9 วัดสวยในกรุงเทพฯ ที่สายบุญห้ามพลาด (ทำบุญ 9 วัด)

อย่างที่ทราบกันดีนะคะว่าวัดต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ นั้นมีมากกว่า 400 แห่ง ซึ่งบางแห่งก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายพันคนต่อวัน เพราะวัดส่วนใหญ่จะได้รับการออกแบบมาให้มีความสวยงาม ความวิจิตรบรรจงที่สลับซับซ้อน และแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยอย่างชัดเจน ทั้งยังเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์ไทยและวัฒนธรรมของประเทศชาติ ดังนั้นวัดวาอารามในเมืองไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ (ที่เป็นเมืองหลวง) จึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมที่สุด

ซึ่งแน่นอนค่ะว่าการไปวัดของแต่ละคนก็มีจุดประสงค์ที่ต่างกัน บางคนก็ไปแบบนักท่องเที่ยวเน้นถ่ายรูป บางคนก็ไปกราบไหว้ขอพรด้านการงาน, โชคตะตา, ความรัก เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต และบางคนก็ไปเพราะมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาตามวิถีหน้าที่ของชาวพุทธที่ดี และยิ่งในช่วงสิ้นปีแบบนี้กิจกรรมยอดนิยมของชาวพุทธก็คือการเข้าวัดทําบุญทำทาน เพื่อให้ผลบุญที่ทำมาช่วยส่งเสริมเกื้อหนุนชีวิตในปีใหม่ที่ถึงให้ราบรื่นตลอดทั้งปี แต่วัดในกรุงเทพฯ ก็มีมากมายเสียเหลือเกินและคุณก็ไม่มีเวลามากพอจะเดินสายทำบุญหมดทุกวัดได้ ดังนั้นในวันนี้เราก็จะมานำเสนอ 9 วัดที่ทุกคนจะไปไหว้ขอพร เพื่อก้าวสู่ปีใหม่อย่างสดชื่น มาดูกันคะว่ามีอะไรบ้าง

1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้วมรกต)

กิจกรรม Highlight สักการะพระแก้วมรกต ชมจิตรกรรมฝาพนังที่พรระเบียง
ที่ตั้ง บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
เวลาเปิด-ปิด แบ่งรอบเข้าชม 08.30-15.30 น. ทุกวัน (ยกเว้นแต่วันที่มีพระราชพิธีต่างๆ)
อัตราค่าเช้า คนไทยไม่เสียค่าใช้จ่าย แสดงบัตรประชาชนที่ทางเข้า  สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ค่าบัตรเข้าชม 500 บาท

วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือที่ผู้คนนิยมเรียกกันติดปากสั้น ๆ ว่า “วัดพระแก้ว” ซึ่งถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ที่เริ่มสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เลยค่ะ ทั้งยังใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญ ๆ ตามประเพณีโบราณ ตั้งอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง (พระราชฐานชั้นนอกติดท้องสนามหลวง) เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” หรือ “พระแก้วมรกต” ปรางค์สมาธิที่เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย แม้ว่าจะมีชื่อว่าเรียกพระแก้วมรกตแต่ก็ไม่ได้ทำจากมรกตนะคะ เพราะจริง ๆ แล้วเป็นการแกะสลักจากหยกสีเขียวเข้มแบบทึบแสงที่สูงประมาณ 65 เซนติเมตร (เนื้อเดียวกันทั้งองค์) และจะมีการเปลี่ยนเครื่องทรงขององค์พระแก้วมรกต (เปลี่ยนผ้าคลุม) ตามฤดูกาล 3 ครั้ง อันได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว แต่เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์จึงมีเพียงกษัตริย์และมกุฎราชกุมารเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนเครื่องทรงได้ค่ะ ถือว่าเป็นวัดที่สวยงามและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ใครมาเที่ยวกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ ก็ต้องแวะมากราบสักการะพระแก้วมรกตครั้งหนึ่งในชีวิต และภายในบริเวณวัดพระแก้วมีจุดไฮไลท์หลายจุดที่มีสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามสำคัญๆ มากมาย สามารถจำแนกได้ดังนี้ค่ะ

