เอากันไม่ลงจริง ๆ ค่ะสำหรับซีรีส์ฮิตสองเรื่องที่กำลังแย่งชิงเรตติ้งกันตอนนี้ระหว่างมรสุมชีวิต (The Double) ทางช่อง Youku และกุหลาบร้อยรัก (The Tale of Rose) ทางช่อง WeTV บอกเลยว่าผู้เขียนชอบทั้งสองเรื่องเลย ช่วงนี้คือไม่ได้พักไม่หลับไม่นอนเพราะดูซีรีส์ค่ะ วันนี้ได้ฤกษ์เลยจะมารีวิว “กุหลาบร้อยรัก (The Tale of Rose)” กันสักหน่อยเพราะกำลังดุเดือดเลย หากอยากรู้ว่าเรื่องนี้มันมีอะไรปังบ้างไปอ่านต่อกันด้านล่างเลยจ้า
เรื่องย่อซีรีส์ กุหลาบร้อยรัก (The Tale of Rose)
กุหลาบร้อยรัก (The Tale of Rose) บอกเล่าเรื่องราวของหวงอี้เหมยหรือเหมยกุย (หลิวอี้เฟย) หญิงสาวหน้าตาสวยที่ใครเห็นก็เป็นอันต้องชอบ หัวกระไดหน้าบ้านของเธอไม่เคยแห้งเลยตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าจะเป็นของขวัญหรืออะไรที่สามารถพิชิตใจเธอได้เหล่าผู้ชายเหล่านั้นก็มักจะส่งมาให้เธอเสมอ หวงอี้เหมยเกิดมาในครอบครัวของนักวิชาการและได้รับความรักจากครอบครัวอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งพ่อและแม่รวมไปถึงพี่ชายอย่างหวงเจิ้นหัว (ถงต้าเหวย) ก็ดูแลเธอเป็นอย่างดีทำให้หวงอี้เหมยเพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน อีกทั้งเธอยังมีทักษะด้านวาดรูปและศิลปะอย่างดีเยี่ยมด้วย
เมื่อย่างเข้าสู่วัย 22 ปี หวงอี้เหมยได้เริ่มเข้าสู่สังคมการทำงานเป็นครั้งแรก แต่ที่ทำงานแรกของเธอนั้นไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่เพราะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ต่อมาเธอก็ไปสมัครงานในที่ใหม่เป็นงานที่เกี่ยวกับศิลปะและเธอก็ชอบมันมาก การทำงานที่นี่ทำให้เธอได้เจอกับรักแรกของตัวเองอย่างจวงกั๋วต้งหรืออีริค (เผิงกวนอิง) รักแรกของเธอเต็มไปด้วยความเร่าร้อนแต่ก็จบลงด้วยความเจ็บปวด
ต่อมาเธอได้เลือกจะเรียนต่อในระดับปริญญาโทและได้เลือกที่จะแต่งงานกับนักศึกษารุ่นพี่อย่างฟางเสียเหวิน (หลินเกิงซิน) แต่สุดท้ายก็ยังจบด้วยการหย่า หลังจากหย่าหวงอี้เหมยได้สร้างธุรกิจเป็นของตัวเองเธอได้เจอกับคู่ชีวิตฟู่เจียหมิง (ฮั่วเจี้ยนหัว) เขาเป็นคนที่เข้าใจเธอมากที่สุดแต่สุดท้ายก็ตายจากเธอไป เรื่องราวความรักและชีวิตของหวงอี้เหมยจะจบลงแบบไหนต้องไปติดตามค่ะ
แผนผังความสัมพันธ์ของซีรีส์ กุหลาบร้อยรัก (The Tale of Rose)
จุดเด่นของซีรีส์ กุหลาบร้อยรัก (The Tale of Rose) มีอะไรบ้างทำไมต้องดูซีรีส์เรื่องนี้ ?
