บ้านและเฟอร์นิเจอร์ถือว่าเป็นอะไรที่อยู่คู่กันมาเสมอ เพราะบ้านจะทำให้เราได้พักอาศัย ในขณะที่เฟอร์นิเจอร์นั้นช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกยิ่งขึ้น อย่างภายในห้องนอนก็จะต้องมีเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับ เราก็ควรจะคำนึงถึงเตียงและที่นอนเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอนทั่วไป, เตียง 2 ชั้น, ที่นอนสปริง หรือที่นอนยางพาราเพื่อที่จะทำให้เราสามารถนอนหลับได้สบายมากขึ้น แต่นอกจากห้องนอนแล้วก็ยังมีอีกห้องหนึ่งที่จะต้องเพรียบพร้อมในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์เช่นเดียวกันนั่นคือห้องรับแขกครับ เพราะภายในห้องนี้จะเป็นโซนที่เราเตรียมพร้อมไว้สำหรับแขกที่มาภายในบ้านได้นั่งกันอย่างสะดวกสบายและอาจจะมี ทีวี 4K หรือ ทีวี 8K ไว้ให้รับชมซีรีส์หรือภาพยนตร์เพื่อการผ่อนคลาย
โดยโซฟาหรือเก้าอี้ที่นิยมนำไปวางกันภายในห้องรับแขกก็จะมี เก้าอี้โยก, เก้าอี้ปรับนอน หรือที่น่าสนใจมากและเราจะแนะนำในบทความนี้คือ ‘โซฟาญี่ปุ่นแบบนั่งพื้น ปรับนอนได้’ ซึ่งความน่าสนใจของมันจะอยู่ตรงที่ขนาดที่กะทัดรัด สามารถพกพาไปใช้งานได้ทุกที่ อีกทั้งฟังก์ชันที่ปรับนอนได้ ก็ทำให้มันเปรียบเสมือนกับที่นอนคุณภาพ
ดังนั้นคุณจะใช้ได้ทั้งการนั่งทำงานบริเวณหน้าโต๊ะกลางหรืออาจจะเล่นเกมและปรับพนักพิงให้นอนพักผ่อนในระหว่างวันก็ได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีการที่เลือกโซฟาญี่ปุ่นก็จะต้องใส่ใจรายละเอียดในการเลือกเหมือนกันครับ เพื่อที่จะให้เราได้โซฟาญี่ปุ่นที่เหมาะกับเรามากที่สุด แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะวันนี้ผมได้คัดเลือกสินค้าและไกด์ไลน์วิธีการเลือกในเบื้องต้นมาฝากกัน
โซฟาญี่ปุ่น กับ โซฟาเบด แตกต่างกันอย่างไร ?

ความแตกต่างของโซฟาเบดกับโซฟาญี่ปุ่นจะแตกต่างกันตรงที่ขนาดและรูปทรงของโซฟาครับ อย่างถ้าเป็นโซฟาญี่ปุ่น ทรงของโซฟาจะเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้าที่ส่วนบนของมันสามารถปรับองศาได้ 180 องศา นอนได้แบบเต็มตัว อีกทั้งตัวโซฟาจะตั้งติดกับพื้นเลยเนื่องจากไม่มีขา รวมไปถึงวัสดุของโซฟาส่วนใหญ่แล้วจะผลิตมาจากผ้าสังเคราะห์ ในขณะที่โซฟาเบดจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าและสามารถปรับนอนได้ 180 องศา แต่มันจะมีขาตั้งที่เนื้อผ้าของโซฟาจะไม่สัมผัสกับพื้น นอกจากนี้โซฟาเบดจะมีวัสดุให้เลือกทั้ง หนัง, หนังเทียม และผ้าสังเคราะห์ อย่างไรก็ดีมันก็มีข้อเสียตรงที่มันไม่เหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ได้ครับ
ข้อดีของโซฟาญี่ปุ่น

