• Affiliate Policy
  • Contact Us
  • Content Policy
  • Global Styles
  • Our Services
  • Our Story
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • ยี่ห้อไหนดี
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • รีวิวสินค้า ซื้อรุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี เราคัดของดีมาให้คุณ
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • หมวดหมู่สินค้าที่ถูกเลือก โดยเบสท์รีวิว
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก ยี่ห้อไหนดี เสียงดี พกพาง่าย

ลําโพงไร้สาย(Bluetooth) ขนาดเล็ก ทนทาน พกพาง่าย ให้คุณภาพเสียงที่น่าประทับใจ

Team BR โดย Team BR
อัปเดต New A.
อัปเดตเมื่อ: August 24, 2026
ใน ลำโพง
0

เมื่อพูดถึง ลำโพงบลูทูธ (Bluetooth speaker) เชื่อว่าทุกคนคงรู้จัก และเคยใช้ผ่านมือกันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะกับคนที่เคยชื้อมือถือ Android มาใช้งาน เนื่องจากผู้ผลิตอุปกรณ์แอนดรอยด์ส่วนใหญ่ทั้ง Oppo, Vivo, Huawei, Xiaomi และอื่น ๆ มักจะแถมลำโพงบลูทูธ หรือหูฟังรุ่นที่พวกเขาผลิตเองมาให้ด้วย ซึ่งด้วยความที่มันมีการใช้งานที่สะดวกและง่ายดาย บวกกับการที่สามารถขับเสียงออกมาได้ดังกว่าลำโพงที่ติดมากับอุปกรณ์มาก แถมคุณภาพเสียงยังดีขึ้นอีกต่างหาก มันจึงส่งผลให้ ลำโพงบลูทูธ ได้รับความนิยมมาก ๆ ในปัจจุบันครับ ทำให้ไม่ว่าแบรนด์เล็ก แบรนด์ใหญ่ ต่างส่งลำโพงบลูทูธของตัวเองออกมา

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ ได้ไปส่องดูตลาดลำโพงบลูทูธกันมาบ้างแล้ว เพื่อน ๆ ก็จะเห็นเลยครับว่า ตลาดลำโพงทุกวันนี้มันมีการแข่งขันที่ดุเดือดมาก ๆ ครับ ถึงขนาดว่า มีให้เพื่อน ๆ เลือกทุกระดับราคา ตั้งแต่ ราคาหลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียวครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลำโพงบลูทูธตัวเล็ก ๆ ที่มีราคาเบา ๆ มันจะมีให้เลือกเยอะเป็นพิเศษ จนหลายคนสงสัยว่าทำไมมันมีเยอะเหลือเกิน ? ดังนั้นถ้าใครที่กำลังมองหา ลำโพงบลูทูธ ตัวเล็ก ๆ ที่เสียงดี ราคาสบายกระเป๋า มีความทนทาน แถมพกพาง่าย วันนี้เราได้คัดเลือกมาให้แล้วครับ ซึ่งจะมีรุ่นอะไร ? ราคาเท่าไหร่บ้าง ? ตามไปดูกันเลย

ทดสอบการเชื่อมต่อกับ JBL Go 3 เพื่อลองฟังคุณภาพเสียง
ทดสอบการเชื่อมต่อกับ JBL Go 3 เพื่อลองฟังคุณภาพเสียง

แต่ก่อนที่เราจะไปเข้าสู่เนื้อหา เราขอบอกก่อนนะครับว่า ข้อมูลทั้งหมด เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเพียงเท่านั้น โดยเฉพาะ “คุณภาพเสียง” ซึ่งเราเองไม่สามารถตอบได้ว่า ลำโพงตัวไหน เสียงดี? เพราะมันขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคน

ดังนั้น หากเพื่อน ๆ สนใจรุ่นไหนเป็นพิเศษ แนะนำให้ไปหาฟังเสียงดูก่อน เพื่อให้ได้ลำโพงที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก รุ่นไหนดี?

  • ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก ที่คุ้มค่า คุ้มราคา เสียงดี ขนาดเล็ก ดีไซน์สวย แถมทนทาน : JBL Go 3
  • ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก ที่เสียงดังที่สุด มีไมค์และเป็นพาวเวอร์แบงค์ในตัว : Tribit Stormbox Micro 2
  • ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก ที่ภาพรวมดูดี ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้น ๆ : Marshall Willen
  • ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก ที่ประสิทธิภาพสูง ให้เสียงดีไม่แพ้ลำโพงตัวใหญ่ ๆ : B&O Beoplay A1 (2nd Gen) 
  • ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก ที่เหมาะจะพกพา มีคาราบิเนอร์ในตัว แข็งแรง ทนทาน : JBL Clip 4
  • ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก ราคาประหยัด : Mi Portable Bluetooth Speaker Mini

วิธีการเลือกลำโพงบลูทูธไร้สาย

1. คุณภาพเสียงที่คุณชื่นชอบ

ทดสอบคุณภาพเสียงของ JBL Go 3
ทดสอบคุณภาพเสียงของ JBL Go 3
ซึ่งแน่นอนครับ คุณภาพเสียง คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกลำโพง ซึ่งเราไม่สามารถบอกคุณได้ว่า รุ่นไหนเสียงดี หรือไม่ดี ! เพราะมันขึ้นอยู่กับโทนเสียงที่แต่ละคนชื่นชอบ

ลำโพงบางรุ่น อาจจะเน้นเสียงเบส เหมาะจะใช้ฟังเพลงมันส์ ๆ แต่บางรุ่นอาจจะเน้นเสียงกลางและเสียงแหลม เพื่อเน้นการเปิดเพลงคลอเบา ๆ ดังนั้นเพื่อให้ได้รุ่นที่ถูกใจคุณที่สุด คุณก็ต้องลองฟังด้วยตัวเองครับ แต่แน่นอนครับว่า การทดลองฟังคือปัญหาใหญ่ของการซื้อของออนไลน์

