• Affiliate Policy
  • Contact Us
  • Content Policy
  • Global Styles
  • Our Services
  • Our Story
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • ยี่ห้อไหนดี
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • รีวิวสินค้า ซื้อรุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี เราคัดของดีมาให้คุณ
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • หมวดหมู่สินค้าที่ถูกเลือก โดยเบสท์รีวิว
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

ลำโพงบลูทูธเกรดพรีเมียม ยี่ห้อไหนดี ระบบเสียงแบบจัดเต็ม

ลำโพงบลูทูธ Bose, JBL, Sony, Marshall, Sonos, FENDER, Klipsch, HARMAN/KARDON และ B&O

Team BR โดย Team BR
August 24, 2026
ใน ลำโพง
0

ลำโพงบลูทูธเป็นไอเทมสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงและดูหนังในปัจจุบัน เพราะด้วยขนาดของเครื่องที่เล็กกระทัด สามารถนำพกติดตัวไปใช้นอกสถานที่ได้ รวมไปถึงฟังก์ชันของลำโพงที่ดีและมีความอัจฉริยะอยู่ในตัวค่อนข้างสูง สามารถเชื่อมต่อกับมือถือ, คอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ผ่านระบบ Bluetooth ในขณะเดียวกันบางรุ่นยังปรับความหนาแน่น, ความแหลม และการบาลานซ์ของเสียงได้ตามต้องการ ทำให้ดนตรี Pop, Rock, R&B หรือ Hip-Hop ระทึกใจมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ดีเมื่อพูดถึงลำโพงบลูทูธแล้วก็ต้องบอกว่าสินค้าที่วางขายในท้องตลาดนั้นเยอะมาก จะเรียกได้ว่าเกลื่อนเมืองก็คงไม่ผิด ซึ่งคุณภาพของเสียงในแต่ละรุ่นหรือในแต่ละแบรนด์ก็จะแตกต่างกันออกไปตามประสิทธิภาพของลำโพง ดังนั้นการเลือก ‘ลำโพงบลูทูธ คุณภาพดี เกรดพรีเมียม’ ก็อาจจะต้องเช็กจากทั้งสเปคและแบรนด์ดังที่น่าเชื่อ เพื่อทำให้เรามั่นใจได้ว่าลำโพงบลูทูธที่เราจะซื้อมานั้นมีคุณภาพที่ดีทั้งในเรื่องของเสียงและฟังก์ชัน ดังนั้นวันนี้ผมจึงรวบรวมแบรนด์ลำโพงบลูทูธตัวท็อปมาฝากให้ทุกคนได้เลือกซื้อกันในบทความนี้ครับ

ลำโพงบลูทูธเกรดพรีเมียม มียี่ห้ออะไรบ้าง ?

BOSE ลำโพงไร้สาย รุ่น SoundLink Color ll
bose.com

1. Bose

Bose ถูกจัดอยู่ในลำโพงเกรดพรีเมียมที่มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ส่วนฟังก์ชันและคุณภาพของลำโพงถือว่าดีมาก เพราะทางแบรนด์มีการพัฒนาเกี่ยวกับระบบบลูทธอยู่เสมอ อีกทั้งลำโพงรุ่นใหม่ก็มีขนาดเล็กกระทัดสามารถนำใส่กระเป๋าติดตัวไปตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ ในขณะเดียวกันแบตเตอรี่ก็มีความทนทานและมีระบบเสียงสเตอริโอที่จัดเต็ม

รูปภาพจาก jbl.com
jbl.com

2. JBL

ระบบเสียงของ JBL ถือว่ากินขาดไม่แพ้ใคร ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นขนาดเล็กแต่ Audio ของมันก็ดังกระหึ่มด้วยเสียงเบสที่หนักแน่น และกระจายเสียงออกไปได้อย่างครอบคลุมเหมือนกับอยู่ท่ามกลางคอนเสิร์ตเลยก็ว่าได้

ลำโพงบลูทูธ SONY SRS-XB33 speaker bluetooth EXTRA BASS
sony.com

3. Sony

ทางแบรนด์โซนี่ค่อนข้างที่จะเน้นการผลิตลำโพงที่พกพาได้อย่างสะดวก รวมไปถึงการดีไซน์ที่สวยงามเป็นพิเศษ ดังนั้นจะสังเกตได้ว่าการออกแบบของทาง Sony จะค่อนข้างสวยเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกันถ้าหากเปรียบเทียบคุณภาพของเสียงแล้ว Sony ก็ดีไม่แพ้ไปกว่าลำโพงบลูทูธตัวอื่น ๆ