  • พระอุโบสถ : เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ภายในได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง มีความงดงามเกินคำบรรยาย ฝาผนังด้านในทั้ง 4 ด้านเป็นจิตรกรรมฝาผนัง บุษบกทำด้วยทองคำและมีพระพุทธรูปสำคัญต่าง ๆ มากมาย
  • ปราสาทพระเทพบิดร : เป็นสถาปัตยกรรมจัตุรมุขทรงไทย หลังคายกยอดปราสาทแบบปรางค์ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1-8
  • พระศรีรัตนเจดีย์ อีกหนึ่งความโดดเด่นที่สวยสะดุดตา เป็นเจดีย์ทรงลังกาภายในมีเจดีย์องค์เล็กประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
  • ยักษ์ทวารบาล อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ใครมาวัดพระแก้วต้องมาเยี่ยมชม และต้องไม่พลาดถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจไว้ มีจำนวน 6 คู่ (12 ตน) ที่ยืนกุมกระบองอยู่ประจำประตูต่างๆ รอบพระอุโบสถ เป็นยักษ์ตัวเอกจากเรื่องรามเกียรติ์ ยืนยามเฝ้ารอบพระอุโบสถวัดพระแก้ว
  • จิตรกรรมฝารอบพระระเบียง : จิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวของวรรณคดีอันโด่งดังจาก “รามเกียรติ์” ที่เหมาะสำหรับน้อง ๆ นักเรียน มาศึกษา เพราะมีเรื่องราวมากมายหลายตอนบนฝาผนัง เรียกได้ว่าเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่ยาวที่สุดเลยก็ว่าได้
  • ครุฑยุดนาคประติมากรรมบริเวณฐานพระอุโบสถ อีกมุมไฮไลท์ของวัดพระแก้วที่คนมาถ่ายรูปกันแน่นมากๆ

สำหรับใครที่ต้องการมาไหว้พระที่วัดพระแก้ว แนะนำควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย เสื้อท่อนบนควรมีแขน ส่วนกางเกงควรเป็นขายาว หากเป็นกระโปรงควรเลยเข่าลงมา และห้ามสวมใส่กางเกงยีนส์ขาด ๆ นะคะ ในส่วนรองเท้าก็ควรเป็นรองเท้าสุภาพ และข้อสำคัญคือแม้ว่าจะอนุญาติให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมความงดงามได้ แต่ก็ไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปพระแก้วมรกตนะคะ คุณสามารถถ่ายรูปได้เพียงแต่รอบนอกเท่านั้นค่ะ


2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

กิจกรรม Highlight ไหว้พระนอน ถ่ายรูปสวยๆกับ มหาเจดีย์
ที่ตั้ง ถนนมหาราช ข้างพระบรมมหาราชวัง
เวลาเปิด-ปิด ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น.ทุกวัน
อัตราค่าเช้า เข้าชมฟรีสำหรับชาวไทย สำหรับชาวต่างชาติเสียค่าธรรมเนียม 200 บาท

วัดโพธิ์นั้นเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยถูกสร้างขึ้นก่อนจะก่อตั้งกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงอีกค่ะ วัดโพธิ์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระบรมมหาราชวัง เป็นอีกวัดที่มีเอกลักษณ์มาก ๆ เพราะเป็นวัดที่มีพระนอนหรือ “พระพุทธไสยาสน์” ขนาดใหญ่มาก ๆ นิยมเรียกว่า “พระนอนวัดโพธิ์” โดยมีความยาว 46 เมตร และสูง 15 เมตร ที่ให้ความรู้สึกที่ใหญ่มหึมาอย่างแท้จริง ทั้งยังมีสีทองเหลืองอร่ามทั่วทั้งองค์ ใบหน้ามีพระพักตร์ที่งดงาม ในส่วนของพระบาทประดับด้วยมุกเป็นรูปภาพมงคล 108 ประการ ซึ่งหาดูได้ยากมากค่ะ ห้องโถงภายในถูกบรรจงด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังหลากสีที่ดูสวยงาม

