• Affiliate Policy
  • Contact Us
  • Content Policy
  • Global Styles
  • Our Services
  • Our Story
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • ยี่ห้อไหนดี
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • รีวิวสินค้า ซื้อรุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี เราคัดของดีมาให้คุณ
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
  •  เมนูอาหาร
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
  •  เมนูอาหาร
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

Baby Monitor กล้องดูลูกน้อย ยี่ห้อไหนดี

เบบี้มอนิเตอร์ กล้องวีดีโอมอนิเตอร์ แบบไร้สาย‎

Team BR โดย Team BR
September 30, 2026
ใน แม่และเด็ก
0
Baby Monitor กล้องดูลูกน้อย

อุปกรณ์ที่คุณแม่คุณแม่เลือกใช้ในการดูแลลูกน้อยอาจมีหลายอย่างที่จำเป็นต้องซื้อ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า,เตียงนอน, อ่างอาบน้ำ,ที่กั้นเตียง หรือรวมไปถึงของเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการลูกน้อย แต่ก็อย่าลืมนะคะว่าคุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องมองหาไอเทมที่ช่วยให้คุณได้พักสมองและผ่อนคลายให้กับตัวเองด้วย โดยเฉพาะไอเทมที่ช่วยคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อย่างเราในการเตือน หากลูกน้อยต้องการคุณ ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่านี้ก็คือ “กล้องดูเด็ก” หรือ “Baby Monitor” นั่นเองค่ะ

กล้องดูเด็กบางประเภทมีฟังก์ชันที่สามารถใช้เพื่อติดตามการหายใจหรือหัวใจของทารกที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพได้อีกด้วย แน่นอนค่ะว่าคุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่ได้อยากพึ่งหน้าจอภาพหรือวีดีโอจากกล้องดูเด็กเพียงอย่างเดียว เพราะคงไม่มีสิ่งใดที่จะมาทดแทนการเฝ้าดูลูกน้อยของคุณด้วยตนเอง แต่หากคุณพ่อคุณแม่ต้องมีกิจวัตรหรืองานบ้านที่ต้องทำทันทีทันใด และไม่สามารถอุ้มลูกน้อยหรือดูแลพวกเขาได้ในบางช่วงเวลา การปล่อยให้ลูกน้อยอยู่ในพื้นที่หรือเตียงนอนที่ปลอดภัย โดยมีกล้องดูเด็กติดไว้เพื่อความเป็นไปของลูกน้อย คงจะดีไม่น้อย ว่ามั้ยล่ะคะ?

สำหรับประสบการณ์ของแม่เอง ที่แยกลูกน้อยนอนอีกห้องหนึ่งตั้งแต่พวกเขายังเป็นทารกนั้น คงปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า กล้องดูเด็กเป็นไอเทมที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับแม่ที่จะคอยเฝ้าดูพฤติกรรมและตรวจสอบว่าพวกเขานอนหลับอย่างปลอดภัยหรือไม่? มาถึงตรงนี้ คงมีพ่อแม่หลาย ๆ คนคงอดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วทำไมแม่ถึงต้องแยกลูกนอน ไม่ห่วงพวกเขาหรอ? เป็นห่วงมาก ๆ เลยล่ะค่ะ ถึงจำเป็นต้องติดกล้องดูเด็กไว้ในห้องของพวกเขาเพื่อจะเป็นการเตือนและเฝ้าดูพวกเขาได้ตลอดเวลา

กล้องดูเด็ก หรือ baby monitor คืออะไร?

กล้องดูเด็ก หรือ baby monitor
กล้องดูเด็ก หรือ baby monitor

กล้องดูเด็ก จะถูกออกแบบมาเป็นจอภาพ ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เตือนและติดตามลูกน้อย ซึ่งจอภาพบนมอนิเตอร์นี้ สามารถช่วยให้คุณได้ฟังหรือจับตาดูทารกได้จากระยะไกล ตัวอย่างเช่น คุณพ่อคุณแม่อาจเลือกใช้กล้องดูเด็กสำหรับดูแลลูกน้อยเมื่อคุณอยู่ชั้นล่างหรืออยู่ในห้องอื่นที่คุณอาจไม่ได้ยินเสียงพวกเขาชัดเจนนัก และใช่เลยค่ะ เบบี้มอนิเตอร์สามารถทำให้คุณได้ยินเสียงลูกร้องไห้ได้พร้อมกับภาพลูกน้อย ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบหรือเป็นอันตรายต่อทารก เบบี้มอนิเตอร์ก็เหมือนอุปกรณ์ตัวช่วยที่ทำให้คุณได้รับรู้การเคลื่อนไหวต่อทารกได้เป็นอย่างดี

คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มฝึกการนอนหลับให้ลูกน้อยเมื่อใด? (1)

ข้อดีของการฝึกลูกน้อยนอนด้วยตนเอง
ควรเริ่มฝึกการนอนหลับให้ลูกน้อยเมื่อใด?