ลำโพงไร้สาย Marshall Stanmore II Black
marshallheadphones.com

4. Marshall

ถึงแม้ว่า Marshall จะมีจุดเริ่มต้นมาจากแอมป์กีตาร์ แต่ทางแบรนด์ก็ได้ขยายกิจการด้วยการผลิตหูฟังและลำโพงไร้สายสำหรับการฟังเพลงมากมาย ซึ่งคุณภาพของเสียงและการดีไซน์ของแบรนด์มีความคลาสสิกที่ไม่เหมือนใคร จนทำให้ทุกวันนี้ Marshall ยืดหยุ่นเป็นลำโพงตัวท็อปของวงการได้อย่างสมศักดิ์ศรี

โดยแบรนด์ทั้ง 4 ตัวนี้จะเป็นแบรนด์ลำโพงที่หลายคนรู้จักกันค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่จริง ๆ มันยังมี Beoplay, Sonos, FENDER, Klipsch, HARMAN/KARDON และ B&O ที่คุณภาพดีตีคู่กับ 4 แบรนด์ด้านบน ทั้งในเรื่องของการดีไซน์และเสียงระดับพรีเมียม ซึ่งวันนี้เราได้คัดสรรค์มาให้ทุกคนได้เลือกซื้อกันครับ

วิธีการเลือกลำโพงบลูทูธ คุณภาพดี

1. คุณภาพของเสียง

ถ้าหากคุณต้องการฟังเพลงได้อย่างชัดเจนและมีเสียงคุณภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือลำโพงจะต้องสามาถรถปล่อยเสียงและมีช่วงการตอบสนองความถี่ที่ดี โดยความถี่ของลำโพงส่วนใหญ่จะอยู่ใน 20 ไปจนถึง 20,000 เฮิร์ต เพราะเป็นความถี่ที่หูของคนเราสามารถได้เสียง ดังนั้นสิ่งแรกที่คุณจะต้องเช็กรายละเอียดให้ชัดเจนคือ “ความถี่ของเสียง” ครับ

2. ระบบ Bluetooth ของลำโพง

Bluetooth เป็นระบบที่เริ่มต้นใช้งานมาตั้งแต่ปี 1999 และทุกวันนี้เวอร์ชันของก็ได้มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ ซึ่งในทุกวันนี้ระบบได้เดินทางมาถึงเวอร์ชันที่ 5 แล้วครับ แต่อย่างไรก็ดียังคงมีบางรุ่นที่ยังคงมีการใช้เวอร์ชัน 4 อยู่บ้าง โดยหลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าทั้งสองเวอร์ชันนี้แตกต่างกันอย่างไร ดังนั้นเราดูมาคำตอบไปพร้อม ๆ กันครับ

Bluetooth เวอร์ชัน 5 จะสามารถเชื่อมต่อได้ในระยะที่ไกลกว่า เวอร์ชัน 4 ซึ่งเวอร์ชัน 5 จะเชื่อมต่อได้ไกลกว่า 120 เมตร ในขณะที่เวอร์ชัน 4 จะเชื่อมต่อได้ที่ระยะทางประมาณ 30 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้เวอร์ชัน 5 ยังเชื่อมต่อได้รวดเร็วกว่าในความเร็วประมาณ 2 Mbps ซึ่งเข้ากันได้ดีมากกับสมาร์ทโฟนทั่วไป ในขณะที่เวอร์ชัน 4 จะเชื่อมต่อที่ความเร็ว 1 Mbps

สรุป Bluetooth เวอร์ชัน 5 จะดีกว่าในเรื่องของระยะทางการเชื่อมต่อที่ไกลกว่าและความเร็วในการเชื่อมต่อ

3. ประสิทธิภาพในการกันน้ำ

โดยปกติแล้วลำโพงบลูทูธแบรนด์ระดับพรีเมียมจะมีการป้องกันน้ำที่ดีอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดีระดับการป้องกันน้ำของลำโพงก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งการที่จะเช็กได้ว่าลำโพงบลูทูธนั้นมีประสิทธิภาพการกันน้ำว่าดีแค่ไหน ก็สามารถดูได้ที่ค่า IP และตามด้วยตัวเลข อย่างเช่น IPX1 หรือ IPX7 ทั้งนี้ยิ่งตัวเลขมากขึ้นเท่าไหร่ หมายความว่าประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำของมันจะมากขึ้นเท่านั้น

