คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 8.3 เต็ม 10
ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกกิจกรรมจำเป็นต้องอาศัยความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ผู้คนจึงจำเป็นต้องให้สิ่งสำคัญกับความสะดวก ซึ่ง “แท่นชาร์จมือถือไร้สาย” ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับคนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะวัยทำงานหรือหนุ่มสาวออฟฟิศที่จะต้องพกสายชาร์จติดตัวไปไหนมาไหนตลอด ไหนจะสายพันกันแล้วต้องมาระวังว่าสายจะหักเสียหาย แถมยังมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่บนโต๊ะทำงานจึงทำให้แท่นชาร์จมือถือไร้สายสามารถตัดปัญหากวนใจเหล่านี้ทิ้งไปได้อย่างดี
โดยวันนี้ผู้เขียนจะมาแนะนำไอเทมสุดเจ๋งที่จะนำมาใช้บนโต๊ะทำงานนั่นก็คือ Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6 แท่นชาร์จไร้สายที่สามารถชาร์จได้พร้อมกันถึง 3 อุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน ดีไซน์สวย ช่วยประหยัดเนื้อที่บนโต๊ะทำงาน ที่สำคัญมาพร้อมกับแบตสำรองพกพาขนาดเล็ก หากใครที่อยากรู้ว่าแท่นชาร์จมือถือรุ่นนี้ทำอะไรได้บ้างเราตามไปดูรายละเอียดในบทความนี้ได้เลยครับ
เมื่อพูดถึงแบตสำรองหรืออุปกรณ์ชาร์จมือถือ Eloop เรียกได้ว่าเป็นชื่อแบรนด์ที่ทุกคนต้องเคยได้ยินแน่ ๆ โดย Eloop เป็นแบรนด์ที่มีการผลิตและจัดจำหน่ายแบตเตอรี่ สายชาร์จ หัวชาร์จ และที่ชาร์จมือถือในไทยมานานกว่า 10 ปี ด้วยดีไซน์ คุณภาพ ความจุ และราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็มีช่วงหนึ่งที่มีของปลอมระบาดออกมา ทำให้ Eloop มีการรีแบรนด์และทำการตลาดใหม่ ซึ่งช่วงหลังรุ่นใหม่ ๆ จะเป็นชื่อยี่ห้อ Orsen by Eloop ทั้งหมดนั่นเองครับ
ข้อมูลจำเพาะของ Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6

Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6
|
แบตเตอรี่สำรอง
|
รีวิว แท่นชาร์จไร้สาย Eloop รุ่น W6 (ลองใช้จริง) ชาร์จทั้ง 3 อุปกรณ์ได้พร้อมกัน
อุปกรณ์ภายในกล่อง

- แท่นชาร์จ Eloop W6 x 1
- อุปกรณ์เสริมฐานวางสำหรับชาร์จสมาร์ทโฟน x 1
- ฐานวางแบบแม่เหล็กสำหรับชาร์จหูฟังแบบไร้สาย x 1
- แบตเตอรี่สำรอง EW50 4200 mAh x 1
- สายชาร์จ Type-C to Type-C ขนาด 1.5 เมตร x1
- คู่มือการใช้งานภาษาอังกฤษ x 1
ดีไซน์การออกแบบของ Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6
Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6 ภายในกล่องประกอบด้วยคู่มือการใช้งานเบื้องต้น, สายชาร์จสำหรับเชื่อมต่อแบบ Type-C to Type-C ขนาด 1.5 เมตร ดีไซน์ของสายเป็นแบบแบน, แบตสำรอง รุ่น EW50 แบบแม่เหล็กขนาดกะทัดรัด ความจุ 4500 mAh พร้อมกับอุปกรณ์เสริมฐานวางสมาร์ทโฟนและฐานแม่เหล็กสำหรับชาร์จหูฟังแบบไร้สายได้

