ประเทศไทยของเราเป็นเมืองที่สวยงามมากค่ะเพราะอุดมไปด้วยพื้นที่ที่สวยงามไม่ว่าจะเป็นทะเล ทุ่งนา ภูเขาและน้ำตก นอกจาภูมิทัศน์ของประเภทจะสวยงามแล้ววิถีชิวิตของคนไทยเราก็เป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยวด้วย วันนี้เราไม่ได้มาแนะนำโรงแรมหรือที่พักค่ะ เพราะว่าเราจะมาแนะนำ “จุดเช็คอินของ จ.พัทลุง” กันค่ะเพื่อมอบให้เป็นของขวัญสำหรับคุณในช่วงวันหยุดชดเชยสงกรานต์ที่จะถึงนี้
จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดทางภาคใต้ที่เป็นทางผ่านของผู้ที่จะเดินทางขึ้นเหนือและลงใต้ เป็นจังหวัดที่เป็นเมืองรองที่มีธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ ตรงกับคำขวัญที่ว่า “เมืองหนังโนราห์ อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน” เมืองพัทลุงเป็นเมื่อที่โดดเด่นมากในเรื่องทุ่งนาเพราะผู้คนยังนิยมการทำนาข้าวทานเองอยู่ซึ่งข้าวพันธุ์พัทลุงที่ได้รับความนิยมมากก็คือ ข้าวสังข์หยด ส่วนไฮไลท์ของจังหวัดเลยก็น่าจะเป็น “เขาอกทะลุ” ค่ะ เมืองพัทลุงมีตำนานมากมายและมีเสน่ห์แบบไม่น่าเชื่อ หากไม่ได้ลองมาสัมผัสก็คงตะไม่มีความรู้สึกนี้ค่ะ เมื่อก่อนนั้นพัทลุงมีสถานที่ท่องเที่ยวไม่มากที่เด่น ๆ เลยก็คือ ทะเลน้อย แก่งหูแร ทะเลสาบลำปำและน้ำตกไพรวัลย์ แต่ปัจจุบันมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง หากวันนี้คุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวได้แบบ One Day Trip เราขอแนะนำให้มาที่ “จังหวัดพัทลุง” ค่ะ ส่วนจะมีจุดเช็คอินที่ไหนกันบ้างไปดูกันค่ะ
15 จุดเช็คอินสวย ๆ ใน จังหวัด พัทลุง
1. นาโปแก
“นาโปแก” ตั้งอยู่ในตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุนค่ะ เป็นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้รวมรวบการใช้ชีวิตของชาวพัทลุงไว้ที่นี่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการทำนา การเลี้ยงควาย การตำข้าว การบำบัดน้ำด้วยกังหันโบราณ ในพื้นที่มีจุดให้เราได้ถ่ายรูปมากมาย ซึ่งได้จัดโซนไวให้กับนักท่องเที่ยวเลย เมื่อถ่ายรูปคุณจะได้เห็นทุ่งนาที่เขียวชอุ่ม การทำนาที่ให้เราได้เห็นสด ๆ ร้อนกันเลยนาโปแกเปิดให้ใช้บริการทุกวันค่ะ แต่ถึงแม้ว่าช่วงเที่ยงจะร้อนมากแต่ก็ยังเห็นบรรยากาศที่สวยงามค่ะ มีการขายของที่ระลึก อาหารและเครื่องดื่มพื้นบ้านในราคาที่ไม่แพงด้วย ไฮไลท์ที่คุณจะพลาดไม่ได้เลยคือการถ่ายรูปกับควายที่สานและทำขึ้นจากฟางข้าวค่ะ ซึ่งจะอยู่ด้านหน้าของนาโปแกเลย
2. ตลาดใต้โหนด
หากคุณต้องการไปช๊อปซื้อของกินแบบโบราณ ขนมโบราณต้องห้ามพลาด “ตลาดใต้โหนด” ตลาดใต้โหนดตั้งอยู่ในบ้านจันนา อำเภอควนขนุนค่ะ พื้นที่ที่นำมาใช้จัดตั้งตลาดใต้โหนดนั้นคือพื้นที่ของคุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนชื่อดังรางวัลซีไรต์ ซึ่งในพื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่สีเขียวค่ะ จะไม่มีการใช้พลาสติกเลย บรรจุภัณฑ์จะเป็นธรรมชาติทั้งหมด ซึ่งภายในคุณสามารถที่จะซื้อของได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นผักพื้นบ้าน ขนมท้องถิ่นหรือหากอยากนั่งชิว ๆ ก็สามารถไปนั่งที่บ้านนักเขียนเพื่ออ่านหนังสือและจิบกาแฟได้ค่ะ นอกจากนี้ในทุก ๆ สัปดาห์จะมีการแสดงของเด็ก ๆ เช่น การเล่นดนตรี การแสดงมโนราห์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตชาวใต้อย่างสมบูรณ์แบบมากค่ะ แต่ตลาดนี้เปิดเฉพาะทุกวันอาทิตย์เท่านั้นค่ะ