เพราะฉะนั้นหากใครอยู่ต่างจังหวัดไม่สามารถหาฟังเสียงได้ เรามีวิธีที่ง่ายที่สุดในการเลือกซื้อลำโพงมาแนะนำ นั่นก็คือการอ่านรีวิวจากผู้ที่ใช้งานจริง ๆ ครับ โดยยิ่งอ่านรีวิวเยอะเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้เพื่อน ๆ ก็สามารถเปรียบเทียบสเปกกับลำโพงตัวเก่าของเพื่อน ๆ ได้เช่นกัน โดยดูที่ดอกลำโพง กำลังขับ ช่วงความถี่ หรือแม้กระทั่งดูที่แบรนด์ของลำโพง เพราะในแต่ละแบรนด์จะจูนเสียงในสไตล์ของตัวเอง ทำให้ได้เสียงต่างกัน ซึ่งมันเลียนแบบกันยากครับ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า เหตุใดลำโพงบางรุ่นที่มีสเปกต่ำกว่า แต่กลับมีราคาแพงกว่า

2. ความสะดวกในการพกพา 

แน่นอนทุกคนที่ต้องการลำโพงตัวเล็ก ๆ มีจุดประสงค์เดียวกันคือ การพกพา จริงอยู่ครับว่า ลำโพงตัวใหญ่สามารถให้เสียงที่ดีกว่าได้ เพราะดอกลำโพงที่ใหญ่กว่า แต่นั่นก็หมายถึง ขนาดและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน บางรุ่นก็อาจจะหนักถึง 2-3 กก. เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อน ๆ ต้องการพกพาเป็นหลักเช่น ไปแคมป์ปิ้ง, ไปตกปลา หรือไปนั่งฟังเพลงชิว ๆ ดอกลำโพงที่มีขนาดใหญ่ที่ขับเสียงดังมาก ๆ อาจจะไม่จำเป็น การเลือกลำโพงตัวเล็ก ๆ มันจะช่วยเพื่อน ๆ หยิบใส่กระเป๋า เพื่อพกพาไปที่ไหนก็ได้ โดยที่ไม่รู้สึกว่ามันเป็นภาระ

3. อายุการใช้งาน และระยะเวลาการชาร์จ

พอร์ตชาร์จของ Anker Soundcore Flare Mini
พอร์ตชาร์จของ Anker Soundcore Flare Mini
สิ่งสำคัญอีกอย่างของ ลำโพงบลูทูธ ก็คือ อายุการใช้งาน ครับ โดยเพื่อน ๆ จะต้องดูว่า ความจุแบตเตอรี่ของลำโพงมีมากน้อยแค่ไหน ? เพราะถ้าหากมันน้อยเกินไป ก็เราจะต้องชาร์จแบตฯ บ่อย ๆ ซึ่งมันคงน่ารำคาญมาก ๆ

โดยเฉพาะเพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบฟังเพลงเสียงดัง ๆ ตัวลำโพงก็จะใช้แบตฯ มากขึ้นอีก ฉะนั้นแนะนำให้เพื่อน ๆ วิเคราะห์ความต้องการของตัวเองก่อนว่าต้องการใช้งานมากน้อยแค่ไหน ? จากนั้นค่อยมาเลือกรุ่นที่เหมาะสม

และอีกอย่างนึงที่เพื่อน ๆ ต้องดู ก็คือ พอร์ตชาร์จ ครับ ซึ่งรุ่นเก่า ๆ บางรุ่นยังคงใช้พอร์ต Micro USB อยู่ แต่รุ่นใหม่จะหันมาใช้ USB-C กันหมดแล้ว เช่น JBL Clip 4, Marshall Willen, B&O Beoplay A1 เป็นต้น ดังนั้นถ้าไม่อยากใช้สายชาร์จหลาย ๆ แบบ แนะนำให้เลือก USB C จะครอบคลุมกว่าครับ

ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คุณดูรายละเอียดตรงแบตเตอรี่ให้ดี ๆ ซึ่งโดยปกติแล้วบลูทูธจะสามารถเล่นเพลงได้นานประมาณ 4 – 10 ชม. หรือรุ่นที่ไหนที่แบตสามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้เยอะ คุณอาจใช้งานได้ตลอด 24 ชม. โดยไม่ต้องชาร์จเลย ดังนั้นก่อนซื้ออย่าลืมที่จะสังเกตส่วนนี้ให้อย่างถี่ถ้วนนะครับ

4. การเชื่อมต่อ (เวอร์ชั่นของ Bluetooth)

หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า Bluetooth ในแต่ละเวอร์ชั่นนั้น มีผลต่อคุณภาพเสียงด้วย เนื่องจากความเสถียรในการส่งสัญญาณมันต่างกัน โดยถ้าลำโพงของเพื่อน ๆ ใช้งาน Bluetooth เวอร์ชั่นเก่า ๆ อย่าง Bluetooth 4.0 ตัวลำโพงจะให้คุณภาพเสียงที่ต่ำลงเล็กน้อยครับ ซึ่งถึงแม้หูของคนธรรมดาอย่างเรา ๆ อาจจะฟังไม่ออกก็จริง แต่ด้วยราคาที่ไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่เลย แล้วทำไมเราจะต้องเอา Bluetooth เวอร์ชั่นเก่าด้วยล่ะครับ ในเมื่อเวอร์ชันใหม่มันดีกว่า โดยในปัจจุบันมันถูกพัฒนามาถึง Bluetooth 5.3 แล้ว อย่างที่ลำโพงรุ่น Stormbox Micro 2 ใส่มาให้ สรุปง่าย ๆ ว่า ยิ่งเลือก Bluetooth ใหม่เท่าไหร่ มันก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้นครับ

นอกจากการเชื่อมต่อ Bluetooth แล้ว เราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ดูพอร์ตการเชื่อมต่อ สำหรับใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์แบบใช้สายไว้ด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วระบบการต่อแบบใช้สายมักจะให้พอร์ต Aux-in มา เพราะนอกจากจะมีคุณภาพเสียงที่ดีแล้ว มันยังช่วยคุณเซฟพลังงานแบตเตอรี่ได้ในระดับหนึ่งด้วยครับ และอีกพอร์ตที่ถ้ามีก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ได้นั่นก็คือ พอร์ต USB-A สำหรับเอาไว้เสียบ USB Flash Drive นั่นเองครับ

5. ความสามารถในการกันน้ำ

ความสามารถในการกันน้ำ
ความสามารถในการกันน้ำ
ถ้าจุดประสงค์ของเพื่อน ๆ คือ การพกพา แน่นอนครับว่า คุณสมบัติสำคัญที่ลำโพงรุ่นที่คุณเลือกจะต้องมีนั่นก็คือ ความทนทาน ครับ