กุมารแพทย์แนะนำให้เริ่มฝึกการนอนหลับเมื่อลูกน้อยของคุณอายุประมาณสี่เดือน ในวัยนี้ โดยปกติแล้ว ทารกจะโตพอที่จะเรียนรู้ที่จะปลอบประโลมหรือกล่อมตัวเองให้นอนหลับได้ และอาจไม่ต้องการการให้อาหารหรือดื่มนมแม่หรือนมผงระหว่างคืนอีกต่อไป นอกจากนี้ ลูกน้อยในวัยประมาณสี่เดือน จะเริ่มมีวัฏจักรการนอนหลับที่พัฒนาได้เต็มที่ขึ้น รวมถึงในเรื่องของฮอร์โมนที่ควบคุมวงจรการนอนหลับและตื่นของลูกน้อยด้วย เด็กบางคนจึงสามารถเริ่มฝึกการนอนหลับได้เร็วขึ้น ในขณะที่บางคนอาจจะทำได้ดีในช่วงอายุประมาณหกเดือน หรือหากคุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่มั่นใจหรือแน่ใจว่าลูกน้อยพร้อมสำหรับการฝึกนอนเองหรือไม่? ก็สามารถปรึกษากุมารแพทย์ประจำตัวลูกน้อยก่อนก็ได้ค่ะ

การฝึกการนอนหลับของลูกน้อยใช้เวลานานเท่าไหร่? (1)

ระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกให้ลูกน้อยนอนหลับเองได้สำเร็จนั้น จะขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณพ่อคุณแม่เลือกใช้ แต่โดยทั่วไปแล้ว ควรใช้เวลาประมาณสามถึงสี่คืน ซึ่งจากประสบการณ์ที่แม่ฝึกลูกทั้งสองคนนอนเองนั้น ก็อาจจะแตกต่างกันนิดหน่อยนะคะ สำหรับเจ้าคนโตอาจจะง่ายหน่อย แค่สองคืนก็รู้ผล แต่เจ้าตัวเล็กที่จะติดแม่เป็นพิเศษ ใช้เวลาถึงสี่วันเลยล่ะค่ะ

การฝึกการนอนหลับให้ลูกน้อยปลอดภัยหรือไม่? (1)

มีการวิจัยระยะยาวมากมายที่ศึกษาเกี่ยวกับการฝึกการนอนหลับของลูกน้อย และไม่มีหลักฐานไหนที่แสดงว่าการฝึกการนอนหลับนั้นจะสร้างความเสียหายต่อทารกทั้งทางร่างกายและจิตใจเลย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การฝึกการนอนหลับให้กับลูกน้อยนั้นสามารถปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับของทารก และเพิ่มความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยระหว่างทารกกับผู้ดูแลได้อีกด้วย ตราบใดที่ลูกน้อยของคุณมีอายุที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยแล้วล่ะก็ การฝึกการนอนหลับที่ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเลือกใช้วิธีใด ก็ถือว่าปลอดภัยและส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของทารกได้อย่างสมบูรณ์เลยล่ะค่ะ

Baby monitor มีกี่ประเภท?

กล้องดูเด็กในปัจจุบันมีหลายประเภทมากมายให้เลือกซื้อ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและจุดประสงค์ของครอบครัวนั้น ๆ ซึ่งจะแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้ค่ะ

1. จอภาพเสียง (Audio Monitor)

โดยพื้นฐานแล้ว เบบี้มอนิเตอร์ประเภทนี้จะมีการใช้งานเหมือนกับเครื่องรับส่งวิทยุ จอภาพนี้จะให้คุณได้ยินเสียงของลูกน้อยเมื่อคุณไม่ได้อยู่ในห้องกับพวกเขา

2. จอภาพวิดีโอ (Video Monitor)

เบบี้มอนิเตอร์ประเภทจอภาพวิดีโอ จะเป็นการส่งวิดีโอจากกล้องในห้องของลูกน้อย โดยที่คุณจะดูวิดีโอของพวกเขาผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น แท็บเล็ต, มือถือ เป็นต้น ซึ่งบางครั้งจอภาพจะใช้ WiFi ที่บ้านของคุณเพื่อถ่ายทอดการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของลูกน้อยผ่านทางแอปบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของคุณ

3. แอพมอนิเตอร์ (App Monitor)

มีแอพต่าง ๆ มากมายที่จะให้คุณเปลี่ยนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณให้เป็นจอภาพได้ สิ่งเหล่านี้อาจจะได้ภาพหรือเสียงที่ไม่ค่อยละเอียดหรือมีคุณภาพสูงเมื่อเทียบกับอุปกรณ์เฝ้าดูเด็กประเภทอื่น ๆ