4. แบตเตอรี่ของลำโพง

แน่นอนว่าวัตถุประสงค์การใช้งานลำโพงบลูทูธส่วนใหญ่แล้วจะนำออกไปใช้นอกสถานที่ ดังนั้นแบตเตอรี่ถือเป็นอะไรที่สำคัญมาก ๆ ถ้าหากลำโพงมีแบตเตอรี่ที่บรรจุไฟได้น้อย ระยะเวลาการใช้งานของลำโพงก็จะน้อยตามไปด้วย ซึ่งถ้าให้แนะนำ เว็บไซต์ของเราอยากจะให้คุณเลือกลำโพงที่สามารถทำงานได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และควรที่จะมีพอร์ต USB สำหรับการชาร์จ เพราะการชาร์จด้วยพอร์ตชนิดนี้จะทำให้การชาร์จเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม

5. ฟังก์ชันเสริมของลำโพง

ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปเรื่อย ๆ ทำให้ทุกวันนี้ลำโพงบลูทูธมีความอิจฉริยะและสามารถสั่งการผ่านเสียงได้โดยทันที ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับ Google Assistance, Siri หรือ Amazon Alexa ทั้งนี้คุณสามารถสั่งการได้ทั้งการเลือกเปิดเพลง, โทรเข้าโทรออก และการตั้งค่าทั่วไปอื่น ๆ



เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน

Sonos Move ลำโพงพรีเมี่ยมอัจฉริยะ

Sonos Move ลำโพงพรีเมี่ยมอัจฉริยะ
Sonos Move คือลำโพงสุดอัจฉริยะอย่างแท้จริงครับ อย่างฟังก์ชันและเทคโนโลยีของเครื่องที่เรียกว่า ‘Trueplay’ ซึ่งพร้อมปรับจูนให้เสียงเหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์นั้น ๆ อีกทั้งยังมีระบบการเชื่อมต่อกับ Amazon Alexa และ Google Assistance ที่คุณสามารถสั่งงานและตั้งค่าลำโพงด้วยเสียงของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องปรับด้วยรีโมทหรือปรับหน้าแผงควบคุมให้เสียเวลา นอกจากนี้การเชื่อมต่อยังมีตัวเลือกให้ 2 ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth และ WIFI
ขนาด 24 x 16 x 12.6 เซนติเมตร
สี ดำ
บลูทูธ ไม่ระบุเวอร์ชัน
การเชื่อมต่อแบบสาย USB
แบตเตอรี่ เล่นได้ประมาณ 10 ชั่วโมง
สายชาร์จ USB
ระบบกันน้ำ ✔
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

B&O Beolit 20 ลำโพงไร้สาย

B&O Beolit 20 ลำโพงไร้สาย
B&O Beolit 20 จะมีไดร์เวอร์แน่น ๆ กว่า 3 ตัว นั่นคือ Passive Bass Radiators และ Long-Stroke Wideband Woofer ซึ่งทำหน้าที่ในการกระจายเสียงแบบ 360 องศา ดังนั้นไม่ว่าจะตั้งไว้มุมใดมุมหนึ่งของห้อง เสียงเพลงจากลำโพงก็จะไปถึงอย่างแน่นอน ทั้งนี้คุณภาพของเสียงเองก็มีความพรีเมียมเช่นกัน เพราะเสียงที่ปล่อยออกมาเก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด อย่างเสียงเบสที่หนักแน่นและมีความอิมแพ็ค ดังนั้นในทุกโน๊ตของดนตรีจะไม่มีคำว่าจมหายอย่างแน่นอน ส่วนเสียงนักร้องก็มีไดนามิคและเสียงที่อิ่มชัดทุกคำ นอกจากนี้ลำโพงยังเชื่อมต่อได้ทั้งแบบมีสาย AUX และไร้สายแบบ Bluetooth 4.2 ทั้งยังมีระบบชาร์จ Qi หรือไร้สายอีกด้วย
ขนาด 19 x 21.50 x 11 เซนติเมตร
สี Anthracite / Grey Mist
บลูทูธ Bluetooth 4.2
การเชื่อมต่อแบบสาย USB และ AUX
แบตเตอรี่ เล่นได้ประมาณ 37 ชั่วโมง
สายชาร์จ Wireless charge และ USB
ระบบกันน้ำ ✔
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

Klipsch The Three II Speaker ลำโพงบลูทูธ

Klipsch The Three II Speaker ลำโพงบลูทูธ
คุณภาพเสียงของ Klipsch The Three II Speaker สมศักด์ศรีและคุ้มค่ากับเงินที่คุณลงทุนอย่างแน่นอน เพราะทุกจังหวะของดนตรีและเสียงของนักร้องจะมีความใสกริ๊งและคมชัดในทุกเสี้ยววินาที ในขณะเดียวกันเสียงเบสก็นหนักแน่นเป็นพิเศษ อีกทั้งการดีไซน์ก็วินเทจและสวยไม่เหมือนใคร หากใครอยากลองเปิดประสบการณ์กับลำโพงเกรดพรีเมียม Klipsch ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ส่วนฟังก์ชันที่น่าสนใจก็จะมี รีโมทที่กดควบคุมได้ในระยะไกลและ Volume Knob ที่ควบคุมการทำงานได้บนตัวหมุนด้านบนของเครื่อง รวมไปถึงการเชื่อมต่อที่มีให้เลือกทั้ง RCA, Phono, AUX และ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
ขนาด 34.82 x 17.78 x 20.30 เซนติเมตร
สี ดำ / วอลนัท
บลูทูธ Bluetooth 4.2
การเชื่อมต่อแบบสาย RCA, Phono และ AUX
แบตเตอรี่ เล่นได้ประมาณ ชั่วโมง
สายชาร์จ USB
ระบบกันน้ำ ✔
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

Marshall รุ่น Stanmore II Black

Marshall รุ่น Stanmore II Black

ลำโพงไร้สายคุณภาพ เสียงดีมากตามมาตรฐานของมาแชล

Stanmore II Black มีดีไซน์ที่สวยงามไม่แพ้ใคร ส่วนคุณภาพของเสียงเองก็ดีและคุ้มค่าสำหรับเงินที่คุณจะเสียอย่างแน่นอน เพราะฟังก์ชันของลำโพงสามารถปรับได้ทั้งความแหลม, เสียงเบส และความดังได้อย่างอิสระ อีกทั้งกำลังไฟที่ขับเสียงออกมาจะอยู่ในช่วง 80 วัตต์ ดังนั้นรับรองได้ว่าตัวลำโพงมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะปล่อยเสียงออกมาได้อย่างครอบคลุม ในขณะเดียวกันระบบการเชื่อมต่อเองก็มีให้เลือกทั้งแบบ Bluetooth 5.0 ที่เชื่อมต่อได้เร็วถึงขีดสุด หรือหากใครที่อยากจะนำไปคอนเนคกับเครื่องเล่นต่าง ๆ ก็สามารถใช้สาย RCA และ AUX ได้ครับ
ขนาด 35 x 19.5 x 18.5 เซนติเมตร
กำลังวัตต์ 80 วัตต์
การตอบสนองความถี่ 52 - 20,000 เฮิรตซ์
แบตเตอรี่ เสียบปลั๊กไฟ
การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0, RCA และ AUX
ประสิทธิภาพในการกันน้ำ ไม่ระบุ
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

Harman Kardon รุ่น Aura Studio 3

Harman Kardon รุ่น Aura Studio 3

มากันที่ Harman Kardon Bluetooth speaker Aura Studio 3 ลำโพงบลูทูธที่สวยและหรูหราที่สุด จากแบรนด์ Harman Kardon ลำโพงที่ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงที่มีคุณภาพ และเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ มาในดีไซน์ที่โดดเด่น ดูไม่เหมือนลำโพง เป็นลำโพงทรงโดมมาพร้อมแสงไฟที่เป็นระรอกคลื่น ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี เหมาะมาก ๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความล้ำสมัย สำหรับรุ่นนี้มีลำโพง 3 ตัว เป็นไดร์เวอร์ Mid-High 15 วัตต์ 2 ตัว และใช้เป็นไดร์เวอร์ Subwoofer 100 วัตต์ อีก 1 ตัว ทำให้มันมีครบทุดย่านเสียง เสริมด้วยซับวูฟเฟอร์ที่ทรงพลัง โดยจุดเด่นของรุ่น Aura Studio 3 คือ การออกแบบที่เป็นทรงโดม ทำให้ลำโพงตัวนี้กระจายเสียงได้รอบทิศทาง แบบ 360 เลย ทำให้คุณสามารถจัดวางลำโพงตัวนี้ในมุมไหนของห้องก็ได้ มันสามารถจะกระจายเสียงที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง ส่วนการใช้งานก็ง่าย ๆ แค่เชื่อมต่อกับสัญญาณ Bluetooth หรือต่อสาย AUX 3.5 มม. ก็ได้ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับเพลงโปรดได้ทุกเวลา และมันยังเป็นของสำหรับตกแต่งห้องให้กับคุณได้ด้วย

กำลังขับ 15W × 2 RMS + 100W × 1 RMS
Bluetooth V4.2
การเชื่อมต่ออื่นๆ AUX
แบตเตอรี่ ใช้เป็นปลั๊กไฟ (ไม่มีแบตเตอรี่)
ขนาด 28.3 × 23.2 × 23.2 cm.
น้ำหนัก 3600 g.
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