- มีขนาดเล็กและสามารถพับเก็บได้ง่าย ดังนั้นคุณนำติดตัวใส่ในรถไว้ใช้นอกสถานที่ได้ครับ
- หากเปรียบเทียบราคาของโซฟาญี่ปุ่นกับโซฟาขนาดใหญ่ทั่วไป ราคาของโซฟาญี่ปุ่นถือว่าถูกมาก ๆ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่หลักร้อยและแพงสุดจะอยู่ที่หลักพันเท่านั้น
- ความนุ่มของโซฟาถือว่าดีเยี่ยม เมื่อคุณปรับนอนมันจะเหมือนกับที่นอนดี ๆ อย่างที่นอนยางหรือที่นอนสปริงเลยครับ
- ทำความสะอาดได้ง่าย เนื่องจากวัสดุของโซฟาจะเป็นผ้า ไม่ต้องดูแลรักษามากมายเหมือนพวกวัสดุที่ทำจากหนัง
- ความทนทานและแข็งแรงของมันจะดีมาก เนื่องจากโซฟาญี่ปุ่นจะไม่มีสปริงหรือขาที่ทำให้เกิดการหักได้
- โซฟาญี่ปุ่นจะทำให้เรานอนใกล้พื้น ซึ่งเหตุผลนี้จะทำให้คุณรู้สึกเย็นมากกว่าเดิม เพราะความเย็นจากพื้นจะลอยขึ้นมา
- เหมาะสำหรับบ้าน, คอนโด หรือหอพักที่มีขนาดเล็ก เนื่องจากขนาดโซฟาจะกินพื้นที่ภายในห้องของคุณน้อยมาก ท้งยังพับจัดเก็บได้เป็นระเบียบอีกด้วย
วิธีการเลือกโซฟาญี่ปุ่นให้เหมาะกับคุณ
1. ขนาดของโซฟา
ถึงแม้ว่าโซฟาญี่ปุ่นจะมีขนาดเล็กและวางไว้ในห้องได้ทุกขนาด แต่อย่างไรก็ดีผมแนะนำว่าเช็กขนาดของมันให้ดีครับ เพราะเราจะได้ทราบว่ามันจะกินพื้นที่ภายในห้องมากแค่ไหน อีกทั้งถ้าหากเรารู้ว่าความยาวของโซฟามีขนาดความยาวเท่าไหร่ เราจะได้มั่นใจว่ามันสามารถรองรับขนาดร่างกายของเราได้ไหม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการพกพาไปตามสถานที่ต่าง ๆ อีกด้วย ว่าขนาดของมันพอที่จะใส่เข้าไปในรถยนต์ของเราได้หรือไม่
2. ปรับโซฟาได้กี่องศา
อย่างที่ผมได้บอกไปในข้างต้นแล้วว่าโซฟาญี่ปุ่นสามารถที่จะปรังองศาได้ค่อนข้างอิสระ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะปรับได้ประมาณ 180 องศาเลยครับ แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีสินค้าบางตัว (ส่วนน้อย) ที่ปรับได้เพียงแค่ประมาณ 90 องศา ซึ่งการเลือกตรงนี้จะอยู่ที่การใช้งานเป็นหลักครับ ถ้าหากคุณต้องการเพียงแค่เอนตัว ก็สามารถเลือกเลือกได้ทั้ง 90 หรือ 180 องศา แต่สำหรับคุณที่อยากใช้สำหรับการนอนด้วยก็แนะนำให้เลือก 180 องศาครับ
3. วัสดุที่ใช้ผลิตโซฟา
วัสดุของโซฟาญี่ปุ่นจะเป็นผ้าสังเคราะห์ซะส่วนใหญ่ แต่ก็จะมีบางรุ่นที่เป็นหนังสังเคราะห์อยู่บ้าง โดยวิธีการเลือกในส่วนนี้ไม่ได้ยากอะไรมากมายครับ ขอเพียงแค่ให้เนื้อผ้าของมันมีความนิ่ม เมื่อนั่งลงไปแล้วจะไม่เกิดอาการปวดหลังหรือปวดไหล่ สามารถซัพพอร์ตน้ำหนักที่นั่งลงไปได้ดี
4. โครงสร้างของโซฟา
นอกจากที่เราจะดูวัสดุชั้นนอกแล้ว โครงสร้างด้านในก็ควรที่จะต้องมีความแข็งแรงเช่นกัน ทั้งนี้โครงสร้างด้านในจะเป็นการอัดแน่นของฟองน้ำ เพื่อให้สัมผัสที่นุ่มและเพิ่มความแข็งแรงให้กับโซฟาญี่ปุ่นที่เราจะซื้อ นอกจากนี้ในบางรุ่นอาจมีการเสริมสปริง หากคุณต้องการความเบาสบายที่เพิ่มขึ้น ลองเช็กรายละเอียดส่วนนี้ดูครับ
5. สไตล์ของโซฟา
พูดไปถึงเรื่ององค์ประกอบต่าง ๆ ของโซฟาแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเรื่องของความสวยงามกันบ้าง ซึ่งข้อนี้ก็สำคัญไม่ต่างจากข้ออื่น เพราะโซฟาถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ชนิดหนึ่ง ที่สามารถเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านได้ดี ถ้าหากคุณเลือกสีหรือการออกแบบที่สามารถคุมโทนเข้ากับห้องได้ มันจะทำให้ห้องของเราสวยขึ้นไปอีกเลเวล อย่างถ้าห้องของคุณออกแบบในโทนมินิมอล โซฟาญี่ปุ่นที่เลือกซื้อก็ควรจะเป็นสีพื้น อย่างเช่น ขาว, เทา, ดำ หรือน้ำตาลอ่อน แต่สำหรับบ้านของใครที่สีสันหรือเน้นความคัลเลอร์ฟูล ก็แนะนำให้เลือกเป็นสีแดง, ม่วง, ฟ้า หรือ เขียว ก็สามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี
6. การทำความสะอาด
โซฟาญี่ปุ่นและโซฟาทุกชนิดจะมีปัญหาที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือฝุ่นที่จะเกาะได้ ดังนั้นการทำความสะอาดถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำกันเป็นประจำ ทั้งนี้การที่โซฟาทำความสะอาดง่าย มันก็จะช่วยให้เราประหยัดทั้งเวลาและแรง โดยโซฟาญี่ปุ่นบางตัวจะมีการออกแบบที่คุณสามารถถอดผ้าคลุมโซฟาด้านนอก ออกไปซักทำความสะอาดได้ ถ้าหากใครที่ไม่อยากวุ่นวายในเรื่องนี้ ก็ลองอ่านรายละเอียดส่วนนี้ให้ดีครับ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
CUSHY โซฟา รุ่น Nikko เก้าอี้ญี่ปุ่นปรับเอนได้

