ด้วยยุคสมัยใหม่ที่เริ่มเปิดรับเพศทางเลือกหรือ LGBTQA+ มากขึ้น ทำให้ซีรีส์วายทุกวันนี้ได้รับความนิยมกัน ยิ่งโดยเฉพาะซีรีส์วายไทย ปี 2023 และซีรีส์วายไทย ปี 2024 ต้องบอกว่ากระแสดีมาก ๆ มีแฟนคลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ที่น่าแปลกใจไปมากกว่านั้นคือประเทศจีนและเกาหลีเองก็เริ่มตีตลาดซีรีส์วายมากขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ‘ซีรีส์วายจีน’ สนุก ๆ และ ‘ซีรีส์วายเกาหลี’ ซึ่งทำออกมาได้ดีมาก ในบางเรื่องเองก็ดึงนักแสดงของไทยไปร่วมแสดงอีกด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้พลาดซีรีส์วายในเอเชีย วันนี้ผมจึงมาแนะนำ ‘ซีรีส์วายเกาหลี’ ให้ทุกคนได้ไปติดตามกัน
1. To My Star
| แนวซีรีส์ | Drama Romance |
| นักแสดงนำ | ซอนอูฮยอน และ คิมคังมิน |
| จำนวนตอน | 10 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | WeTV, iQIYI และ Viu |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021 |
เนื้อเรื่องย่อ
‘คังซอจุน’ หนุ่มนักแสดงชื่อดังเกาหลีที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยเขามีข่าวฉาวคาววงการทำให้ทั้งนักข่าวและทุกคนต่างจับจ้องเขาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ไปมากกว่านี้ทางค่ายบริษัทของ ‘คังซอจุน’ จึงส่งให้ไปเซฟเฮ้าท์เพื่อหนีนักข่าว โดยบ้านที่ทางค่ายส่งให้ไปอยู่นั้นเป็นบ้านของทางเชฟหนุ่มคนเก่งชื่อ ‘ฮันจีฮู’
‘ฮันจีฮู’ ซึ่งเป็นคนที่ค่อนข้างจะเนี๊ยบพอสมควร มีนิสัยรักความสะอาด และที่สำคัญคือค่อนข้างจะเย็นชาเนื่องจากเข้าสังคมไม่ค่อยเก่งสักเท่าไหร่ แม้ว่าในครั้งแรกที่เจอกันทั้งคู่อาจจะไม่ได้ชอบขี้หน้ากันสักเท่าไหร่ แต่เมื่ออยู่ ๆ ไปความสัมพันธ์ก็ค่อย ๆ เริ่มก่อตัวขึ้น เพราะทั้งสองคนมีปมอยู่ในใจ ดังนั้นการได้มาเจอกันในครั้งนี้ก็เหมือนเป็นความเข้าอกเข้าใจระหว่างกัน จากคำว่าคนแปลกหน้ากลายเป็นคนรักโดยไม่รู้ตัว
2. Long Time No See
| แนวซีรีส์ | Action Romance |
| นักแสดงนำ | ทักอูซอก และ ยอนซึงโฮ |
| จำนวนตอน | 1 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | Vimeo |
| ปีที่ออกอากาศ | 2017 |
เนื้อเรื่องย่อ
‘จีซู’ เด็กน้อยผู้ซึ่งถูกบูลลี่จากเพื่อน ๆ เพียงเพราะเป็น ‘เกย์’ และ ‘เด็กกำพร้า’ ทุกครั้งที่เหยียบเข้าโรงเรียนจะต้องโดนเพื่อนกลั่นแกล้งอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งเหมือนฟ้าเป็นใจเพราะมีพ่อบุญธรรมคนหนึ่งเขามาเห็นเข้า จึงได้รับ ‘จีซู’ ไปเลี้ยง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชีวิตของ ‘จูซี’ ก็ไม่เคยโดนแกล้งอีกต่อไป แต่เรื่องราวก็ไม่ได้สวยขนาดนั้นเพราะพ่อบุญธรรมของเขามีอาชีพเป็นนักฆ่าและอยู่ในแก๊งค์ของมาเฟียอีกด้วย แน่นอนว่าการเติบโตของ ‘จีซู’ จึงถูกสอนให้กลายเป็นมาเฟียอย่างเต็มตัว ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วเขาเป็นคนจิตใจดีมาก