คำเตือน : อาจมีสปอยล์
1.ผ่านการนำแสดงโดย “หลิวอี้เฟย” และนักแสดงชายระดับท็อปของจีนมากมาย
กุหลาบร้อยรัก (The Tale of Rose) ผ่านการนำแสดงโดย “หลิวอี้เฟย” ค่ะ เธอรับบทเป็น “หวงอี้เหมย” เธอเป็นคนที่สวยมาตั้งแต่ยังเด็ก เกิดมาในครอบครัวของนักวิชาการ พ่อและแม่ของเธอเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยชิงหัว เธอเติบโตมาด้วยความเอาใจใส่และความรักของครอบครัว บอกเลยว่าบุคลิกของหลิวอี้เฟยในเรื่องคือปังมากสมกับที่ได้รับบทเป็นคนสวยค่ะ เพราะสวยสะกดจริง ๆ
ในเรื่องเราจะได้เห็นการเติบโตของหวงอี้เหมยจากอดีตตั้งแต่ใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นโนเกียจนถึงช่วงเวลาในปัจจุบันค่ะ แต่นอกจากหลิวอี้เฟยแล้วยังมีนักแสดงชายระดับอีก 5 คนมาร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ด้วย ผู้เขียนชอบตั้งแต่ปล่อยรายชื่อนักแสดงค่ะเพราะบทมันปังมากจริง ๆ ผู้เขียนเองก็อยากจะเป็นนางเอกนะคะ (อิอิ) ในเรื่องจะมีนักแสดงชายดังนี้ค่ะ
- ถงต้าเหวย รับบทเป็น หวงเจิ้นหัว (พี่ชายของหวงอี้เหมย)
- หลินเกิงซิน รับบทเป็น ฟางเสียเหวิน (คู่สมรส)
- ฮั่วเจี้ยนหัว รับบทเป็น ฟู่เจียหมิง (คู่ชีวิต)
- เผิงกวนอิง รับบทเป็น จวงกั๋วต้ง (รักแรก)
- หลินอี รับบทเป็น เหอซี (แฟนหนุ่มรุ่นน้อง)
แน่นอนว่านักแสดงด้านบนเป็นพระเอกในวงการบันเทิงจีนหมดเลยค่ะและมีผลงานปัง ๆ กันทั้งนั้น ที่สำคัญคือสูง 180+ กันทั้งหมดเลย วาสนาเหมยกุยมาก ๆ ในบรรดานักแสดงที่กล่าวมาถงต้าเหวยถือเป็นนักแสดงหลักนะคะเพราะเป็นพี่ชาย ส่วนหนุ่ม ๆ คนอื่น ๆ โผล่มาในบางช่วงชีวิตของนางเอกค่ะต้องติดตามกันต่อไป
2.บอกเล่าเรื่องราวของ “กุหลาบงาม” กับความรัก “4 ครั้ง” ของเธอ
ซีรีส์เรื่องนี้เน้นนำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า “หวงอี้เหมย” หรือ “เหมยกุย (แปลว่ากุหลาบ)” ผู้เขียนเลยเรียกแทนตัวเธอว่าเป็น “กุหลาบงาม” ค่ะ เพราะเธอสวยมากตั้งแต่เด็กจนโตคือมีแต่คนตามจีบ ความสวยของเธอทำให้คนที่จะจดทะเบียนกันเลิกรากันไปเลยก็มีค่ะเพราะความสวยเป็นเหตุจริง ๆ ในเรื่องเหมยกุยของเราจะมีความรักทั้งหมด 4 ครั้งกับผู้ชาย 4 คนค่ะ หลายคนอาจจะไม่ชอบเรื่องสไตล์นี้แต่นั่นแหละค่ะมันคือชีวิต ต่อไปเราไปเจาะลึกความสัมพันธ์ของเหมยกุยกับชายหนุ่มทั้ง 4 คนกันเลย
- จวงกั๋วต้ง (อีริค) : ชายหนุ่มนี้คือ “รักแรก” ของเหมยกุย อีริคเป็นคนที่ทำงานเกี่ยวกับต่างประเทศ ในตอนเจอกันครั้งแรกเขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบเลยสานสัมพันธ์จนได้กลายเป็นคนรัก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ร้อนแรงมาก ๆ แต่ก็จบลงอย่างรวดเร็วเพราะมีปมปัญหามากมายเกิดขึ้นกับทั้งคู่และดูเหมือนว่าอีริคไม่เหมาะที่จะมีแฟนด้วยเพราะเขาเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง และไม่ยอมเสียสละอะไรเลย ส่วนตัวของเหมยกุยนั้นก็เต็มไปด้วยความหลงใหลและขาดความเข้าใจในบางเรื่อง