โดยแท่นชาร์จมีดีไซน์ที่สวยงาม น้ำหนักเบา มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม บริเวณฐานด้านล่างเป็นแท่นวงกลมที่แข็งแรงและมั่นคงทำให้สามารถรองรับน้ำหนักสมาร์ทโฟนขณะชาร์จได้โดยที่ไม่ล้ม และที่สำคัญขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เมื่อนำมาวางไว้บนโต๊ะก็ไม่ได้กินพื้นที่ เหมาะสำหรับการตั้งเอาไว้ใช้งานบนโต๊ะทำงานหรือในออฟฟิศมาก ๆ ซึ่งข้อดีของแท่นชาร์จ คือ เป็นแท่นชาร์จแบบไร้สาย Multi – Function สามารถชาร์จพร้อมกันได้ถึง 3 อุปกรณ์และที่สำคัญสามารถรองรับการชาร์จไร้สายแบบแม่เหล็กทำให้สามารถชาร์จสมาร์ทโฟน หูฟังแบบไร้สาย Smart Watch และอุปกรณ์อื่น ๆ พร้อมกันได้ช่วยประหยัดพื้นที่การใช้งานได้เป็นอย่างดี
แต่น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่ได้แถมหัวชาร์จอะแดปเตอร์มาให้จำเป็นต้องซื้อแยกต่างหากหรือใช้ของเดิมที่มีอยู่แล้ว และภายในกล่องจะไม่มีอุปกรณ์เสริมสำหรับชาร์จ Smart Watch มาให้ สำหรับใครที่ต้องการใช้ที่ชาร์จ Smart Watch ก็จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอย่าง Eloop W7 ซึ่งหากเพื่อน ๆ ไม่ได้ใช้งาน Smart Watch ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มครับ
ดีไซน์แท่นชาร์จไร้สาย Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6
เริ่มต้นกันด้วยแท่นชาร์จที่ออกแบบมาสไตล์โมเดิร์น สามารถวางไว้บนโต๊ะได้อย่างสวยงาม ใช้สีแบบทูโทนสีดำตัดด้วยสีเทา น้ำหนักเพียง 174.6 กรัม ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป ด้านหน้าแท่นชาร์จออกแบบมาในโทนสีดำ ผิววัสดุเป็นพลาสติกแบบด้าน มีลายของพื้นผิววัสดุเป็นลายเฉียงไปด้านข้างทำให้ช่วยยึดเวลาวางสมาร์ทโฟนลงไปบนแท่นชาร์จ ตรงกลางด้านในพิมพ์โลโก้แบรนด์ Orsen พร้อมช่องเสียบแบตเตอรี่สำรอง EW50 ที่มาพร้อมกันในกล่องใช้ชาร์จแบตสำรองและสมาร์ทโฟนพร้อมกันได้ พร้อมช่องสำหรับติดอุปกรณ์เสริมสำหรับใช้วางสมาร์ทโฟน
ด้านข้างใช้โทนสีเทาเงิน วัสดุแบบผิวมัน แต่ก็ไม่ทำให้เกิดรอยนิ้วมือ มีพอร์ต Type-C สามารถใช้ชาร์จร่วมกับอุปกรณ์อื่น ๆ หรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง Eloop W7 เพื่อใช้ชาร์จอุปกรณ์ Smart Watch ได้ พร้อมไฟแสดงสถานะขณะชาร์จแบตเตอรี่ และด้านข้างอีกข้างของแท่นชาร์จจะเป็นพื้นที่โล่ง ๆ ไม่มีพอร์ตอะไร

สำหรับด้านหลังออกแบบมาเป็นสีดำผิวด้านมีลักษณะเหมือนด้านหน้า พร้อมพิมพ์รูป AirPods ซึ่งบริเวณนี้จะใช้สำหรับชาร์จหูฟัง AirPods รวมถึงหูฟังอื่น ๆ ในรุ่นที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายอีกด้วย ที่สำคัญยังมีอุปกรณ์เสริมที่เป็นฐานแม่เหล็กเพื่อวาง AirPods ซึ่งจะเป็นยางแบบนุ่ม ๆ สลักข้อความไว้ทั้ง 2 ด้าน ด้านหนึ่งสำหรับ AirPods 2 และอีกด้านหนึ่งสำหรับ AirPods 3 และ AirPods Pro เพราะเนื่องจากเคสของ AirPods แต่ละรุ่นมีขนาดที่ต่างกันทำให้ตำแหน่งการชาร์จต่างกันไปด้วย และที่สำคัญด้านบนและด้านล่างยังมีช่องระบายความร้อน ถือได้ว่าทางแบรนด์มีความละเอียดและความใส่ใจทำออกมาได้น่าใช้งานมาก ๆ