3. จุดชมวิวควนนกเต้น
“จุดชมวิวควนนกเต้น” ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหราค่ะ สามารถเดินทางได้ง่ายมาก เหมาะสำหรับที่จะไปในตอนรุ่งสางค่ะ เพราะคุณจะได้ชื่นชมกับหมอกธรรมชาติ ที่ปกคลุมบนภูเขาบรรทัด สามารถมองเห็นทัศนวิสัยได้อย่างชัดเจนมาก นอกจากนี้ยังทำให้คุณสามารถได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้ด้วย บนพื้นที่มีจุดถ่ายรูปเยอะมาก มีพื้นที่จอดรถให้บริการ ตอนเช้ามีจุดขายน้ำ ชา กาแฟบริการด้วยเหมาะมากสำหรับการนั่งชมตะวันพร้อมดื่มกาแฟอุ่น ๆ ในยามเช้า หากคุณไม่อยากเดินทางไปในตอนเช้า รอบ ๆ ก็มีที่พักมากมายให้คุณได้นอนพัก ตื่นมาก็พบกับวิวหมอกเลยค่ะ ดีงามมาก ๆ
4. บิ้งนาคาเฟ่
“บิ้งนาคาเฟ่” เป็นคาเฟ่ที่อยู่ในตัวเมืองพัทลุงค่ะ ทางร้านมีการให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม เค้กและเบเกอรี่มากมาย นอกจากอาหารจะอร่อยมาก ๆ แล้ว ยังมีวิวที่สวยงามมากด้วย รอบ ๆ ของคาเฟ่จะรายล้อมไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี คุณสามารถเลือกพื้นที่นั่งได้ แต่เราอยากแนะนำให้ไปตอนเย็นมากกว่าค่ะเพราะบรรยากาศร่มรื่นมาก มีพื้นที่ให้คุณมองเห็นเขาอกทะลุด้วย นอกจากนี้ยังเห็นมุมของพระอาทิตย์ด้วย ทางร้านมีบริการที่จอดรถไม่จำเป็นต้องหาที่จอดเพิ่มเติม หากคุณต้องการไปถ่ายรูปและทานอาหารอร่อย ๆ ต้องไม่พลาดบิ้งนาคาเฟ่ค่ะ
5. ทะเลน้อย
เมื่อนึกถึงพัทลุงเราต้องไม่พลาดสถานที่นี้ค่ะเพราะมันเป็นซิกเนเจอร์ของพัทลุงมาอย่างยาวนานนั่นก็คือ “ทะเลน้อย” ค่ะ ทะเลน้อยอยู่ในอำเภอควนขนุนซึ่งเหมาะมากที่จะไปตอนเช้าเพราะคุณจะสามารถนั่งเรือไปชมดอกบัวและนกน้ำได้ ซึ่งค่าเรือก็ไม่แพงค่ะเป็นราคาชาวบ้านทั่วไปเลย เมื่อไปถึงคุณจะได้เห็นทุ่งดอกบัวที่บานสะพรั่ง นกน้ำที่เดินอยู่บนใบบัว พร้อมวิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยงามมาก ส่วนของรับประทานก็มีเยอะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นของฝากพื้นบ้าน กระเป๋าสานกระจูก เสื่อกระจูดและของชั้นเลิศอย่างไข่ปลาทะเลน้อยก็มีให้ทานค่ะ รับรองว่าถึงเครื่องถึงใจมาก
6. สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
“สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา” หรือสะพานที่หลายคนติดปากกันว่าสะพานเอกชัย สะพานนี้ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่ยาวที่สุดของประเทศไทยเป็นรอยต่อเชื่อมกันของจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา ซึ่งมีความยาวทั้งหมด 14 กิโลเมตรค่ะ ซึ่งคุณสามารถขับรถไปชมวิวได้ บริเวณถนนจะมีที่จอดรถไว้ให้สำหรับการลงไปถ่ายรูปและชมบรรยากาศด้วย โดยที่คุณจะสามารถเห็นทั้งนก ควายและทุ่งนาที่เขียวขจี ทั้ง 2 ข้างทางหากคุณไปตอนเช้าหรือเย็นแสงอาทิตย์จะพอเหมาะให้คุณนั้นได้ถ่ายรูปค่ะ นอกจากจะมีช่องสำหรับรถยนต์แล้วยังมีช่องสำหรับขับจักรยานด้วย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสะพานที่ยาวมากแต่หากพ้นสะพานลงไปจะมีร้านขายปลาทะเล ปลาแห้งเพื่อให้ซื้อกลับไปเป็นของฝากอีกด้วย