เวลาว่างของ ‘จีซู’ คือการเขียนนิยายลงเว็บไซต์โดยใช้นามว่า ‘กุหลาบสีดำ’ หรือชื่อแก๊งค์มาเฟียของเขานั่นเอง และเขาเป็นคนมีความสามารถทางด้านการเขียนจึงทำให้เขามีแฟนคลับมากหน้าหลายตา แต่แฟนคลับตัวยงคนหนึ่งที่คอยเฝ้าตามอ่านและส่งข้อความอยู่ตลอดคือ ‘กีแท’ หนุ่มหน้าตาน่ารักซึ่งอยากเจอหน้านักเขียนที่ตัวเองชอบสักครั้ง ทั้งคู่เลยได้นัดกันมีตติ้งเพื่อพูดคุยเรื่องนิยายแต่ท้ายที่สุดการนัดเจอก็ล่มซะงั้น เนื่องจาก ‘จีซู’ มีภารกิจสำคัญเข้ามา
อย่างไรก็ดีโชคชะตาก็พัดพาให้ทั้งคู่มาเจอกันด้วยความบังเอิญในร้านของพี่สาว ‘กีแท’ เพียงแค่เห็นหน้ากันทั้งสองคนก็สปาร์คเข้าอย่างจัง และที่เซอร์ไพร์สมากกว่านั้นคือ ‘จีซู’ หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาคนที่นัดพบ ทำให้รู้ว่า ‘กีแท’ คือแฟนคลับของเขา หลังจาก ‘กีแท’ รู้ว่า ‘จีซู’ คือหนุ่มนักเขียนที่ตามหาจึงทำให้เขาวิ่งเข้าไปกอดทันทีและเห็นว่า ‘จีซู’ มีบาดแผลบริเวณคอ เขาจึงอาสาจะปฐมพยาบาลให้
แต่ด้วยบรรยากาศและสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้ความโรแมนติกเกินขึ้นจนทั้งคู่เกิดความสัมพันธ์กัน จากนักเขียนและแฟนคลับจึงกลายเป็นความรักระหว่างคนทั่วไปและมาเฟียสุดโหดฉายา ‘มีดบิน’ สุดท้ายแล้วจะจบแบบ Happy Ending หรือไม่ต้องไปติดตามกันเองครับ
3. Wish You
| แนวซีรีส์ | Drama Romance |
| นักแสดงนำ | คังอินซู และ อีซัง |
| จำนวนตอน | 8 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | WeTV |
| ปีที่ออกอากาศ | 2020 |
เนื้อเรื่องย่อ
เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อวันหนึ่งศิลปินฝึกหัดของค่ายดังอย่าง ‘ซังอี’ เดินอยู่ตามท้องถนน และดันไปเห็นเข้ากับหนุ่มหน้าตาดีเสียงหล่อเป็นเอกลักษณ์อย่าง ‘อินซู’ ครั้งแรกที่ได้ฟังเสียงก็ทำให้ ‘ซังอี’ รู้ได้ทันทีว่า ‘อินซู’ เป็นคนมีความสามารถและมีเสน่ห์พอที่จะเป็นศิลปินได้ เขาจึงลองไปเสิร์ชชื่อ ‘อินซู’ ในยูทูปเพื่อฟัง Cover เพลงต่าง ๆ ซึ่งผลงานของ ‘อินซู’ ถูกใจเขามาก ๆ แน่นอนว่าเขาไม่รีรอที่จะไปเสนอกับค่ายเพื่อให้ ‘อินซู’ ได้เป็นศิลปินอย่างเต็มตัว
หลังจาก ‘อินซู’ ได้เข้าไปพบกับผู้บริหารและผู้ใหญ่ในบริษัท ทางค่ายก็ชอบความสามารถของเขาเช่นกันจึงได้เสนอให้ ‘อินซู’ มาเป็นศิลปินฝึกหัดทันที แน่นอนว่าเขารับข้อตกลงดังกล่าว แต่มีเพียงข้อเดียวเท่านั้นที่เขาจะไม่ทำคือการเข้าไปอยู่ในที่พักที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งค่ายก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรยินยอมให้ ‘อินซู’ อยู่ในที่พักของตัวเอง แต่อาจจะต้องส่งให้ทาง ‘ซังอี’ คอยช่วยดูแลหรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นผู้จัดการชั่วคราวไปก่อน แต่ด้วยการอยู่ด้วยกันแทบจะ 24 ชั่วโมง ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มเป็นไปมากกว่าศิลปินและผู้จัดการ มีการแชร์โมเมนต์น่ารัก ๆ ระหว่างกันจนกลายเป็นความรักในที่สุด สำหรับใครชอบซีรีส์สั้นไม่ยืดเยื้อเรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์มากเลยทีเดียวครับ เพราะการดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็วมีแต่เนื้อไม่มีน้ำ
4. Where Your Eyes Linger
| แนวซีรีส์ | Romance |
| นักแสดงนำ | ฮันกีชาน และ จางอึยซู |
| จำนวนตอน | 8 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | WeTV |
| ปีที่ออกอากาศ | 2020 |
เนื้อเรื่องย่อ
‘แทจู’ ทายาทคนสำคัญคนเดียวของตระกูลแชโบล ซึ่งเป็นตระกูลดังที่ทำธุรกิจอยู่ในเครือของทางราชวงศ์ โดย ‘แทจู’ จะมีเพื่อนสนิทและคนหนึ่งที่คบหากันมามากกว่า 15 ปีอย่าง ‘จองกุก’ โดยไม่ว่า ‘แทจู’ จะอยู่ไหนก็แล้วแต่จะต้องมีบอร์ดี้การ์ดอย่าง ‘จองกุก’ คอยประกบเป็นบอร์ดี้การ์ดอยู่เสมอ ซึ่งทั้งคู่ก็คิดว่าความสัมพันธ์ดี ๆ ที่มีให้กันเป็นเพียงแค่เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาเกินครึ่งค่อนชีวิต
จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีตัวแปรสำคัญเข้ามาในความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั่นคือ ‘ฮเยมี’ เด็กสาวซึ่งเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทยเข้ามาตีสนิทกับทาง ‘จองกุก’ จนทำให้ ‘แทจู’ เกิดรู้สึกอารมณ์หึงหวงขึ้นมา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความรู้สึกแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับเพื่อนด้วยกัน จนในที่สุดทั้งคู่จึงได้รู้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้เดินก้าวข้ามเส้นของคำว่าเพื่อนไปแล้วเรียบร้อย ทั้งนี้ทั้งคู่จะผ่านอุปสรรคในความรักได้หรือเปล่า ? ต้องไปรับชมกันเองครับแต่ขอบอกเลยว่าฟินแน่นอน อีกทั้งซีรีส์เรื่องนี้ก็เปรียบเสมือนกับการเปิดประตูให้กับเป็นซีรีส์วายในเกาหลีเนื่องจากเป็นซีรีส์วายเรื่องแรกของประเทศนี้เลยครับ
5. Color Rush
| แนวซีรีส์ | Mystery Romance |
| นักแสดงนำ | ฮอฮยอนจุน และ ยูจุน |
| จำนวนตอน | 16 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | Viu |
| ปีที่ออกอากาศ | 2022 |
เนื้อเรื่องย่อ
เด็กหนุ่มคนหนึ่งนามว่า ‘ชเวยอนอู’ ซึ่งเกิดมาพร้อมกับ ‘โรคตาบอดสี’ หรือ ‘โรคโมโน’ เป็นความผิดปกติทางด้านสายตาที่มองทุกอย่างเป็นสีเทา แต่การที่จะหายจากโรคแห่งความมืดมิดได้คือการตามหา ‘โพรบ’ หรือรักแท้ของตัวเองเจอ เพราะเมื่อเจอแล้วสีเทาแห่งความมืดหม่นจะกลายเป็นสีสันขึ้นมาโดยทันที โดยในตอนแรกความหวังของ ‘ชเวยอนอู’ ก็เหมือนจะริบหรี่ลงเรื่อย ๆ
จนกระทั่งวันหนึ่งความสว่างในชีวิตก็ประกายขึ้นมาทันทีเมื่อมีหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิตซึ่งคนนั้นก็คือ ‘โกยูฮัน’ ที่มาเติมสีและความสว่างให้กับชีวิต ครั้งแรกที่ ‘ชเวยอนอู’ เห็น ‘โกยูฮัน’ เข้าก็สะดุดตาและตกหลุมรักทันที ดังนั้นทั้งคู่จึงค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันไปทีละเล็กทีละน้อย สุดท้ายแล้วหนุ่มตาบอดสีจะหายจากโรคประหลาดหรือไม่ ? และทั้งคู่จะลงเอยกันด้วยคู่รักหรือเปล่า ? ต้องไปร่วมลุ้นกันใน ‘Color Rush’ ครับ
