• Affiliate Policy
  • Contact Us
  • Content Policy
  • Global Styles
  • Our Services
  • Our Story
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • ยี่ห้อไหนดี
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • รีวิวสินค้า ซื้อรุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี เราคัดของดีมาให้คุณ
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

เครื่องดูดฝุ่น Dyson (ไดสัน) รุ่นไหนดี มีคุณภาพ ดูดแรง

Team BR โดย Team BR
August 18, 2026
ใน บ้านและห้องครัว
0

อุปกรณ์ทำความสะอาดเป็นไอเทมที่ควรจะต้องมีติดบ้านอยู่แล้ว ทั้งนี้เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด หลายคนก็คงจะนึกถึง ไม้กวาด, ไม้กวาดไฟฟ้า, ไม้ถูพื้น, หุ่นยนต์ทำความสะอาด, เครื่องดูดไรฝุ่น และอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้เลยคือ ‘เครื่องดูดฝุ่น’ เพราะตัวเครื่องทำคอยทำหน้าที่ในการดูดเอาสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามพื้นและซอกมุมต่าง ๆ รวมไปถึงยังดูดทำความสะอาดได้แม้กระทั่ง ที่นอน, พรม หรือโซฟาตัวโปรดของเราได้อีกด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้นแบรนด์ที่ผลิตและวางขายเครื่องดูดฝุ่นในท้องตลาดก็มีให้เลือกอยู่มากมาย แต่เชื่อว่ามีอยู่แบรนด์หนึ่งที่ถ้าหากพูดถึงหลายก็ก็จะต้องร้อง “อ่อ..” กันอย่างแน่นอนนั่นคือ ‘เครื่องดูดฝุ่น Dyson’ เนื่องจากมันจะมีฟังก์ชันและระบบพลังไซโคลน ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดฝุ่นรวมไปถึงสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ ได้แบบราบคาบ ทำให้คุณทำความสะอาดง่ายยิ่งขึ้นและบ้านของคุณก็จะสะอาดมากกว่าที่เคยเป็นอย่างแน่นอน

ประวัติของแบรนด์ ไดสัน (Dyson)

จุดเริ่มต้นของการคิดค้นและผลิตเครื่องดูดฝุ่นอย่างไดสัน (Dyson) คือในปี 1974 เจมส์ ไดสัน (James Dyson) ได้ซื้อเครื่องดูดฝุ่นประเภทหนึ่งในประเทศอังกฤษมาใช้งาน แต่เมื่อเขานำมันมาใช้ในการดูดกระดาษทิชชู่บนพื้น กลับเกิดปัญหาคือพลังดูดของเครื่องไม่เพียงพอที่จะสามารถดูดกระดาษทิชชู่เข้าไปได้ อีกทั้งเมื่อเปิดถังเก็บฝุ่นก็พบเจอเข้ากับตัวกรองที่เต็มไปด้วยฝุ่นจำนานมาก ซึ่งปัญหาตรงนี้ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ระบบและพลังการดูดฝุ่นของเครื่องควรจะต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้

เครื่องดูดฝุ่น Dyson รุ่นไหนดี
เครื่องดูดฝุ่น Dyson รูปภาพจาก dyson.co.th

ดังนั้นเขาจึงได้เริ่มต้นคิดค้นนวัฒกรรมและเทคโนโลยีที่จะมาเติมเต็มในส่วนนี้ จนในที่สุดเขาก็ทำระบบชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘ไซโคลน’ ซึ่งเพิ่มพลังการดูดได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นหรือสิ่งของต่าง ๆ ก็สามารถดูดเข้าไปในถังเก็บได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญคือตัวกรองเองก็มีประสิทธิภาพ ไม่เกิดปัญหาฝุ่นติดอยู่บนตัวกรองอย่างแน่นอน โดยระบบไซโคลนของทางไดสัน ทำให้มีลูกค้าทั่วโลกเลือกที่จะซื้อเพื่อนำไปใช้งานภายในบ้าน จนทางบริษัทยอดขายกว่า 8.2 พันล้านดอลลาร์ และกำไรประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020

ฟังก์ชันของเครื่องดูดฝุ่น Dyson ที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง ?