7. ควนน้อยแกรนด์แคนย่อน
“ควนน้อยแกรนด์แคนย่อน” เป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่ในตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุนค่ะ เมื่อก่อนมันเป็นที่สำหรับการซื้อขายดินค่ะ เมื่อหมดหน้าดินก็จะเป็นแอ่งลึกมีหินมากมาย พื้นน้ำจะเป็นสีฟ้าสวยงามเพราะน้ำนั้นค่อนข้างลึกมากค่ะ มีร้านอาหารมากมายที่ให้บริการด้วย อีกทั้งยังมี “ควนน้อยแกรนด์แคนยอน แอนด์ ฟิชชิ่งปาร์ค” ซึ่งเป็นที่บริการอาหารและบริการตกปลาด้วย เมื่อไปที่นั้นคุณจะได้เห็นบรรยากาศที่สวยงามมาก หากต้องการไปถ่ายรูปเราขอแนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือช่วงเย็นค่ะเพราะวิวกำลังสวยพอดี
8. สำเภาไทย
“สำเภาไทย” เป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่ที่บ้านสำเภาใต้ ตำบลชัยบุรีสามารถเดินทางได้ง่ายมาก ๆ ไฮไลท์ของที่นี่นั้นอยู่ที่สำเภาลำใหญ่และคิงคองยักษ์ค่ะ ซึ่งเป็นจุดที่คนให้ความสนใจมากหากมาแล้วไม่ได้ถ่ายรูปกับสำเภาไทยและคิงคองยักษ์ก็ถือว่ายังไปไม่ถึง นอกจากนี้คุณยังสามารถสัมผัสกับทุ่งนาที่เขียวชอุ่มได้ด้วย พื้นที่สำเภาไทยนั้นมีประมาณ 10 ไร่ เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง เราขอแนะนำให้ไปตอนเย็นค่ะเพราะจะได้ชมพระอาทิตย์ตกดินพร้อม ๆ กัน ภายในมีร้านอาหาร ร้านกาแฟเพื่อให้คุณได้รับประทานกันด้วย อีกทั้งด้านในยังมีห้องพักให้บริการด้วยค่ะ สามารถเข้าพักได้
9. ขนำ คอฟฟี่
“ขนำ คอฟฟี่” เป็นหนึ่งในคาเฟ่ติดทุ่งนาที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กับคาเฟ่อื่น ๆ เลยค่ะ มีทั้งเครื่องดื่ม อาหาร เค้ก เบเกอรี่และขนมไทย ๆ ซึ่งบรรยากาศของที่นี่ก็จะโอบล้อมไปด้วยทุ่งนาสีเขียว การตกแต่งร้านเน้นความเป็นธรรมชาติ ที่นั่งทานจะออกแบบเป็นขนำของชาวใต้โบราณ สามารถเลือกที่นั่งได้ตามสะดวก เมื่อไปถึงคุณจะได้สูดอากาศพร้อมชมบรรยากาศที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง ตัวร้านสามารถเดินทางไปได้ตลอดทั้งวันแต่ช่วงเวลาที่ทางเราอยากแนะนำก็เป็นตอนเย็นค่ะ เพราะแสงกำลังสวยงามเหมาะแก่การชมวิว จิบชาไปพร้อมการถ่ายรูปด้วย หากใครต้องการชิมกาแฟและขนมพื้นบ้านห้ามพลาดกับขนำคอฟฟี่ค่ะ
10. The Cape พัทลุง
“The Cape พัทลุง” เป็นร้านที่ตั้งอยู่ที่แหลมจองถนน อำเภอเขาชัยสน เป็นร้านที่มีการตกแต่งอย่างสวยงามมาพร้อมวิวทะเลของแหลมจองถนนซึ่งสวยงามมาก การตกแต่งของร้านเป็นสไคล์โมเดิร์น มีทั้งที่นั่งในร้านและที่นั่งด้านนอกที่จะสามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างชัดเจนมาก มีให้บริการทั้งเครื่องดื่ม ขนมและอาหารมากมายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่เข้ามาทานอาหาร สามารถไปด้านทั้งกลาววันและตอนค่ำ แต่ตอนพลบค่ำบรรยากาศจะสงบและสวยงามเหมาะแก่การสังสรรค์มาก หากคุณต้องการชื่นชมบรรยากาศของทะเลเราขอแนะนำ The Cape ค่ะเพราะสวยมาก
11. ล่องแก่งหนานมดแดง
