ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เราเชื่อว่ามีคุณแม่ลูกอ่อนหลายทานกำลังตัดสินใจอยู่ว่าตัวเองจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้หรือไม่ บอกเลยนะคะว่าคุณแม่ทำได้ค่ะ อย่างไรก็ดี การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณแม่แต่ละคนในหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสถานภาพของครอบครัว, การศึกษา, อายุ, ทัศนคติ, วัฒนธรรม หรือแม้แต่ความเชื่อมั่น ปัจจัยเหล่านี้มักมีผลต่อการตัดสินใจทั้งสิ้นค่ะ เช่นคุณแม่ที่ตัดสินใจเลี้ยงลูกเต็มเวลา คุณแม่ก็อาจจะมีเวลาให้นมลูกจากเต้าได้ตลอดเวลา แต่บางครั้งเมื่อครบกำหนดลาคลอดคุณแม่ก็ต้องกลับไปทำงานตามเดิมแล้วใช่มั้ยคะ ดังนั้นคุณแม่อาจจะมีปัญหาตรงที่ไม่สามารถให้นมลูกจากเต้าได้เหมือนเมื่อก่อน แต่ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้เรามีตัวช่วยที่จะตอบสนองความต้องการของคุณแม่ที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาฝากกันค่ะ

ก่อนอื่นเลย เรามาลองดูประโยชน์ที่จะลูกน้อยของเราจะได้รับจากนมแม่กันก่อนนะคะ หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินกันมาอยู่แล้วว่า ในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก ซึ่งจะมีสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมเหล่านั้นจะส่งผลให้เด็กทารกมีระบบย่อยที่ดีหรือย่อยได้ง่ายนั่นเองค่ะ และยังมีอีกสิ่งที่สำคัญก็คือมันจะช่วยประหยัดเงินค่าใช้จ่ายในเรื่องของนมผงไปได้เยอะมาก ๆ ประมาณเดือนละ 4,000-5,000 บาท หรือ ถ้าคิดเป็นต่อปีก็จะประหยัดได้ถึงประมาณ 48,000-60,000 บาทเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของทารกที่ยังต้องกินนมเป็นอาหารหลักก่อนจะเริ่มอาหารเสริมนั่นเองค่ะ เห็นตัวเลขเหล่านี้แล้วคงมีคุณแม่หลาย ๆ คนตัดสินใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างแน่นอนใช่ละคะ 🙂 เพราะเราสามารถจะนำค่าใช้จ่ายตรงนี้มาใช้สอยในด้านอื่น ๆ ของลูกต่อไปค่ะ

ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สำหรับทารก

1. น้ำนมแม่ให้สารอาหารที่เหมาะสำหรับทารก

หน่วยงานด้านสุขภาพส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นองค์การอนามัยโลก (WHO), กระทรวงสาธารณสุข, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยก็ออกมาแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน รวมถึงแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี (1)

ดังนั้นคุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลายด้วยนะคะ เนื่องจากอาหารต่าง ๆ เหล่านี้จะก็จะถูกถ่ายทอดให้เป็นอาหารของลูกน้อยของเรา เพราะน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารทุกอย่างที่ทารกต้องการในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตตามสัดส่วนที่ถูกต้อง องค์ประกอบของมันยังเปลี่ยนไปตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของทารกโดยเฉพาะในช่วงเดือนแรกของชีวิตอีกด้วย

ในช่วงวันแรกหลังคลอดนั้น เต้านมจะสร้างของเหลวที่หนาและสีเหลืองที่เรียกว่าคอลอสตรัม ซึ่งมีโปรตีนสูงแต่น้ำตาลต่ำและเต็มไปด้วยสารประกอบที่มีประโยชน์ คอลอสตรัมเป็นนมแรกที่จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของทารกแรกเกิด หลังจากสองสามวันแรกเต้านมเริ่มผลิตน้ำนมในปริมาณที่มากขึ้น เมื่อกระเพาะอาหารของทารกโตขึ้น

2. น้ำนมแม่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของลูก

กล่าวคือน้ำนมแม่เต็มไปด้วยภูมิต้านทานที่ช่วยให้ลูกน้อยของคุณต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำนมเหลืองนมแรก หรือ คอลอสตรัมที่ให้ปริมาณ “อิมมูโนโกลบูลินเอ หรือ IgA” (2, 3) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ร่างกายของเราจะสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันไว้ต่อสู้กับเชื้อโรค, แบคทีเรีย, ไวรัส, เชื้อรา และมะเร็ง ซึ่งจะพบมากบนเยื่อเมือกโดยเฉพาะเยื่อเมือกของทางเดินหายใจ, ทางเดินอาหาร, ช่องคลอด, น้ำตา และน้ำลาย ซึ่งภูมิคุ้มกันนี้เองจะช่วยป้องกันร่างกายจากสิ่งแวดล้อม เมื่อแม่สัมผัสกับไวรัสหรือแบคทีเรีย ร่างกายก็จะเริ่มผลิตภูมิคุ้มกัน และภูมิคุ้มกันเหล่านี้เองจะถูกหลั่งลงในน้ำนมแม่และส่งผ่านไปยังทารกในระหว่างการให้อาหาร