วัดโพธิ์เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย แม้ว่าปัจจุบันที่นี่จะไม่มีการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์หรือวรรณคดีแล้ว แต่วัดแห่งนี้ยังเปิดคงสอนการนวดแผนไทยที่ขึ้นชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นอกจากนี้ “ยักษ์วัดโพธิ์” รูปปั้นหินขนาดใหญ่จำนวนมากที่ยืนเฝ้าประตูก็เป็นหนึ่งในจุดไฮไลท์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกัน บริเวณของวัดโพธิ์ครอบคลุมพื้นที่กว่า 80,000 ตารางเมตร ภายในวัดมีพระพุทธรูปประดิษฐานมากมายและมีพระเจดีย์ที่มากที่สุดในประเทศไทย โดยพระเจดีย์จะถูกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบโบราณที่ทำเป็นลวดลายคล้ายดอกไม้มีสีสันสดใส ทั้งยังมี “พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล” ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปตามมุมสวย ๆ ต่าง ๆ โดยรวมถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย

หากต้องการชมทิวทัศน์ที่ดีที่สุดของวัดโพธิ์แนะนำให้คุณนั่งเรือหางยาวที่บริการเที่ยวชมแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะคุณจะสามารถมองเห็นวัดได้ในทุกมุมจากจุดนี้ค่ะ แต่หากใครต้องการจะเข้ามาสักการะกราบไหว้ขอพรพระนอนวัดโพธิ์ให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุขก็แนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่สุภาพเรียบร้อยด้วยนะคะ


3. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดอรุณ,วัดแจ้ง)

กิจกรรม Highlight สักการะพระอรุณ ชมความงามบนพระปรางค์
ที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่
เวลาเปิด-ปิด ระหว่างเวลา 08.00 – 17.30 น.ทุกวัน
อัตราค่าเช้า เข้าชมฟรีสำหรับชาวไทย ,ชาวต่าชาติ 200 บาท

“วัดอรุณ” หรือ “วัดแจ้ง” เป็นอีกหนึ่งวัดที่สายบุญเหล่าชาวไทยพุทธไม่ควรพลาด เนื่องจากเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาและเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) เพราะได้มีการอัญเชิญพระบรมอัฐิมาประทับไว้ที่วัดแห่งนี้ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดอรุณก็คือ “พระปรางค์” ขนาดใหญ่ที่มียอดหอคอยคล้ายสถาปัตยกรรมแบบเขมรที่สวยเด่นเป็นสง่า ประดับประดาตกแต่งด้วยด้วยเครื่องปั้นดินเผา จานชามเบญจรงค์ และเปลือกหอยที่มีลวดลายสีสันสวยงาม และยังมีเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ในป่าหิมพานต์ เทวดา และพญาครุฑต่าง ๆ มาเสริมแต่งให้สวยเป็นพิเศษมากยิ่งขึ้น สำหรับพระปรางค์องค์กลางสามารถขึ้นไปเพื่อชมทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาและวัดโพธิ์ได้ค่ะ ทั้งยังมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ หลายมุม แต่ทางขึ้นอาจจะค่อนข้างสูงและชันไปบ้าง โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินด้วยนะคะ นอกเหนือจากองค์พระปรางแล้วยังมี “ยักษ์วัดแจ้งยืนถือกระบองที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ป้องกันมิให้สิ่งชั่วร้ายกล้ำกรายเข้ามาหน้าประตูพระอุโบสถ ถือที่เป็นจุดถ่ายรูปไฮไลท์ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอีกจุดด้วยนะคะ