B&O Beoplay A1 (2nd Gen) | Portable Wireless Speaker ลำโพงไร้สาย แบบพกพา ระดับพรีเมียม

B&O Beoplay A1 (2nd Gen) | Portable Wireless Speaker ลำโพงไร้สาย แบบพกพา ระดับพรีเมียม

ทําไมเราถึงเลือก B&O Beoplay A1 (2nd Gen) : เพราะนี่คือ ลำโพงบลูทูธ แบบพกพา ที่มีประสิทธิภาพโดยรวมดีที่สุด ซึ่งแน่นอนครับว่า ถ้าเราต้องการลำโพงที่มีประสิทธิภาพสูงในทุก ๆ ด้านทั้ง ดีไซน์แบบพรีเมียม ความทนทาน คุณภาพเสียงที่ดี และแบตฯที่อึด เราก็จะต้องยอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้นครับ เนื่องจากลำโพงรุ่นที่มีราคาประหยัด ๆ ไม่สามารถให้สิ่งเหล่านี้กับเราได้

มาต่อกันที่ลำโพงพกพาจาก Bang & Olufsen แบรนด์ระดับไฮเอนด์ กับรุ่น B&O Beoplay A1 (รุ่นที่ 2) ลำโพงบลูทูธแบบพกพาที่ให้เสียงคุณภาพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของลำโพงที่มีขนาดเล็ก โดยต้องบอกเลยว่า หน้าตารุ่นนี้ถูกออกแบบมาพรีเมียมดูไฮเอนด์สุด ๆ ครับ โดยเน้นความเพรียวบาง และดูเรียบหรู บอดี้มีทรงกลม ทำจากอะลูมิเนียมที่ทนทาน และมีสายหนังสำหรับแขวนกับตะขอต่าง ๆ และรองรับมาตรฐาน IP67 ส่งผลให้มันพร้อมลุยไปกับคุณได้ทุกที่ตั้งแต่ริมสระน้ำ หรือห้องน้ำในบ้านคุณ 

ดีไซน์การออกแบบของ B&O Beoplay A1 (2nd Gen)
ขนาด และดีไซน์ของ B&O Beoplay A1 (2nd Gen) ลำโพงบลูทูธ แบบพกพา ระดับไฮเอนด์

โดยรุ่นนี้จะรองรับ Bluetooth 5.1 ที่ให้การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว พร้อมสัญญาณที่เสถียร เชื่อมต่อราบรื่นจนแทบไม่มีอาการกระตุกให้เห็น พร้อมกับรองรับการเชื่อมต่อแบบ TWS หรือการจับคู่รุ่นเดียวกันเข้าด้วยกันได้ เพื่อขับเสียงแบบสเตอริโอ นอกจากนี้ก็มีไมโครโฟนมาให้ด้วย ช่วยให้ใช้พูดคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงได้ ด้วยเสียงที่คมชัด และยังสามารถพูดคำสั่งเสียงเพื่อสั่งงานไปที่ Alexa Voice Assistant ผ่านแอปฯ Bang & Olufsen ได้ด้วย และจุดเด่นอีกอย่างคือ อายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งฟังเพลงได้นานถึง 18 ชม.เลยทีเดียว นับว่านานเป็นอันดับต้น ๆ อีกเช่นกันครับ และจะชาร์จผ่าน USB-C ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 3 ชม. ก็เต็มแล้ว

หากใครต้องการฟังเพลงด้วยคุณภาพเสียงสูง ๆ รุ่นนี้เหมาะมากครับ เพราะรองรับ Codec ไร้สายคุณภาพสูง อย่าง aptX พร้อมกับการขับเสียง 360 องศา ช่วยขับเสียงให้ดังกระหึ่มใกล้เคียงลำโพงตัวใหญ่ โดยโทนเสียงของรุ่นมีการจูนมาดีมาก ๆ ครับ ให้เสียงร้องที่ชัด เคลียร์ใส เนื้อเสียงมีการแยกตัวออกมา ไม่ทับกับเสียงดนตรีต่าง ๆ เลย ส่วนเสียงสูงก็จะเด่นขึ้นมาหน่อยนึง เนื้อเสียงทอดไกล แบบไม่แตก ส่วนเสียงเบสจะถูกขับออกมากลาง ๆ แน่นกำลังดี แถมปลายไม่มีฟุ้ง และสำหรับเวทีเสียงของรุ่นนี้จะอยู่ในระดับกลาง ๆ ครับ โดยจะมีการจัดวางเสียงของชิ้นดนตรีอย่างลงตัวมาก ๆ ซึ่งไม่ซ้อนกันเลย ช่วยมอบเสียงที่มีมิติมากขึ้น ใครที่ต้องการเสียงคุณภาพสูง หรือชอบเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ B&O รุ่นนี้เลยครับ ฟังได้ทุกแนว ไม่ผิดหวังแน่นอน