ดังนั้นอิมมูโนโกลบูลินเอ หรือ IgA จึงช่วยปกป้องทารกจากการป่วยโดยสร้างชั้นป้องกันในจมูกคอและระบบย่อยอาหารของทารกนั่นเองค่ะ อย่างไรก็ตามคุณแม่ก็ควรฝึกสุขอนามัยที่เข้มงวดอยู่เสมอ ล้างมือบ่อย ๆ และพยายามหลีกเลี่ยงการติดเชื้อในลูกน้อยค่ะ

เชื่อหรือไม่? การศึกษาจำนวนมากของประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าทารกที่ไม่ได้กินนมแม่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพเช่น ปอดบวม ท้องเสียและการติดเชื้อ (4)

3. การเลี้ยงลูกด้วยนม อาจลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ

การให้นมลูกนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย และยังช่วยลดความเสี่ยงในหลายๆ เรื่อง อาทิเช่น

    • การติดเชื้อที่หูชั้นกลาง
    • การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
    • โรคหวัด ทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลา 6 เดือน จะช่วยลดความเสี่ยงได้ถึง 63% ในการเป็นหวัดและการติดเชื้อที่หูหรือคอ (4)
    • การติดเชื้อในลำไส้ รู้มั้ยคะว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในลำไส้ได้ถึง 64% (4) ซึ่งจะเห็นได้นานถึง 2 เดือนหลังจากคุณแม่หยุดให้นมลูก ทั้งนี้ยังช่วยป้องกันความเสียหายของเนื้อเยื่อลำไส้ การให้นมทารกที่คลอดก่อนกำหนดจึงช่วยลดความเสี่ยงประมาณ 60% (4) ของภาวะลำไส้เน่าอักเสบ (6) (Necrotizing Enterocolitis: NEC) หรือจะอธิบายง่าย ๆ นั่นก็คือ การที่ทารกจะมีภาวะตรงเนื้อเยื่อของระบบทางเดินอาหารตายซึ่งมีสาเหตุมาจากการอักเสบของลำไส้จนกระทั่งจะมีภาวะการขาดเลือด และรู้หรือไม่คะ ว่าภาวะลำไส้เน่าอักเสบนี้มักจะเกิดขึ้นบริเวณลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่โดยเฉพาะทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่ามาตรฐาน และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพของทารกแรกเกิดที่พบได้มากที่สุดเลยทีเดียวเลยล่ะค่ะ
    • ทารกเสียชีวิตอย่างกะทันหัน (SIDS) การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงถึง 50% หลังจาก 1 เดือนและความเสี่ยงนี้จะลดลง 36% ในปีแรกด้วยค่ะ (4)
    • โรคภูมิแพ้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 3-4 เดือน จะลดความเสี่ยงของโรคหอบหืด โรคผิวหนังภูมิแพ้ และกลากได้ประมาณ 27-42% (4)
    • โรคช่องท้อง ทารกที่ได้รับนมแม่ในช่วงที่มีการสัมผัสกลูเตนครั้งแรกนั้นมีความเสี่ยงลดลงถึง 52% ในการเป็นโรคช่องท้อง (4)
    • โรคลำไส้อักเสบ ทารกที่ได้รับนมแม่ อาจมีโอกาสน้อยที่จะพัฒนาโรคลำไส้อักเสบในวัยเด็กได้ประมาณ 30% (4)
    • โรคเบาหวาน การเลี้ยงลูกด้วยนมอย่างน้อย 3 เดือน จะช่วยลดความเสี่ยงที่ลดลงของโรคเบาหวานประเภท 1 สูงสุด 30%และโรคเบาหวานประเภท 2 สูงสุด 40% (4)
    • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในวัยเด็ก การเลี้ยงลูกด้วยนมเป็นเวลา 6 เดือนหรือนานกว่านั้นจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในวัยเด็กได้ประมาณ 15-20% (4)

4. นมแม่ช่วยให้ลูกมีน้ำหนักดี

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงช่วยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นและช่วยป้องกันโรคอ้วนในวัยเด็กได้อย่างน่ามหัศจรรย์เลยทีเดียวค่ะ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าอัตราโรคอ้วนลดลง 15-30% ในทารกที่กินนมแม่เมื่อเทียบกับทารกที่เลี้ยงด้วยนมผง (4) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นระยะเวลาการให้นมลูกก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันนะคะ เนื่องจากการให้นมบุตรในแต่ละเดือนจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วนในอนาคตได้ 4% (4) นี่อาจเป็นเพราะการพัฒนาของแบคทีเรียในลำไส้ที่แตกต่างกัน

5. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจทำให้เด็กฉลาดขึ้น

การศึกษาบางอย่างชี้ให้เห็นเลยนะคะว่าอาจมีความแตกต่างในการพัฒนาสมองระหว่างทารกที่กินนมแม่และทารกที่ได้รับนมผง ความแตกต่างนี้อาจเกิดจากความใกล้ชิดทางกายภาพการสัมผัสและการสัมผัสทางดวงตาที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อีกทั้งการศึกษาระบุว่าทารกที่กินนมแม่มีคะแนนสติปัญญาสูงขึ้นและมีโอกาสน้อยที่จะพัฒนาปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมและการเรียนรู้เมื่อพวกเขาโตขึ้นด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เด่นชัดที่สุดพบได้ในทารกที่คลอดก่อนกำหนดซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าในเรื่องของพัฒนาการ การวิจัยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยนะคะว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นจะมีผลในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาสมองในระยะยาวของลูกน้อยค่ะ

เป็นไงบ้างคะ สำหรับประโยชน์ของนมแม่ที่จะส่งผ่านสิ่งดี ๆ ให้กับลูกน้อยของเรา แต่ไม่หมดแค่นี้นะคะ เพราะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังส่งผลดีกับตัวคุณแม่เองด้วยค่ะ จะเป็นเรื่องอะไรบ้างนั้น ไปอ่านกันเลยค่ะ

ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สำหรับคุณแม่

1. การให้นมลูกอาจช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้

ถึงแม้ว่าในขณะที่คุณแม่บางคนดูเหมือนจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในระหว่างการให้นม แต่บางคนก็ดูเหมือนจะลดน้ำหนักอย่างง่ายดาย แม้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะเพิ่มความต้องการพลังงานของแม่ประมาณ 500 แคลอรี่ต่อวัน (4)

แต่ความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายนั้นแตกต่างจากปกติมาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเหล่านี้ คุณแม่ที่ให้นมลูกนั้นจะมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้นและอาจมีแนวโน้มที่ร่างกายนั้นจะสะสมไขมันสำหรับการผลิตนม ในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอด คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจลดน้ำหนักได้น้อยกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่และพวกเขาอาจเพิ่มน้ำหนักได้

แต่อย่างไรก็ตามหลังจาก 3 เดือนของการให้นม คุณแม่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มการเผาผลาญไขมันเริ่มตั้งแต่ประมาณ 3-6 เดือนหลังคลอดค่ะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะได้ลดน้ำหนักได้มากกว่าแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูกค่ะ

สิ่งสำคัญที่ต้องจำ!! ถึงแม้การให้นมลูกจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณแม่สามารถลดน้ำหนักได้ แต่อาหารและการออกกำลังกายยังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่กำหนดว่าคุณจะลดน้ำหนักลงได้มากน้อยเพียงใดไม่ว่าจะให้นมลูกด้วยนะคะ

2. การให้นมบุตรช่วยให้มดลูกหดตัว

ในระหว่างตั้งครรภ์มดลูกของคุณจะเติบโตอย่างมากโดยขยายจากขนาดของลูกแพร์ไปจนถึงการเติมเต็มช่องท้องของคุณแม่ เพราะหลังคลอดนั้น มดลูกของคุณแม่จะต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการมีส่วนร่วมซึ่งจะช่วยให้มันกลับไปสู่ขนาดเดิม ซึ่งเกี่ยวข้องกับออกซิโตซินฮอร์โมน (Oxytocin Hormones) หรือ ฮอร์โมนที่ถูกผลิตขึ้นจากไฮโปทาลามัส หรือต่อมใต้สมองของเรา (5) ซึ่งเป็นส่วนที่จะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย

โดยฮอร์โมนตัวนี้เองแหละค่ะคุณแม่จะหลั่งออกมาตอนที่ผู้หญิงคลอดลูก จึงมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ทำให้มีคุณแม่มีแรงเบ่ง และสร้างอีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความผูกพันให้กับแม่และลูก หลังจากคลอดลูกแล้วฮอร์โมนตัวนี้ยังมีผลต่อการให้นมลูก เพราะมันจะช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำนมให้เพียงพอต่อลูกน้อย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นี่แหละค่ะ ที่จะไปช่วยเพิ่มการผลิตออกซิโตซินฮอร์โมน (Oxytocin Hormones) ที่จะทำให้คุณแม่ลดการสูญเสียเลือดหลังคลอดและช่วยให้มดลูกกลับไปมีขนาดเล็กลงก่อนหน้านี้