เพราะการที่เพื่อน ๆ นำลำโพงบลูทูธติดตัวออกไปข้างนอกด้วย มันมีโอกาสตก ถูกกระแทก ตกน้ำ หรือเปียกฝนได้ง่ายกว่าการตั้งไว้ที่บ้านอยู่แล้ว ดังนั้นอย่างน้อย ๆ มันต้องมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่นด้วย ยิ่งระดับ IP67 หรือ IPX7 ยิ่งดีครับ

เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน

JBL Go 3 | Portable Waterproof Speaker ลำโพงบลูทูธจิ๋ว เสียงใส แถมพกพาง่าย

JBL Go 3 | Portable Waterproof Speaker ลำโพงบลูทูธจิ๋ว เสียงใส แถมพกพาง่าย

ทําไมเราถึงเลือก JBL Go 3 : เนื่องจากรุ่นนี้มีปัจจัยที่จำเป็นสำหรับลำโพงพกพาอยู่ครบครันเลย แต่มาในราคาสุดคุ้มค่า มีทั้ง ตัวบอดี้ที่ทนทาน กันน้ำระดับ IPX7 ช่วยให้เพื่อน ๆ พกพาได้อย่างมั่นใจ ส่วนคุณภาพเสียงรุ่นนี้ก็ขับออกมาดีเกินคาด ซึ่งโทนเสียงจะเน้นความสนุก ทุกย่านเสียงอยู่ระดับกลาง ๆ และเสียงเบสก็ขับออกมากำลังดีครับ ช่วยให้ดูหนัง ฟังเพลงได้ทุกแนวเลย

ดีไซน์การออกแบบของ JBL Go 3 | Portable Waterproof Speaker

เรามาเริ่มกันที่ลำโพงจิ๋ว จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง JBL กันครับ ซึ่งเชื่อว่าทุก ๆ คนน่าจะรู้จักแบรนด์นี้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะเด่นในด้านเสียง ที่ให้มาดีเกินราคาเหลือเกิน แต่กลับมาในราคาที่ย่อมเยา โดยรุ่นที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ ก็คือ JBL Go 3 ลำโพงบลูทูธขนาดเล็กที่สุดของ JBL ที่ออกแบบมาเพื่อการพกพาโดยเฉพาะ โดยขนาดของรุ่นนี้จะเล็กกว่าฝ่ามืออีกครับ ทำให้มันมีน้ำหนักเพียง 209 กรัม เท่านั้น และด้านข้างก็มีการใส่บ่วงมาให้ สำหรับนำไปเกี่ยวไว้กับกระเป๋าเป้ หรืออะไรก็ได้

โดยตัวบอดี้จะมาพร้อมกับสีสันสดใสครับ ซึ่งก็จะมีให้เลือกหลายสีเลย บวกกับดีไซน์ที่ดูน่ารัก ๆ ทำให้มันดูเข้ากับเทรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ในด้านการเชื่อมต่อก็ง่าย ๆ ครับ รุ่นนี้จะใช้ Bluetooth 5.1 ช่วยให้สัญญาณที่เสถียร และเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็ว ส่วนอายุการใช้งาน ด้วยขนาดที่ค่อนข้างเล็กของรุ่นนี้ ทำให้แบตฯ มีขนาดเล็กตามไปด้วย ส่งผลให้ใช้งานได้ประมาณ 5 ชม./การชาร์จ 1 ครั้ง ครับ ซึ่งก็อาจจะไม่ได้สูงมากนะครับ แต่จะมีข้อดีคือ น้ำหนักเบา และใช้เวลาชาร์จจนเต็มผ่านพอร์ต Micro USB ประมาณ 2 ชม. เท่านั้นครับ

คุณภาพเสียงในความเห็นของเรา : เสียงของ JBL GO 3 ถือว่ามีคุณภาพเสียงที่ดีเลย ซึ่งเสียงของรุ่นนี้จะถูกจูนมาให้ฟังสนุก กว่าความแม่นยำ ทำให้ต่อให้เปิดดังแค่ไหน มันยังคงขับเสียงที่มีรายละเอียดชิ้นดนตรี ที่คมชัด และครบอยู่ โดยรุ่นนี้จะเด่นที่เสียงร้อง ซึ่งให้เสียงกลางที่ชัดเจน เคลียร์ใส ส่วนเสียงแหลม จะพุ่ง และสว่าง แต่ไม่ถึงกับแสบหูนะครับ ส่วนเสียงเบส ก็จะออกกระชับเป็นลูกเล็ก ๆ ทำให้ฟังได้หลายแนวเลย โดยความดังสูงสุดของรุ่นนี้ หรือค่า SPL เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 79 dB ครับ แต่อาจจะมากกว่านี้ก็ได้ครับ ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ทดสอบ

อ่านรีวิวแบบเต็ม ๆ ได้ที่ : [รีวิว] JBL Go 3 ลำโพงกันน้ำ แบบพกพา ที่ให้เสียงดี เกินขนาดตัว

ข้อดี

  • โทนเสียงจะให้ความรู้สึกที่สนุกเป็นหลัก
  • ดีไซน์มาพร้อมตะขอเกี่ยวในตัว
  • วัสดุบอดี้ที่ทนทาน และมียางป้องกันการกันลื่น
  • บอดี้มีการป้องกันน้ำและฝุ่นที่ระดับ IPX7
  • ตัวลำโพงมีให้เลือกหลายสี แต่ละสีก็มีสีสันที่สดใส

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่ตอบสนองเสียงในย่านความถี่ต่ำ ๆ
  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อ AUX 3.5 mm.
  • ไม่รองรับพอร์ต USB type-A และอื่น ๆ
  • ไม่มีไมโครโฟนในตัว
  • พอร์ตชาร์จเป็น Micro USB
  • เปิดเสียงประมาณ 80% แบบต่อเนื่อง จะใช้งานได้ประมาณ 4 ชม. (จากการทดสอบ)
กําลังขับ 4.2W
ช่วงความถี่ 110 Hz - 20 kHz
ความดังสูงสุด 79 dB SPL (ไม่เป็นทางการ)
การป้องกันน้ำ IPX7
Bluetooth Bluetooth 5.1
พอร์ตเชื่อมต่อ Micro USB
อายุการใช้งาน สูงสุด 5 ชม.
ระยะเวลาชาร์จ 2.5 ชม.
ขนาด 8.75 x 7.5 x 4.13 ซม.
น้ำหนัก 209 ก.
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