Dyson เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบด้ามจับนั้นมีประสิทธิภาพและมียอดขายมาเป็นอันดับต้น ๆ ของวงการเลยครับ เพราะการใช้งานที่ง่ายและฟังก์ชันที่ทำให้การทำความสะอาดง่ายกว่าเดิม โดยฟังก์ชันและคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Dyson จะมีดังนี้

  • การออกแบบให้เป็นเครื่องดูดฝุ่นด้ามจับ ทำให้มันมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ
  • มีหัวทำความสะอาดที่ดี ช่วยให้สามารถทำความสะอาดได้กับพื้นทุกประเภท
  • ถังเก็บฝุ่นดีไซน์ออกมาให้ ‘ถูกสุขลักษณะ’ ทำให้ล้างถังเก็บฝุ่นได้ง่าย
  • ตั้งค่าพลังงานของเครื่องได้ 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็น Eco (12AW), Auto (23AW) และ Boost (150AW)

นอกจากนี้เครื่องดูดฝุ่น Dyson รุ่น V11 Absolute และ V15 Detect ยังมีฟังก์ชันพิเศษอย่าง

  • หน้าจอ LCD ซึ่งคอยบอกสถานะของเครื่องและแบตเตอรี่ภายในเครื่อง
  • หัวของเครื่องดูดฝุ่นจะปรับพลังการดูดบนพื้นได้แบบอัตโนมัติ
  • ตรวจจับฝุ่นด้วยเลเซอร์ (มีเฉพาะในเรื่อง V15)
  • เครื่องดูดฝุ่นสามารถบอกได้ว่าคุณดูดฝุ่นไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว
เครื่องดูดฝุ่น Dyson แสดงข้อมูลตัวเลขที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก
เครื่องดูดฝุ่น Dyson แสดงข้อมูลตัวเลขที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการทำความสะอาดอย่างล้ำลึก รูปภาพจาก dyson.co.th



เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V12 Detect Slim ™ Total Clean Cordless Vacuum Cleaner

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V12 Detect Slim ™ Total Clean Cordless Vacuum Cleaner
V12 Detect Slim ™ Total Clean จะแตกต่างออกไปจากรุ่น Fluffy ในส่วนของอุปกรณ์เสริมที่ให้มาพร้อมกับเครื่อง ที่จะมีหัวดูดกว่า 8 แบบและข้อต่อสำหรับการทำความสะอาดใต้เตียง ซึ่งไม่ว่าบ้านของคุณจะมีพื้นประเภทไหนหรือมีมุมที่แคบอย่างไร Dyson รุ่นนี้ก็สามารถซอกซอนเข้าไปไปได้ในทุกมุม ส่วนฟังก์ชันของเครื่องก็จะใกล้เคียงกับ Fluffy นั่นคือ เทคโนโลยี Radial CycloneTM ที่มีไซโคลนกว่า 11 ชิ้น, มอเตอร์ HyperdymiumTM, ระบบกรอง HEPA และพลังแรงดูดที่มีให้เลือก 3 ระดับนั่นคือ Eco (12AW), Auto (23AW) และ Boost (150AW)
ขนาด 123.4 x 25.2 x 25 เซนติเมตร
กำลังดูด 150 Air Watts
มีสาย / ไร้สาย ไร้สาย
ความจุถังเก็บฝุ่น 0.35 ลิตร
ตัวกรองฝุ่น HEPA
อุปกรณ์เสริม หัวดูด 8 แบบ, ข้อต่อสำหรับดูดใต้เตียง, คลิปติดท่อ, สายชาร์จ และแท่นชาร์จ
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11™ Absolute+ Cord-Free Vacuum Cleaner