3. ลดความเสี่ยงเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดน้อยกว่าไม่ให้นมลูก

มารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมมีความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า (Postpartum depression and the baby blues) ในระดับต่ำ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเป็นภาวะซึมเศร้าชนิดหนึ่งที่สามารถพัฒนาได้หลังคลอดบุตร ซึ่งมีผลถึง 15% ของมารดา (4)

แต่คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดูเหมือนว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับแม่ที่หย่านมเร็วหรือไม่ให้นมลูก คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงมีโอกาสน้อยที่จะพัฒนาภาวะซึมเศร้าหลังคลอด จะมีปริมาณออกซิโตซินเพิ่มขึ้นในระบบของคุณแม่ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการดูแลผ่อนคลายและผูกพันระหว่างแม่และเด็กนั่นเองค่ะ

4. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงของโรค

อีกทั้งยังช่วยป้องกันมะเร็งและโรคภัยไข้เจ็บในระยะยาว เวลาทั้งหมดที่ผู้หญิงใช้ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นจะทำให้ความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ลดลงอีกด้วย ซึ่งคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากกว่า 12 เดือน จะมีความเสี่ยงลดลงถึง 28% ของมะเร็งเต้านมและรังไข่ (4) และยังมีการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ระบุด้วยว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจช่วยป้องกันกลุ่มอาการเมตาบอลิก (metabolic syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มของเงื่อนไขที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้อีกด้วย และคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเวลา 1-2 ปี จะลดความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง, โรคไขข้อ, ไขมันในเลือดสูง, โรคหัวใจ, เบาหวานประเภท 2 และยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคโลหิตจาง 10–50% อีกด้วยค่ะ (4)

5. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจป้องกันการมีประจำเดือน

การให้นมบุตรอย่างต่อเนื่องยังทำให้การตกไข่และการมีประจำเดือนหยุดชั่วคราว การระงับรอบประจำเดือนนี้เองค่ะที่อาจจะเป็นวิธีธรรมชาติที่ทำให้มั่นใจได้ว่ามีช่วงเวลาคุมกำเนิดได้ คุณแม่บางคนใช้จึงใช้วิธีนี้เป็นตัวคุมกำเนิดในช่วงสองสามเดือนแรกหลังคลอดนั่นเองค่ะ อย่างไรก็ตามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจไม่ใช่วิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์นะคะ

6. ช่วยประหยัดเวลาและเงิน

อย่างที่คุณแม่หลาย ๆ คนทราบกันดีอยู่แล้วนะคะว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือฟรีและต้องใช้ความพยายามน้อยมาก ๆ เมื่อเลือกที่จะให้นมลูกคุณจะไม่ต้องใช้เงินไปกับนมผงซึ่งลูกน้อยของคุณต้องการดื่มทุกวัน อีกทั้งคุณแม่ยังประหยัดเวลาโดยไม่ต้องไปวิ่งหาซื้อนมผงให้วุ่นวายอีกด้วยค่ะ

เห็นประโยชน์นานัปการของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แบบนี้ คงมีคุณแม่หลาย ๆ คนตัดสินใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กันอย่างแน่นอนเลยใช่มั้ยคะ แต่ก็เชื่อว่ามีคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะมีปัญหาหรือภาระหน้าที่ ซึ่งอาจทำให้คุณแม่ไม่สะดวกในการให้นมแม่จากเต้า ปัญหาเหล่าจะไม่ส่งผลกระทบกับคุณแม่อีกแล้วล่ะค่ะ เพราะเรามีเทคโนโลยีหนึ่งที่จะสามารถทำให้คุณแม่ที่มีความตั้งใจจะเลี้ยงลูกน้อยด้วยนมแม่ให้มีความสะดวกสบาย และง่ายขึ้น แถมลูกน้อยก็ยังมีนมแม่อร่อย ๆ และคงคุณค่าทางสารอาหารที่ครบถ้วนด้วยเทคโนโลยีที่ว่าก็คือ “เครื่องปั๊มนม“ นั่นเองค่ะ


References:

  1. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) : ‘7องค์กร’ ลงนาม MOU จัดมุมนมแม่ในที่ทำงาน
  2. Immunoglobulin A
  3. Biochemistry, Immunoglobulin A (IgA)
  4. 11 Benefits of Breastfeeding for Both Mom and Baby
  5. The physiological basis of breastfeeding หัวข้อ Hormonal control of milk production
  6. ภาวะลำไส้เน่าอักเสบ Necrotizing Enterocolitis (NEC)
  7. องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา : Choosing a Breast Pump