ข้อดี

  • ให้เสียงคุณภาพสูง สมราคา โดยมีการปรับจูนมาให้เหมาะกับการดูหนัง และฟังเพลงทุกแนว
  • บอดี้ใช้วัสดุที่ทนทาน ดีไซน์แบบพรีเมียม พร้อมสายหนัง สำหรับคล้องกับสิ่งต่าง ๆ
  • ตัวบอดี้มีการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IPX7
  • มีไมโครโฟนในตัว 3 ตัว สามารถพูดคุยด้วยเสียงที่คมชัด มีคุณภาพ
  • มีแอปพลิเคชัน Bang & Olufsen ในการปรับค่าต่าง ๆ และสั่งคำสั่งเสียง
  • รองรับ TWS การจับคู่รุ่นเดียวกัน เข้าด้วยกันได้ เพื่อระบบเสียงแบบสเตอริโอ
  • มีการจัดสรรพลังงานที่ดี ช่วยให้อายุการใช้งาน 18 ชม. (ตามสเปก)
  • มีการชาร์จที่รวดเร็วมาก ๆ เมื่อเทียบกับอายุการใช้งาน

ข้อควรพิจารณา

  • ขนาดใหญ่กว่าฝามือ และมีน้ำหนักกว่าครึ่งกิโลกรัม อาจจะพกลำบากในบางสถานการณ์
  • ปุ่มควบคุมต่าง ๆ เป้นระบบสัมผัส ซึ่งอาจจะกดยาก ต้องหันไปมองทุกครั้งที่จะกด
  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อ AUX 3.5 mm.
  • ไม่รองรับพอร์ต USB type-A และอื่น ๆ
  • มีราคาสูงมาก
กําลังขับ 2 x 30W RMS
ช่วงความถี่ 55 Hz - 20 kHz
ความดังสูงสุด 92 dB SPL (ที่ระยะ 1 ม.)
การป้องกันน้ำ IPX7
Bluetooth Bluetooth 5.1
พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type C
อายุการใช้งาน สูงสุด 18 ชม.
ระยะเวลาชาร์จ 2.75 ชม.
ขนาด 13.3 x 13.3 x 4.6 ซม.
น้ำหนัก 558 ก.
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

ลำโพงบลูทูธเสียงดี Bose Soundlink Revolve II

ลำโพงบลูทูธเสียงดี Bose Soundlink Revolve II
ยังคงอยู่กับลำโพงไร้สายทรงกระติกน้ำ ที่มีดีไซน์เรียบหรู สามารถกระจายเสียงรอบทิศทาง และกันน้ำในระดับ IPX4 ตัววัสดุภายนอกทำมาจากอลูมิเนียม ที่มาพร้อมยางกันกระแทกทั้งด้านบนและด้านใต้ของลำโพง ทำให้ทนต่อแรงกระแทกและการตกหล่น ฟังก์ชันการใช้งานถือว่ามาครบครัน มีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย มีปุ่มมัลติฟังก์ชันควบคุมการเล่นเพลง รองรับการสั่งงานด้วยด้วยเสียง สามารถเชื่อมต่อลำโพงรุ่นอื่นด้วยระบบ Bose SimpleSync เป็นลำโพงพกพาคุณภาพอีกรุ่นช่วยเพิ่มอรรถรสฟังเพลงนอกบ้านได้อย่างดีครับ ที่สำคัญแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานด้วยครับ
ประเภท ลำโพงไร้สาย
สี เงิน, ดำ
น้ำหนัก 0.66 กิโลกรัม
การเชื่อมต่อ Bluetooth, USB
ระยะเวลาแบตเตอรี่ 13 ชั่วโมง
กันน้ำ ✔
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

