รีวิว DJI Mavic 2 Pro

DJI Mavic 2 Pro มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อลดข้อจำกัดในการบิน เช่น การบินที่ไกลกว่าถึง 8 กิโลเมตร และบินได้นานกว่าถึง 31 นาที เป็นต้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้กับนักบินโดรนให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพและรักในการถ่ายวิดีโอทางอากาศ

รูปภาพจาก dji13store

ดีไซด์ของ DJI Mavic 2 Pro

โดยในวันนี้เราจะมาเจาะลึกเจ้า DJI Mavic 2 Pro ซึ่งเป็นโดรนที่ยังสามารถพับเก็บได้ ขนาดกระทัดรัด พกพาสะดวกเช่นเคย โดยมี ขนาด 91 x 214 x 84 มิลลิเมตร และน้ำหนักประมาน 900 กรัมเท่านั้น สามารถพับเก็บหรือกางออกมาใช้งานได้ง่าย และรวดเร็ว โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ DJI ได้จับมือกับ Hasselblad ผู้นำด้านกล้องเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่แบบ Medium Format จากประเทศสวีเดน ซึ่งทำให้ Mavic 2 Pro นี้ถือได้ว่าเป็นโดรนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้อง Hasselblad

รูปภาพจาก dji13store

อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับโดรน

การถ่ายภาพและวิดีโอ

DJI Mavic 2 Pro ได้ใช้ตัวกล้องที่มีเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1 นิ้ว ซึ่งเทียบเท่ากับโดรนรุ่นใหญ่อย่าง Phantom 4 Pro มาพร้อมระบบกันสั่น 3 แกน ซึ่งบันทึกภาพนิ่งได้ชัดสุดถึงระดับ 20 ล้านพิกเซล และถ่ายวิดีโอด้วยความคมชัดสูงสุดระดับ 4K 30FPS อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Hasselblad Natural Colour Solution ( HNCS ) ที่ประมวลผลภาพได้ชัด สีสวย และสมจริง และยังมาพร้อมกับโปรไฟล์คุณภาพสีสูงถึง 10-bit Dlog-M และไฟล์วีดีโอ 10-bit HDR ที่บันทึกสีได้กว่าพันล้านเฉด ทำให้สามารถจับภาพสีได้มากกว่าเมื่อเทียบกับ Mavic Pro ทั้งนี้ ยังสามารถปรับรูรับแสงได้ ตั้งแต่ f/2.8 – f/11 จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแสงน้อยแสงมาก

รูปภาพจาก dji13store

ฟีเจอร์เด่น ๆ ของ DJI Mavic 2 Pro

DJI Mavic 2 Pro ถูกอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ ภายใน ทำให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าโดรนรุ่นก่อน ๆ เป็นอย่างมาก โดยจะมีฟีเจอร์เด่น ๆ ดังนี้

  1. ด้านความปลอดภัยของ Mavic 2 Pro – ถูกอัดแน่นด้วยไปเซ็นเซอร์ที่ช่วยในเรื่องความปลอดภัย โดยมีระบบป้องกันการชนและตรวจจับแบบรอบทิศทางและป้องกันการชน นอกจากนี้มีการเพิ่มเซ็นเซอร์อินฟราเรดทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อช่วยในการบินเข้าไปในที่แคบ ๆ
  2. OcuSync 2.0 – ด้วยฟีเจอร์นี้ทำให้สามารถบังคับและควบคุม Mavic 2 Pro ได้ในระยะไกลถึง 8 กิโลเมตร
  3. ActiveTrack 2.0 – ทำให้โดรนสามารถจับภาพการเคลื่อนไหวของวัตถุได้แบบ 3 มิติ ทำให้สามารถบินติดตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความแม่นยำสูงมาก
  4. โหมดการบินอัจฉริยะ (Hyperlapse / Point of Interest) – จะมีอยู่ด้วยกัน 2 โหมด คือ
    1. Hyperlapse : ในโหมดนี้จะช่วยในการวางรูปแบบการบิน ถ่ายวิดีโอแบบ Timelapse ในขณะบินไปพร้อม ๆ กัน จากนั้นประมวลผลภาพถ่ายระหว่างบิน ตามที่ตั้งโปรแกรมไว้ และสุดท้ายนำมาสร้างเป็นวิดีโอให้แบบอัตโนมัติ โดยใช้แอพลิเคชัน DJI GO 4
    2. Point of Interest : โหมดนี้จะทำให้สามารถกำหนดจุดที่ต้องการ เพื่อให้โดรนไปบินวนเพื่อถ่ายวิดีโอรอบวัตถุแบบ 360 องศา โดยสามารถปรับองศา ความสูง ความเร็ว และอื่น ๆ ได้ผ่านแอพลิเคชัน DJI GO 4

 

เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน

* หมายเหตุ: ราคาตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ณ วันที่อัปเดตข้อมูล ซึ่งราคาสินค้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า

** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว

 

รูปภาพจาก dji.com

บทสรุป

สำหรับช่างภาพและวิดีโอ ที่ต้องการโดรนแบบพกพาที่สามารถพกพาไปกับอุปกรณ์ถ่ายภาพอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย Mavic 2 Pro คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจาก Mavic 2 Pro มีประสิทธิภาพที่โดดเด่นในหลาย ๆ ด้าน สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด อีกอย่าง ด้วยขนาดเล็ก กระทัดรัดและน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าน้อยมาก และที่สำคัญลดข้อจำกัดลง จากโดรนรุ่นเก่า ทั้งระยะทางการควบคุมที่ไกลขึ้น ระยะเวลาการบินที่นานกว่ารุ่นก่อน ๆ Mavic 2 Pro ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยให้นักบินโดรนมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด

 

Next Post