ด้านล่างของแท่นชาร์จจะมีฐานยางกันลื่นที่สามารถหมุนได้แบบไปกลับ 360 องศา ทำให้เราสามารถหมุนแท่นชาร์จเพื่อหยิบจับอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาใช้งานได้อย่างสะดวก ซึ่งต่างจากแท่นชาร์จอื่น ๆ ที่เราจะต้องเอื้อมไปจับทั้งตัวแท่นชาร์จเพื่อทำการหมุนหรือปรับตำแหน่ง บริเวณแท่นชาร์จด้านล่างนี้จะมีพอร์ต Type-C สำหรับใช้ต่อสายชาร์จกับหัวชาร์จอะแดปเตอร์ โดยข้อดี คือ เมื่อเราหมุนปรับตำแหน่งของแท่นชาร์จตัวสายจะไม่พันกันนั่นเองครับ
ดีไซน์แบตเตอรี่สำรองไร้สาย EW50
เนื่องจากแท่นชาร์จรุ่นนี้มาพร้อมกับแบตสำรอง EW50 ทำให้สามารถพกพาออกไปใช้งานด้านนอกได้ โดยดีไซน์ของแบตเตอรี่สำรองมีจุดเด่นที่ขนาดเล็กกะทัดรัด คล้ายกับผลิตภัณฑ์ของทาง iPhone โดยจะมีลักษณะเป็นเหลี่ยมโค้งมน น้ำหนักเบาเพียง 92.5 กรัม ความหนา 1 เซนติเมตร ด้านหน้ามีสลักโลโก้ของ Orsen ผิวสัมผัสแบบด้านช่วยให้ไม่เป็นรอยนิ้วมือและกันลื่นได้เป็นอย่างดี
ด้านล่างตรงกลางมีพอร์ต Type-C ทำหน้าที่ชาร์จไฟเข้าและไฟออก ปุ่มเปิดปิด และไฟ LED แสดงสถานะของแบตเตอรี่จำนวน 4 ดวง วัสดุด้านหน้าเป็น PC แบบใสผิวลื่นจะเห็นวงกลม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ MagSafe สามารถใช้งานร่วมกับ MagSafe ได้ บริเวณทั้ง 4 มุมจะมีซิลิโคนขนาดเล็กยกระดับขึ้นมาทำให้สมาร์ทโฟนไม่ให้ลื่นไหลและป้องกันการเกิดรอย สามารถชาร์จติดกับ iPhone แล้วถือใช้งานหรือใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงได้อย่างสบาย ๆ เลยครับ

ไฟแสดงสถานะและวิธีการใช้งานของแบตเตอรี่สำรอง EW50
สำหรับการถอดแบตเตอรี่เพื่อนำมาใช้เป็นแบตสำรองสามารถใช้งานได้ง่ายมาก ๆ โดยตัวแบตเตอรี่บริเวณด้านล่างจะมีปุ่มเปิดปิดเพื่อเปิดใช้งานและติดกับอุปกรณ์เพื่อทำการชาร์จแบบไร้สายได้ทันที หรือสามารถนำพอร์ต Type-C ต่อเข้ากับแบตสำรองและอุปกรณ์โดยตรงเพื่อทำการชาร์จได้เลย ซึ่งไฟ LED จะมีทั้งหมด 4 ดวง แสดงสถานะของปริมาณแบตเตอรี่ เวลาใช้งาน ถ้าไฟ LED ที่อยู่ด้านขวาสุดดวงแรกขึ้นเป็นสีเขียว หมายถึง สถานะ Fast / Quick Charging กำลังทำงาน ไฟแสดงปริมาณแบตเตอรี่จะแสดงขึ้นเป็นสีขาว ซึ่งวิธีตรวจปริมาณของไฟต้องเสียบสายชาร์จหรือกดปุ่มเปิดปิด ไฟก็จะแสดงขึ้นมาทันที และจะดับเองภายใน 30 วินาที ในกรณีที่ไม่ได้ใช้งานหรือวางเอาไว้เฉย ๆ โดยไฟทั้ง 4 จุดจะแสดงให้เห็นถึงปริมาณแบตเตอรี่ที่คงเหลือดังนี้
- ไฟ LED 4 ดวง ปริมาณแบตเตอรี่อยู่ในระดับ 75% – 100%
- ไฟ LED 3 ดวง ปริมาณแบตเตอรี่อยู่ในระดับ 50% – 75%
- ไฟ LED 2 ดวง ปริมาณแบตเตอรี่อยู่ในระดับ 25% – 50%