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11™ Absolute+ Cord-Free Vacuum Cleaner
Dyson V11™ ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน อย่างแรกเลยคือมันจะมีหัวดูดหลักให้กว่า 2 หัว ทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมมาให้กว่า 6 อย่าง ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้คุณเลือกและปรับหัวของเครื่องได้เหมาะกับพื้นที่ในบริเวณนั้น ๆ ในขณะที่ฟังก์ชันของมันเองก็ดีไม่แพ้ไปกว่ารุ่นอื่น ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ที่ปรับแรงดูดได้ 3 ระดับ, ระบบดูดแบบไซโคลน 2 ชั้น, แบตเตอรี่ลิเธียมแบบ Click-in ที่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายและมีระยะเวลาการใช้งานกว่า 4.5 ชั่วโมง รวมไปถึงฟิลเตอร์อย่าง HEPA ที่ดูดฝุ่นได้ดี ทำให้อากาศภายในห้องสะอาดและบริสุทธิ์

จุดเด่น

  • ทำงานได้ต่อเนื่องกว่า 4.5 ชั่วโมง เพราะแบตเตอรี่ลิเธียมมีความอึดทน
  • ระบบการดูดจะแรงในระดับไซโคลน ทำให้ดูดกำจัดฝุ่นได้อย่างละเอียด

ข้อควรพิจารณา

  • ราคาค่อนข้างสูง
ขนาด 128.6 x 26.1 x 25 เซนติเมตร
กำลังดูด 185 Air Watts
มีสาย / ไร้สาย ไร้สาย
ความจุถังเก็บฝุ่น 0.54 ลิตร
ตัวกรองฝุ่น HEPA
อุปกรณ์เสริม หัวดูดหลัก 2 ชิ้น, หัวดูดเสริม 6 แบบ, สายชาร์จ และแท่นชาร์จ
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11™ Fluffy Cord-Free Vacuum Cleaner

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11™ Fluffy Cord-Free Vacuum Cleaner
Dyson V11™ Fluffy เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่มีแบตเตอรี่คุณภาพ สามารถให้กำลังไฟได้มากกว่า 545 วัตต์ และยังมีระยะเวลาการใช้งานที่นานถึง 4.5 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะที่เพียงพอในการทำความสะอาดได้ทั้งบ้าน ในขณะที่มอเตอร์จะเป็นระบบดิจิตอลและระบบไซโคลนกว่า 2 ชั้น สามารถสร้างแรงดูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนถังเก็บฝุ่นที่ใหญ่กว่า 0.54 ลิตร ก็ถือเป็นขนาดซึ่งเก็บฝุ่นได้เยอะเป็นพิเศษ
ขนาด 128 x 26.1 x 25 เซนติเมตร
กำลังดูด 185 Air Watts
มีสาย / ไร้สาย ไร้สาย
ความจุถังเก็บฝุ่น 0.54 ลิตร
ตัวกรองฝุ่น HEPA
อุปกรณ์เสริม หัวดูดหลัก 1 ชิ้น, หัวดูดเสริม 4 แบบ, สายชาร์จ และแท่นชาร์จ
ดูได้ที่ Shopee

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11™ Fluffy (Click in battery) Cord-Free Vacuum Cleaner

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V11™ Fluffy (Click in battery) Cord-Free Vacuum Cleaner
V11™ Fluffy (Click in battery) มีฟังก์ชันที่ครบถ้วนไม่ได้แตกต่างออกไปจาก V11 Fluffy ทั่วไป มีความแตกต่างกันเพียงอย่างเดียวคือแบตเตอรี่ เพราะตัวเครื่องจะมีระบบ Click-in ที่ช่วยให้เราถอดแบตลิเธียมออกมาทำความสะอาดได้ง่าย เพียงแค่กดปุ่มแบตเตอรี่ก็จะเด้งออกมาทันที ทั้งนี้การทำความสะอาดจะช่วยยืดอายุของแบตให้ยาวนานยิ่งขึ้น ส่วนอุปกรณ์ก็จะมีหัวดูดหลักและหัวดูดเสริมอีก 4 อย่าง นอกจากนี้ยังมีการกรองแบบ HEPA, มอเตอร์ระบบดิจิตอล, การดูดระบบไซโคลน และโหมดการทำงานอีก 3 โหมด
ขนาด 128.6 x 26.1 x 25 เซนติเมตร
กำลังดูด 185 Air Watts
มีสาย / ไร้สาย ไร้สาย
ความจุถังเก็บฝุ่น 0.54 ลิตร
ตัวกรองฝุ่น HEPA
อุปกรณ์เสริม หัวดูดหลัก 1 ชิ้น, หัวดูดเสริม 4 แบบ, สายชาร์จ และแท่นชาร์จ
ดูได้ที่ Shopee