Tribit Stormbox Micro 2 | Portable Speaker ลำโพงบลูทูธจิ๋ว ที่ชาร์จแบตฯ ให้อุปกรณ์อื่น ๆ ได้

Tribit Stormbox Micro 2 | Portable Speaker ลำโพงบลูทูธจิ๋ว ที่ชาร์จแบตฯ ให้อุปกรณ์อื่น ๆ ได้

ทําไมเราถึงเลือก Tribit Stormbox Micro 2 : หากเพื่อน ๆ ลองเทียบสเปกของรุ่นนี้กับรุ่นราคาเท่า ๆ กัน หรือรุ่นที่แพงกว่าบางรุ่น จะเห็นเลยว่า Stormbox Micro 2 ให้สเปกมาคุ้มค่าเป็นอันตับต้น ๆ เลย และยิ่งหากเทียบกับลำโพงที่ขนาด และราคาพอ ๆ กันอย่าง JBL Go 3 รุ่นนี้จะให้สเปกมาดีกว่าหลายด้านเลย ไม่ว่าจะเป็น พลังเสียง การเชื่อมต่อ และอายุการใช้งาน แถมรุ่นนี้ยังเป็นพาวเวอร์แบงค์ไปในตัวได้ด้วยครับ ด้วยเหตุนี้ Stormbox Micro 2 จึงได้ชื่อว่า ลำโพงพกพาที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด ครับ

ลำโพงบลูทูธจิ๋วที่ได้ชื่อว่า คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด กับ Tribit StormBox Micro 2 ลำโพงบลูทูธรุ่นยอดนิยม ที่ได้ใส่สเปก และเทคโนโลยีมาแบบจัดเต็ม โดยตัวลำโพงมาในดีไซน์แบบเรียบ ๆ ทรงสี่เหลี่ยมที่มีความโค้งมนทั้ง 4 ด้าน ช่วยให้ถือได้ถนัด และกระชับขึ้น ส่วนขนาดก็เล็กกว่าฝ่ามืออีกครับ ซึ่งหากเทียบกับ JBL Go 3 รุ่นนี้จะใหญ่กว่านิดหน่อย และจะหนักกว่า เพราะใช้ดอกลำโพงที่ใหญ่กว่า โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 315 กรัม ครับ ส่วนวัสดุและความทนทานก็พอ ๆ กันครับ กันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP67 ครับ ซึ่งสามารถจะโดนน้ำได้ ไม่ต้องกังวลอะไรเลย

รุ่นนี้มาพร้อม Bluetooth 5.3 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดเลย ทำให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำได้ง่าย มอบระยะเชื่อมต่อที่ไกลขึ้น แถมสัญญาณก็เสถียรกว่าเวอร์ชั่นก่อน ๆ ด้วย ช่วยให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นในทุก ๆ ด้านครับ ส่วนแบตฯ ให้ความจุมา 4,700 mAh โดยทาง Tribit ได้เคลมอายุการใช้งานไว้สูงถึง 12 ชม. เลยทีเดียว ดังนั้นถ้าจะใช้งานทั้งวัน มันทำได้สบายครับ นอกจากนี้ยังใช้พอร์ตชาร์จเทคโนโลยี SmartID ซึ่งเป็นพอร์ต USB C ที่เป็นได้ทั้ง ตัวรับ และจ่ายไฟ ทำให้เพื่อน ๆ สามารถใช้พอร์ตนี้ ในการเสียบชาร์จมือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้

ลำโพงบลูทูธ 2 in 1 ที่มีเทคโนโลยี Smart ID ช่วยให้สามารถใช้ลำโพงมาชาร์จมือถือ และอุปกรณ์อื่น ๆ ได้

สำหรับเสียง ถ้าเทียบกับรุ่นแรก รุ่นนี้ได้มีการปรับปรุงจนดีขึ้นกว่าเดิมมากครับ โดยตอบสนองช่วงความถี่ที่ 70Hz-20kHz และมีกำลังขับสูงถึง 10W มอบเสียงที่ทรงพลังเกินตัว เสริมด้วยเทคโนโลยี XBass ที่เข้ามาเพิ่ม ความลึก และความชัดของเสียงเบส ช่วยให้รู้สึกถึงความอิ่ม และแน่นกำลังดี ขับออกมาเป็นลูกเล็ก ๆ ไม่มากจนเกินไป ด้านเสียงกลางจะมีความชัดเจน เนื้อเสียงเคลียร์ใส ฟังสบาย เสียงแหลมจะพุ่งได้ไกล แต่จะตัดจบไว มีความชัดเจน ช่วยให้ฟังกระชับ และเวทีเสียงจะอยู่ในระดับกลาง ๆ ครับ โดยในภาพรวมโทนเสียงของรุ่นนี้จัดอยู่กลาง ๆ มีความอุ่นหนา ช่วยให้สามารถตอบสนองเพลงได้ทุกแนว

ข้อดี

  • โทนเสียงที่น่าประทับใจ ทุกย่านเสียงออกกำลังดี จัดวางอย่างลงตัว
  • XBass ช่วยให้เสียงเบสมีความนุ่มลึกกว่าลำโพงที่มีขนาดเท่า ๆ กัน
  • บอดี้ใช้วัสดุที่ทนทาน ดีไซน์มาพร้อมสายรัดในตัว
  • ตัวบอดี้มีการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IPX7
  • มีไมโครโฟนในตัว สามารถพูดคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงได้โดยตรง
  • มีแอปพลิเคชัน Tribit ในการปรับค่าต่าง ๆ รวมถึงปรับ EQ
  • Bluetooth 5.3 ใหม่ มอบคุณภาพที่ดีขึ้น และมีช่วงเชื่อมต่อไกลขึ้นถึง 120 ฟุต
  • รองรับ TWS การจับคู่รุ่นเดียวกัน เข้าด้วยกันได้ เพื่อระบบเสียงแบบสเตอริโอ
  • สามารถใช้ชาร์จแบตฯ มือถือ และอุปกรณ์อื่น ๆ ได้
  • อายุการใช้งาน 12 ชม. (ตามสเปก)