- ไฟ LED 1 ดวง ปริมาณแบตเตอรี่อยู่ในระดับ 0% – 25%
วิธีการใช้งานแท่นชาร์จไร้สาย Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6
แท่นชาร์จไร้สาย Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6 ถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ของ Apple และชาร์จได้พร้อมกันถึง 3 อุปกรณ์ในเวลาเดียว ไม่ว่าจะเป็น iPhone, AirPods, Apple Watch หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย สามารถผสมผสานเทคโนโลยี MagSafe ได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่ามีฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวกสบายตอบโจทย์ชาวออฟฟิศมาก ๆ

โดยการใช้งานแท่นชาร์จไร้สายรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ง่ายมาก ๆ เพียงนำแบตสำรอง EW 50 ใส่เข้าไปในแท่นชาร์จ ซึ่งอาจจะต้องออกแรงเล็กน้อยเพื่อดันแบตเพื่อให้ลงตรงล็อกกับแท่นชาร์จแล้วเสียบสายชาร์จเข้ากับฐานตรงบริเวณวงล้อด้านล่าง (สำหรับใครที่ต้องการถอดแบตสำรองไปใช้ก็ควรระวังตอนถอดออกด้วยเช่นกัน เพราะช่องใส่ค่อนข้างแข็งและแน่น) หลังจากนั้นเสียบอะแดปเตอร์เข้ากับปลั๊กและวางอุปกรณ์ที่จะชาร์จแบตเตอรี่ลงบนแท่นชาร์จโดยที่ไม่จำเป็นต้องกดปุ่มใด ๆ และให้สังเกตไฟแสดงสถานะด้านข้างแท่นชาร์จ เมื่อไฟสถานะขึ้นเป็นสีเขียวก็จะสามารถใช้งานได้ทันที หากเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีแม่เหล็กก็สามารถติดอุปกรณ์เสริมฐานรองที่แถมมาให้ในกล่องได้ แต่แนะนำว่าถึงจะเป็น iPhone ก็ควรติดฐานรองเอาไว้เพื่อป้องกันการตกหล่นนั่นเองครับ และเวลาชาร์จอุปกรณ์หลาย ๆ ชิ้นพร้อมกันต้องระวังตอนหมุนแท่นชาร์จ เพราะเคสหูฟังอาจจะหล่นตามแรงเหวี่ยงได้ครับ
ประสิทธิภาพการใช้งาน
ทดสอบการใช้งานร่วมกับ iPhone / สมาร์ทโฟน
จากการทดสอบระยะเวลาในการชาร์จ iPhone โดยชาร์จผ่านแท่นชาร์จหรือการชาร์จผ่านแบตสำรองแบบไร้สายในระยะเวลา 10 นาที ปริมาณแบตเตอรี่ขึ้นมาอยู่ที่ 5% – 6% ส่วนสมาร์ทโฟนของ Samsung ที่ชาร์จแบบเดียวกันก็มีปริมาณแบตขึ้นมาที่ 5% – 6% เช่นกัน แต่สำหรับใครที่ต้องการความรวดเร็วในการชาร์จแนะนำว่าควรต่อสายชาร์จเข้ากับอุปกรณ์และแบตสำรองโดยตรงเลยจะดีกว่า เพราะจากการทดสอบด้วยการชาร์จผ่านแบตสำรอง EW50 ต่อสายเข้ากับอุปกรณ์โดยตรงในระยะเวลา 10 นาทีเท่ากัน แต่ปริมาณของแบตเตอรี่กลับขึ้นมาถึง 14% – 15% เลยทีเดียว
สำหรับการใช้งานเฉพาะแบตสำรอง EW50 ค่อนข้างเหมาะกับคนที่ใช้งาน iPhone ที่มีระบบแม่เหล็กมากกว่า เพราะตัวแบตสำรองสามารถประกบติดกับฝาหลังได้ทำให้พกพาได้อย่างสะดวก ซึ่งหากเป็นสมาร์ทโฟน Android หรือสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ตัวแบตสำรองจะไม่สามารถประกบติดกับฝาหลังได้ หากตั้งไว้ไม่ตรงตำแหน่งหรือมือเคลื่อนไปโดนก็จะทำให้หลุดออกจากโหมดชาร์จโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจำเป็นต้องซื้อวงแหวนแม่เหล็กมาติดเคสไว้หรือใช้งานเป็นแบตสำรองทั่ว ๆ ไปแทนครับ

