“รักในวันที่ยังมีโอกาสจะได้รัก ขอโทษในวันที่ยังมีโอกาสขอโทษ และอย่าลืมให้อภัยในวันที่ยังมีโอกาสให้อภัย” หากคุณอยากทราบว่าเราได้ข้อคิดนี้มาจากไหนเราขอแนะนำให้คุณดูซีรีส์เรื่อง “Move to Heaven” ซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์น้ำดีที่จะทำให้คุณรู้สึกถึงคุณค่าของชีวิตและเห็นคุณค่าของโอกาส ซีรีส์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากอาชีพที่มีอยู่จริงในประเทศเกาหลี อาชีพนี้ก็คืออาชีพเก็บกวาดสถานที่เกิดเหตุของผู้ตาย เนื่องจากในประเทศเกาหลีใต้อัตราการอยู่คนเดียวของประชาชนกำลังเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นการตายคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว (Godoksa) จึงกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเช่นกัน อาชีพเก็บกวาดสถานที่เกิดเหตุของผู้ตายจึงเป็นอาชีพที่สำคัญมากอาชีพหนึ่ง
“Move to Heaven” เป็นซีรีส์ที่บอกเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตนักโทษโจซังกูที่จับพลัดจับผลูกลายมาเป็นผู้ปกครองของเด็กหนุ่มฮันกือรูหลานชายของเขาที่เป็นโรคแอสเพอร์เกอร์ พวกเขาต้องดำเนินธุรกิจที่ชื่อว่า “Move to Heaven” ด้วยกัน โดยงานนี้เป็นงานทำความสะอาดข้าวของของผู้เสียชีวิตและเก็บของสำคัญบางอย่างใส่กล่องสีเหลืองแห่งความทรงจำเพื่อมอบให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต จากประสบการณ์ที่ได้พบทำให้พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของชีวิต ความตายตลอดจนความสัมพันธ์ในครอบครัว
ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความสารคดีที่เขียนโดยคิมแซบยอลโดยบทความมีชื่อว่า “Things Left Behind” ซึ่งเรื่องนี้ผ่านการกำกับด้วยผู้กำกับมือทองอย่างคิมซองโฮ ที่เคยกำกับภาพยนตร์เรื่อง “How to Steal a Dog” มาแล้ว นอกจากนี้ยังได้นักเขียนบทอย่างยุนจีรยอนที่เป็นนักเขียนบทซีรีส์ Angel Eyes มาร่วมงานอีกด้วย ขอบอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์น้ำดีที่คุณต้องดูค่ะ
เรื่องย่อ ซีรีส์ Move to Heaven
ซีรีส์เรื่อง Move to Heaven บอกเล่าเรื่องราวของฮันกือรู (ทังจุนซัง) เด็กหนุ่มที่มีภาวะแอสเพอร์เกอร์หรือที่เรียกว่า Asperger Syndromer ซึ่งภาวะนี้เป็นภาวะที่บุคคลหนึ่งมีปัญหาในการทำความเข้าใจอารมณ์และปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แต่คนที่มีภาวะนี้มักจะมีความจำดีกว่าคนทั่วไป อีกทั้งยังสามารถจำรายละเอียดสิ่งที่เขาเห็นและได้ยินมากกว่าคนอื่น ๆ ฮันกือรูอาศัยอยู่กับฮันจองอู (จีจินฮี) ผู้เป็นพ่อตามลำพังเพราะแม่ของเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก สองพ่อลูกได้ดำเนินธุรกิจที่ชื่อ “Move to Heaven” ซึ่งงานนี้เป็นงานทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุ โดยทั่วไปแล้วงานของพวกเขาคือการทำความสะอาดข้าวของของผู้เสียชีวิตและเก็บของสำคัญบางอย่างใส่กล่องสีเหลืองแห่งความทรงจำเพื่อมอบให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต
ฮันกือรูและฮันจองอูสามารถค้นหาความรู้สึกและเรื่องราวของผู้เสียชีวิตผ่านสิ่งของเหล่านี้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ทำหน้าทำความสะอาดเพียงอย่างเดียวแต่ยังถ่ายทอดข้อความของผู้เสียชีวิตไปยังครอบครัวของพวกเขาหรือเรียกว่าส่งสาสน์ก่อนตายนั่นเอง ชีวิตของฮันกือรูดำเนินไปตามปกติจนกระทั่งวันหนึ่งพบว่าฮันจองอูพ่อของเขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ก่อนตายฮันจองอูได้ปรึกษากับโอฮยอนจาง (อิมวอนฮี) ผู้เป็นเพื่อนและทนายความ เพื่อยกสิทธิ์การดูแลฮันกือรูให้กับน้องชายของเขาที่ชื่อว่าโจซังกู (อีเจฮุน) ซึ่งเพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากคุกในข้อหาพยายามฆ่า นอกจากนี้ฮันจองอูยังขอให้น้องชายของเขามาเป็นพนักงานใหม่ที่ Move to Heaven เพื่อช่วยเหลือฮันกือรู
ตามสัญญาที่ระบุไว้โจซังกูต้องทดลองเป็นผู้ปกครองของฮันกือรูเป็นเวลา 3 เดือน ถ้าเขาไม่ก่อปัญหาที่อาจเป็นอันตรายต่อฮันกือรูสิทธิของผู้ปกครองก็จะตกอยู่ในมือของเขาแบบเต็มตัว แม้ว่าในตอนแรกเขาจะปฏิเสธเพราะเขาเกลียดฮันจองอู แต่ในที่สุดโจซังกูก็ยอมรับเจตจำนงของพี่ชายหลังจากที่รู้ว่าเขาสามารถควบคุมทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของพี่ชายตัวเองได้ ฮันกือรูและโจซังกูมีบุคลิกที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง เริ่มแรกพวกเขาเข้ากันไม่ได้และมักจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาสนิทกันมากขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ Move to Heaven ด้วยกัน นอกจากนี้โจซังกูก็เริ่มเข้าใจความคิดเห็นของฮันกือรูและมักจะช่วยหลานชายของเขาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเสมอ
ข้อมูลทั่วไปของซีรีส์ Move to Heaven
| แนวซีรีส์ | ดราม่า |
| สร้างโดย | Page One Film Number Three Pictures |
| เขียนบท | ยุนจีรยอน |
| กำกับการแสดงโดย | คิมซองโฮ |
| ช่องทางออกอากาศ | Netflix |
| จำนวนตอน | 10 ตอน ตอนละ 44 -62 นาที |
| นักแสดงนำ | อีเจฮุน (โจซังกู) ทังจุนซัง (ฮันกือรู) จีจินฮี (ฮันจองอู) ฮงซึงฮี (ยุนนามู) |
| นักแสดงสมทบ | ชเวซูยอง (ซนยูริม) ยางฮงซอก (พัคจุนยอง) อีมุนซิก (พัคจูแทค) อิมวอนฮี (โอฮยอนจาง) คิมจูยอน (มินจีอู) อีแจอุค (คิมซูชอล) จองซอกยง(ยุนยองซู) จองยองจู (โอมีรัน) พัคจองวอน (คิมซูจิน) |
เหตุผลที่ต้องดู Move to Heaven ?
***คำเตือน : มีสปอยล์
1. ทำความรู้จักกับ Move to Heaven
ซีรีส์เรื่องนี้มีชื่อว่า Move to Heaven ซึ่งมาจากชื่อธุรกิจ Move to Heaven ของตัวละครหลักภายในเรื่อง Move to Heaven เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นโดยฮันจองอู ฮันจองอูมีลูกชายหนึ่งคนที่มีชื่อว่าฮันกือรู สองพ่อลูกนี้ได้ทำบริษัทนี้ด้วยกัน ในช่วงแรกฮันจองอูจะเป็นคนเคลียร์พื้นที่และเก็บของ ซึ่งฮันกือรูจะช่วยสำรวจรอบ ๆ ห้องของผู้ตายและมีหน้าที่เคลื่อนย้ายข้าวของของผู้ตาย ทุกครั้งที่ทั้งคู่เก็บข้าวของผู้ตายจะต้องมีการยืนทำความเคารพและไว้อาลัยต่อผู้ตายเสมอ บริษัทนี้ถูกมองว่าเป็นบริษัททำความสะอาดทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เพราะหน้าที่ของบริษัทนี้ทำคือเก็บความทรงจำของผู้ตายและเก็บของสำคัญบางอย่างใส่กล่องสีเหลืองแห่งความทรงจำเพื่อมอบให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต Move to Heaven เป็นซีรีส์ที่มีตัวละครเพียงไม่กี่ตัวแต่ก็สามารถทำให้คนดูน้ำตาแตกได้
