• Affiliate Policy
  • BR
  • Content Policy
  • Legal
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • หมวดหมู่สินค้าที่ถูกเลือก โดยเบสท์รีวิว
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

Bigbike Sport 1000cc มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ในปี 2020-21

Superbike ในคลาส ซุปเปอร์สปอร์ต 1000 ซี.ซี. ที่ขับง่าย น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากอัพซี.ซี.

Team BR โดย Team BR
October 27, 2020
ใน มอเตอร์ไซค์
0

มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วครับสำหรับคนที่ชื่นชอบการขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ แล้วมักจะมีความไฝ่ฝันไปถึง รถบิ๊กไบค์ ในคลาสซุปเปอร์สปอร์ต 1,000 ซี.ซี. ซึ่งถ้าหากย้อนกลับไปสัก 10 ปีก่อน ความฝันเหล่านี้มันเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะเกิดขึ้นจริง ๆ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสของรถ Bigbike ในบ้านเราได้รับความนิยมสูงมาก ๆ หลาย ๆ แบรนด์ มีการขยายฐานการผลิตเข้ามา ส่งผลให้ตลาดรถบิ๊กไบค์ในประเทศไทย มีการเติบโตไปอย่างก้าวกระโดด มีการแข่งขันกันสูงมาก ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ มันส่งผลให้ความฝันที่เราอยากจะมีบิ๊กไบค์ในคลาส 1,000 ซี.ซี. สักคัน มีโอกาสเป็นจริงได้ง่ายขึ้น หากเรามีความตั้งใจมากพอ

สำหรับ Bigbike ในคลาส 1,000 ซี.ซี. นั้น โดยทั่วไปจะเรียกว่า “Superbike” ซึ่งมันก็เหมือนกับรถยนต์นั่นแหละครับ ที่มีคลาสต่าง ๆ แบ่งย่อยออกไป เริ่มจาก “Eco Car“ รถยนต์ขนาดเล็ก ไปจนถึง “Supercar” รถยนต์ ที่ถูกออกแบบมาให้มีสมรรถนะสูงเป็นพิเศษ ดังนั้น “รถ Superbike” ก็คือ รถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดี มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ มีการดีไซน์ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) รวมไปถึงการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยในการควบคุมรถ รวมไปถึงระบบเบรคคุณภาพสูง และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้มันมีทั้งความเร็ว ความแรง ความปลอดภัย และราคาที่แพงด้วย

สำหรับในวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูรถ Superbike ว่าในปีนี้ 2020 มันมีรุ่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง? มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่เท่าไหร่? และมีความคุ้มค่ามากน้อยขนาดไหน? เผื่อว่ามีใครอยากจะกระโดดจาก 300cc 2 สูบไปควบ 1000cc 4 สูบ แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่การจัดอันดับ เป็นการรวมเอาเฉพาะรุ่นที่โดดเด่นมา ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลยครับ

1. Kawasaki Ninja ZX-10R

รูปภาพจาก kawasaki.co.th

Kawasaki Ninja ZX-10R รุ่นรถ และ ราคา

รุ่น ราคา
Ninja ZX-10R 709,000 บาท
Ninja ZX-10R SE 903,000 บาท
Ninja ZX-10RR 998,000 บาท

สำหรับเจ้า ZX10R นั้น ถือเป็นรุ่นยอดนิยมในบ้านเรา ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยว มีความสปอร์ตสูง และยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ในส่วนของเครื่องยนต์ ZX10R ก็ได้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่สุดยอด หลังโชว์ผลงานอันยอดเยี่ยม ในการแข่งขัน Superbike World Championship (WSB) ซีซั่นปัจจุบันที่ประเทศฝรั่งเศส “โจนาธาน เรีย” นักแข่งของทีม Kawasaki ก็สามารถปิดจ๊อบคว้าแชมป์เอาไว้ได้

ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ In-Line Four (4 สูบ) ความจุ 998 ซี.ซี. DOHC 16 วาล์ว เป็นเครื่องที่มีการพัฒนาใหม่ สามารถตอบสนองได้ดีขึ้นและทำความเร็วได้มากขึ้นกว่าเดิม บวกประสิทธิภาพของเพลาข้อเหวี่ยงรูปแบบใหม่ ช่วยให้สมรรถนะเครื่องยนต์มีแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 203 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที และกำลังสูงสุดที่มีแรมแอร์อยู่ที่ 213 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที และยังมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 114.9 นิวตันเมตร ที่ 11,200 รอบ/นาที โดยมีขนาดความจุ ถังน้ำมัน 17 ลิตร และน้ำหนักตัวรถ 206 กิโลกรัม

นอกจากนั้นยังมีคอท่อที่เป็นไทเทเนียม,โช้คหน้าคู่แบบอัพไซด์ดาวน์บวกซับแทงค์ที่ทาง Kawasaki พัฒนาร่วมกันกับ Showa โดยได้ผ่านการทดสอบมาแล้วจากตัวแข่งขัน, ได้พัฒนาระบบ Balance Free อีกทั้งในส่วนของระบบเบรคเป็น Brembo ซึ่งตัวนี้ มีความคล้ายคลึงกับเบรคที่ใช้ใน Ninja H2R ทำให้ระบบเบรคสามารถจะตอบสนองอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Ninja ZX-10R เป็นการนำเอาประสบการณ์จริงในสนามแข่งมาทำการศึกษาวิจัยและเพิ่มเติม เพื่อนำมาพัฒนาสมรรถภาพของรถให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น ทำให้ Ninja ZX-10R ยังคงสร้างชื่อได้อย่างต่อเนื่อง โดย Ninja ZX10R จะมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 709,000 บาท เท่านั้น


2. Honda CBR1000RR

รูปภาพจาก aphonda.co.th

Honda CBR1000RR รุ่นรถ และ ราคา

รุ่น ราคา
CBR1000RR 731,190 บาท
CBR1000RR SP 885,850 บาท

เรามาพูดถึงค่ายปีกนกกันบ้าง สำหรับเจ้า Honda CBR1000RR คือ “บิ๊กไบค์แนวซุปเปอร์สปอร์ต ที่ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนน ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด” โดดเด่นทั้งด้านเครื่องยนต์ ที่ได้รับถ่ายทอดจากสนามแข่ง รวมไปถึงการควบคุมที่เสริมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่กับชุดอุปกรณ์ควบคุมอิเล็กทรอนิคเพื่อการขับขี่ที่ง่ายยิ่งขึ้น บวกกับ CBR1000RR ถือเป็นรถที่มีน้ำหนักเบา มันจึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่

รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ แบบ 4 จังหวะ In-Line Four (4 สูบ) ความจุ 998 ซี.ซี. สามารถเรียกแรงม้าสูงสุดได้ที่ 189 แรงม้า ที่ 13,000 รอบ/นาที ความจุน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 16.2 ลิตร และน้ำหนักสุทธิของตัวรถอยู่ที่ 196 กิโลกรัม พร้อมกับระบบจ่ายน้ำมัน PGM-DSFI ระบบเบรกคุณภาพจากแบรนด์ดังอย่าง Brembo และคอท่อไอเสีย Tiatanium ใช้เทคโนโลยีคันเร่งไฟฟ้าที่ทำงานประสานกับเซ็นเซอร์ APS ที่ฝังอยู่ใน Handlebar grip เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ตอบสนองกับแรงบิดของผู้ขับขี่ได้อย่างดีที่สุด

สำหรับเจ้า CBR1000RR ถือเป็นรุ่นที่ให้ Option พิเศษและเทคโนโลยีต่าง ๆ มามากมาย มีระบบสมองกลที่เข้าช่วยสั่งงานระบบต่าง ๆ ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ขับขี่ง่ายยิ่งขึ้น และยังมีราคาที่น่าสนใจเป็นอย่างมากด้วย สำหรับใครที่อยากจะอัพซีซีไปสู่ตัวพัน CBR1000RR คือทางเลือกที่ดี


3. Yamaha YZF-R1

รูปภาพจาก yamaha-motor.co.th

Yamaha YZF-R1 รุ่นรถ และ ราคา

รุ่น ราคา
YZF-R1 849,000 บาท
YZF-R1M 1,149,000 บาท

เป็นซุปเปอร์สปอร์ตไบค์ ที่มาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ตเต็มพิกัด มีความดุดันในทุกมุมมอง โดดเด่นด้วยเฟรมรถที่เป็น Alluminum Alloy – DeltaBox แบบใหม่ มีการปรับเปลี่ยนช่วงท้ายเฟรมเป็น Magnesium Alloy ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ส่งผลให้น้ำหนักของตัวรถลดลงเหลือ 199 กิโลกรัม เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่มีความคล่องตัวมายิ่งขึ้น

ในส่วนของขุมพลัง Yamaha YZF-R1 มีความโดดเด่นด้านเครื่องยนต์อยู่แล้ว ซึ่งรุ่นนี้จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ความจุ 998 ซี.ซี. แบบ 4 จังหวะ ที่สามารถทำแรงม้าได้สูงสุดที่ 200 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที ด้านแรงบิดทำได้ 112 นิวตัน-เมตร ที่ 11,500 รอบ/นาที นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ เทคโนโลยีก้านสูบไทเทเนียม ซึ่งมีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแกร่งมาก ช่วยให้ขับในรอบสูง ๆ ได้อย่างลื่นไหล มีการติดตั้ง Inertial Measurement Unit (IMU) วัดมุมองศา 6 แกน องค์ประกอบหลักถูกปรับใหม่ทั้งหมด ตัวรถน้ำหนักที่เบาลง เพื่อช่วยให้มันขับขี่ได้อย่างสนุกมากยิ่งขึ้น ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

นอกจากนี้ Yamaha YZF-R1 ยังมีหลายส่วนที่ได้รับการพัฒนามาใหม่ ทั้ง ระบบ QSS ที่มีการอัพเกรดระบบใหม่ เพื่อให้สามารถ Downshifting ได้อย่างนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น, ระบบ IMU 6 แกนนั้นจะสนับสนุนการทำงานกับระบบเบรก ABS ช่วยให้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็ว ทั้งการขับขี่ปกติและการขับขี่ทางโค้ง ทำให้ระบบ Traction Control มีความแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับเจ้า YZF-R1 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน การขับขี่สนุก เร้าใจ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย โดยรุ่นนี้มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 899,000 บาท แต่ในปัจจุบันมีการปรับลดราคาลงมาอยู่ที่ 799,000 บาท เท่านั้น


4. Suzuki GSX-R1000R

รูปภาพจาก thaisuzuki.co.th

Suzuki GSX-R1000R รุ่นรถ และ ราคา

รุ่น ราคา
Suzuki GSX-R1000R 811,000 บาท

สำหรับ GSX-R1000R ถือเป็นตำนานของรถแข่งจนถูกขนานนามว่า “The King of Sportbikes” ที่มีทั้งความแรง ความคล่องตัวรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว พร้อมทั้งอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีความแรงจากสนามแข่งทำให้ไม่ว่าจะอยู่บนถนนหรืออยู่ในสนามแข่ง เจ้าตัวนี้ก็พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มสมรรถณะ

ขุมพลังของเจ้า GSX-R1000R เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 4 จังหวะ ความจุกระบอกสูบ 999.8 ซี.ซี. ใช้ระบบจ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด  พร้อมระบบผ่อนแรงในการบีบมือคลัตซ์ (Suzuki Clutch Assist System) ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยสามารถให้พละกำลังสูงสุดได้ที่ 202 แรงม้า ที่ 13,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 117.6 นิวตัน-เมตร ที่ 10,800 รอบ/นาที และมีความจุถังเชื่อเพลิงอยู่ที่ 16 ลิตร และน้ำหนักของตัวรถอยู่ที่ 203 กิโลกรัม

Suzuki ได้นำประสบการณ์การแข่งขันต่าง ๆ ที่สะสมมาจากการกวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลกนำมาพัฒนาโครงสร้างตัวถังใหม่แบบ Twin-Spar Aluminum เพื่อให้มีขนาดเล็กลง กะทัดรัด เพรียวบาง และมีน้ำหนักเบากว่า ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกเสมือนกับว่าได้ขับขี่อยู่บนสนามแข่งจริง นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายที่อัดแน่นอยู่ภายใน ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกสนุก เร้าใจ ไปพร้อม ๆ กับความปลอดภัย สำหรับ Suzuki GSX-R1000R มีราคาอยู่ที่ 811,000 บาท หากใครที่กำลังมองหารถที่มีทั้ง ความสปอร์ต มีความแรง บ้าพลัง ขับขี่ง่าย คล่องตัว รุ่นนี้สามารถตอบนองได้อย่างดีเยี่ยม