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V12 Detect Slim ™ Fluffy Cordless Vacuum Cleaner

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V12 Detect Slim ™ Fluffy Cordless Vacuum Cleaner
V12 Detect Slim ™ Fluffy โดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยีและมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น Radial CycloneTM หรือมอเตอร์คุณภาพที่คอยปั่นและทำแรงเหวี่ยงประมาณ 100,000g ดังนั้นมันจะแยกฝุ่นและป้องกันไม่ให้ฟิลเตอร์เกิดการอุดตัน ส่วนมอเตอร์อย่าง HyperdymiumTM ก็หมุนได้ระดับ 125,000 รอบ / นาที ซึ่งถือว่าทำรอบหมุนได้ค่อนข้างเยอะ มีประสิทธิภาพที่ดูดได้ทั้งฝุ่นและสิ่งของหรือสิ่งสกปรกชิ้นใหญ่ นอกจากนี้ยังมีโหมดการดูดให้เลือกกว่า 3 ระดับ รวมไปถึงหัวดูดสุดพิเศษที่เรียกว่า ‘Slim FluffyTM’ โดยมันจะมีเซนเซอร์ซึ่งจะคอยตรวจจับฝุ่นและมองเห็นฝุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้นบนพื้นแข็ง

จุดเด่น

  • มอเตอร์หมุนได้ในระดับ 125,000 รอบ กำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกชิ้นให็ได้ทั้งหมด
  • มีเซนเซอร์ที่หัวดูดซึ่งชื่อว่า Slim FluffyTM ทำให้ตรวจจับฝุ่นอย่างละเอียด
  • มีโหมดการทำความสะอาดให้เลือกกว่า 3 แบบ สามารถทำความสะอาดได้ทุกพื้นผิว

ข้อควรพิจารณา

  • ราคาค่อนข้างสูง
ขนาด 123.4 x 25.2 x 25 เซนติเมตร
กำลังดูด 150 Air Watts
มีสาย / ไร้สาย ไร้สาย
ความจุถังเก็บฝุ่น 0.35 ลิตร
ตัวกรองฝุ่น HEPA
อุปกรณ์เสริม หัวดูด 5 แบบ, ข้อต่อดูดใต้เตียง, คลิปต่อท่อ, สายชาร์จ และแท่นยึดติดผนัง
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson Digital Slim Fluffy (Nickel/Nickel) Cord-Free Vacuum Cleaner

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson Digital Slim Fluffy (Nickel/Nickel) Cord-Free Vacuum Cleaner
Digital Slim Fluffy มาพร้อมกับหน้าจอ LCD สุดอัจฉริยะจะคอยบอกสถานะของเครื่องได้ทั้งหมด อย่างเช่น การแจ้งการอุดตัน, การแจ้งให้ทำความสะอาดฟิลเตอร์, โหมดที่กำลังใช้ในการดูด และระยะเวลา/แบตเตอรี่ที่คงเหลืออยู่ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้คุณวางแผนในการทำความสะอาดได้ง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ตัวกรองเองก็มีคุณภาพสามารถดักจับสารก่อภูมิแพ้และฝุ่นได้ทั้งหมด ส่วนมอเตอร์ HyperdymiumTM ก็ทำงานด้วยความเสียงที่เบา ทั้งยังหมุนได้กว่า 120,000 รอบ / นาที รวมไปถึงระบบไซโคลนที่ออกแบบให้กำจัดสิ่งสกปรกโดยเฉพาะ สามารถสร้างแรงเหวี่ยงได้กว่า 100,000g
ขนาด 110 x 25 x 25 เซนติเมตร
กำลังดูด 100 Air Watts
มีสาย / ไร้สาย ไร้สาย
ความจุถังเก็บฝุ่น 0.3 ลิตร
ตัวกรองฝุ่น HEPA
อุปกรณ์เสริม หัวดูดหลัก 1 ชิ้น, หัวดูดเสริม 5 แบบ, สายชาร์จ และแท่นชาร์จ
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V8 Slim™ Fluffy+ Cord-Free Vacuum Cleaner