- ฟางเสียเหวิน : ชายคนนี้คือ “คู่สมรส” หลังจากเหมยกุยเลิกกับอีริคไป เธอก็เปลี่ยนไปเป็นคนที่เงียบขรึมมากขึ้น เธอเลือกจะเรียนต่อในระดับปริญญาโทด้านจิตวิทยาและได้เจอกับฟางเสียเหวิน เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบแต่เหมยกุยไม่ได้สนใจเขาในตอนแรก ฟางเสียเหวินตามจีบเธออยากไม่ลดละตามไปทำงานเสริมด้วย ขับรถจักรยานตามรถประจำทางเพื่อไปส่งเธอถึงหน้าบ้าน เป็นความรักที่หวานหยดสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้แต่งงาน จดทะเบียนสมรสและมีลูกด้วยกัน แต่ฟางเสียเหวินเป็นคนที่มีความคิดแนวชายเป็นใหญ่ สุดท้ายทั้งคู่ก็หย่ากัน
- ฟู่เจียหมิง : ชายคนนี้คือ “คู่ชีวิต” หลังจากหย่าร้างเหมยกุยก็ได้เข้าสู่วงการธุรกิจแบบเต็มตัวและได้เจอกับฟู่เจียหมิง เขาเข้าใจเธอทุกอย่างและทุกเรื่อง เป็นผู้ชายในอุดมคติของเหมยกุยเลย เธอคิดว่าเธอจะได้ใช้ชีวิตบั้นปลายไปกับเขาแต่หลังจากนั้นไม่นานโรคร้ายก็มาพรากจากเขาไป
- เหอซี : ชายคนนี้คือ “รัก (สุดท้าย)?” เขาเป็นหนุ่มนักบินและอายุน้อยกว่าเธอหลายปี แต่ความรักของเขาจะเป็นครั้งสุดท้ายของเหมยกุยหรือไม่ต้องไปติดตามกันค่ะ
3.เป็นซีรีส์ที่ให้ข้อคิดดี ๆ เกี่ยวกับชีวิตเยอะมาก
ผู้เขียนไม่แน่ใจเลยค่ะว่าคนอื่นจะคิดไปในทางนี้มั้ย แต่ผู้เขียนมองว่าซีรีส์ให้ข้อคิดได้ดีมากเลยโดยเฉพาะเรื่องราวของผู้หญิงและความสัมพันธ์ ตัวเหมยกุยหรือหวงอี้เหมยนั้นเติบโตมาในครองครัวนักวิชาการก็จริงแต่สังคมก็เปิดกว้างมากตอนแรก ๆ เธออาจจะไร้เดียงสากับเรื่องของความรักแต่ทัศนคติเกี่ยวกับการใช้ชีวิตนั้นถือว่าใช้ได้เลยเพราะเธอผิดหวังกับรักก็จริงแต่เลือกจะเดินหน้าอย่างมีคุณภาพ เราสามารถเรียนรู้ข้อคิดผ่านความรักของเหมยกุยได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ
เหมือนในตอนแรกที่เปิดเรื่องออกมาชายหนุ่มและหญิงสาวสองคนที่คบกันมานานตั้งใจจะจดทะเบียนสมรสกัน แต่ในระหว่างที่จะเซ็นชื่อฝ่ายชายกลับไม่เซ็นชื่อเพราะเขาไปหลงรักผู้หญิงอีกซึ่งคือเหมยกุย (ผู้ชายคิดไปเองว่าเหมยกุยชอบ) เมื่อฝ่ายหญิงรู้ก็ดันทุรังจะหาเรื่องเหมยกุย แต่จริง ๆ มันคิดได้ง่าย ๆ เลยค่ะว่าถ้าผู้ชายยอมทิ้งเราทั้ง ๆ ที่คบกันมานานเราก็ควรจะเลิกซะเพราะเขาจะไม่หยุดที่เราแน่นอน ถ้าไม่ใช่เหมยกุยก็น่าจะมีคนอื่นอีกประมาณนี้ ผู้เขียนว่าหลาย ๆ คนคงจะเจอเรื่องแบบนี้กันเยอะและเลือกจะจมปลักกับความเศร้า