“ล่องแก่งหนานมดแดง” เป็นจุดท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวมานานมากแล้วค่ะ มันตั้งแยู่ในอำเภอป่าพะยอม ซึ่งมีทั้งห้องพักที่ให้บริการ มีบริการให้ล่องแก่ง มีพื้นที่ให้ทานอาหารและมีการขายอาหารมากมาย เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบกิจกรรมแบบตื่นเต้นซึ่งหากซื้อแพ้คเกจล่องแก่งแล้วจะมีชุดชูชีพและหมวกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นด้วย บรรยากาศที่หนานมดแดงร่มรื่นมากเหมาะแก่การพักผ่อนในช่วงวันหยุดเป็นที่สุด
12. วังเจ้าเมืองพัทลุง (วังเก่าและวังใหม่)
“วังเจ้าเมืองพัทลุง” หรือที่เรียกกันว่า “วังเก่าและวังใหม่” เป็นสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งที่ฮิตที่สุดในเมืองพัทลุงหากคุณต้องการที่จะมาถ่ายรูปชุดไทย ซึ่งมันก็อยู่ใกล้กับวัดวังซึ่งเป็นวัดที่สวยงามของพัทลุงด้วยเช่นกัน วังเก่านั้นเป็นการสร้างบ้านแบบภาคกลางกับภาคใต้ผสมกัน ส่วนวังใหม่จะสร้างเป็นเรือนไทยที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ ซึ่งที่ตั้งของสถานที่นี้อยู่ที่ตำบลลำปำ อำเภอเมือง วังเจ้าเมืองถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญมาก ๆ ของจังหวัดพัทลุงเพราะสร้างขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 5 และเป็นที่พักของเจ้าเมืองในอดีต หากคุณอยากชมความสวยงามของเรือนไทยโบราณเราขอแนะนำเลยค่ะ
13. คลองปากประ
“คลองปากประ” ตั้งอยู่ที่ ต.พนางตุง อ.ควนขนุน เป็นที่ที่เหมาะมากหากคุณอยากไปชมแสงแรกในตอนเช้าและชมแสงลับฟ้าในยามเย็น คุณสามารถนั่งเรือเข้าไปชมความสวยงามของคลองปากประได้หรือจะถ่ายรูปบนสะพานก็ได้เช่นกัน นอกตากแสงในยามชามแล้ว ไฮไลท์ของที่นี่ก็จะอยู่ที่ “ยอขนาดยักษ์” ที่มีไว้เพื่อจับปลาของชาวบ้าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างแท้จริง หากคุณนั่งเรือไปจะมีให้ทดลองยกยอด้วยตัวเองด้วย นอกจากปากประจะมีจุดให้ดูแสงแรกแล้วยังติดกับสวนพฤกษชาติของจังหวัดด้วย ซึ่งพื้นที่นั้นยังสมบูรณ์มาก เขียวขจี อีกทั้งยังมีนกหลากหลายชนิดซึ่งเป็นนกที่หายากมาอยู่แถวนั้นด้วย
14. สวนไผ่ขวัญใจ
“สวนไผ่ขวัญใจ” เป็นพื้นที่ของอำเภอควนขนุนค่ะ ในพื้นที่จะมีการรายล้อมไปด้วยไม้ไผ่ซึ่งดูแล้วสบายตามาก ภายในจะมีที่นั่งให้เราได้เข้าไปชมวิวกัน นอกจากนี้ยังมีการขายของซึ่งเป็นของที่มาจากชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว ผลไม้ อาหารพื้นบ้าน ขนมไทยและเครื่องดื่มมากมายให้เราได้ลองทาน ซึ่งเช่นกันค่ะที่นี่มีการอนุรักษ์ธรรมชาติ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุของต่าง ๆ ก็ล้วนมาจากธรรมชาติ หากได้ไปเที่ยวแล้วก็อย่าลืมซื้อน้ำผลไม้ที่อยู่ในกระบอกไม้ไผ่นะคะ รับรองว่าเย็นชื่นใจมาก ๆ เลยทีเดียว
15. สวนเดอลอง
“สวนเดอลอง” เป็นจุดเช็คอินใหม่ของพัทลุงค่ะตั้งอยู่ที่ตำบลนาโหนด นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้วยังเป็นจุดกระจายสินค้าโอท็อปของจังหวัดอีกด้วย ซึ่งที่นี่ก็มีสโลแกนว่า “จิปกาแฟ แลเครื่องบิน เช็คอิน นาขั้นบันได คล้องใจสะพานรัก รู้จักเกษตรแปรรูป” นั่นเป็นเพราะสวนเดอลองเป็นพื้นที่ที่มีความสวยงามมีทั้งน้ำใส สะพานข้ามแหล่งน้ำและมีเครื่องบินที่สถานที่ได้จำลองไว้ให้ทุกคนได้ถ่ายรูปกัน หากใครต้องการที่จิบกาแฟพร้อมชมบรรยากาศที่สวยงามเราขอแนะนำสวนเดอลองค่ะรับรองว่าจะไม่ผิดหวัง