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อ AUX 3.5 mm.
  • ไม่รองรับพอร์ต USB type-A และอื่น ๆ
  • ใช้เวลาชาร์จ 3-4 ชม.
กําลังขับ 10W
ช่วงความถี่ 70 Hz - 20 kHz
ความดังสูงสุด 90 dB SPL (ที่ระยะ 1 ม.)
การป้องกันน้ำ IPX7
Bluetooth Bluetooth 5.3
พอร์ตเชื่อมต่อ mAh
อายุการใช้งาน 9 - 12 ชม. (ความดัง 40-50%)
ระยะเวลาชาร์จ 3.5 ชม.
ขนาด 9.98 x 9.98 x 4.29 ซม.
น้ำหนัก 315 ก.
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

Marshall Willen Black and Brass | ลำโพงบลูทูธแบบพกพา ยอดนิยม

Marshall Willen Black and Brass | ลำโพงบลูทูธแบบพกพา ยอดนิยม

ทําไมเราถึงเลือก Marshall Willen : หากพูดถึงลำโพง และหูฟัง ที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึง Marshall Headphones อย่างแน่นอน เพราะนี่คือแบรนด์ที่โดดเด่นในด้านคุณภาพ การออกแบบที่มีสไตล์ และเสียงอันทรงพลังที่เป็นเอกลักษณ์ โดย Marshall Willen เป็นลำโพงไร้สายแบบพกพารุ่นใหม่ ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เนื่องจากดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ความทนทาน และที่สำคัญคือ คุณภาพเสียงที่ไม่มีใครเหมือน

เรามาต่อกันที่ Marshall Willen ลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้น ๆ ณ ตอนนี้ ส่วนนึงก็เพราะชื่อชั้นที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ แต่อีกส่วนนึงได้จากคุณภาพที่ดี วัสดุทนทาน และสิ่งสำคัญคือ เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ โดยรุ่นนี้ถูกดีไซน์มาโดดเด่นเหมือนพี่ ๆ ในค่ายเลยครับ บอดี้มาในทรงสี่เหลี่ยม ขนาดเท่า ๆ กับ Stormbox Micro 2 เลย แต่ดีไซน์ของรุ่นนี้ จะมีความคลาสสิกชัดเจนกว่า โดยด้านหน้าใช้เป็นตะแกรง ตัดกับปุ่มทองเหลือง Control Knob และโลโก้ตรงกลาง ด้านหลังมีสายรัด สามารถปลดออกมาแขวนตามที่ต่าง ๆ ได้ ด้านบนจะมีปุ่มควบคุม และไฟแสดงสถานะแบตฯ ซึ่งดูง่ายมาก ๆ นอกจากนี้ยังกันน้ำและฝุ่นที่ IP67 ด้วย ช่วยให้พกได้อย่างมั่นใจ ลุยได้ทุก ๆ ที่ ทุก ๆ สภาพอากาศครับ

ดีไซน์แบบคลาสสิกที่พร้อมลุยได้ทุก ๆ ที่ ขอบ Marshall Willen
ดีไซน์แบบคลาสสิกที่พร้อมลุยได้ทุก ๆ ที่ ของ Marshall Willen

โดยรุ่นนี้จะเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth 5.1 ที่เสถียร และรวดเร็ว เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ภายในไม่กี่วินาที โดยจะมีระยะเชื่อมต่อสูงสุด 10 เมตร ในขณะเดียวกันก็มีการรองรับการเชื่อมต่อแบบ Stack Mode ด้วย ช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถนำลำโพงหลาย ๆ ตัวมาเชื่อมต่อกันได้ นอกจากนี้ยังมีไมค์มีคุณภาพดีที่รับเสียงพูดได้คมชัดมาในตัวด้วย ช่วยให้คุยโทรศัพท์ ผ่านลำโพงได้โดยตรง และยังมีแอปฯ Marshall ที่ให้เพื่อน ๆ ปรับค่า และปรับ EQ ได้ 3 แบบ คือ Marshall, Push และ Voice ซึ่งทั้งหมดนี้บวกกับอายุการใช้งานที่นานถึง 15 ชม./การชาร์จ 1 ครั้ง แถมชาร์จแค่ 20 นาที แต่เล่นได้ถึง 3 ชม. มันถือว่าคุ้มค่าจริง ๆ ครับ

การเชื่อมต่อที่ง่ายดายของ Marshall Willen

ถึงแม้ว่า รุ่นนี้จะมีขนาดเล็ก และมีกำลังขับ 10W แต่ขอบอกเลยว่า มันยังคง ขับเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งให้เสียงดังเกินตัว และครบทุกย่านเสียง โดยขับเสียงด้วยดอกลำโพง 2 นิ้ว 1 ตัว และยังมีเรดิเอเตอร์แบบพาสซีพ มาอีก 2 ตัว ช่วยให้เสียงเบสที่แน่นขึ้น แต่มวลไม่ได้หนานะครับ ขับออกเป็นลูกเล็ก ๆ ส่วนเสียงกลาง ถือว่า เด่นของรุ่นนี้ ซึ่งจะเน้นความเคลียร์ มอบเสียงร้องที่ชัดถ้อยชัดคำ มีการแยกตำแหน่งและให้รายละเอียดของเสียงต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน เสียงแหลม จะพุ่งได้ไกลระดับนึงครับ จัดอยู่กลาง ๆ ไม่มาก ไม่น้อย จนเกินไป และเวทีเสียงของรุ่นนี้ก็ไม่กว้างเท่าไหร่ครับ โดยเสียงร้องจะอยู่หน้าสุด และจัดวางเสียงของดนตรีแต่ละชิ้นไว้รอบ ๆ ซึ่งถือว่าจัดวางได้ดีเลยครับ

ข้อดี

  • ให้เสียงที่มีคุณภาพน่าประทับใจ โทนกลาง ๆ เหมาะกับทั้ง การดูหนัง และฟังเพลงได้ทุกแนว
  • บอดี้ใช้วัสดุที่แข็งแรง ทนทาน แถมดีไซน์แบบคลาสสิกพรีเมียม พร้อมสายรัด สำหรับคล้องกับสิ่งต่าง ๆ
  • ตัวบอดี้มีการป้องกันน้ำ และฝุ่น ที่มาตรฐาน IP67
  • มีไมโครโฟนในตัว ช่วยให้สามารถพูดคุยด้วยเสียงที่คมชัด ผ่านลำโพงได้โดยตรง
  • มีแอปพลิเคชัน Marshall ในการปรับค่าต่าง ๆ
  • ปรับ EQ บนแอปฯ ได้ 3 แบบ คือ Marshall : เสียงมาตรฐาน (ดูหนัง ฟังเพลงทั่วไป), Push : เพิ่มเบส/แหลม (เน้นความมันส์) และ Voice : เน้นเสียงกลาง (เน้นเสียงพูด
  • รองรับ Stack Mode หรือการจับคู่รุ่นเดียวกัน เข้าด้วยกันได้หลาย ๆ ตัว เพื่อขับเสียงสเตอริโอ
  • มีการจัดสรรพลังงานที่ดี ช่วยให้อายุการใช้งาน 15+ ชม. (ตามสเปก)
  • มีการชาร์จที่รวดเร็วมาก ๆ เพียงชาร์จแค่ 20 นาที แต่ตัวลำโพงจะสามารถเล่นได้นาน 3 ชม.