สำหรับคนที่ต้องการมาถ่ายรูปวัดอรุณช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คือเวลาในยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้น เพราะแสงแดดจะสะท้อนกับผนังของวัดทำให้ได้ภาพที่สวยงามมากค่ะ หรือจะเป็นช่วงเวลายามเย็นชมพระอาทิตย์ตกดิน มองพระปรางค์จากฝั่งพระนคร จะเห็นพระปรางค์วัดอรุณแสงฉาบสวยสดงดงามมาก ๆ เช่นกัน รับรองว่าสวยจนไม่อยากกระพริบตาเลยทีเดียวค่ะ หรือหากต้องการมองดูวัดทั้งหมดจากระยะไกล แนะนำให้นั่งเรือแม่น้ำเจ้าพระยานะคะ เพราะคุณจะเห็นทั้งวัดโพธิ์และวัดอรุณที่มีทัศนียภาพอันงดงามทั้งสองวัด เนื่องจากเป็นวัดที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งคู่ แต่หากคุณอยากจะมาชมความงามภายในวัดอรุณและเพื่อมากราบไหว้ของพรให้ชีวิตจะรุ่งโรจน์ เราแนะนำให้มาในช่วงเวลา 8-9 โมงเช้า เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ที่สำคัญคือแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยด้วยนะคะ รวมถึงไม่ไปสัมผัสส่วนใดๆ ขององค์พระปรางค์


4. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (วัดระฆัง)

กิจกรรม Highlight กราบสักการะหลวงพ่อโต สวดคาถาชินบัญชร
ที่ตั้ง อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00-17.00 น.
อัตราค่าเช้า ไม่เสียค่าใช้จ่ายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “วัดระฆัง” เป็นวัดเก่าแก่ในสมัยอยุธยาที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ๆ เดิมทีวัดระฆังมีชื่อเรียกว่า “วัดบางหว้าใหญ่” แต่สาเหตุที่เรียกว่าวัดระฆังนั้นเพราะในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้มีการขุดพบระฆังโบราณภายในวัดทำให้ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดระฆัง แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไปแล้วไม่เห็นเจอระฆังโบราณดังกล่าง นั่นเพราะว่าระฆังโบราณที่ขุดพบได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดพระแก้วนั่นเองค่ะ แต่เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อวัดจึงได้มีการสร้างระฆังขึ้นใหม่มาจำนวนถึง 5 ใบ

นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่ผู้คนให้ความเคารพและศรัทธาในสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) รวมถึงบทสวดมนต์แผ่เมตตาคาถาชินบัญชรอีกดัวยนะคะ ดังนั้นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงนิยมมากราบไหว้ขอพร ณ วัดระฆังแห่งนี้ เพื่อให้ชีวิตของตนอยู่เย็นเป็นสุข สำหรับวัดระฆังแห่งนี้ก็ยังมีความเชื่ออีกว่าถ้าใครได้มาไหว้แล้วจะมีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี ดังนั้นคนนิยมจึงชมชอบมากราบไหว้สักการะนั่นเองค่ะ หากใครมาวัดระฆังเข้าทางวังหลัง รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ นอกจากจะได้ไหว้พระ,ทำบุญทำทาน, ปล่อยปลาปล่อยเต่า, ชมโบราณสถานแล้ว ก็ยังมีร้านค้าและร้านอาหารของกินอร่อย ๆมากมายที่รอให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวเองอยู่นะคะ


5. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

กิจกรรม Highlight ไหว้หลวงพ่อโต เสริมบารมี
ที่ตั้ง 371 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด 6.00 – 18.00 น.
อัตราค่าเช้า ไม่เสียค่าใช้จ่ายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารเป็นอีกหนึ่งวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามและขึ้นชื่อ เนื่องจากเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า “วัดกัลยาณมิตร” ใครที่ต้องการมีเพื่อนฝูงดีหรือมีบริวารดีต้องไปสักการะที่วัดนี้ เพราะกัลยาณมิตรแปลว่ามิตรที่ดีนั่นเองค่ะ นอกจากนี้มีความเชื่อว่าหากใครได้มากราบไหว้สักการะ “พระพุทธไตรรัตนนายก” (หลวงพ่อโต) ที่วัดแห่งนี้ก็จะพบเจอแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองมีหน้าที่การงานที่ดี เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยอีกด้วยนะคะ

วัดกัลยาณมิตรเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการออกแบบที่สผมผสานไทย-จีนได้อย่างลงตัว ซึ่งนอกจากการมากราบไหว้สักการะหลวงพ่อโตแล้ว ก็ยังมี “หอระฆัง” ที่เป็นอีกหนึ่งจุดยอดนิยมของหมู่นักท่องเที่ยว เนื่อกจากเป็นระฆังใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วยนะคะ


6. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

กิจกรรม Highlight ไหว้พระขอพร
ที่ตั้ง ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร
เวลาเปิด-ปิด 8.00-17.00 น.
อัตราค่าเช้า ไม่เสียค่าใช้จ่ายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

“วัดชนะสงคราม” เป็นวัดดังในย่านถนนข้าวสาร เนื่องจากเชื่อกันว่าหากใครมากราบไหว้ขอพรจะรอดพ้นจากภัยพยันอันตรายต่าง ๆ ได้ และสามารถเอาชนะมารผจญ อุปสรรค รวมถึงปัญหา ต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น แต่เดิมทีวัดชนะสงครามมีชื่อเรียกว่า “วัดกลางนา” และได้กลายเป็นวัดร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในรัชกาลที่ 1 ได้ทรงโปรดเกล้าให้บูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นใหม่ และพระราชทานชื่อใหม่ว่า “วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร” ที่มาจากการชนะศึกสงครามที่รบกับพม่าและชนะทั้ง 3 ครั้งนั่นเองค่ะ นั่นจึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่าหากใครมากราบไหว้ขอพรจากวัดแห่งนี้จะชนะต่ออุปสรรคทั้งปวงค่ะ


7. วัดสุทัศน์เทพวราราม

กิจกรรม Highlight ไม่ระบุ
ที่ตั้ง ถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น.
อัตราค่าเช้า ชาวไทยไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชม 20 บาท

วัดสุทัศนเทพวราราม หรือ เรียกว่า “วัดสุทัศน์” เป็นวัดที่สวยงามและสามารถสร้างความประทับใจแรกได้ทันทีที่เห็น ทั้งยังเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่อง “เสาชิงช้า” คู่บ้านคู่เมืองสัญลักษณ์ของกรุงเทพที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านนอก เนื่องจากสร้างมาจากไม้สักและมีความสูงมาก จึงทำให้เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่ไม่ว่าใครไปใครมาจะต้องแวะถ่ายรูปคู่เสาชิงช้ากันสักหน่อย

ลานภายในของวัดมีความสวยงามสะอาดสะอ้านมาก เมื่อเดินเข้าไปในด้านในของวิหารจะพบกับพระพุทธรูปปางสมาธิเรียงรายกันเป็นจำนวนหลายองค์ล้อมพระวิหารหลัก และภายในพระวิหารคุณสามารถชม “พระศรีศากยมุนี” พระประธานที่มีศิลปะแบบเมืองสุโขทัยโบราณ ซึ่งมีขนาดใหญ่ จึงมักนิยมเรียกว่า “พระโตหรือพระใหญ่” ทั้งยังมีงานแกะสลักด้วยมือจำนวนมากที่แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดของช่างโดยประดับประดาที่ผนังกับหลังคาของพระวิหาร นอกจากนี้ยังมีประดิษฐานของ “พระพุทธตรีโลกเชษฐ์” และ “พระบรมราชานุสาวรีย์ในหลวง ร.๘” (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล) ตั้งอยู่ภายในวัดแห่งนี้อีกด้วยนะคะ รวมถึงด้านหลังก็มี “ท้าวเวสสุวรรณ” ให้ประชาชนได้เข้ามากราบสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต


8. วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร

กิจกรรม Highlight สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง  กราบสักการะพระบรมราชสรีรังคาร รัชกาลที่ 9
ที่ตั้ง ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาเปิด-ปิด 06.00 – 18.30 น.
อัตราค่าเช้า ฟรี

“วัดบวรนิเวศวิหาร” เป็นวัดที่มีความเก่าแก่และสำคัญมากในกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งยังมีการออกแบบสถาปัตยกรรมระหว่าง “ตะวันตก-จีน-ไทย” ได้อย่างลงตัวและสวยงาม ที่บอกว่ามีสำคัญนั่นก็เพราะเป็นวัดที่ประทับของพระมหากษัตริย์หรือเหล่าพระราชวงค์เมื่อครั้งทรงผนวช เรียกได้ว่าเป็นพระอารามหลวงแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์เลยก็ว่าได้ค่ะ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในวัดที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของในหลวงรัชกาลที่ ๙

เมื่อเดินเข้ามาในตัวพระอุโบสถจะพบกับพระประธานองค์ใหญ่ซ้อนกันสององค์อย่างสวยงาม โดยมี “พระพุทธชินสีห์” ตั้งอยู่ด้านหน้า และ “พระสุวรรณเขต” ที่มีขนาดใหญ่กว่าตั้งอยู่ด้านในอีกที โดยมีความเชื่อกันว่าหากได้สักการะพระพุทธชินสีห์จะเป็นเหมือนการเสริมดวงชะตาให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น ทั้งนี้หากใครที่เคยไปแถวบางลำพู คงเห็นพระเจดีย์ที่สวยเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล นั้นก็เพราะภายในวัดมีองค์พระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่มีพระพุทธรูป “พระไพรีพินาศ” อยู่บนพระเจดีย์ ซึ่งถือว่าเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไปเนื่องจากมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ ค่ะ หากมาวัดบวรนิเวศวิหารแล้วก็อย่าลืมมาสักการะ “หลวงพ่อดำ” หรือ “พระพุทธปฏิมาทีฆายุมหมงคล” เพื่อให้ชีวิตพบแต่สิ่งดีงามความโชคดีตลอดทั้งปีด้วยนะคะ


9. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง,วัดสระเกศ)

กิจกรรม Highlight สักการะพระบรมสารีกธาตุ ชมความงดงามของพระบรมบรรพตภูเขาทอง
ที่ตั้ง 344 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด 8.00-18.00 น.
อัตราค่าเช้า คนไทยเข้าฟรี, ต่างชาติ 50 บาท/คน

“วัดสระเกศ” ตั้งอยู่ที่ด้านบนของเนินเขาที่มีความสูง 80 เมตร มีบันไดให้ขี้นไป 34 ขั้น และยังเป็นที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 (มีอายุร่วม 200 กว่าปี) หากมองจากที่ไกล ๆ จะเห็นพระเจดีย์ขนาดใหญ่สีทองเหลืองอร่ามงามตาที่ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน และต่อมาได้มีการเพิ่มโครงสร้างเป็นคอนกรีตและหินอ่อนเพื่อป้องกันการสึกกร่อนของก้อนหิน ทั้งยังช่วยป้องกันแสงแดดและฝนอีกด้วย บริเวณรอบ ๆ วัดมีต้นไม้มากมายให้บรรยากาศร่มรื่นและมีสวนหย่อมให้พักผ่อนหย่อนใจ โดยรวมแล้วมีความเงียบสงบเหมาะจะหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองได้เป็นอย่างดี

ภายในวัดจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เราได้ไปสักการะและกราบไหว้มากมาย อาทิเช่น ที่ประดิษฐานพระประธานปางสมาธิองค์ใหญ่ พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลี ศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ เป็นต้น หากได้มากราบไหว้จะพบความโชคดีประสบผลสำเร็จ มีดวงชะตาที่ดี มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตนเองและครอบครัวค่ะ


เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับ 9 วัดที่เราแนะนำกันไป อันที่จริงแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องเดินตามรอย 9 วัด ที่เรารีวิวก็ได้ค่ะ หากคุณสะดวกเข้าวัดไหนก็ไปวัดนั้น เพราะขึ้นชื่อว่าวัด ย่อมเป็นสถานที่อันเป็นศิริมงคลและมีแต่สิ่งดี ๆ รอคุณอยู่ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่ง 9 วัด ที่เราแนะนำไปนั้นเป็นเพียงไกด์ไลน์สำหรับผู้ที่มาเที่ยวกรุงเทพและไม่รู้ว่าจะไปกราบไหว้ขอพรวัดไหนดี สำหรับใครที่สนใจสถานที่เที่ยวในกรุงเทพ เราก็มีบทความดี ๆ มาแนะนำกันค่ะ “ที่เที่ยว สำหรับเด็ก ในกรุงเทพฯ และปริมณทล” และ “10 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ที่ห้ามพลาด

Next Post