ทดสอบการใช้งานร่วมกับ AirPods
แท่นชาร์จด้านที่ใช้งานชาร์จหูฟังโดยส่วนตัวผู้เขียนค่อนข้างประทับใจในส่วนของการจัดตำแหน่งการวางมาก ๆ เพราะฐานรองมีแม่เหล็กใช้ดูดติดกับแท่นวาง ซึ่งตัวแม่เหล็กถูกเซตตำแหน่งให้พอดีกับหูฟังของ Apple แต่ละรุ่นไว้แล้ว โดยด้านหนึ่งใช้สำหรับวาง AirPods 2 และอีกด้านหนึ่งใช้สำหรับวาง AirPods 3 และ AirPods Pro ทำให้เราไม่ต้องคอยมาจัดตำแหน่งให้เสียเวลาและที่สำคัญสามารถชาร์จหูฟังผ่านเคสหูฟังได้เลยไม่จำเป็นต้องถอดเคสออกครับ ถึงแม้จะมีฐานวางหูฟังและแผ่นยางกันลื่นมาให้แต่ตอนหมุนปรับตำแหน่งแท่นชาร์จก็ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะหากหมุนเร็วหรือแรงจนเกินไปอาจจะทำให้เคสหูฟังหล่นลงมาตามแรงเหวี่ยงของแท่นชาร์จได้ครับ
จากการทดสอบเมื่อนำ AirPods ไปชาร์จกับแท่นชาร์จและชาร์จแบบไร้สายกับแบตสำรอง EW50 ในระยะเวลา 10 นาที ปริมาณแบตเตอรี่ขึ้นมาประมาณ 5% – 6% เท่ากับการชาร์จบนสมาร์ทโฟน แน่นอนว่าเมื่อชาร์จหูฟังผ่านสายชาร์จต่อเข้ากับแบตเตอรี่โดยตรงในระยะเวลา 10 นาทีเท่ากัน ปริมาณแบตเตอรี่ขึ้นมาถึง 12% ดังนั้นการต่อสายชาร์จระหว่างอุปกรณ์และแบตสำรองโดยตรงจะทำให้สามารถประหยัดเวลาและชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็วมากกว่าครับ
ทดสอบการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่น ๆ ผ่านพอร์ตชาร์จ Type-C

ข้อดีของแท่นชาร์จรุ่นนี้ คือ สามารถใช้ชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกันสูงสุดถึง 3 อุปกรณ์ โดยพอร์ตสำหรับชาร์จอุปกรณ์ที่ 3 เป็นพอร์ต Type-C ทำให้สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง Eloop W7 ในการชาร์จ Smart Watch หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้ ต้องบอกก่อนเลยว่าทางเราไม่ได้ทดสอบด้วยอุปกรณ์เสริมอย่าง Eloop W7 เนื่องจากภายในกล่องไม่มีแถมมาให้ ดังนั้นจึงมีการทดลองชาร์จอุปกรณ์อื่น ๆ ผ่านสายชาร์จ Type-C แทน โดยทางผู้เขียนได้ทดลองชาร์จ iPad ในระยะเวลา 10 นาที ปริมาณแบตเตอรี่ขึ้นมาประมาณ 5% – 6% ซึ่งปริมาณแบตเตอรี่ที่ขึ้นมาไม่ต่างจากการชาร์จสมาร์ทโฟนและหูฟังเลย แต่เมื่อถอดไปใช้งานกับอุปกรณ์ขนาดใหญ่อย่าง iPad หรือ เครื่องเล่นเกมพกพาอย่าง Nintendo Switch แบตสำรองจะค่อนข้างร้อนพอสมควร แนะนำว่าควรใช้กับอุปกรณ์ที่มีขนาดไม่ใหญ่หรือปริมาณแบตเตอรี่ที่ไม่เยอะจนเกินไปจะเหมาะกว่าครับ
จุดเด่น
- ดีไซน์ของแท่นชาร์จเรียบหรู น้ำหนักเบา
- เป็นแท่นชาร์จแบบ Multi – Function รองรับการชาร์จพร้อมกันได้ถึง 3 อุปกรณ์
- รองรับการชาร์จแบบแม่เหล็กทำให้สามารถปรับใช้กับอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลาย
- มีพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Type-C
- รองรับ Fast / Quick Charging
- มีไฟแสดงสถานะปริมาณแบตเตอรี่
- สามารถถอดแบตสำรองออกจากแท่นชาร์จได้
- แบตสำรองมีขนาดบางและน้ำหนักเบา
- มีอุปกรณ์เสริมสำหรับใช้เป็นฐานวางสมาร์ทโฟนรุ่นที่ไม่รองรับระบบแม่เหล็ก
- มีตัวยึดหูฟัง สามารถปรับตำแหน่งให้เข้ากับรุ่นของหูฟังได้
- ฐานของแท่นชาร์จหมุนไปกลับได้ 360 องศา ปรับเปลี่ยนทิศทางให้เข้ากับการใช้งานได้
- แท่นชาร์จมีช่องระบายความร้อนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการชาร์จ
- มีระบบความปลอดภัย ป้องกันไฟกระชาก และระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อมีการจ่ายไฟบกพร่อง
ข้อควรพิจารณา
- ไม่มีอุปกรณ์เสริมสำหรับชาร์จอุปกรณ์ Smart Watch
- ไม่มีหัวชาร์จอะแดปเตอร์
- ตัวแท่นชาร์จวัสดุค่อนข้างบางและน้ำหนักเบาสามารถแตกหักได้ง่าย
- แท่นชาร์จมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เหมาะกับการไว้กับที่หรือใช้ตั้งบนโต๊ะทำงานมากกว่าการพกพา
- ฐานของแท่นชาร์จมีเสียงขณะหมุนอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเงียบสงบ
- ตอนเสียบแบตสำรองเข้ากับแท่นชาร์จหรือถอดออกค่อนข้างแข็ง ต้องออกแรงเล็กน้อย
- หากชาร์จอุปกรณ์พร้อมกันหลายชิ้นต้องระวังเรื่องการหมุนปรับตำแหน่งของแท่นชาร์จ เพราะอาจจะทำให้เคสหูฟังหล่นจากแรงเหวี่ยงได้
- อุปกรณ์เสริมฐานรองหูฟังวัสดุที่เป็นแผ่นยางเป็นรอยนิ้วมือและติดคราบฝุ่นได้ง่าย
- ตัวแท่นชาร์จหมุนปรับตำแหน่งเอง
- เมื่อชาร์จแบตเตอรี่หูฟังด้วยแท่นชาร์จหรือแบตสำรองแบบไร้สายใช้เวลาค่อนข้างนาน หากใช้สายเสียบเพื่อชาร์จเข้ากับแบตสำรองโดยตรงจะชาร์จได้ไวกว่า
- แบตสำรองเมื่อชาร์จติดกับ iPhone ที่มีแม่เหล็กสามารถรองรับน้ำหนักได้ดีกว่าสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไปที่ไม่มีแม่เหล็ก
- การรีชาร์จไฟกลับเข้าแบตสำรองใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง
ให้คะแนน ความพึงพอใจต่อ Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6
|
|
![]() |
คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 8.3 เต็ม 10
สรุปความพึงพอใจหลังจากทดลองใช้งาน
สำหรับแท่นชาร์จไร้สาย Orsen by Eloop Wireless Charger รุ่น W6 ถูกออกแบบเพื่อตอบโจทย์สำหรับคนที่มีพื้นที่ไม่มากและต้องการแท่นชาร์จอุปกรณ์หลาย ๆ อุปกรณ์พร้อม ๆ กัน ซึ่งแท่นชาร์จรุ่นนี้สามารถชาร์จอุปกรณ์พร้อมกันได้ 3 อุปกรณ์ ในขณะที่ชาร์จ 2 – 3 อุปกรณ์พร้อม ๆ กัน การจ่ายไฟของแบตเตอรี่ในแต่ละอุปกรณ์มีความเสถียรไม่ดึงไฟซึ่งกันและกัน ที่คุ้มค่าไปกว่านั้น คือ มาพร้อมกับแบตเตอรี่สำรองที่สามารถใช้ MagSafe เพื่อใช้กับ iPhone, AirPods, Apple Watch และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้งานร่วมกันได้ ทำให้เหมาะสำหรับคนที่ใช้งานอุปกรณ์ของ Apple เป็นส่วนใหญ่ สำหรับผู้เขียนด้วยดีไซน์และการออกแบบที่สวยงาม ดูทันสมัย ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก ช่วยประหยัดเนื้อที่ และที่สำคัญภาพรวมบนโต๊ะทำงานออกมาดูดีมาก ๆ แถมการใช้งานโดยรวมยังสามารถใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อนอีกด้วยครับ

แต่สำหรับใครที่ต้องใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนอื่น ๆ อาจจะไม่เหมาะ โดยแบตสำรอง EW50 ถึงแม้จะสามารถใช้การชาร์จแบบไร้สายได้ แต่สมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไป ไม่มีตัวแม่เหล็กยึดติดแบบ iPhone ทำให้ไม่สามารถประกบติดกับฝาหลังได้ ส่วนแท่นชาร์จมีดีไซน์ที่เหมาะกับการตั้งบนโต๊ะแบบอยู่กับที่มากกว่าและแบตสำรองความจุค่อนข้างน้อยเพียง 4500 mAh ทำให้แท่นชาร์จรุ่นนี้ไม่เหมาะสำหรับการพกพาไปด้านนอก นอกจากนี้ในส่วนของด้านความเร็วในการชาร์จผ่านแท่นชาร์จหรือชาร์จผ่านแบตสำรองแบบไร้สายปริมาณของแบตเตอรี่ขึ้นค่อนข้างช้า ซึ่งหากใช้สายชาร์จต่อเข้ากับแบตสำรองแน่นอนว่าจะใช้เวลาได้ค่อนข้างเร็วกว่า รวมไปถึงความร้อนของตัวแบตสำรองที่แยกออกมาชาร์จ ผู้เขียนรู้สึกว่าขณะชาร์จไปนาน ๆ แบตสำรองค่อนข้างที่จะร้อน แต่อุปกรณ์มีระบบความปลอดภัยและได้รับมาตรฐาน มอก. ทำให้ไม่ต้องกังวลในด้านของการใช้งาน แต่โดยภาพรวมแล้วอาจจะไม่เหมาะกับผู้เขียนเท่าไหร่ครับ
ซื้อเลย – ถ้าหาก :
- ซื้อเลยถ้าหาก…คุณเป็นคนที่ใช้งานอุปกรณ์ของ Apple เพราะแท่นชาร์จรุ่นนี้ถูกดีไซน์ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกับ iPhone, AirPods และ Apple Watch
- ซื้อเลยถ้าหาก…คุณเป็นคนที่จำเป็นต้องชาร์จอุปกรณ์หลาย ๆ ชิ้นพร้อมกัน ซึ่งแท่นชาร์จรุ่นนี้สามารถรองรับการชาร์จอุปกรณ์ได้ 3 อุปกรณ์พร้อม ๆ กันในเวลาเดียว
- ซื้อเลยถ้าหาก…คุณต้องการแท่นชาร์จมือถือที่สวยงาม มีลูกเล่นหมุนปรับตำแหน่งได้ ประหยัดเนื้อที่ และตัดปัญหาสายชาร์จพันกันบนโต๊ะทำงาน
- ซื้อเลยถ้าหาก…คุณเป็นคนที่ต้องออกไปทำงานด้านนอก แต่ไม่ชอบพกแบตสำรองที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักที่เยอะ โดยแท่นชาร์จรุ่นนี้สามารถถอดแยกออกมาเป็นแบตสำรองไร้สายได้ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ใช้งานง่าย ที่สำคัญไม่ต้องพกสายชาร์จให้วุ่นวาย
อย่าซื้อ – ถ้าหาก :
- อย่าซื้อถ้าหาก…คุณต้องการแท่นชาร์จที่จ่ายไฟลงในอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว
- อย่าซื้อถ้าหาก…คุณต้องการแบตสำรองที่มีปริมาณความจุแบตเตอรี่เยอะ ๆ
- อย่าซื้อถ้าหาก…คุณต้องการแท่นชาร์จที่สามารถเคลื่อนย้ายหรือพกพาได้สะดวก
- อย่าซื้อถ้าหาก…คุณไม่ได้จำเป็นต้องชาร์จอุปกรณ์หลาย ๆ อุปกรณ์พร้อม ๆ กัน