Baby Monitor กล้องดูเด็กน้อย ยี่ห้อไหนดี

เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน

BBluv กล้องวิดีโอเบบี้มอนิเตอร์ไร้สาย

BBluv กล้องวิดีโอเบบี้มอนิเตอร์ไร้สาย

และสำหรับเบบี้มอนิเตอร์ตัวสุดท้ายนี้ก็มาจากแบรนด์ BBluv ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ค่ะที่มีชื่อเสียงและได้มาตรฐานในระดับสากล ตัวเครื่องมีความปลอดภัย ได้ประสิทธิภาพเยี่ยม และยังแข็งแรงทนทานสามารถใช้งานได้นานอีกด้วย ตัวกล้องเบบี้มอนิเตอร์จะมาพร้อมกับหน้าจอและกล้องรวมถึงชุดติดตั้งเข้ากับฝนังที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับตัวกล้องโดยเฉพาะเพื่อให้ได้ตำแหน่งและมุมกล้องที่ใช่ที่สุด และเพื่อให้ติดตั้งได้อย่างมั่นคงไม่มีหลุดขณะใช้งาน การทำงานของเบบี้มอนิเตอร์จะใช้เทคโนโลยีไร้สาย 2.4 Ghz ที่มีระยะการส่งสัญญาณได้ไกลถึง 300 ม. ด้วยการแสดงผลบนหน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ซึ่งเป็นจอสีและอินฟราเรดไนท์วิชั่น

ตัวกล้องมาในมุมที่ค่อนข้างกว้างสามารถมองเห็นได้ครอบคลุม นอกจากนี้แล้วก็ยังสามารถแพรอบ ๆ ได้ 350 องศา ปรับตำแหน่งขึ้นลงได้และยังสามารถซูมได้ รวมถึงความสว่างและระดับความดังของเสียงในส่วนนี้ก็สามารถควบคุมได้เช่นเดียวกันค่ะ ซึ่งต้องบอกไว้เลยว่าสำหรับบ้านที่ต้องการจะติดตั้งเบบี้มอนิเตอร์ในมุมต่าง ๆ เพิ่มเติมหรือต้องการดูความเคลื่อนไหวของลูกอีกคนก็สามารถใช้งานตัวนี้ได้ เพราะคุณแค่ซื้อกล้องเสริมแล้วนำมาเชื่อมต่อเข้ากับหน้าจอเดิมก็เท่านั้นเอง ซึ่งการเชื่อมต่อในแบบนี้สามารถทำได้มากถึง 4 ตัว ทำให้คุณแม่สามารถที่จะมองเห็นลูกจากมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ในคราวเดียว เนื่องจากหน้าจอนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ช่องเลยค่ะ ซึ่งถ้าหากใครที่ต้องการเบบี้มอนิเตอร์ดี ๆ สักเครื่องที่กะจะใช้งานกันแบบยาว ๆ ก็เลือกลงทุนกับแบรนด์สินค้าเพื่อผู้ปกครองและเด็กอย่างแบรนด์ BBluv แบรนด์นี้ได้เลยค่ะ

ข้อดี

  • สัญญาณเตือนเมื่อแบตใกล้หมดทำให้แม่ทราบล่วงหน้า
  • สินค้ามีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ
  • ภาพและเสียงคมชัดได้คุณภาพทั้งในกลางวันและกลางคืน
  • สามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนการทำงานได้หลากหลายตามต้องการ
  • ตัวเครื่องรองรับภาษาได้หลากหลายเหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับผู้ปกครองที่เป็นชาวต่างชาติ

ข้อเสีย

  • ราคาแพง
  • ใช้แบตเตอรี่จึงค่อนข้างที่จะจำกัดในเรื่องของเวลาใช้งาน
เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน x
ระยะการส่งสัญญาณ 300 ม.
ขนาดหน้าจอ 4.3 นิ้ว
ความละเอียด ไม่ระบุ
การทำงานของกล้อง หมุนได้ 350 องศา ปรับขึ้นลงได้ และซูมได้
Night Vision ✓
เสียง การโต้ตอบแบบ 2 ทิศทาง
ฟังก์ชันอื่นๆ เซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ / ตั้งเวลาได้ / มีเพลงกล่อมเด็ก 5 เพลง
ดูได้ที่ Shopee

Baby Monitor เบบี้มอนิเตอร์ รุ่น VB603 หน้าจอกว้าง 3.2 นิ้ว

Baby Monitor เบบี้มอนิเตอร์ รุ่น VB603 หน้าจอกว้าง 3.2 นิ้ว

สำหรับเบบี้มอนิเตอร์รุ่นต่อมาก็ถือว่าเป็นรุ่นที่อัพเกรดคุณสมบัติรวมถึงฟังก์ชันในการใช้งานต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นก่อนเล็กน้อย ซึ่งราคาก็เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยเช่นกัน ความพิเศษที่แตกต่างจากเดินอย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจนนั่นก็เรื่องของหน้าจอ สำหรับตัวนี้ก็มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ LCD ที่เพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 3.2 นิ้ว มาพร้อมกับโหมด Night Vision ที่ทำให้เราติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหนูในช่วงกลางคืนได้เป็นอย่างดี นอกจากเรื่องของหน้าจอแล้วในเรื่องของการส่งสัญญาณตัวนี้ก็ถือว่าทำได้ดีมากขึ้นค่ะเพราะสามารถส่งได้ไกลถึง 100 ม. แม้ในบ้านหรือในห้องที่มีฝาผนังกั้นกลางก็ตาม