ต่อไปเราไปทำความรู้จักกับสมาชิก Move to Heaven กันค่ะ
- ฮันจองอู (จีจินฮี) ฮันจองอูเป็นพ่อของฮันกือรูและเป็นพี่ชายของโจซังกู โดยโจซังกูเป็นน้องชายคนละพ่อของเขา ฮันจองอูเป็นผู้ก่อตั้ง Move to Heaven และได้สอนลูกชายของเขาเกี่ยวกับงานและการใช้วิถีชีวิตประจำวัน ฮันจองอูเป็นคนที่ดีมาก ในสมัยก่อนเขาทำหน้าที่เป็นพนักงานดับเพลิง ต่อมาภรรยาของเขาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เขาเลยลาออกจากงานเพื่อมาอยู่กับภรรยาและลูก เมื่อภรรยาของเขาเสียชีวิตเขาเลยต้องเลี้ยงฮันกือรูเพียงลำพังและก่อตั้งกิจการ Move to Heaven ขึ้นมา ซึ่ง Move to Heaven ก็เป็นเหมือนชีวิตของฮันจองอูเขาทุ่มเทให้กับอาชีพนี้อย่างมาก เพราะเขาเข้าใจถึงความเป็นชีวิตและเขาก็สอนฮันกือรูเสมอว่าถึงแม้คนตายจะพูดไม่ได้แต่ทุกเรื่องราวและข้าวของสามารถบอกถึงเรื่องราวของผู้ตายได้ ดังนั้นทุกครั้งที่เก็บข้าวของคนตายฮันจองอูและฮันกือรูจะเก็บข้าวของสำคัญ เช่น บัญชีธนาคาร รูปภาพและข้าวของอื่น ๆ ที่มีความหมายต่อผู้ตายใส่กล่องสีเหลืองไว้เพื่อส่งมอบให้กับสมาชิกในครอบครัวของผู้ตาย จีจินฮีเป็นนักแสดงที่ได้รับบทบาทนี้ขอบอกเลยว่าถึงจะมาน้อยแต่ก็ 100% มาก เพราะบทบาทที่เขาได้รับสามารถสื่อให้เราเห็นถึงความรู้สึกที่ตัวละครต้องการสื่อออกมาได้ จีจินฮีเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทที่ได้รับรางวัลมามากมายและแน่นอนว่าเรื่องนี้เขาไม่ทำให้เราผิดหวัง
- โจซังกู (อีเจฮุน) โจซังกูเป็นอดีตนักโทษในข้อหาพยายามฆ่า เขาเป็นคนที่ประมาทมากและคิดแต่เรื่องเงินเท่านั้น เขาเป็นนักมวย MMA และหารายได้จากการต่อยมวยใต้ดินที่ผิดกฎหมาย หลังจากพ่อของฮันกือรูเสียชีวิตเขาก็กลายเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของฮันกือรู อดีตของโจซังกูนั้นมัวหมองมากเพราะเขามีปมในวัยเด็กเกี่ยวกับฮันจองอูซึ่งเป็นพี่ชายของตัวเอง เขาเกลียดและไม่อยากเจอหน้าฮันจองอู จนถึงวาระที่ฮันจองอูตายจากโลกนี้ไป อีกทั้งโจซังกูยังต้องดูแลคิมซูชอล (อีแจอุค) ที่นอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งคิมซูชอลก็เป็นลูกศิษย์ของเขา เขาเป็นคนสอนต่อยมวยให้กับคิมซูชอลเองและเขาก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คิมซูชอลต้องโคม่า อีเจฮุนเป็นนักแสดงที่ได้รับบทบาทนี้ขอบอกเลยว่าเขาทุ่มเทให้กับการแสดงเป็นอย่างมาก โดยเรื่องนี้ได้ลงจอ Netflix พร้อม ๆ กับซีรีส์ Taxi Driver ที่เขาแสดงนำด้วย ในเรื่องนี้บทบาทโจซังกูเป็นคนที่สูบบุหรี่จัดมากแต่ในชีวิตจริงอีเจฮุนไม่สูบบุหรี่เลยทำให้เมื่อเขาถ่ายฉากสูบบุหรี่เสร็จเขาต้องเขารักษาตัวที่โรงพยาบาลทันที ถือว่าทุ่มทุนแสดงมาก ๆ สำหรับนักแสดงคนนี้