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson V8 Slim™ Fluffy+ Cord-Free Vacuum Cleaner
V8 Slim™ เป็นรุ่นที่มีมอเตอร์เป็นระบบดิจิตอล ซึ่งมีแรงดูดให้เลือกทั้งระดับปกติไปจนถึงโหมดแรงสูง พร้อมกันนี้ยังมีระบบไซโคลนแบบ 2 ชั้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ถังเก็บฝุ่นความจุ 0.54 ลิตรก็ถูกสุขลักษณะและฟิลเตอร์อย่าง HEPA ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกรองและดักจับฝุ่นหรือสารก่อภูมิแพ้ได้แบบหมดจด ส่วนแบตเตอรี่ก็อึดทน ทำให้เครื่องดูดฝุ่นทำงานได้อย่างต่อเนื่องถึง 5 ชั่วโมง
ขนาด 114.4 x 25 x 21 เซนติเมตร
กำลังดูด 115 Air Watts
มีสาย / ไร้สาย ไร้สาย
ความจุถังเก็บฝุ่น 0.54 ลิตร
ตัวกรองฝุ่น HEPA
อุปกรณ์เสริม หัวดูด 5 แบบ, ที่ชาร์จ และแท่นชาร์จ
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson Omni glide Cord-Free Vacuum Cleaner

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson Omni glide Cord-Free Vacuum Cleaner
Omni glide จะสร้างดูดด้วย HyperdymiumTM ซึ่งเป็นมอเตอร์อย่างดีของทาง Dyson ทำให้ฝุ่นที่ติดอยู่ตามพื้นหรือซอกต่าง ๆ ถูกกำจัดออกไป ทั้งนี้ตัวเครื่องก็มีความคล่องตัวค่อนข้างสูง สามารถเข้าได้ทุกซอกทุกมุมของด้าน ในขณะเดียวกันระบบการกรองก็ดีไม่แพ้กัน เพราะมันดักจับฝุ่นที่มีขนาดเล็กในระดับ 0.3 ไมครอน ได้กว่า 99.99 เปอร์เซ็น ดังนั้นหลังจากทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อย คุณจะมั่นใจได้เลยว่าอากาศและพื้นในบ้านสะอาดอย่างแน่นอน ลดปัญหาการเกิดภูมิแพ้ได้ดี นอกจากนี้สินค้ายังแถมแท่นชาร์จ Dyson Omni-glideTM ที่ใช้สำหรับการเก็บและชาร์จไปด้วยในตัว ทำให้เครื่องพร้อมใช้งานได้ทันทีในครั้งต่อไป
ขนาด 107.7 x 20.6 x 9.1 เซนติเมตร
กำลังดูด 50 Air Watts
มีสาย / ไร้สาย ไร้สาย
ความจุถังเก็บฝุ่น 0.2 ลิตร
ตัวกรองฝุ่น HEPA
อุปกรณ์เสริม หัวดูดฝุ่น 2 แกน, สายชาร์จ และแท่นชาร์จ
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว

วิธีการเลือกเครื่องดูดฝุ่น Dyson รุ่นไหนดีที่สุด

1. ประเภทของเครื่องดูดฝุ่น

การเลือกประเภทของเครื่องดูดฝุ่นจะต้องเลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์และวิธีการทำความสะอาดของเรา แต่โดยปกติแล้ว Dyson จะออกแบบเครื่องดูดฝุ่นมาในสไตล์ของด้ามจับอยู่แล้ว ซึ่งข้อดีของเรื่องดูดฝุ่นด้ามจับคือการจับที่ค่อนข้างสะดวก เพราะด้วยความสูงที่กำลังพอดี รวมไปถึงถังเก็บที่ใหญ่ รวมไปถึงสามารถเข้าไปทำความสะอาดได้แบบทุกซอกทุกมุม