การติดตั้งก็เช่นเดิมเลยค่ะคือเน้นความง่ายและสะดวก ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าและที่สำคัญคือไม่ต้องใช้ไวไฟเพราะตัวรับและตัวกล้องเบบี้มอนิเตอร์จะถูกเชื่อมเข้าหากันแบบไร้สาย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็แค่ติดตั้งกล้องในตำแหน่งที่ต้องการแล้วเปิดเครื่องก็พร้อมทำงานได้ทันที การทำงานจะใช้การชาร์จแบตที่ติดตั้งมาในตัวซึ่งก็ถูกพัฒนาให้อึดและใช้งานได้นานขึ้น เพื่อคุณพ่อคุณแม่ก็ได้รู้สึกมั่นใจว่าลูก ๆ นั้นปลอดภัยตลอดเวลาด้วยภาพและเสียงที่ชัดเจน แถมยังพูดคุยหยอกล้อโต้ตอบได้แบบ 2 ทิศทาง และคืนไหนที่เจ้าหนูงอแงคุณก็แค่เปิดเพลงช่วยกล่อมทำให้เจ้าหนูหลับปุ๋ยได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

ข้อดี

  • ขนาดหน้าจอใหญ่จุใจกว่ารุ่นก่อน
  • หน้าจอมาพร้อมขาตั้งทำให้ดูได้สะดวกขึ้น
  • ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบาสามารถพกพาไปใช้งานที่ไหนก็สะดวก
  • ปุ่มคำสั่งเข้าใจง่าย
  • คุณสมบัติและประสิทธิภาพสมราคา

ข้อเสีย

  • ต้องมีการชาร์จแบตบ่อย ๆ และการใช้งานค่อนข้างจำกัด
  • คุณภาพความคมชัดปานกลางแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของแสงและช่วงเวลาในการใช้งาน
เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน x
ระยะการส่งสัญญาณ 300 ม. ในพื้นที่เปิด และ 100 ม. ในพื้นที่ปิด
ขนาดหน้าจอ 3.2 นิ้ว
ความละเอียด 320 × 240 พิกเซล
การทำงานของกล้อง ซูมได้ 2 เท่า
Night Vision ✓ (ในระยะ 5 ม.)
เสียง การโต้ตอบแบบ 2 ทิศทาง
ฟังก์ชันอื่นๆ ตรวจจับอุณหภูมิ / มีเพลงกล่อมเด็ก / รองรับกล้องได้ 4 ตัว
ดูได้ที่ Shopee

Prince & Princess กล้องเบบี้มอนิเตอร์ รุ่น Safe & Sound

Prince & Princess กล้องเบบี้มอนิเตอร์ รุ่น Safe & Sound

คราวนี้เราก็มาดูทางฝั่งของเบบี้มอนิเตอร์ที่เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในยุคสมัยใหม่ที่ใช้เพียงมือถือเครื่องเดียวก็สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหนูได้ ไม่ว่าจะทั้งในบ้านหรือนอกบ้าน ซึ่งเบบี้มอนิเตอร์จาก Prince & Princess รุ่น Safe & Sound ก็เป็นรุ่นที่เรียกได้ว่าตอบโจทย์และน่าจะตรงตามความต้องการของผู้ปกครองหลาย ๆ ท่าน เบบี้มอนิเตอร์รุ่นนี้ใช้การเชื่อมต่อผ่านทางแอพลิเคชั่นที่ไม่ว่ามือถือเครื่องไหนก็สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้แบบฟรี ๆ และที่สำคัญอีกอย่างคือสามารถดูพร้อมกันได้มากถึง 5 บัญชี

เบบี้มอนิเตอร์รุ่นนี้เองก็ยังมาพร้อมกับความสามารถในการตรวจจับการเคลื่อนไหวที่คุณแม่สามารถปรับความ sensitive ของตัวกล้องได้นั่นคือไม่ว่าลูกน้อยขยับตัวหลังจากตื่นนอนหรือเกิดความผิดปกติในห้องก็จะมีการแจ้งเตือนเข้าตัวแอปพลิเคชันทันที นอกจากการเคลื่อนไหวแล้วรุ่นนี้ก็ยังมีการตรวจจับเสียง หากว่าลูกน้องร้องไห้งอแงผิดปกติคุณแม่ก็ทราบได้เพื่อที่จะได้พุ่งมาโอ๋เจ้าหนูได้ทันเวลาด้วยค่ะ สำหรับในเรื่องของมุมกล้องนั้นแม่ประทับใจมากเพราะว่าสามารถหมุนปรับไปรอบ ๆ ได้รวมถึงยังปรับขึ้นลงได้ ความละเอียดของภาพสูงสุดระดับ Full HD และสำหรับในช่วงเวลากลางคืนที่มีแสงค่อนข้างน้อย ระบบแสงอินฟาเรดจะทำงานอัตโนมัติซึ่งก็สามารถมองเห็นได้ไกลในระยะ 10 ม.เลยทีเดียวค่ะ เรียกว่ารุ่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นค่ะที่น่าจับตามอง ครบทุกฟังก์ชันในเรื่องของความปลอดภัยและตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ได้ดี และที่สำคัญคือราคาถือว่าไม่ต่างจากแบบอื่นมากเกินไปด้วยนะคะ เห็นแบบนี้แล้วก็คงต้องลองซื้อมาพิสูจน์กันดูแล้วนะคะ