6. Peach Of Time
| แนวซีรีส์ | Fantasy Romance |
| นักแสดงนำ | ชอยแจฮยอน, กานต์ กฤษณะพันธ์ และสิทธิโชค เผือกพูลผล |
| จำนวนตอน | 10 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | WeTV |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021 |
เนื้อเรื่องย่อ
ด้วยเกาหลีเริ่มตีตลาดซีรีส์วายมากขึ้น เนื่องจากกระแสการตอบรับค่อนข้างดีทำให้ซีรีส์เรื่อง ‘Peach Of Time’ จัดหนักจัดเต็มด้วยการดึงนักแสดงดังจากไทยอย่าง ‘จิมมี่ กานต์’ และ ‘ชเวแจฮยอน’ เข้ามารับบทนำในเรื่องอีกด้วย
ความสัมพันธ์เกิดขึ้นเมื่อหนุ่มไทยชื่อว่า ‘พีช’ ได้ติดต่อพูดคุยกับเพื่อนรักต่างแดนอย่าง ‘ยุนโฮ’ ผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งคู่อัพเดทชีวิตและพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา หลังจากคุยไปได้สักระยะหนึ่ง ‘พีช’ จึงตัดสินใจเดินทางมาเกาหลีเพื่อพบกับ ‘ยุนโฮ’ ซึ่งทุกอย่างเหมือนจะเป็นใจดังหวังเพราะทั้งคู่พัฒนาความสัมพันธ์เร็วมาก ๆ ไม่นานนักทั้งสองคนก็กลายเป็นคู่รักที่น่ารักคู่หนึ่ง
เมื่อ ‘พีช’ เข้าไปอยู่ในชีวิตของ ‘ยุนโฮ’ เขาก็รับรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต อย่างเช่น ปัญหาเรื่องที่ ‘ยุนโฮ’ ไม่ค่อยจะลงรอยกับคุณแม่ของตัวเองสักเท่าไหร่ ‘พีช’ เองก็คอยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกให้ดีขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเขาดันไปรู้ว่า ‘ยุนโฮ’ เป็นวิญญาณที่เสียชีวิตแล้ว ในขณะที่ตัว ‘ยุนโฮ’ เองก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเสียชีวิตไปนานแล้ว ที่เขายังคงใช้ชีวิตในโลกใบนี้อยู่ได้เพราะเป็นวิญญาณ แน่นอนว่าความรักระหว่างวิญญาณกับคนเป็นอะไรที่ไม่ควรเกิดขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์เกิดความตะกุกตะกักแต่ท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้จะจบลงได้สวยหรือไม่ ต้องไปร่วมลุ้นกันในซีรีส์เอาเองครับ
7. Nobleman Ryu’s Wedding
| แนวซีรีส์ | Romance |
| นักแสดงนำ | คังอินซู, อีเซจิน และจางอึยซู |
| จำนวนตอน | 8 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | WeTV, iQIYI และ Viu |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021 |
เนื้อเรื่องย่อ
‘Nobleman Ryu’s Wedding’ เป็นซีรีส์วายแนวพีเรียตเรื่องแรกของทางเกาหลี ที่มีทั้งความคอมเมดี้และโรแมนติก มีความปั่นป่วนในความสัมพันธ์อยู่พอสมควร ถือว่าเป็นเรื่องที่ได้รับคำชื่นชมทั้งเนื้อเรื่องและนักแสดงอยู่พอสมควร สาววายหลายคนยกนิ้วให้เป็นเสียงเดียวกันว่าซีรีส์เรื่องนี้สนุกน่าติดตามมาก ๆ