2. เครื่องดูดฝุ่นแบบมีสายและไร้สาย

เครื่องดูดฝุ่นที่วางขายในปัจจุบันจะมีให้เลือกทั้งแบบมีสายและไร้สาย โดยทั้งสองอย่างนี้จะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป อย่างถ้าเป็นเครื่องดูดฝุ่นมีสาย ข้อดีของมันคือการทำความสะอาดที่ล้ำลึก มีพลังการดูดที่ดีเยี่ยม รวมไปถึงถังเก็บฝุ่นที่ใหญ่ก็ทำให้มันหย่นระยะเวลาในการทำความสะอาดถังไปได้อีกนานเลยครับ ในขณะที่เครื่องดูดฝุ่นไร้สายจะโดดเด่นในเรื่องของการเคลื่อนตัวที่ค่อนข้างอิสระ ทั้งนี้ถึงแม้ว่าความจุของถังเก็บฝุ่นจะน้อยกว่าแบบมีสาย แต่ก็ถือว่าใหญ่เพียงพอที่จะรองรับฝุ่นได้เยอะครับ

3. เลือกให้เหมาะกับประเภทของพื้น

โดยปกติแล้วเครื่องดูดฝุ่น Dyson สามารถทำความสะอาดกับพื้นได้เกือบทุกประเภท จะบอกว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่น “All Around” เนื่องจากหัวของเครื่องจะปรับเข้ากับพื้นได้แบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ลูกกลิ้งขนอ่อนที่อยู่บริเวณหัวเครื่องดูดฝุ่นก็ทำหน้าที่กำจัดสิ่งสกปรกได้ดี ทั้งพื้นแบบกระเบื้อง, ลามิเนต และไม้ ที่สำคัญคือมันยังมีความสามารถในการดูดฝุ่นบนพรม เพื่อกำจัดเศษขยะ, สิ่งสกปรก รวมไปถึงผมอีกด้วย ซึ่งถ้าหากบ้านของคุณมีพื้นหลายประเภท ผมก็แนะนำให้เลือกเครื่องดูดฝุ่นรุ่นที่เป็นแบบไร้สายและสามารถที่จะเปลี่ยนหัวดูดได้ครับ

เครื่องดูดฝุ่น Dyson
เครื่องดูดฝุ่น Dyson รุ่นไหนดี รูปภาพจาก dyson.co.th

4. ความจุของถังเก็บฝุ่น

ความจุของถังเก็บฝุ่นเป็นอีกหนึ่งข้อที่แนะนำว่าให้พิจารณากันให้ดี เพราะยิ่งเครื่องดูดฝุ่นมีถังที่ใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ นั่นก็หมายความว่าเราจะสามารถทำความสะอาดได้อย่างต่อเนื่องนานขึ้นเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลามาจัดการกับฝุ่นในถังเก็บบ่อย ๆ ทั้งนี้ถังเก็บฝุ่นของ Dyson โดยส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มต้นที่ 0.2 ลิตรขึ้นไป

5. ฟิลเตอร์หรือตัวกรองฝุ่น

ฟิลเตอร์ของทาง Dyson ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพอยู่แล้วครับ เพราะทางแบรนด์จะใช้ HEPA ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกรองได้แบบ 99.97 เปอร์เซ็นต์ สามารถที่จะกรองฝุ่นได้ในอนุภาคที่เล็กขนาด 0.3 ไมครอนได้อย่างหมดจด แต่อย่างไรก็ดีผมก็อยากจะให้เช็กเพื่อความมั่นใจว่าเครื่องดูดฝุ่นที่เราซื้อ มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้อย่างยอดเยี่ยม