ข้อดี

  • สั่งงานผ่านทางแอปพลิเคชันจึงสะดวกและใช้งานได้ทุกที่เหมาะสำหรับผู้ปกครองยุคใหม่
  • รองรับทั้งระบบแอนดรอยด์และ IOS แถมยังฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอเก็บเป็นความทรงจำไว้ดูทีหลังได้
  • ความคมชัดระดับ Full HD มองหน้าลูกได้ชัดแจ๋ว
  • ตัวกล้องหมุนได้รอบทิศทางรวมถึงปรับขึ้น/ลงได้เพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น
  • เมื่อลูกโตก็สามารถเปลี่ยนมาใช้งานเป็นกล้องวงจรปิดได้
  • การติดตั้งง่ายและมีวิดีโอสอนการติดตั้งในกรณีที่ผู้ปกครองมือใหม่

ข้อเสีย

  • ต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลา
  • ความคมชัดของภาพไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเทอร์เน็ต
เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน ✓
ระยะการส่งสัญญาณ -
ขนาดหน้าจอ - (เชื่อมต่อด้วยมือถือ)
ความละเอียด Full HD 1080 P
การทำงานของกล้อง หมุนรอบได้ 355 องศา และหมุดขึ้นลงได้ 110 องศา
Night Vision ✓ (ในระยะ 10 ม.)
เสียง การโต้ตอบแบบ 2 ทิศทาง
ฟังก์ชันอื่นๆ ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว / ระบบตรวจจับเสียงร้องไห้ / บันทึกภาพและวิดีโอได้ / เชื่อมต่อด้วยกันได้ 5 account
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

กล้องดูแลเด็กเบบี้มอนิเตอร์ รุ่น LT935

กล้องดูแลเด็กเบบี้มอนิเตอร์ รุ่น LT935

กล้องดูแลเด็กเบบี้มอนิเตอร์ รุ่น LT935 ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นค่ะที่คุณพ่อคุณแม่ต่างก็ลงความเห็นว่าเป็นรุ่นที่ใช้ง่ายมาก ๆ ติดตั้งง่ายไม่มีปัญหาและที่สำคัญคือไม่ยุ่งยาก ซึ่งก็แน่นอนค่ะในเรื่องนี้ก็เพราะว่ารุ่น LT935 นั้นใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย ไม่จำเป็นพึ่งอินเทอร์เน็ต เพียงแค่เปิดเครื่องตัวกล้องก็จะทำงานทันที ภาพคมชัด ดีเลย์น้อย เสียงดังชัดเจนสามารถใช้งานในพื้นที่ปิดได้โดยที่ไม่มีปัญหาเลยค่ะ ตัวกล้องนั้นแพนได้และสามารถซูมได้ ซึ่งในเซตนี้ที่แม่เลือกมากก็จะมีหน้าจอและกล้องที่ถูกจับคู่มาให้แล้ว 2 ตัวด้วยกันค่ะ ซึ่งนี่ก็สามารถช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นทุกลูกน้อยได้ชัดเจนจากทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นในตอนกลางวันหรือกลางคืนก็ไม่มีปัญหา

การทำงานของรุ่นนี้มีการปรับในส่วนของแบตเตอรี่เล็กน้อย โดยเพิ่มระบบการช่วยประหยัดพลังงานเข้ามาทำให้เมื่อลูกนอนหลับ หน้าจอจะดับลงแต่ทันทีที่มีการเคลื่อนไหวรวมถึงเสียง หน้าจอก็จะแสดงผลทันที โดยในส่วนของเสียงร้องไห้นั้นสามารถที่จะเลือกความไวได้ทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันค่ะ อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่ารุ่นนี้มาพร้อมกับกล้อง 2 ตัว แต่หากในอนาคตคุณพ่อคุณแม่คิดจะติดกล้องเพิ่มหรือมีแพลนจะมีเจ้าตัวน้อยเพิ่มอีกก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเบบี้มอนิเตอร์ตัวใหม่ค่ะ เพราะคุณสามารถสั่งซื้อแค่เฉพาะกล้องเสริมและติดตั้งเข้ากับหน้าจอเดิมได้เลย โดยที่คุณสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกันได้มากถึง 4 เครื่องพร้อมกับมีระบบสลับกล้องอัตโนมัติที่สามารถมองให้ได้จากทุกกล้องภายในเครื่องเดียว สะดวกสุด ๆ และที่สำคัญคือช่วยประหยัดเงินคุณพ่อคุณแม่ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ไปได้เยอะเลยค่ะ