- ฮันกือรู (ทังจุนซัง) ฮันกือรูเป็นเด็กชายอายุ 20 ปีที่อาศัยอยู่กับพ่อของเขา เขา เขามีภาวะเป็นแอสเพอร์เกอร์ (Asperger Syndromer) ซึ่งภาวะนี้เป็นภาวะที่บุคคลหนึ่งมีปัญหาในการทำความเข้าใจอารมณ์และปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แต่คนที่มีภาวะนี้มักจะมีความจำดีกว่าคนทั่วไป ฮันกือรูทำงานที่ Move to Heaven กับพ่อของเขาซึ่งเป็นงานทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุ เขาสามารถจดจำทุกสิ่งได้อย่างง่ายดายและคิดอย่างมีเหตุผลเสมอ ฮันกือรูชอบปลามากและสามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับปลาทั้งหมดในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้ ทุกครั้งที่ฮันกือรูใช้ความคิดทางเรื่องจะใช้ระบบ AI เข้ามาประกอบทำให้เราได้เห็นความสามารถและความคิดของฮันกือรูได้ ฮันกือรูเปรียบเสมือนโคนันเพราะเขาสามารถประมวลผลและปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ ทังจุนซังเป็นนักแสดงที่ได้รับบทบาทนี้หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับเขาจากบทบาทกึมอึนดงผู้เป็นสหายของผู้กองรีจองฮยอกในซีรีส์เรื่อง Crash Landing On You ค่ะ ขอบอกเลยว่าฝีมือการแสดงของเขาพัฒนาขึ้นมากในเรื่องนี้คุณจะได้เห็นความสามารถของเขาอย่างแท้จริงค่ะ
- ยุนนามู (ฮงซึงฮี) ยุนนามูเป็นเพื่อนบ้านของฮันกือรูและพ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทของฮันกือรูด้วย เธอรู้จักฮันกือรูตั้งแต่เด็กและช่วยเขาทำงานที่ Move to Heaven เมื่อใดก็ตามที่ฮันกือรูต้องการความช่วยเหลือเธอก็พร้อมทำเสมอด้วยความเต็มใจ ยุนนามูทำงานพาร์ทไทม์ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและพบว่าฮันกือรูสามารถจดจำทุกรายละเอียดเกี่ยวกับปลาได้ทุกอย่างและทุกตัว เขารู้ว่าปลาบาดเจ็บตรงไหนและมีปัญหาอะไรบ้าง ขอบอกเลยว่าบทบาทของยุนนามูเปรียบเสมือนป้าข้างบ้านในอายุที่น้อยลง เพราะยุนนามูนั้นชอบติดตามทุกคนที่เข้ามาพัวพันกับฮันกือรู นั่นเป็นเพราะเธอห่วงใหญ่ฮันกือรูอย่างแท้จริงนั่นเอง ยุนนามูไม่ชอบขี้หน้าโจซังกูเท่าไหร่นักเพราะมองว่าเขาเป็นคนไม่ดีแต่สุดท้ายเธอก็ต้องเปิดใจให้กับเขาเพราะโจซังกูเองก็มีข้อดีอยู่บ้าง
2. ถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์และสะกิดปัญหาของสังคม
ถึงแม้ Move to Heaven จะเป็นซีรีส์ที่มีเพียง 10 ตอน แต่ขอบอกเลยว่าเป็น 10 ตอนที่ดีมาก คุณอาจจะเสียน้ำตาลในทุก ๆ ตอนเลยก็ว่าได้ ด้วย 10 ตอนเหล่านี้Move to Heaven ได้ ใน 2 ตอนแรกของซีรีส์ Move to Heaven เราจะได้เห็นบริษัท Move to Heaven จัดการกับข้าวของของชายหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุในที่ทำงานจนต้องเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ส่วนอีกคนเป็นหญิงสูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ด้วยความจำที่แม่นยำและความเฉลียวฉลาดของฮันกือรูเขาไม่เพียงแต่จัดระเบียบบ้านเท่านั้น แต่ในระหว่างเก็บข้าวของเขายังวิเคราะห์กิจกรรมของผู้ตาย กิจกรรมทางอารมณ์และสังคมของพวกเขาด้วย บริษัท Move to Heaven ช่วยสรุปสถานการณ์ที่แท้จริงเบื้องหลังการตายของชายคนนั้นและเปิดเผยความปรารถนาของหญิงชราก่อนตายอีกด้วย ขอบอกเลยว่าแค่สองตอนแรกน้ำตาก็แตกแล้วค่ะ