| ขนาด | 92 x 78 - (214) x 10 - (60) เซนติเมตร |
|---|---|
| สี | มีให้เลือก 6 สี |
| ปรับได้ | 180 องศา (14 ระดับ) |
| วัสดุ | หนัง PU |
| รองรับน้ำหนัก | ไม่ระบุ |
HAKONE โซฟาญี่ปุ่น ปรับเอน 14 ระดับ หนานุ่ม

| ขนาด | 62 x 128 x 21 เซนติเมตร |
|---|---|
| สี | มีให้เลือก 4 สี |
| ปรับได้ | 180 องศา (14 ระดับ) |
| วัสดุ | ผ้าคอตตอนผสมโพลีเอสเตอร์ |
| รองรับน้ำหนัก | 120 กิโลกรัม |
RENITA โซฟานั่งพื้น หนัง Premium PU

| ขนาด | 50 x 55 เซนติเมตร (ปรับนอนสูงสุด 110 เซนติเมตร) |
|---|---|
| สี | มีให้เลือก 8 สี |
| ปรับได้ | 180 องศา (6 ระดับ) |
| วัสดุ | หนัง PU |
| รองรับน้ำหนัก | 100 กิโลกรัม |
NiftyHome โซฟาญี่ปุ่น เก้าอี้ญี่ปุ่น เบาะ แบบนั่งพื้นปรับได้ 6 ระดับ

| ขนาด | 50 x 106 x 9 เซนติเมตร |
|---|---|
| สี | น้ำตาลเข้ม / เทาเข้ม |
| ปรับได้ | 180 องศา (6 ระดับ) |
| วัสดุ | ด้ายไหมกำมะหยี่ |
| รองรับน้ำหนัก | 120 กิโลกรัม |
HOMU เบาะรองนั่งพิงหลังสองตอน โซฟาญี่ปุ่น

| ขนาด | 50 x 110 x 12 เซนติเมตร |
|---|---|
| สี | มีให้เลือก 6 สี |
| ปรับได้ | 180 องศา (6 ระดับ) |
| วัสดุ | ผ้าฝ้ายผสมลินิน |
| รองรับน้ำหนัก | ไม่ระบุ |
โซฟาญี่ปุ่น เก้าอี้ญี่ปุ่นแบบนั่งพื้น พร้อมที่วางแขน