ข้อควรพิจารณา

  • หากใครชอบเบส รุ่นนี้อาจไม่เหมาะ
  • Stack Mode เป็นเพียงการเพิ่มความดัง ไม่ได้เป็นเสียงสเตอริโอ
  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อ AUX 3.5 mm.
  • ไม่รองรับพอร์ต USB type-A และอื่น ๆ
  • มีราคาค่อนข้างสูง
กําลังขับ 10W RMS
ช่วงความถี่ 100 Hz - 20 kHz
ความดังสูงสุด 82 dB SPL (ที่ระยะ 1 ม.)
การป้องกันน้ำ IP67
Bluetooth Bluetooth 5.1
พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type C
อายุการใช้งาน สูงสุด 15+ ชม.
ระยะเวลาชาร์จ 3 ชม. (20 นาที เล่นได้ 3 ชม.)
ขนาด 10.1 x 10.0 x 4.04 ซม.
น้ำหนัก 310 ก.
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

B&O Beoplay A1 (2nd Gen) | Portable Wireless Speaker ลำโพงไร้สาย แบบพกพา ระดับพรีเมียม

B&O Beoplay A1 (2nd Gen) | Portable Wireless Speaker ลำโพงไร้สาย แบบพกพา ระดับพรีเมียม

ทําไมเราถึงเลือก B&O Beoplay A1 (2nd Gen) : เพราะนี่คือ ลำโพงบลูทูธ แบบพกพา ที่มีประสิทธิภาพโดยรวมดีที่สุด ซึ่งแน่นอนครับว่า ถ้าเราต้องการลำโพงที่มีประสิทธิภาพสูงในทุก ๆ ด้านทั้ง ดีไซน์แบบพรีเมียม ความทนทาน คุณภาพเสียงที่ดี และแบตฯที่อึด เราก็จะต้องยอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้นครับ เนื่องจากลำโพงรุ่นที่มีราคาประหยัด ๆ ไม่สามารถให้สิ่งเหล่านี้กับเราได้

มาต่อกันที่ลำโพงพกพาจาก Bang & Olufsen แบรนด์ระดับไฮเอนด์ กับรุ่น B&O Beoplay A1 (รุ่นที่ 2) ลำโพงบลูทูธแบบพกพาที่ให้เสียงคุณภาพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของลำโพงที่มีขนาดเล็ก โดยต้องบอกเลยว่า หน้าตารุ่นนี้ถูกออกแบบมาพรีเมียมดูไฮเอนด์สุด ๆ ครับ โดยเน้นความเพรียวบาง และดูเรียบหรู บอดี้มีทรงกลม ทำจากอะลูมิเนียมที่ทนทาน และมีสายหนังสำหรับแขวนกับตะขอต่าง ๆ และรองรับมาตรฐาน IP67 ส่งผลให้มันพร้อมลุยไปกับคุณได้ทุกที่ตั้งแต่ริมสระน้ำ หรือห้องน้ำในบ้านคุณ 

ดีไซน์การออกแบบของ B&O Beoplay A1 (2nd Gen)
ขนาด และดีไซน์ของ B&O Beoplay A1 (2nd Gen) ลำโพงบลูทูธ แบบพกพา ระดับไฮเอนด์

โดยรุ่นนี้จะรองรับ Bluetooth 5.1 ที่ให้การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว พร้อมสัญญาณที่เสถียร เชื่อมต่อราบรื่นจนแทบไม่มีอาการกระตุกให้เห็น พร้อมกับรองรับการเชื่อมต่อแบบ TWS หรือการจับคู่รุ่นเดียวกันเข้าด้วยกันได้ เพื่อขับเสียงแบบสเตอริโอ นอกจากนี้ก็มีไมโครโฟนมาให้ด้วย ช่วยให้ใช้พูดคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงได้ ด้วยเสียงที่คมชัด และยังสามารถพูดคำสั่งเสียงเพื่อสั่งงานไปที่ Alexa Voice Assistant ผ่านแอปฯ Bang & Olufsen ได้ด้วย และจุดเด่นอีกอย่างคือ อายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งฟังเพลงได้นานถึง 18 ชม.เลยทีเดียว นับว่านานเป็นอันดับต้น ๆ อีกเช่นกันครับ และจะชาร์จผ่าน USB-C ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 3 ชม. ก็เต็มแล้ว

หากใครต้องการฟังเพลงด้วยคุณภาพเสียงสูง ๆ รุ่นนี้เหมาะมากครับ เพราะรองรับ Codec ไร้สายคุณภาพสูง อย่าง aptX พร้อมกับการขับเสียง 360 องศา ช่วยขับเสียงให้ดังกระหึ่มใกล้เคียงลำโพงตัวใหญ่ โดยโทนเสียงของรุ่นมีการจูนมาดีมาก ๆ ครับ ให้เสียงร้องที่ชัด เคลียร์ใส เนื้อเสียงมีการแยกตัวออกมา ไม่ทับกับเสียงดนตรีต่าง ๆ เลย ส่วนเสียงสูงก็จะเด่นขึ้นมาหน่อยนึง เนื้อเสียงทอดไกล แบบไม่แตก ส่วนเสียงเบสจะถูกขับออกมากลาง ๆ แน่นกำลังดี แถมปลายไม่มีฟุ้ง และสำหรับเวทีเสียงของรุ่นนี้จะอยู่ในระดับกลาง ๆ ครับ โดยจะมีการจัดวางเสียงของชิ้นดนตรีอย่างลงตัวมาก ๆ ซึ่งไม่ซ้อนกันเลย ช่วยมอบเสียงที่มีมิติมากขึ้น ใครที่ต้องการเสียงคุณภาพสูง หรือชอบเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ B&O รุ่นนี้เลยครับ ฟังได้ทุกแนว ไม่ผิดหวังแน่นอน