นอกจากนี้ซีรีส์ Move to Heaven ยังสะกิดปัญหาของสังคมในประเทศเกาหลีด้วย เรื่องราวจะเน้นย้ำถึงความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเกาหลีใต้ที่ทำงานมากเกินไปแต่มีรายได้ไม่เท่าเทียมกัน อีกทั้งยังนำเสนอเรื่องราวการตายขอผู้สูงอายุที่ไม่มีใครสนใจเพราะหวังแต่เอาสมบัติของผู้ล่วงลับเท่านั้นค่ะ ถึงแม้ว่าซีรีส์เรื่อง Move to Heaven จะเป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้ตายแต่ก็ยังสามารถสะท้อนสังคมที่จี้ใจดำคนดูได้เช่นเดียวกัน
Move to Heaven นำเสนอเรื่องราวที่ค่อนข้างสดใหม่เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีภาพยนตร์หรือซีรีส์เรื่องใดที่บอกเล่าถึงอาชีพทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุและไม่มีซีรีส์ที่นำเสนอหรือถ่ายทอดข้อความของผู้เสียชีวิตให้กับครอบครัวของผู้ตาย ซีรีส์เรื่องนี้มีความยาว 10 ตอนที่สามารถปลุกเร้าความรู้สึกของผู้ชมได้สำเร็จด้วยเรื่องราวที่สะเทือนใจของผู้เสียชีวิตซึ่งมีความหลากหลายมาก ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องราวของผู้เสียชีวิตยังอิงจากปัญหาสังคมต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นในเกาหลีใต้ เช่น ความไม่เป็นธรรมสำหรับนักศึกษาฝึกงาน คนรักร่วมเพศ การสะกดรอยตาม การฆ่าตัวตายและการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมค่ะ
3. ความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นเป็น “ครอบครัว”
โครงเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของผู้เสียชีวิตที่กลายมาเป็นลูกค้าของ Move to Heaven แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวของฮันกือรูและ โจซังกูในฐานะตัวละครหลักอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเก็บงำบาดแผลและความบอบช้ำเนื่องจากเหตุการณ์ในอดีตไว้ ปัญหาที่พวกเขามีค่อนข้างซับซ้อน แต่ในตอนท้ายผู้ชมจะได้เห็นวิธีการจัดการบาดแผลของกันและกัน การพัฒนาตัวละครของตัวละครหลักทั้งสองถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ในตอนแรกโจซังกูต้องการดูแลฮันกือรูเพียงเพื่อกอบโกยทรัพย์สมบัติของพี่ชาย แต่เขาเริ่มดูแลและรักฮันกือรูอย่างช้า ๆ หลังจากผ่านปัญหาบางอย่างมาด้วยกัน
ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่ฮันกือรูได้เรียนรู้ว่าเหตุการณ์ในอดีตที่ทิ้งรอยแผลไว้ในใจกลายเป็นเพียงความเข้าใจผิด โจซังกูก็เริ่มมีความสุขกับชีวิตและปล่อยวางเรื่องราวในอดีตมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบฮันกือรูในตอนแรกแต่เขาก็ดูแลฮันกือรูเป็นอย่างดี เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นเป็นครอบครัวของฮันกือรูและโจซังกู ฉากหนึ่งที่ประทับใจมากก็คือเราจะได้เห็นฮันกือรูอนุญาตให้ โจซังกูกินข้าวที่โต๊ะอาหารเดียวกันกับเขา แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะไม่เคยกินข้าวร่วมโต๊ะเดียวกันก็ตาม สุดท้ายแล้วฮันกือรูยังต้องการให้โจซังกูเป็นผู้ปกครองของเขาแม้ว่าทนายประจำตัวของพ่อเขาจะบอกว่าโจซังกูไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ปกครองก็ตาม
4. ให้ข้อคิดที่ดีมากมาย