ความปั่นป่วนของนายเอกและพระเอกเรื่องนี้เกิดขึ้นในเกาหลียุคโบราณหรือเรียกว่า ‘ยุคโชซอล’ โดยในอดีตการแต่งงานจะไม่ได้เกิดจากการจีบและพัฒนาสัมพันธ์จนกลายเป็นคู่รัก แต่เกิดจากการคลุมถุงชนหรือเรียกง่าย ๆ ว่าโดนจับคู่แต่งงานกันเองระหว่างชนชั้นสูง ซึ่งในตอนนั้นจะต้องมีการแต่งงานระหว่าง ‘รยูโฮซอน’ และ ‘ชเวฮวาจิน’ แต่เมื่อถึงวันงานเจ้าสาวคนสวยกลับหายตัวไปแบบไร้ร่องรอย ดังนั้นเพื่อไม่ให้งานครั้งนี้เป็นที่อื้อฉาวพี่ชายคนเก่ง ‘ชเวกีวาน’ จึงต้องกอบกู้สถานการณ์ด้วยการปลอมตัวเป็นเจ้าสาวแทน แน่นอนว่า ‘รยูโฮซอน’ ก็ต้องรู้ว่าเจ้าสาวของตัวเองกลายเป็นใครก็ไม่รู้แถมยังเป็นผู้ชายอีกตังหาก แต่เขาก็พร้อมที่จะเก็บความลับครั้งนี้เอาไว้และยอมให้ ‘ชเวฮวาจิน’ เป็นเจ้าสาวปลอม ๆ ทั้งนี้สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ในครั้งนี้จะจบอย่างไรและความรักจะเป็นไปได้หรือเปล่า ? ต้องไปลุ้นพร้อม ๆ กันในซีรีส์ครับ
8. You Make Me Dance
| แนวซีรีส์ | Romance |
| นักแสดงนำ | วอนฮยองฮุน และ จูยองอู |
| จำนวนตอน | 8 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | WeTV |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021 |
เนื้อเรื่องย่อ
‘ซง ชีอน’ เด็กหนุ่มผู้มีความฝันในการเรียนคณะเกี่ยวกับการเต้น แต่ด้วยครอบครัวของเขาไม่ค่อยจะอบอุ่นและการเรียนเอกการเต้นคงจะทำให้มีปัญหาหนักไปกว่าเดิม เขาจึงตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตข้างนอกตัวคนเดียวด้วยการเช่าอพาร์ทเมนต์แต่ด้วยราคาค่อนข้างแพงจึงจำเป็นต้องแชร์ร่วมกับคนอื่น และคน ๆ นั้นก็คือพระเอกชื่อว่า ‘จิน ฮงซอก’ หนุ่มวัยทำงานที่มองเผิน ๆ คงคิดว่าเป็นพนักงานบริษัททั่วไป แต่เบื้องลึกเบื้องหลังของ ‘จิน ฮงซอก’ เองก็เคยมีความฝันในการเป็นนักเต้นเหมือนกัน
เพียงแต่โชคชะตาดูเหมือนจะไม่เข้าข้างเขาสักเท่าไหร่ จึงทำให้เขาวางมือจากการเต้นไปนานแล้ว ทั้งนี้ด้วยความฝันของทั้งคู่เหมือนกันจึงทำให้ความสัมพันธ์เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้อย่างสวยงามแต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะ CEO ของบริษัท ‘จิน ฮงซอก’ เกิดอาการหึงหวง ไหนจะมี ‘จุงฮุน’ ที่คอยจะขัดขวางความรักในครั้งนี้ไม่ให้เกิดขึ้นได้อีกตังหาก ด้วยความเช้มข้นของเนื้อเรื่องทำให้ซีรีส์เรื่องนี้น่าดูและน่าติดตามมากเลยทีเดียวครับ
9. My Sweet Dear
| แนวซีรีส์ | Romance |
| นักแสดงนำ | จางอึยซู และ ลีชานฮยอง |
| จำนวนตอน | 8 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | WeTV |
| ปีที่ออกอากาศ | 2021 |
เนื้อเรื่องย่อ
หากใครไม่ชอบความดราม่าหรือซีเรียสมากจนเกินไป ‘My Sweet Dear’ น่าจะตอบโจทย์เลยครับ เพราะเรื่องนี้มีการนำเอาอาหารเข้ามาเป็นกิมมิค ทำให้คนดูอย่างเรา ๆ นอกจากจะหวานเลี่ยนกับความรักแล้วยังทำให้เรารู้สึกหิวตามไปด้วย คล้าย ๆ กับซีรีส์วายของไทยอย่าง ซีรีส์ อาหารเป็นยังไงครับหมอ (Cooking Crush) ที่เอาเสน่ห์ของอาหารเข้ามาใส่ในเนื้อเรื่อง