ข้อดี

  • ให้เสียงคุณภาพสูง สมราคา โดยมีการปรับจูนมาให้เหมาะกับการดูหนัง และฟังเพลงทุกแนว
  • บอดี้ใช้วัสดุที่ทนทาน ดีไซน์แบบพรีเมียม พร้อมสายหนัง สำหรับคล้องกับสิ่งต่าง ๆ
  • ตัวบอดี้มีการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IPX7
  • มีไมโครโฟนในตัว 3 ตัว สามารถพูดคุยด้วยเสียงที่คมชัด มีคุณภาพ
  • มีแอปพลิเคชัน Bang & Olufsen ในการปรับค่าต่าง ๆ และสั่งคำสั่งเสียง
  • รองรับ TWS การจับคู่รุ่นเดียวกัน เข้าด้วยกันได้ เพื่อระบบเสียงแบบสเตอริโอ
  • มีการจัดสรรพลังงานที่ดี ช่วยให้อายุการใช้งาน 18 ชม. (ตามสเปก)
  • มีการชาร์จที่รวดเร็วมาก ๆ เมื่อเทียบกับอายุการใช้งาน

ข้อควรพิจารณา

  • ขนาดใหญ่กว่าฝามือ และมีน้ำหนักกว่าครึ่งกิโลกรัม อาจจะพกลำบากในบางสถานการณ์
  • ปุ่มควบคุมต่าง ๆ เป้นระบบสัมผัส ซึ่งอาจจะกดยาก ต้องหันไปมองทุกครั้งที่จะกด
  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อ AUX 3.5 mm.
  • ไม่รองรับพอร์ต USB type-A และอื่น ๆ
  • มีราคาสูงมาก
กําลังขับ 2 x 30W RMS
ช่วงความถี่ 55 Hz - 20 kHz
ความดังสูงสุด 92 dB SPL (ที่ระยะ 1 ม.)
การป้องกันน้ำ IPX7
Bluetooth Bluetooth 5.1
พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type C
อายุการใช้งาน สูงสุด 18 ชม.
ระยะเวลาชาร์จ 2.75 ชม.
ขนาด 13.3 x 13.3 x 4.6 ซม.
น้ำหนัก 558 ก.
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

JBL Clip 4 | Ultra-portable Waterproof Speaker ลำโพงบลูทูธ ดีไซน์มีคาราบิเนอร์ในตัว

JBL Clip 4 | Ultra-portable Waterproof Speaker ลำโพงบลูทูธ ดีไซน์มีคาราบิเนอร์ในตัว

ทําไมเราถึงเลือก JBL Clip 4 : มีดีไซน์ที่เหมาะกับการพกพามาก แถมคุณภาพเสียงก็ดีอีกด้วย ตอบโจทย์ทั้ง การเปิดเพลงคลอเบา ๆ และการปาร์ตี้ที่เน้นเสียงดัง ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ รู้สึกชื่นชอบสีสัน และดีไซน์ ของ JBL Go 3 แต่อยากได้สเปกและเสียงที่ดีกว่า ขอแนะนำ JBL Clip 4 เลยครับ ซึ่งถ้าเทียบกันรุ่นนี้จะโดดเด่นกว่าในทุกด้านเลย แถมยังออกแบบคาราบิเนอร์มาเป็นส่วนหนึ่งในตัวด้วย ทำให้นำไปแขวนได้กับทุกอย่างครับ

JBL Clip 4 เป็นลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก ที่ถูกออกแบบมาดีมาก ๆ ครับ มีดีไซน์ที่ลงตัว พร้อมกับสีสันสดใส ทำให้มันดูโดดเด่นมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยตัวบอดี้มาในรูปทรงวงรี ขนาดเล็กเหมาะมือ คล้ายแม่กุญแจ โดยความพิเศษอยู่ที่ คาราบิเนอร์ขนาดใหญ่ที่ด้านบน ทำให้เพื่อน ๆ ใช้แขวนไว้กับอะไรก็ได้ โดยที่ไม่ต้องเป็นกังวนอะไรเลย เพราะรุ่นนี่ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ หุ้มด้วยผ้าที่ให้ทั้ง ความคงทน รวมถึงมีหน้าตา และสัมผัสที่ดี พร้อมการกันน้ำที่ระดับ IPX7 ช่วยให้รุ่นนี้สามารถโดนน้ำได้สบาย ๆ ครับ หรือหากทำตกน้ำก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะพังเลย

ส่วนการเชื่อมต่อ รุ่นนี้ใช้ Bluetooth 5.1 ที่ให้สัญญาณค่อนข้างนิ่ง และเสถียร พร้อมกับการจับคู่ที่รวดเร็ว ช่วยมอบเสียงที่ดี และฃชัดเจนมากฃขึ้น โดยในด้านเสียงของเจ้า JBL Clip 4 จะต้องบอกเลยว่า มีชั้นเสียงที่ชัดเคลียร์มาก ๆ ครับ ซึ่งหากเปิดความดังกลาง ๆ รุ่นนี้จะขับเสียงที่มีคุณภาพ มีความคมชัด เคลียร์ใส แต่ถ้าเพื่อน ๆ เปิดเสียงดังประมาณ 90-100% คุณภาพเสียงอาจจะลดลงเล็กน้อยครับ แต่โทนเสียงจะเน้นความสนุกมากขึ้น ซึ่งถ้าฟังเพลงจังหวะมันส์ ๆ เราจะแทบไม่รู้สึกต่างเลย

ข้อดี

  • มีเสียงที่ดี ชัดเคลียร์ ฟังราบรื่น (เสียงดีขึ้นกว่า JBL Go 3 รุ่นที่ถูกกว่า)
  • ดีไซน์ยอดเยี่ยม มีคาราบิเนอร์ออกแบบมาในตัวเลย ช่วยให้พกพาง่ายขึ้น
  • บอดี้ใช้วัสดุทนทาน พร้อมมียางกันลื่นในบางจุดให้ด้วย
  • มีการป้องกันน้ำและฝุ่นที่ระดับ IPX7
  • ตัวบอดี้มีให้เลือกหลายสี แต่ละสีก็มีสีสันที่สดใสมาก ๆ
  • อายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 10 ชม. (ตามสเปก)