5. BMW S1000RR

รูปภาพจาก bmw-motorrad.co.th

BMW S1000RR รุ่นรถ และ ราคา

รุ่น ราคา
BMW S1000RR 890,000 บาท

สำหรับเจ้า BMW S1000RR ถือเป็นรถในฝันของใครหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ เป็นรุ่นยอดนิยมตั้งแต่โฉมก่อน ๆ สำหรับรุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาใหม่หมด เพื่อที่จะสามารถรีดประสิทธิภาพสูงสุดออกมา มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของโครง ถังน้ำมันเชื้อเพลิง รวมไปถึงตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามหลักสรีรศาสตร์ ตัวรถมีดีไซน์ที่สวยงาม มีความดุดัน ดูโฉบเฉียบ เพรียวบาง ช่วยให้การขับขี่มีความคล่องตัวมากขึ้น

ขุมพลังของรุ่นนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนามาใหม่ แบบ 4 สูบแถวเรียง ขนาดความจุ 999 ซี.ซี. พร้อมระบบวาล์ว ไทเทเนี่ยม และใช้เทคโนโลยี BMW ShiftCam จะช่วยเลือกเวลาเปิดวาล์วและลิฟท์วาล์ว โดยใช้เพลาลูกเบี้ยวเพื่อให้มีแรงบิดและกำลังขับเคลื่อนที่สูงขึ้น ควบคุมหัวฉีดด้วยระบบอิเล็คทรอนิกส์ แปรผันตามรอบเครื่องยนต์ ทำให้สามารถทำกำลังสูงสุดอยู่ที่ 207 แรงม้า ที่ 13,500 รอบ/นาที มีแรงบิด 113 นิวตัน-เมตร ที่ 10,500 รอบ/นาที นอกจากนั้นยังมีการปรับแต่งส่วนประกอบอื่น ๆ อีกหลายส่วน ด้วยแนวคิดการควบคุมจังหวะใหม่ ทำให้เครื่องตัวนี้มีน้ำหนักลดลงถึง 4 กิโลกรัม

นอกจากนั้น BMW ก็ขึ้นชื่อในเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่แปลกที่ BMW S1000RR จะมาพร้อมเทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมประสิทธิภาพการขับขี่ในทุกสภาพการจราจร อัดแน่นเต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมายอยู่ในทุก ๆ ส่วนของตัวรถ โดย “THE BMW S 1000 RR. สุดยอด SUPERBIKE สำหรับทุกสภาพการขับขี่”


6. Ducati Panigale V2

รูปภาพจาก ducati.com

Ducati Panigale V2 รุ่นรถ และ ราคา

รุ่น ราคา
Panigale V2 799,000 บาท
Panigale V2 Evo 894,000 บาท

คงไม่ต้องพูดมากสำหรับแบรนด์อย่าง Ducati ซึ่งในครั้งนี้ได้เปิดตัว New Ducati Panigale V2 ใหม่ ซึ่งเป็นการนำเอาเจ้า 959 Panigale รุ่นยอดนิยมมาพัฒนาต่อ โดยมีสายเลือดของ Ducati Panigale V4 มาเต็มรูปแบบ ถือเป็นการสืบต่อความยิ่งใหญ่ของเครื่องยนต์เครื่องยนต์ 2 สูบ แบบ L-Twin ที่สร้างชื่อเสียงโดยการคว้าแชมป์ในรายการแข่งขันระดับโลกต่าง ๆ มามากมาย ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง แบบค่ายอื่น ๆ แต่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใส่มามันสามารถสู้กับรุ่น ๆ อื่นได้อย่างแน่นอน

แน่นอนครับ Panigale V4 เป็นรถในฝันของชาวไบค์เกอร์หลาย ๆ คน ซึ่งมันเป็นรถที่รวมความสุดยอดในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์ ซึ่งมันไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ Ducati Panigale V2 จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ ความจุ 955 ซี.ซี. 2 สูบ Superquadro V2 90 องศา Desmodromic 8 วาล์ว สามารถส่งกำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 10,750 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 9,000 รอบ/นาที มีถังน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นวัสดุ Steel Tank มีความจุ 17 ลิตร โดยน้ำหนักตัวไม่รวมของเหลวอยู่ที่ 176 กิโลกรัมเท่านั้น อีกทั้งมีการติดตั้งแกน IMU แบบ 6 แกนที่จะทำงานร่วมกับระบบ Cornering ABS EVO และมีเทคโนโลยีอีกหลาย ๆ อย่าง ที่หยิบมาจากรุ่นพี่อย่าง Panigale V4R

นอกจากนั้นเจ้า V2 ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด ให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับการทำงานของระบบได้ตามต้องการ ช่วยให้มันสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยมไม่ว่าจะขับขี่บนท้องถนน หรือลงสนาม สำหรับ Ducati Panigale V2 เป็นเหมือนการย่อส่วนลงมาของ V4 มีดีไซน์ที่สปอร์ต ดุดัน ตามแนวทางของ Ducati อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยต่าง ๆ มากมาย หากใครที่อยากเป็นเจ้าของ V4 แต่ประสบการณ์น้อยกลัวจะควบคุมไม่อยู่ ต้องบอกเลยครับว่า Ducati Panigale V2 รุ่นนี้เหมาะมาก โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 799,000 บาท เท่านั้น


บทส่งท้าย

ต้องขอบอกอีกครั้งนะครับว่านี่ไม่ใช่เป็นการจัดอันดับ แต่เป็นการรวมรุ่นรถที่ได้รับความสนใจอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในแต่ละรุ่น แต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป มีนิสัยของเครื่องยนต์ที่ต่างกัน มีรูปทรงที่ไม่เหมือนกัน บางรุ่นคุณอาจขับขี่ได้สบาย แต่บางรุ่นคุณอาจจะเมื่อยเล็กน้อย เพราะฉะนั้นหากชื่นชอบรุ่นไหน ควรไปดูรถด้วยตนเองที่ศูนย์บริการนั้น เพื่อที่จะได้ลองขับ ลองทำความรู้จักกับรถให้มากขึ้น บางทีคุณอาจจะได้รับโปรโมชั่นดี ๆ อย่างพวกส่วนลด ประกันภัย และมีของแถมต่าง ๆ เพิ่มให้ด้วย อาทิเช่น หมวกกันน็อค, บลูทูธติดหมวก, กล้องติดหมวก, ถุงมือขับรถ หรือเสื้อแจ็คเก็ต เป็นต้น

สุดท้ายนี้หากคุณได้เป็นเจ้าของรถรุ่นใดรุ่นหนึ่งแล้ว ก็อย่าลืมขับขี่ด้วยความระมัดระวังนะครับ หากมีเวลาว่างก็ไปเรียนเพิ่ม เพื่อที่จะได้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ที่จำเป็น เนื่องจากรถประเภทนี้มีสรรถนะที่สูง การขับขี่ต่าง ๆ จึงไม่เหมือนรถธรรมดา ฉะนั้นคุณต้องไปเรียนรู้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ และนอกจากนั้นก็อย่าลืมหาอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่จำเป็นมาใช้ดูแลรถของคุณด้วนนะครับ อาทิเช่น ผ้าไมโครไฟเบอร์, น้ำยาล้าง, แว็กเคลือบสี และอื่น ๆ 


ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก :

  • Ninja ZX-10R
  • Honda CBR1000RR
  • Yamaha YZF-R1
  • Suzuki GSX-R1000R
  • BMW S1000RR
  • Ducati Panigale V2
Previous Post

รถยนต์ Eco Car รุ่นไหนน่าสนใจ ปี 2020-21

Next Post

แนะนำ รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ราคาไม่เกิน 1 ล้าน ยี่ห้อไหนดี ปี 2023

Next Post

แนะนำ รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ราคาไม่เกิน 1 ล้าน ยี่ห้อไหนดี ปี 2023

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

มอเตอร์ไซค์

รีวิว กล้องติดรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นไหนดี กันน้ำ คุ้มค่ากับราคา

June 5, 2026
มอเตอร์ไซค์

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ 3 ล้อไฟฟ้า รุ่นไหนน่าใช้

June 5, 2026
มอเตอร์ไซค์

ยางรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี

June 5, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.