‘My Sweet Dear’ เริ่มต้นเรื่องด้วยเชฟคนหล่ออย่าง ‘ยุนโดกอน’ ซึ่งทำงานอยู่ในร้านอาหารระดับมิชลิน ความสามารถของเขาถือได้ว่าเป็นที่ยอมรับของทั้งเชฟและลูกค้า ไม่ว่าใครลองชิมก็จะต้องชมเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติดีเยี่ยม ในขณะเดียวกันเจ้าของร้านอาหารเองก็อยากจะทำให้ร้านโด่งดังและเป็นตำนานมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้มีการพยายามจะปรับเปลี่ยนสูตรและการเซอร์วิสลูกค้าในรูปแบบใหม่ แต่ด้วยความดื้อรั้นและความมั่นใจของ ‘ยุนโดกอน’ ทำให้เขาไม่ยอมเปลี่ยนการทำอาหารตามเจ้าของร้าน ดังนั้นเจ้าของจึงจะดัดนิสัยของเขาด้วยการจ้าง ‘ชเวจองอู’ มาเป็นเหมือนกับคู่แข่ง จากนั้นก็ให้ทั้งคู่ทำเมนูพิเศษออกมา สำหรับคนไหนที่ทำอาหารได้อร่อยกว่าคนนั้นจะกลายเป็นหัวหน้าเชฟทันที ในตอนแรกทั้งคู่เรียกได้ว่าไม่ชอบหน้ากันสุด ๆ แต่เมื่อกวนกันไปกันมาดันกลายเป็นความชอบและความรักเกิดขึ้นกับเชฟสองคนนี้ครับ
10. Mr. Heart
| แนวซีรีส์ | Romance |
| นักแสดงนำ | อีเซจิน และ ชอนซึงโฮ |
| จำนวนตอน | 8 ตอน |
| ช่องทางการรับชม | WeTV |
| ปีที่ออกอากาศ | 2020 |
เนื้อเรื่องย่อ
Mr. Heart ใช้ผู้กำกับคนเดียวกับซีรีส์เรื่อง ‘Color Rush’ ด้วยประสบการณ์ที่เคยกำกับซีรีส์วายมาแล้ว จึงทำให้เรื่องนี้ทำออกมาค่อนข้างละมุนพอสมควร และแน่นอนว่ากระแสตอบรับของเรื่องนี้ดีมาก ๆ ส่วนนักแสดงเองก็มีดีกรีกันทั้งคู่อย่าง ‘อีเซจิน’ ก็เคยเข้าประกวดกับทาง Produce X 101 ในขณะที่ทาง ‘ชอนซึงโฮ’ ก็เคยอยู่ในวง K-Pop อย่าง ‘THE MAN BLK’ มาก่อนครับ
เรื่องย่อของ ‘Mr. Heart’ คือ ‘จินวอน’ หนุ่มรุ่นพี่มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นนักกีฬาวิ่งมาราธอน โดยในช่วงวัยมัธยม ‘จินวอน’ ถือได้ว่าเป็นคนที่ทำเวลาได้เร็วมาก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงมหาวิทยาลัยกลับกลายเป็นว่าสถิติของเขาเหมือนจะถดถอยลงเรื่อย ๆ เมื่อเห็นอย่างนั้นโค้ชจึงต้องใช้กลยุทธ์ในการดึงเพชเมกเกอร์หรือคนที่คอยช่วยให้การวิ่งมีความสม่ำเสมอไม่ผ่อนปลาย ซึ่งคนนั้นก็คือ ‘ซางฮา’ รุ่นน้องเฟรชชี่ตัวเล็กน่ารัก
แน่นอนว่า ‘จินวอน’ ดูจะไม่ค่อยชอบหน้ารุ่นน้องสักเท่าไหร่ เพราะไม่อยากจะวิ่งไปพร้อมใครในขณะที่ ‘ซางฮา’ วิ่งเริงร่าอย่างสนุกสนาน แต่ด้วยความฝันและการเดินทางคล้ายกันมากทำให้ทั้งคู่เข้าใจกัน ด้วยสถานการณ์ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขทั้งสองคนก็อยู่ด้วยกันตลอด ช่วยให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองดีขึ้นจนกลายเป็นความชอบในที่สุด เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ทำซีนโรแมนติกดีมากไม่มีคำว่ายัดเยียด ทุกอย่างเลยดูธรรมชาติจนสาววายฟินจิกหมอนกันเลยทีเดียว