6. อุปกรณ์เสริมของเครื่องดูดฝุ่น

Dyson ถือว่าเป็นแบรนด์ที่พรีเมียม ดังนั้นนอกจากที่ฟังก์ชันการใช้งานและคุณสมบัติของเครื่องที่ดีแล้ว อีกอย่างหนึ่งซึ่งดีไม่แพ้กันเลยคือ มันจะแถมอุปกรณ์ทำความสะอาดให้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น หัวดูดแบบ 2in1, หัวดูดแบบมอเตอร์ขนาดเล็ก, หัวดูดแบบปากแคบ หรือหัวดูดฝุ่นที่นอน เพื่อให้คุณได้ปรับใช้สำหรับการทำความสะอาดให้เหมาะกับพื้นที่นั้น ๆ ฉะนั้นแนะนำว่าให้อ่านรายละเอียดส่วนนี้ให้ดี

การทำความสะอาดเครื่องดูดฝุ่นของ Dyson

การทำความสะอาดถังเก็บฝุ่น

  • เครื่องดูดฝุ่นแบบมีสาย ให้ทำการกดปุ่มเพื่อดึงถังเก็บออกมา จากนั้นนำไปเทฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ลงไปในถังขยะให้เรียบร้อย แล้วจึงค่อยกดปุ่มและเพื่อใส่ถังเก็บกลับเข้าไปอีกครั้ง
  • เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย กดปุ่มสีแดงเพื่อดึงถังเก็บฝุ่นออกจากเครื่อง หลังจากนั้นให้กดปุ่มแดงอีกครั้งเพื่อเปิดถังและกำจัดฝุ่นทั้งหมดออกไป

คำเตือน : ถ้าเป็นไปได้คุณควรที่จะกำจัดฝุ่นออกจากถังเก็บทันทีเมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้วเรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ถังเก็บเต็มมากเกินไปจนเกินปัญหาขึ้นในอนาคต

การทำความสะอาดเครื่องดูดฝุ่น

  • ฟิลเตอร์ ส่วนใหญ่แล้ว Dyson รุ่นใหม่จะติดตั้งฟิลเตอร์หรือตัวกรองไว้ส่วนบน ซึ่งผมแนะนำให้ทุกคนนำไปทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง ด้วยการแช่ไว้ในน้ำอุ่นและปล่อยให้ฟิลเตอร์แห้งเองโดยธรรมชาติ สามารถนำไปตากไว้ใกล้พัดลมหรือหน้าต่างที่ถ่ายเทอากาศได้สะดวก
  • แถบแปรง สำหรับใครที่อยู่บ้านร่วมกับสัตว์เลี้ยงหรือคนที่มีผมค่อนข้างยาว อาจทำให้แถบแปรงบริเวณหัวเครื่องดูดฝุ่นเกิดการพันกันได้ ซึ่งตรงนี้จะทำให้พลังในการดูดลดลงตามไปด้วย ดังนั้นการที่จะแก้ไขปัญหาได้คือการดึงผมหรือขนสัตว์ออกทุกครั้งหลังจากทำความสะอาด เพื่อป้องกันปัญหาการพันบนแถบแปรง
Previous Post

แผ่นซับเสียง แบบติดผนัง ยี่ห้อไหนดี ช่วยลดเสียงภายในห้อง

Next Post

จาจังมยอนสำเร็จรูป บะหมี่ดำเกาหลี ยี่ห้อไหนอร่อย

Next Post

จาจังมยอนสำเร็จรูป บะหมี่ดำเกาหลี ยี่ห้อไหนอร่อย

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

ไมโครเวฟ ยี่ห้อไหนดี
บ้านและห้องครัว

แนะนำ ไมโครเวฟ ยี่ห้อไหนดี ใช้ดี ทนทาน

August 31, 2026
7 เครื่องทำน้ำอุ่น ยี่ห้อไหนดี ซื้อแล้วคุ้ม น้ำร้อนดี ปลอดภัย
บ้านและห้องครัว

7 เครื่องทำน้ำอุ่น ยี่ห้อไหนดี ซื้อแล้วคุ้ม น้ำร้อนดี ปลอดภัย

August 31, 2026
บ้านและห้องครัว

กลอนประตูดิจิตอล เลือกใช้แบบไหน ยี่ห้อไหนดี

August 25, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้