ข้อดี

  • มาพร้อมกับกล้อง 2 ตัวช่วยให้เห็นการเคลื่อนไหวได้รอบทิศทางมากขึ้น
  • สามารถติดตั้งกล้องได้เพิ่มสูงสุด 4 ตัว
  • ไม่ต้องตั้งค่า สามารถใช้งานได้ง่าย
  • เสียงดังชัดเจน ไม่แตก
  • มีระบบประหยัดพลังงานช่วยให้ใช้งานได้นานมากขึ้น
  • มีไฟแสดงสถานะของแบตและมีเสียงเตือนเมื่อแบตหมด

ข้อเสีย

  • ภาพมีการดีเลย์บ้างเล็กน้อย
  • มีบางช่วงอาจรับสัญญาณได้ไม่ดีมากทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของตัวบ้านหรือตัวอาคาร
เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน x
ระยะการส่งสัญญาณ ไม่ระบุ
ขนาดหน้าจอ 3.5 นิ้ว
ความละเอียด ไม่ระบุ
การทำงานของกล้อง แพนกล้องและซูมได้
Night Vision ✓
เสียง การโต้ตอบแบบ 2 ทิศทาง
ฟังก์ชันอื่นๆ มีเพลงกล่อมเด็ก 4 เพลง / ตรวจจับอุณหภูมิ
ดูได้ที่ Shopee

เบบี้มอนิเตอร์ Wireless LCD Screen 1080P IP Camera Night Vision

เบบี้มอนิเตอร์ Wireless LCD Screen 1080P IP Camera Night Vision

ถ้าหากว่าคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนที่ไม่ชอบไม่ถนัดในเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือไม่ชอบการติดตั้งที่แสนจะยุ่งยากแล้วล่ะก็เบบี้มอนิเตอร์รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่น่าจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้เป็นอย่างดี เพราะการทำงานของรุ่นนี้จะใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย 2.4G ที่เพียงแค่เสียบปลั๊กแล้วเปิดเครื่อง หน้าจอก็แสดงภาพทันที ไม่เน้นการเชื่อมต่อที่ยุ่งยาก ไม่จำเป็นตั้งค่าให้วุ่นวาย ในส่วนของหน้าจอนั้นคมชัดพอสมควรทั้งในช่วงตอนกลางวันและตอนกลางคืนค่ะ หากว่ามีการใช้งานในที่ที่มีแสงสว่างที่เหมาะสมจะให้ภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในส่วนของเสียงนี่ราคาเท่านี้ถือว่าทำได้โอเคเลย เพราะว่าคุณแม่หลายคนต้องก็ประทับใจในเรื่องนี้ เสียงแจ๋วดีเยี่ยมเลยค่ะ

การทำงานของเบบี้มอนิเตอร์ตัวนี้ก็จะใช้การทำงานของแบตเตอรี่ลิเทียมพอลิเมอร์ โดยสามารถใช้งานได้นานประมาณ 2 ชม.ซึ่งในส่วนนี้ก็ถือว่าค่อนข้างที่จะเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานภายในบ้านหรือการพกพาออกนอกสถานที่ เพราะในบางครั้งที่คุณแม่จะต้องเข้าห้องน้ำ ทำกับข้าว หรือช่วงที่ต้องแยกตัวออกมาจากลูกน้อยแล้วก็ยังแน่ใจว่าลูกน้อยปลอดภัย ฉะนั้นแล้วไม่ว่าคุณแม่จะอยู่ส่วนไหนของบ้านก็ได้ยินเสียงของเจ้าหนูตลอดเวลาแถมยังมาพร้อมกับภาพของเจ้าแก้มป่อง แค่นี้ก็ช่วยให้หายคิดถึงไปได้เยอะเลยทีเดียวเลยค่ะ

ข้อดี

  • เชื่อมต่อง่ายไม่ยุ่งยากและพร้อมใช้งานได้ทันที
  • ราคาไม่แพงมากเกินไป
  • มีสัญญาณไฟแจ้งเตือนสถานะแบตเตอรี่่
  • คุณภาพเสียงคมชัด

ข้อเสีย

  • ขนาดหน้าจอเล็ก
  • หากอยู่ในที่แสงน้อยมาก ๆ ภาพในตอนกลางคืนไม่ชัดมากหรือเบลอเล็กน้อย
  • การใช้งานค่อนข้างจำกัดและต้องชาร์จแบตอยู่บ่อย ๆ
เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน x
ระยะการส่งสัญญาณ 200 ม. ในพื้นที่เปิด และ 30 ม. ในพื้นที่ปิด
ขนาดหน้าจอ 2.4 นิ้ว
ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล
การทำงานของกล้อง ซูมได้
Night Vision ✓ (ในระยะ 5 ม.)
เสียง การโต้ตอบแบบ 2 ทิศทาง
ฟังก์ชันอื่นๆ ตรวจจับอุณหภูมิ / มีเพลงกล่อมเด็ก
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว

เบบี้มอนิเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณได้ติดการการเคลื่อนไหวของลูกน้อยได้ดีเมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถเฝ้าดูแลพวกเขาได้ตลอดเวลา จากประสบการณ์แม่ที่แยกห้องนอนกับลูกน้อยตั้งแต่พวกเขาเพียงหนึ่งขวบนั้น การมีเบบี้มอนิเตอร์เป็นตัวช่วยในการเตือน การได้ยินเสียง แต่ความเคลื่อนไหวของลูกน้อย ก็ช่วยให้แม่รู้สึกผ่อนคลายและได้ทำงานบ้านหรือธุระประปรายในบ้านได้ในเวลาเดียวกัน เพียงเปลี่ยนจากการเฝ้าดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด เป็นการดูผ่านเบบี้มอนิเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเวลางีบกลางวันของลูกน้อย หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเข้านอนตอนกลางคืนที่พวกเขานอนหลับยาวทั้งคืน คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลาผ่านทางหน้าจอมอนิเตอร์ อีกทั้งการที่ผู้ปกครองอย่างเราแยกห้องนอนโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ห้องเดียวกับลูกน้อย ก็ช่วยให้พวกเขาได้นอนหลับได้อย่างเต็มที่ เพราะลูกน้อยเองก็คงไม่อยากถูกรบกวนด้วยเสียงเปิดประตูเข้าออกของคุณพ่อคุณแม่ การพูดคุยกัน หรือสิ่งรบกวนต่าง ๆ ขณะพวกเขานอนหลับ สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมตรวจสอบการทำงาน อาทิเช่น ไฟฟ้า แบตเตอรี่ หรือ WiFi ขณะใช้งานเจ้าเบบี้มอนิเตอร์ด้วยนะคะ

คำแนะนำในการเลือกซื้อ Baby Monitor

  • เลือกประเภทของมอนิเตอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละบ้านเลยค่ะ อย่างลูกน้อยที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ เช่น การหายใจ หัวใจ เป็นต้น
  • มองหาเบบี้มอนิเตอร์ที่สามารถส่งสัญญาณเสียงเพื่อเป็นการเตือนให้กับคุณ ถึงแม้คุณจะอยู่ในระยะห่างไกล
  • ตรวจสอบกล้องที่มีมุมที่กว้างพอที่จะมองเห็นทารกได้
  • มีช่องสัญญาณต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวนจากคลื่นวิทยุ
  • การเลือกกล้องดูเด็กที่สามารถใช้ในห้องต่าง ๆ ได้ เช่น แสงไฟ เพราะกลางคืนที่ต้องปิดไฟในห้องของลูกน้อย การเลือกกล้องที่สามารถแสดงผลได้ชัดเจนในห้องมืด ก็สามารถทำให้คุณได้เห็นลูกน้อยผ่านทางจอภาพได้แม้ไม่มีแสงสว่าง
  • ความสะดวกสบายในการใช้งาน เพราะเบบี้มอนิเตอร์มีทั้งแบบใช้ถ่านไฟฉายหรือชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเลือกซื้อที่เหมาะกับความสะดวกสบายในการใช้งานได้เลยค่ะ
  • การติดตั้งที่ง่าย เบบี้มอนิเตอร์บางรุ่น ถูกออกแบบมาเพื่อการติดตั้งที่ง่ายและไร้สายไฟ เพื่อป้องกันอันตรายจากการที่ตัวสายอาจเข้าไปเกี่ยวหรือรัดในส่วนใดส่วนหนึ่งของเจ้าตัวน้อยได้ค่ะ
  • ความแข็งแรงคงทน เพราะอย่างที่บอกค่ะ แม่แยกห้องนอนกับลูกต้องแต่พวกเขายังเด็ก การเลือกเบบี้มอนิเตอร์ที่ทนทาน ก็จะทำให้สามารถใช้งานไปได้หลายปีเลยทีเดียว
  • ฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ หากต้องการ เช่น การปรับลดเพิ่มเสียง ปรับแสงสว่าง โหมดกลางวันกลางคืน เป็นต้น
  • วัสดุของเบบี้มอนิเตอร์ไม่เพียงแต่ต้องทนทาน แต่ต้องทำจากวัสดุที่ปลอดภัยจากสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้

ข้อดีของการฝึกลูกน้อยนอนด้วยตนเอง (1,2)