| ขนาด | 50 x 106 x 9 เซนติเมตร |
|---|---|
| สี | มีให้เลือก 4 สี |
| ปรับได้ | 180 องศา (6 ระดับ) |
| วัสดุ | เส้นใยสังเคราะห์ และ ผ้ากำมะหยี่ |
| รองรับน้ำหนัก | 100 กิโลกรัม |
AsanaTham Sofa Bed โซฟาญี่ปุ่น เก้าอี้ญี่ปุ่น

| ขนาด | 110 x 50 x 11 เซนติเมตร |
|---|---|
| สี | มีให้เลือก 5 สี |
| ปรับได้ | ปรับได้ |
| วัสดุ | ผ้าใยสังเคราะห์ |
| รองรับน้ำหนัก | ไม่ระบุ |
ME เบาะรองนั่ง โซฟา เก้าอี้ญี่ปุ่น

| ขนาด | 52 x 110 x 12 เซนติเมตร |
|---|---|
| สี | มีให้เลือก 12 สี |
| ปรับได้ | 180 องศา (6 ระดับ) |
| วัสดุ | ผ้าฝ้ายผสมลินิน |
| รองรับน้ำหนัก | 130 กิโลกรัม |
โซฟาเก้าอี้ญี่ปุ่น SOFA โซฟา ปรับเอนได้ 6 ระดับ

| ขนาด | 52 x 110 x 14 เซนติเมตร |
|---|---|
| สี | มีให้เลือก 9 สี |
| ปรับได้ | 180 องศา (6 ระดับ) |
| วัสดุ | ผ้ากำมะหยี่ |
| รองรับน้ำหนัก | 100 กิโลกรัม |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
วิธีการทำความสะอาดโซฟาญี่ปุ่น
1. ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดสิ่งสกปรกออก

ขั้นตอนแรกเลยคือให้คุณเตรียมเครื่องดูดฝุ่นเอาไว้ จะใช้เป็นเครื่องดูดฝุ่นธรรมดาหรือเครื่องดูดฝุ่นด้ามจับก็ได้ มาถูบนผ้าชั้นนอกของโซฟา เพื่อที่จะนำเอาเศษผม, อาหาร, ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกที่เห็นได้อย่างชัดเจนออกไปก่อน อย่างไรก็ดีอย่าลืมที่จะพลิกกับไปอีกด้าน เพื่อที่จะให้โซฟาญี่ปุ่นของเราสะอาดในทุกส่วน ในกรณีที่คุณแพ้พวกไรฝุ่นแนะนำให้ใช้เป็นเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดูดได้ละเอียดมากกว่าครับ
2. ดับกลิ่นด้วยเบคกิ้งโซดา
หากใช้ไปในเวลานาน โซฟาญี่ปุ่นอาจมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นได้ เนื่องจากเหงื่อหรือความชื้นภายในบ้าน แต่จริง ๆ แล้วการจัดการกลิ่นไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากอะไรเลยครับ เพียงแค่คุณโรยเบคกิ้งโซดาแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นตามด้วยการดูดผงเบคกิ้งโซดาออกด้วยเครื่องดูดฝุ่น เพียงเท่านี้กลิ่นอับชื้นก็จะหายแบบปลิดทิ้งครับ
3. ทำความสะอาดคราบสกปรกด้วยผงซักฟอก

ถ้าหากคุณเผลอทำอาหารหรืออะไรก็แล้วแต่หกลงไปบนโซฟาญี่ปุ่นตัวโปรด สิ่งแรกที่คุณควรทำเลยคือรีบวิ่งไปหยิบกระดาษทิชชู่แล้วมาซับรอบคราบนั้นออกโดยทันที หากมันยังคงหลงเหลืออยู่ แนะนำให้รีบไปหยิบฟองน้ำนุ่มและนำผงซักฟอก (หรือสบู่) ไปผสมกับน้ำเย็น หลังจากนั้นให้มาราดลงบนคราบสกปรก แล้วขัดออย่างเบามือ เมื่อเห็นแล้วว่าคราบหายไป ก็ให้หยิบที่เป่าผม มาเปาให้ความชื้นของน้ำหายไป เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ


