ทำ ใบขับขี่บิ๊กไบค์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ปี 2563

สำหรับ “รถบิ๊กไบค์ (Bigbike)” ถือเป็นรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน จากคนทุก ๆ วัยเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในกลุ่มของวัยรุ่น จนเราสามารถพบเห็นกันได้จนชินตาตามท้องถนน เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีที่มานี้ มีรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ๆ เปิดตัวออกมามากมายโดยเฉพาะ “รถบิ๊กไบค์” โดยหลาย ๆ ค่ายมีฐานผลิตอยู่ในประเทศไทยเอง ทำให้รถจักรยานยนต์บิ๊คไบค์หลาย ๆ รุ่น มีราคาที่ถูกลงไปมาก ทำให้สามารถเป็นเจ้าของกันได้ง่ายขึ้น

ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อได้เป็นเจ้าของแล้ว หลาย ๆ คนขับขี่ไปโดยที่ไม่มีทักษะและไม่มีความรู้อะไรเลย และยิ่งเป็นวัยรุ่นด้วยแล้ว เมื่อได้บิ๊กไบค์ที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์สูง ๆ อยู่ในมือ ก็ไม่รอช้า “บิดหมดปลอก” ด้วยความคึกคะนอง มันจึงไม่แปลกเลยหากจะส่งผลให้ผู้ขับขี่มากหน้าหลายตา ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกันไม่เว้นวัน บางคนใส่อุปกรณ์ป้องกันมาอย่างดีทั้ง หมวกกันน๊อค, ถุงมือ, เสื้อแจ็คเก็ตขับรถ หรือรองเท้าขับรถ ก็ไม่รอดเพราะความเร็วที่รถประเภทนี้สามารถทำได้ ขนาดคนที่ว่าเก่ง ๆ มีผลงานในการลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ มากมาย ยังพลาดท่ามาแล้ว นับประสาอะไรกับคนที่ไม่มีทักษะในการขับขี่อะไรเลยละครับ



จากอุบัติเหตุมากมายที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หากเราย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเด็นในเรื่องของ “ใบอนุญาตขับขี่รถบิ๊กไบค์” ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันในสังคม มีการพยายามผลักดันให้รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์พิเศษกว่ารถจักรยานยนต์ขนาดเล็กทั่ว ๆ ไป เนื่องจากสมรรถนะเครื่องยนต์สูงที่ต่างกันมาก มันจึงไม่เหมาะสมเท่าใดนักหากจะใช้กฎหมายเดียว เนื่องจากมีหลาย ๆ องค์ประกอบที่มีความจำเป็นต่อการขับขี่ของรถประเภทนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น แต่ไม่นานข่าวนี้ก็ค่อย ๆ เงียบไป จนกระทั่งมาถึงปีนี้ 2563 มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกันอีกครั้ง

รูปภาพจาก dlt.go.th

โดยล่าสุด นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้มีการเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ โดยผู้ที่ขับขี่รถ Big bike จะต้องผ่านการอบรมและทดสอบเพิ่มเติม เนื่องจากต้องการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้น ที่ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากตัวผู้ขับขี่เอง



อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : กรมการขนส่งทางบก

โดย ร่างกฎกระทรวงใหม่ มีสาระที่สำคัญ ๆ ดังนี้

  • ยกร่างกฎกระทรวงเพื่อแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์, วิธีการและเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ รวมไปถึงการต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2548 เพื่อปรับปรุงให้กฎหมายมีความเหมาะสมที่จะบังคับใช้กับสภาพการณ์ในปัจจุบัน
  • มีการกำหนดให้ใบรับรองแพทย์ที่จะนำมาใช้ประกอบการขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล จำเป็นจะต้องแสดงให้เห็นว่า ผู้ขอนั้นไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงหรือโรคที่แพทย์เห็นว่า อาจเป็นอันตรายขณะขับขี่ โดยทางกรมการขนส่งทางบกจะมีการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคที่ต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาต และจะมีการวางแนวทางในการตรวจรับรองของแพทย์กับแพทยสภาต่อไป
  • ใบรับรองแพทย์ที่นำมาใช้ประกอบ จะสามารถนำมาใช้ประกอบได้ภายในวันที่แพทย์ผู้ออกใบรับรองกำหนดมาเท่านั้น หากแพทย์ผู้รับรองไม่ได้กำหนดมา ให้ใช้ได้ภายในไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่มีการออกใบรับรองแพทย์ และนอกจากนั้นมีการให้อำนาจเพิ่มเติมแก่นายทะเบียน เพื่อใช้ในการสั่งให้ผู้ขอรับหรือผู้ขอต่อใบอนุญาตขับรถ ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายก่อน เพื่อนำใบรับรองแพทย์มายืนยันความพร้อมในการขับรถ
  • เพิ่มเติมผู้ขอรับสามารถนำหลักฐานการอบรมจากหน่วยงานหรือสถาบันภายนอก มาใช้ในการประกอบการขอรับใบอนุญาตขับรถได้ โดยจะต้องเป็นหน่วยงานหรือสถาบันที่ได้รับการมอบหมายให้ดำเนินการจัดอบรมจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น
  • มีการเพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์สูง ๆ อย่าง รถ Big bike ต้องผ่านการอบรม และผ่านการทดสอบการขับรถ ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีเป็นการเพิ่มเติม



