มนมและไม่ควรลดจำนวนของการปั๊มนมออกจากเต้านม และเก็บน้ำนมที่ปั๊มได้ไว้ในถุงเก็บน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพ ซึ่งหากทำเช่นนี้ อาจทำให้ปริมาณน้ำนมที่ผลิตลดลงได้

3. ทารกอาจเกิดความสับสนได้

ความสับสนของหัวนมจากอกแม่กับความชอบของหัวนมที่ลูกน้อยสัมผัสได้เมื่อดูดนมจากขวดย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน คุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะเชื่อว่าทารกอาจจะไม่ต้องการดูดนมแม่จากเต้าอีกต่อไปหลังจากให้นมจากขวด หรือไม่ต้องการให้นมจากขวดนมหลังจากให้นมแม่จากเต้าเพียงอย่างเดียว เนื่องจากทารกอาจเกิดความสับสน แต่ความเป็นจริงแล้ว ทารกจะไม่สับสนเกี่ยวกับวิธีการให้นมในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเต้านมหรือขวดนม ทารกจะเกิดความคุ้นเคยทั้งกับเต้านมคุณแม่และขวดนมได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งพวกเขายังสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับหัวนมแบบต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย

4. เลือกใช้จุกนมขวดที่ใกล้เคียงกับเต้านมของคุณแม่

ใช้จุกนมขวดแบบกว้างซึ่งมีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับหัวนมของคุณ สำหรับประสบการณ์ของแม่ที่ให้นมลูกจากเต้าเป็นส่วนใหญ่นั้น แนะนำว่าการเลือกหัวนมที่มีความกว้าง หรือขวดนมที่มีหัวนมใกล้เคียงกับเต้านมของคุณแม่มากกว่าจะทำให้ทารกดูดจุกนมเข้าปากได้ในปริมาณที่มากขึ้น คล้ายกับการให้นมจากเต้า เพราะหัวนมเหล่านี้มักจะมีความสูงของหัวนมที่สั้นกว่านั่นเองค่ะ

5. ทดลองซื้อจุกนมและขวดนมแต่ละแบบ จนกว่าจะเจอแบบที่ทารกชอบ

ซื้อจุกนมและขวดนมทีละขวด เพราะทารกบางคนอาจมีความจู้จี้จุกจิกมากอย่างกับลูกทั้งสองคนของแม่ ที่กว่าจะหาแบบที่ถูกใจพวกเขาได้ ก็ต้องลองเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนเจอหัวนมและขวดนมที่ถูกใจใช่เลยสำหรับพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากลูกน้อยของคุณแม่กินนมแม่จากเต้าเพียงอย่างเดียว จึงเป็นความคิดที่ดีที่จะซื้อชุดขวดนมและจุกนมทีละชุด เพื่อให้แน่ใจว่าลูกน้อยของคุณสามารถกินนมจากขวดนมนั้น ๆ ได้ดีก่อนที่จะซื้อขวดนมในปริมาณมาก ๆ

6. เลือกจุกนมที่มีอัตราการไหลที่เหมาะสม

ใช้รูปแบบการป้อนนมโดยมีการกำหนดให้การไหลของน้ำนมเป็นไปอย่างช้า ๆ เนื่องจากรูปแบบการป้อนนมแบบไหลช้าจากขวดนม จะมีลักษณะคล้ายกับการให้นมแม่จากเต้า ทารกที่กินนมแม่จนเคยชินอาจจะเกิดความหงุดหงิดมากขึ้น อาจต้องกินนมจากขวดนมที่มีอัตราการไหลที่เร็วกว่ามาก หากคุณแม่กำลังใช้จุกนมปกติ ให้ทารกดูดดนมสักระยะแล้วค่อยถอดขวดนมออก ปล่อยให้ลูกน้อยของคุณได้กลืนและหายใจด้วย จากนั้นค่อยใส่ขวดกลับเข้าไปใหม่และเริ่มให้นมใหม่อีกครั้ง กระบวนการนี้จะช่วยส่งเสริมให้ลูกน้อยกินนมช้าลง การให้นมแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ซึ่งก็คล้ายกับการให้นมแม่จากเต้านั่นเองค่ะ

7. การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคย

ต้องใช้เวลา ทารกที่กินนมแม่เพียงอย่างเดียวมาเป็นเวลานาน อาจไม่ยอมรับขวดนมในทันที ดังนั้นอาจต้องใช้ความพยายามสองสามครั้งก่อนที่ลูกน้อยจะยอมรับการกินนมด้วยขวดนม ความอดทนและให้เวลากับพวกเขาสักหน่อย จึงเป็นสิ่งสำคัญแก่ลูกน้อยในการเรียนรู้ทักษะใหม่นี้

แนะนำการป้อนขวดนมสองถึงสี่สัปดาห์ก่อนคุณแม่จะกลับไปทำงาน ด้วยการทำเช่นนี้ ทำให้คุณแม่สามารถกำหนดกิจวัตรการปั๊มนม ให้เวลาลูกน้อยของคุณได้ปรับตัวให้เข้ากับขวดนม อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คุณแม่ได้เห็นว่าลูกน้อยสามารถดูดนมจากขวดได้มีประสิทธิภาพแล้วหรือไม่? ทารกยอมรับที่จะกินนมจากขวดได้ดีแค่ไหน? แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงนี้ อาจทำให้เกิดความหงุดหงิดและความยากลำบากที่เกิดกับตัวคุณแม่หรือลูกน้อยนั้น ก็อย่าลืมขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดูนะคะ

8. การจัดท่าให้ทารก

เมื่อคุณแม่เริ่มแนะนำขวดนมให้กับลูกน้อย วิธีที่ดีที่สุดคือการอุ้มทารกในท่าตั้งตรง โดยเกือบจะอยู่ในท่านั่งของคุณ ถือขวดนมอุ่นในมุมที่เอียงพอทารกสามารถกินนมได้ เพราะการเอียงนี้ช่วยให้ทารกสามารถควบคุมเวลาและความเร็วของน้ำนมที่ไหลได้