นอกจากซีรีส์ Move to Heaven จะบอกเล่าเรื่องราวของผู้ตายผ่านสิ่งของแล้ว Move to Heaven ยังให้ข้อคิดอีกมากมายที่ตราจึงใจผู้รับชม ข้อคิดที่เด่นชัดมากที่สุดเลยก็คือการเห็นคุณค่าของชีวิตและการเห็นคุณค่าของโอกาส โดยข้อคิดเหล่านี้ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลักและเรื่องราวในแต่ละตอนในทุก ๆ วันเราใช้ชีวิตตามปกติและอาจจะลืมไปแล้วว่าเราลืมบอกรักใครบ้าง ลืมขอโทษใครบ้างและลืมให้อภัยใครบ้าง บางคนอาจจะต้องอยู่กับความเข้าใจผิดไปจนวันตาย บางคนก็รอคอยคนคนหนึ่งไปจนวันตายเช่นกัน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสให้ทำในสิ่งที่อยากทำเพราะหากวันตายมาถึงคุณอาจจะไม่มีโอกาสนั้นเลยก็ได้ นอกจากนี้คำว่า “ขอโทษและให้อภัย” เป็นคำที่ใครบางคนอาจจะรอคอยมาตลอดเมื่อมีโอกาสก็ต้องพูดออกไปเพราะบางคนก็อยากที่จะได้ยินคำนี้
สำหรับตอนที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดคงเป็นตอนที่ฮันกือรูไปเฝ้าโจซังอูที่โรงพยาบาลเพราะเขากลัวว่าโจซังอูจะตายเขาเลยอยากจะมานอนเฝ้าโจซังอู ฮันกือรูถามโจซังกูว่า “อาไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหม” โจซังกูก็ตอบด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดว่า “อาไม่เป็นอะไรเดี๋ยวก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว” ฮันกือรูก็คิดว่าโจซังกูโกหกเขาเลยพูดขึ้นมาว่า “ตอนที่พ่อป่วยพ่อก็โกหกว่าไม่ได้ป่วยเหมือนกัน” โจซังกูก็ตอบว่า “เพราะพ่อรักแกมากเลยโกหกว่าสบายดีไม่อยากให้เป็นห่วง แต่ฉันไม่ได้รักแกขนาดนั้นเลยไม่จำเป็นต้องโกหก” ฮันกือรูก็ตอบไปว่า “อาไม่ต้องรักผมก็ได้ แค่ไม่โกหกผมก็พอแล้ว” คืออันนี้ซึ้งมากค่ะทุกคนเพราะในความรู้สึกของฮันกือรูนั้นเขาเหลือแค่อาเพียงคนเดียวแล้ว พ่อของเขาได้จากไปนานแล้วเขาอยากให้โจซังกูอยู่กับเขาไปนาน ๆ ซึ่งในตอนนี้เราก็จะได้เห็นโจซังกูตกใจนิดนึงเพราะเขาไม่คิดว่าจะมีใครที่รักและเป็นห่วงเขา ดังนั้นหากคุณได้อ่านบทความนี้อย่าลืมให้โอกาสตัวเองและให้โอกาสคนอื่นในตอนที่ยังชีวิตอยู่ เพราะหากเราตายจากโลกนี้ไปแล้วเราอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำมันอีก
โดยรวมแล้วซีรีส์เรื่องนี้ดีมากทั้งในแง่ของพล็อตและเคมีของตัวละคร น่าเสียดายที่มีสิ่งหนึ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจของผู้เขียน นั่นก็คือสาเหตุที่ฮันจองอูเริ่มทำธุรกิจ Move to Heaven เรื่องนี้ไม่มีการอธิบายรายละเอียดว่าทำไมฮันจองอูถึงทำงานเป็นนักทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุและเก็บข้าวของของผู้ตาย หลังจากเลิกเป็นนักดับเพลิง ซึ่งผู้เขียนคาดเดาว่าอาจจะมีการเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยก็ได้ในซีซันที่ 2 เพราะในตอนจบของเรื่องมีหลายผมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขผู้เขียนเลยคิดว่าอาจจะมีซีซันที่ 2 หากคุณชอบซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวที่แปลกใหม่เราขอแนะนำ Move to Heaven เลยค่ะ ซีรีส์เรื่องนี้มี 10 ตอน ตอนละ 44 -62 นาที ซึ่งคุณสามารถรับชมได้ผ่าน Netflix ค่ะ