สรุป กฎกระทรวง ที่เกี่ยวกับ บิ๊กไบค์ ที่คุณควรรู้

สำหรับกฎกระทรวงใหม่ที่มีการแก้ไขนั้น เราคิดว่าภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้น่าจะมีการประกาศออกมาบังคับใช้ ซึ่งมีหลายข้อที่เหล่าไบค์เกอร์ควรรู้เอาไว้ เพื่อที่คุณจะได้เตรียมความพร้อม ซึ่งจะมีรายละเอียดหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

1. รถจักรยานยนต์ที่เรียกว่า “บิ๊กไบค์”

ในปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์หลายรุ่นมีสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ไม่สูงมาก แต่มีรูปทรงเหมือนกับรถบิ๊กไบค์ จึงถูกเหมารวมไปว่าเป็น บิ๊กไบค์ ไปเสียทั้งหมด เพราะบางคนไปมองที่เครื่องใหญ่ ขณะที่บางคนมองจากขนาดของตัวรถ และเพื่อให้ทุกคนมองในมุมมองเดียวกัน กฎหมายแบบใหม่จะมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าแบบไหนคือบิ๊กไบค์

โดยขนาดของรถจักรยานยนต์ที่เรียกว่า “บิ๊กไบค์” นั้น จะต้องมีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ (47.5 แรงม้า) ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุกระบอกสูบ 400 ซีซี ขึ้นไป จึงจะถือว่าเป็นรถบิ๊กไบค์ หากกำลังเครื่องยนต์ต่ำกว่านี้จะไม่ถูกจัดอยู่ในประเภท รถบิ๊กไบค์

2. การทำใบอนุญาตใบขับขี่บิ๊กไบค์

การทำใบอนุญาตใบขับขี่บิ๊กไบค์นั้น อย่างแรกผู้ขอทำใบขับขี่ จะต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไปก่อน ได้รับใบรับรองจากแพทย์แล้วว่า ผู้ขอนั้นไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงหรือโรคที่แพทย์เห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับขี่ และสุดท้ายผู้ขอจะต้องผ่านหลักสูตรการอบรมพิเศษ รวมถึงหลักเกณฑ์การทดสอบการขับขี่บิ๊กไบค์ ซึ่งจะแยกออกมาจากการทดทอบใบขับขี่ของรถจักรยานยนต์ปกติ

3. สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา

เนื่องด้วย “รถบิ๊กไบค์” เป็นรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมากกว่ารถจักรยานยนต์ปกติ และที่สำคัญมีพละกำลังของเครื่องยนต์ที่สูงกว่ามาก ทำให้ต้องใช้ทักษะพิเศษต่าง ๆ มาช่วย ดังนั้นผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ทุกคน จะต้องเข้ารับการฝึกอบรมจากผู้เชียวชาญก่อน เพื่อให้รู้จักการใช้งานตัวรถอย่างแท้จริง ทั้ง การควบคุมรถขนาดใหญ่ เทคนิคการขับขี่ต่าง ๆ และรวมไปถึงการใช้งานอื่น ๆ

เพราะฉะนั้นผู้ที่ต้องการขอใบขับขี่บิ๊กไบค์ จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อ ผ่านการฝึกอบรมจากผู้เชียวชาญ และผ่านการทดสอบการขับขี่รถบิ๊กไบค์ ตามมาตรฐานที่กรมขนส่งทางบกกำหนดเอาไว้แล้วเท่านั้น

4. สถานที่ สำหรับการฝึกอบรมและทดสอบ

เนื่องจาก กรมขนส่งทางบก มีความพร้อมในเรื่องของสนามทดสอบบิ๊กไบค์ที่น้อยกว่าค่ายรถและสถาบันต่าง ๆ ฉะนั้น เหล่าไบค์เกอร์ สามารถเข้าไปติดต่อขอรับการฝึกอบรมได้จากค่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์หลาย ๆ แห่ง และรวมไปถึงสถาบันต่าง ๆ ที่กรมขนส่งทางบกได้มีการรับรอง ซึ่งค่ายรถและสถาบันต่าง ๆ ได้มีการเรียนการขับขี่ การเปิดการฝึกอบรมและการทดสอบกันอยู่แล้ว โดยเมื่อผ่านการอบรมและผ่านการทดสอบ สามารถนำใบรับรองที่ได้ ไปยื่นกับกรมขนส่งทางบก เพื่อทำใบขับขี่บิ๊กไบค์ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการขนส่งทางบก

Next Post