ส่วนเมื่อเหมยกุยรักกับอีริคผู้ชายคนนี้ไม่วางเธอเอาไว้ในลำดับแรก แต่เขาวางตัวเองกับความสำเร็จไว้ก่อน คนที่รักเขาเลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินในชีวิต สุดท้ายแล้วหลังเลิกกันเหมยกุยเลยรักตัวเองมากขึ้นและเลือกที่จะทำอะไรเพื่อตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าความรักครั้งถัด ๆ ไปของเหมยกุยก็น่าจะเป็นไปในรูปแบบนี้ ผิดหวังไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็เคยมีรักแล้ว ใครอยากดูซีรีส์แนวใช้ชีวิตและอิงตามหลักความเป็นจริงของความสัมพันธ์ต้องห้ามพลาดเลยค่ะ
4.ถ่ายทอดเรื่องราว ฉากและภาพออกมาได้ดีมาก
ต้องสารภาพเลยว่าผู้เขียนชอบทุกอย่างของซีรีส์เรื่องนี้เลยค่ะ ทั้งภาพ ฉากและเพลงประกอบซีรีส์ เพราะมันทำให้เราอินกับเรื่องได้ง่ายมาก ด้วยความที่นางเอกของเราเป็นคนที่วาดรูปเก่งและมีความสามารถทางศิลปะเราก็เลยได้เห็นผลงานศิลปะมากมายในเรื่องด้วยค่ะ แต่ผู้เขียนเองก็น่าจะเป็นเหมือนคนอื่น ๆ เพราะดูสิลปะไม่ค่อยเป็นและไม่เข้าใจที่จิตรกรต้องการจะสื่อ แค่เห็นว่าสวยก็ได้แล้วค่ะ ผู้เขียนชอบฉากที่หวงอี้เหมยวาดภาพบนฝาผนังกับอีริคมาก ๆ เลยเพราะหวานหยดย้อยแบบสุด ๆ ฝ่ายชายก็พูดว่าถ้าย้ายออกอยากจะเอาผนังออกไปด้วย แต่เมื่อเลิกกันทุกอย่างคือจบหวงอี้เหมยต้องเอาสีมาลบเพราะความคิดถึงมันทำให้เธอปวดใจค่ะ
จุดที่ผู้เขียนชอบอีกอย่างคือตัวเรื่องจะดำเนินจากปี 2000 ขึ้นไป ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่หลายคนคิดถึงค่ะ คิดถึงกลิ่นอายของการใช้มือถือโนเกียปุ่มกด, ใช้โทรศัพท์บ้าน, ขี่จักรยาน ฯลฯ ซึ่งโทนสีภาพของเรื่องก็เข้ากับยุคนั้นมาก ๆ เลยค่ะ ห้ามพลาดนะคะเพราะสนุกมาก ถึงแม้จะไม่ได้ตื่นเต้นมากเท่าไหร่แต่ก็ดูเพลินค่ะ ผู้เขียนติดแบบงอมแงมเลย
ข้อมูลทั่วไปของซีรีส์จีนเรื่องกุหลาบร้อยรัก (The Tale of Rose)
- แนวของซีรีส์ : โรแมนติก, ชีวิต
- ดัดแปลงมาจาก : นิยายเรื่อง The Story of Rose (玫瑰的故事) ผลงานของ อี้ชู (亦舒)
- กำกับการแสดงโดย : วังจวิ้น
- ผู้เขียนบท : หลี่เซียว
- ช่องทางออกอากาศ : WeTV
- จำนวนตอน : 38 ตอนจบ ตอนละ 45 นาที
- นักแสดงนำ
- หลิวอี้เฟย รับบทเป็น หวงอี้เหมย (เหมยกุย)
- ถงต้าเหวย รับบทเป็น หวงเจิ้นหัว
- ว่านเชี่ยน รับบทเป็น ซูเกิงเซิง
- นักแสดงสมทบ
- หลินเกิงซิน รับบทเป็น ฟางเสียเหวิน
- ฮั่วเจี้ยนหัว รับบทเป็น ฟู่เจียหมิง
- เผิงกวนอิง รับบทเป็น จวงกั๋วต้ง (อีริค)
- หลินอี รับบทเป็น เหอซี
- จูจู รับบทเป็น เจียงเสวี่ยฉง
- หลานอิ๋งอิ๋ง รับบทเป็น กวนจือจือ
- เฉินเหยา รับบทเป็น ไป๋เสี่ยวเหอ
- จางเยว่ รับบทเป็น หานอิง
- โหวชางหรง รับบทเป็น หวงเจี้ยนจือ
- อู๋อวี่ฟาง รับบทเป็น อู๋เยว่เจียง