FENDER ลำโพง Monterey Black Bluetooth Speaker

FENDER ลำโพง Monterey Black Bluetooth Speaker
จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Fender คือการดีไซน์สุดคลาสสิกที่ดูวินเทจ แต่คุณภาพของเสียงและเทคโนโลยีที่ใส่ลงไปค่อนข้างจะทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วย Bluetooth ที่สามารถลิงก์เข้ากับคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพื่อเปิดเพลงโปรดที่คุณต้องการ แต่ฟังก์ชันอย่างหนึ่งที่ดีมากของเครื่องเลยคือ คันโยกหรือสวิตซ์ด้านบนซึ่งสามารถปรับความแหลมและความหนักหน่วงของเบสได้ตามต้องการ อย่างไรก็ดีพื้นฐานของเสียงที่ปล่อยออกมาจะมีความนุ่มและคมชัดอยู่แล้ว ต้องบอกเลยว่า Fender ทำลำโพงบลูทูธออกมาได้ค่อนข้างดีและรุ่น Monterey Black เป็นอีกหนึ่งตัวที่เราอยากให้คุณลอง บอกเลยว่าติดใจและไม่เสียดายเงินในกระเป๋าแน่นอน
ขนาด 34.3 x 24.76 x 13.2 เซนติเมตร
สี ดำ
บลูทูธ Bluetooth 4.2
การเชื่อมต่อแบบสาย Mini jack และ RCA jack
แบตเตอรี่ ไม่ระบุ
สายชาร์จ ไม่ระบุ
ระบบกันน้ำ ✔
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

BOSE ลำโพงไร้สาย รุ่น SoundLink Color ll

BOSE ลำโพงไร้สาย รุ่น SoundLink Color ll
ใครที่กำลังหาลำโพงขนาดเล็กและมีเสียงที่ดี ผมอยากแนะนำลำโพงของ Bose รุ่น SoundLink Color ll เลยครับ เพราะมิติของเสียงที่ปล่อยออกมานั้นถือว่าเก็บรายละเอียดได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องหรือดนตรี เรียกได้ว่าปล่อยออกมาได้อย่างละเมียดละไม ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะมีขนาดที่ถือว่าเล็กมาก แต่ระดับความดังของเสียงสามารถครอบคลุมได้กว้างทั้งภายในห้องและนอกห้อง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาขอสินค้าแล้วถือว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนจริง ๆ เพราะมีเครื่องนี้เพียงเครื่องเดียวก็เหมือนได้ลำโพงราคาหลักหมื่นมาใช้งาน 
ขนาด 6.4 x 14.9 x 21.5 เซนติเมตร
สี ขาว
บลูทูธ Bluetooth 4.2
การเชื่อมต่อแบบสาย AUX
แบตเตอรี่ เล่นได้ประมาณ 8 ชั่วโมง
สายชาร์จ Micro-B USB
ระบบกันน้ำ ✔
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

ลำโพงบลูทูธ SONY SRS-XB33 speaker bluetooth EXTRA BASS

ลำโพงบลูทูธ SONY SRS-XB33 speaker bluetooth EXTRA BASS
Sony รุ่น SRS-XB33 ดีไซน์ออกมาได้เรียบหรูและมีฟังก์ชันการทำงานที่ครบครัน ซึ่งเสียงของลำโพงจะเป็น EXTRA BASS™ ที่ยกระดับเสียงให้มีเบสที่หนักแน่นและมีพลังมากยิ่งขึ้น X-Balanced Speaker Unit ซึ่งทำหน้าที่ในการเพิ่มความดุดันของเสียง เนื่องจากโคนลำโพงจะใช้วัสดุอย่างไมก้า ที่ไวต่อเสียงและบีดอัดให้เสียงมีคุณภาพ และที่พิเศษสุด ๆ คือลำโพงจะมาพร้อมกับ SRS-XB33 ซึ่งเป็นไฟกระพริบวูบวาบและเพิ่มความสนุก รวมไปถึงระบบ Party Connection ที่เชื่อมต่อกับลำโพงได้พร้อมกันกว่า 100 ตัว บอกได้เลยว่าปาร์ตี้ของคุณจะมันส์และสนุกกว่าที่เคยเป็น
ขนาด 24.6 x 9.7 x 10.6 เซนติเมตร
สี ดำ / แดง / คาราเมล / น้ำเงิน
บลูทูธ Bluetooth 5.0
การเชื่อมต่อแบบสาย USB
แบตเตอรี่ เล่นได้ประมาณ 24 ชั่วโมง
สายชาร์จ USB
ระบบกันน้ำ ✔
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