  • ลูกน้อยจะนอนหลับได้นานขึ้นและเต็มที่มากขึ้น หากคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกน้อยได้นอนบนเตียงนอนของพวกเขาเองอย่างสม่ำเสมอ โดยเปิดเครื่องช่วยกล่อมลูกน้อยสักหน่อย พวกเขาจะเรียนรู้ที่จะนอนหลับอย่างเต็มอื่มและนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งแน่นอนค่ะว่าเจ้าตัวน้อยจะมีคุณภาพในการนอนที่มากขึ้น และมีความสุขมากขึ้นอีกด้วย
  • หากทารกสามารถกลับไปได้ด้วยตัวเองเมื่อพวกเขาตื่นขึ้น การฝึกให้ลูกน้อยได้นอนเองบนเตียงของพวกเขา จะทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะนอนหลับด้วยตนเองมากขึ้น หากพวกเขาตื่นขึ้นมาร้องไห้งอแงหรือขอนมมื้อดึก หรือแม้แต่การพลิกตัวนอนในท่าอื่น ก็สามารถปลุกพวกเขาให้ตื่นได้ แต่หากคุณพ่อคุณแม่รอพวกเขาให้สามารถกลับไปนอนหลับได้ด้วยตนเองแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะเรียนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของวงจรการนอนหลับได้ดีขึ้น และสามารถกลับไปนอนต่อได้เองค่ะ
ข้อดีของการฝึกลูกน้อยนอนด้วยตนเอง
ข้อดีของการฝึกลูกน้อยนอนด้วยตนเอง
  • คุณพ่อคุณแม่มีเวลานอนหลับมากขึ้น ข้อนี้เนี่ย จริงแสนจริงเลยล่ะค่ะ เพราะแม่เองได้รับการนอนหลับที่มากขึ้นหลังจากแยกลูกน้อยให้นอนเอง เพราะแม่ไม่ต้องถูกปลุกด้วยเสียงคำรามหรืองอแงของทารก เชื่อมั้ยคะว่าลูกน้อยจะไม่เกิดการพัฒนานิสัยในเรื่องของการกลับไปนอนเองทุกครั้งที่ตื่น หากคุณเข้าไปในห้องของพวกเขาทุกครั้งที่พวกเขาตื่น
  • ลูกน้อยสามารถรับรู้กลิ่นของคุณได้ภายในไม่กี่วันแรกเกิด ถ้าลูกน้อยถูกเลี้ยงดูหรือนอนในห้องกับคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะก็ พวกเขาอาจจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหากไม่ได้รับรู้กลิ่นของคุณอยู่ข้าง ๆ
  • การให้ลูกน้อยได้นอนบนเตียงของตัวเองอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เป็นทารกน้อย จะช่วยให้พวกเขาได้พัฒนานิสัยการงีบหลับที่ดี
  • ช่วยเพิ่มความง่ายขึ้นให้คุณพ่อคุณแม่หรือคนดูแลคนอื่น ๆ ของลูกน้อย หากพวกเขารู้วิธีเข้านอนบนเตียงได้ด้วยตนเอง
  • คุณพ่อคุณแม่จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เพราะต่อให้มีลูกน้อยมาเป็นโซ่คล้องใจ แต่อย่าลืมว่าคุณก็ต้องมีเวลาให้กันและกัน เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของคู่แต่งงาน
  • ลดความเสี่ยงของการเกิด SIDS หรือโรคไหลตายในเด็กเล็ก หรือ การที่คุณพ่อคุณแม่เองอาจทำให้ลูกน้อยเกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเมื่อนอนด้วยกัน และไม่ทันระมัดระวังเมื่อนอนหลับลึก และเกิดไปทับลูกน้อยได้

เห็นมั้ยล่ะค่ะว่า การให้ลูกน้อยได้นอนหลับบนเตียงของตนเองให้ประโยชน์มากมายกับตัวลูกน้อยและตัวคุณพ่อคุณแม่เอง แต่คุณพ่อคุณแม่ที่ยังคงกังวลกับการปล่อยลูกให้นอนด้วยตนเอง หรือบางครอบครัวที่แยกห้องกับลูกน้อยตั้งแต่ยังเป็นททารก ก็ย่อมปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ค่ะว่า เราจะไม่มีความวิตกจริตกับการที่ไม่ได้เห็นลูกน้อยในขณะที่พวกเขานอนหลับ โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่ลูกน้อยบางคน อาจจะนอนหลับได้ตลอดคืนโดยไม่งอแง หรือตื่นมาขอนมมื้อดึก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมแม่ หรือ คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ครอบครัวจึงอยากมีกล้องดูเด็ก หรือ baby monitor มาช่วยแก้ความวิตกกังวลและเป็นการสอดส่องความปลอดภัยในการนอนหลับของลูกน้อยกันค่ะ


References :

  1. When and How to Sleep Train Your Baby
  2. Uninterrupted Infant Sleep, Development, and Maternal Mood
Previous Post

เนยถั่ว Peanut Butter ยี่ห้อไหนดี อร่อย

Next Post

แนะนำ มาสก์โคลน (Clay Mask) ยี่ห้อไหนดี

Next Post

แนะนำ มาสก์โคลน (Clay Mask) ยี่ห้อไหนดี

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

เตียงนอนทารก - เด็กเล็ก
แม่และเด็ก

เตียงนอนทารก - เด็กเล็ก ยี่ห้อไหนดี

September 30, 2026
ยาสีฟันเด็ก
แม่และเด็ก

ยาสีฟันสำหรับเด็ก ยี่ห้อไหนดี

September 30, 2026
ครีมลดรอยแตกลาย
แม่และเด็ก

ครีมลดรอยแตกลาย ยี่ห้อไหนดี

September 30, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
  •  เมนูอาหาร

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
  •  เมนูอาหาร