ลำโพง Bluetooth Ultimate Ears UE Boom3

ลำโพง Bluetooth Ultimate Ears UE Boom3
Ultimate Ears UE Boom3 โดดเด่นในเรื่องของเสียงมาก ไม่ว่าจะเป็น การกระจายเสียงได้แบบ 360 องศา, เสียงที่ปล่อยออกมาจะชัดและสร้างความบาลานซ์ให้กับเสียงได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงเบสที่มีความนุ่มลึกแบบไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ระบบการป้องกันน้ำของลำโพงก็ดีมากในระดับ IP67 สามารถทนน้ำลึกได้นานกว่า 30 นาที และมีแบตเตอรี่ที่อึดทน ทำให้ลำโพงทำงานต่อเนื่องได้นานระดับ 15 ชั่วโมง รวมไปถึงมันยังมีฟังก์ชัน Block Party ที่ควบคุมการทำงานของลำโพงได้มากกว่า 2 เครื่อง
ขนาด 7.3 เซนติเมตร
สี ดำ / น้ำเงิน / แดง / ม่วง / เขียว
บลูทูธ ไม่ระบุเวอร์ชัน
การเชื่อมต่อแบบสาย ไม่ะรบุ
แบตเตอรี่ เล่นได้ประมาณ 15 ชั่วโมง
สายชาร์จ ไม่ระบุ
ระบบกันน้ำ ✔
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว

ข้อดีของลำโพงบลูทูธ

1. ไร้สายและพกพาได้สะดวก

ปัญหาหลักของการใช้ลำโพงรุ่นเก่าคือสายที่พะรุงพะรังและเกิดการพันกัน นอกจากนี้ขนาดของลำโพงก็ค่อนข้างจะใหญ่ ยุ่งยากที่พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ แต่สำหรับลำโพงบลูทูธนั้นจะทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป เพราะคุณสามารถเชื่อมต่อลำโพงกับมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ผ่านระบบ Bluetooth ทั้งยังมีขนาดที่เล็กเป็นพิเศษ เหมาะกับการพกติดตัวไปใช้ฟังเพลงได้ทุกสถานที่

2. มีแบตเตอรี่อึดทน

อย่างแรกเลยคือลำโพงบลูทูธล้วนแล้วแต่มีแบตเตอรี่ในตัว ดังนั้นคุณไม่จำเป็นจะต้องหาเต้าเสียบปลั๊กเพื่อเปิดใช้งานลำโพง โดยเพียงแค่คุณชาร์จให้เต็มภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ลำโพงสามารถทำงานได้นานมาก ทั้งนี้ในหลาย ๆ รุ่น เล่นได้อย่างต่อเนื่องถึง 48 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ

3. ประหยัดพลังงานไฟฟ้า

ด้วยนวัฒกรรมและเทคโนโลยีของลำโพงไร้สายหรือลำโพงบลูทูธ ที่ค่อนข้างจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั่นคือ แบตเตอรี่อยู่ได้นานและกินไฟฟ้าน้อย ซึ่งนอกจากที่จะดีต่อธรรมชาติแล้ว มันยังประหยัดค่าใช้จ่ายของเราอีกด้วย

4. เสียงคุณภาพ

คุณภาพของเสียงจะทำให้การฟังเพลงหรือดูภาพยนตร์ได้สนุกยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าหากลำโพงแบรนด์พรีเมียมที่โดดเด่นในเรื่องของเบสที่หนักแน่น ทั้งยังมีฟังก์ชันในการปรับเสียงแหลมและการบาลานซ์ของเสียง ก็จะยิ่งทำให้เสียงออกมามีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ซึ่งฟังก์ชันตรงนี้มีแทบทุกรุ่นในลำโพงบลูทูธ

5. ไม่จำเป็นต้องติดตั้งให้เสียเวลา

ลำโพงบลูทธทุกตัวจะเป็นลำโพงแบบสำเร็จรูปที่คุณไม่จำเป็นต้องประกอบหรือติดตั้งใด ๆ อีกทั้งฟังก์ชันการเชื่อมต่อก็จะมีอยู่ในตัวอยู่แล้ว เพียงแค่คุณเตรียมมือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้พร้อมสำหรับการเชื่อมบลูทูธระหว่างเครื่อง เพียงเท่านี้ลำโพงก็พร้อมใช้งานแล้วครับ

Previous Post

แนะนำ นมพร่องมันเนย ยี่ห้อไหนดี

Next Post

รีวิว ของฝาก จ.ชุมพร อะไรอร่อยที่สุด

Next Post

รีวิว ของฝาก จ.ชุมพร อะไรอร่อยที่สุด

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

ลำโพง

ลำโพงอัจฉริยะ สั่งการด้วยเสียงได้ ยี่ห้อไหนดี

August 25, 2026
ลำโพง

เครื่องขยายเสียง (Power Amplifier) / แอมป์ รุ่นไหนดี

August 25, 2026
ลำโพง

ชุดโฮมเธียเตอร์ สร้างโรงหนังส่วนตัวในบ้านของคุณ ยี่ห้อไหนดี

August 25, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้