ข้อควรพิจารณา

  • ตอบสนองเสียงในย่านความถี่ต่ำได้ไม่ดี และเบสค่อนข้างบาง
  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อ AUX 3.5 mm.
  • ไม่รองรับพอร์ตเชื่อมต่อ USB type-A และอื่น ๆ
  • ไม่มีไมโครโฟนในตัว
  • ไม่รองรับการชาร์จเร็ว โดยการชาร์จจนเต็มจะใช้เวลาประมาณ 3 ชม.
กําลังขับ 5W RMS
ช่วงความถี่ 100 Hz - 20 kHz
ความดังสูงสุด N/a
การป้องกันน้ำ IPX7
Bluetooth Bluetooth 5.1
พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type C
อายุการใช้งาน สูงสุด 10 ชม.
ระยะเวลาชาร์จ 3 ชม.
ขนาด 8.6 x 13.4 x 4.6 ซม.
น้ำหนัก 239 ก.
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

Xiaomi Mi Portable | Bluetooth Speaker Mini ลำโพงบลูทูธ ลำโพงไร้สาย

Xiaomi Mi Portable | Bluetooth Speaker Mini ลำโพงบลูทูธ ลำโพงไร้สาย

ทําไมเราถึงเลือก Xiaomi Mi Portable : ทุกวันนี้ตลาดลำโพงบลูทูธมีหลายราคามากครับ ซึ่งพวกราคาหลักพันถึงหลักหมื่นบาท ย่อมมีคุณภาพที่ดีอยู่แล้ว แต่การหาลำโพงราคาหลักร้อยที่ดี ๆ เป็นเรื่องยากครับ เพราะเรามีตัวเลือกหลายรุ่น หลายแบรนด์มาก ๆ ทั้ง แบรนด์ที่รู้จัก และไม่รู้จัก เพราะฉะนั้นเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ เราจึงเลือกลำโพงบลูทูธจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Xiaomi Mi Portable มาครับ

ถ้าใครกำลังมองหา ลำโพงบลูทูธที่คุณภาพดี ๆ แต่มีงบฯ อยู่แค่หลักร้อย เราขอแนะนำ Mi Portable ลำโพงบลูทูธแบบพกพาขนาดเล็กสุดของ Xiaomi แบรนด์ชั้นนำที่ทุกคนต้องรู้จัก โดยมาในดีไซน์ที่เรียบหรู ตัวบอดี้ทรงกลมขนาดเล็ก และน้ำหนักเบาเพียง 185 ก.เท่านั้น ส่งผลให้หยิบติดตัวไปได้อย่างง่ายดาย แถมยังออกแบบมาพร้อมบ่วงเชือก ที่เราสามารถนำไปแขวนไว้กับอะไรก็ได้ ในด้านความทนทาน รุ่นนี้ก็ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ และยังมาพร้อมมาตรฐาน การกันน้ำ และฝุ่นที่ IP67 ด้วย ช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถพกพาได้อย่างมั่นใจ นำไปเปิดเพลงได้ทุกที่ตามต้องการ

ดีไซน์และส่วนประกอบของ Xiaomi Mi Portable | Bluetooth Speaker Mini
ดีไซน์และส่วนประกอบของ Xiaomi Mi Portable | Bluetooth Speaker Mini

ส่วนการเชื่อมต่อ รุ่นนี้จะมีการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 ครับ ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น สัญญาณมีความเสถียร ทำให้ไม่มีอาการสะดุดเลย และตัวลำโพงมาพร้อมไมโครโฟนในตัวด้วย ส่งผลให้สามารถใช้โทรฯ แบบแฮนด์ฟรี พูดคุยผ่านลำโพงได้โดยตรง ส่วนอายุการใช้งาน รุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีความจุ 2,000mAh มอบอายุการใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ชม. เลยทีเดียว (เปิดความดังประมาณ 50-60%) และพอร์ตชาร์จจะใช้เป็นพอร์ต USB Type-C ตามมาตรฐานปัจจุบัน เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการชาร์จ และยังรองรับการเชื่อมต่อลำโพงสเตอริโอแบบไร้สายด้วย โดยสามารถเชื่อมต่อลำโพงรุ่นเดียวกัน 2 ตัว เพื่อที่ช่วยกันขับเสียงออกมาเป็นระบบสเตอริโอ ขับเสียงแบบรอบทิศทางซ้ายและขวา

ขนาดที่เล็ก กะทัดรัดของ Xiaomi Mi Portable
ขนาดที่เล็ก กะทัดรัดของ Xiaomi Mi Portable

ในด้านของคุณภาพเสียงก็ถือว่าทำได้ดีเลยครับ โดยลำโพงตัวนี้มีกำลังขับรวมอยู่ที่ 5W RMS ครับ และจะขับเสียงผ่านไดร์เวอร์ Full range ขนาดดอก 52 มม. ซึ่งสามารถให้เสียงที่ค่อนข้างดังเกินตัว ให้เสียงเบสที่หนักแน่นใช้ได้ เสียงกลางมีความคมชัดสูง ฟังง่าย และเสียงแหลม ที่พุ่งเคลียร์ใส เน้นการฟังเพลงสนุก ๆ มันส์ ๆ ซึ่งเมื่อเทียบคุณภาพเสียงกับราคา ถือว่าคุ้มค่าพอสมควรเลยครับ ใครที่ต้องการลำโพงเล็ก ๆ ที่มีดีไซน์สวย เสียงดี ฟังเพลง หรือดูหนักก็ได้ แถมราคาไม่แพง รุ่นนี้ตอบโจทย์มากครับ

ข้อดี

  • โทนเสียงจะให้ความรู้สึกที่สนุกเป็นหลัก
  • ดีไซน์มาพร้อมบ่วงเชือกในตัว สำหรับนำไปแขวนกับสิ่งต่าง ๆ
  • บอดี้มีการป้องกันน้ำและฝุ่นที่ระดับ IPX7
  • มีไมโครโฟนในตัว
  • รองรับ TWS การจับคู่รุ่นเดียวกัน เข้าด้วยกันได้ 2 ตัว เพื่อระบบเสียงแบบสเตอริโอ
  • อายุการใช้งาน 10 ชม. (ตามสเปก)
  • ราคาประหยัด

ข้อควรพิจารณา

  • วัสดุบอดี้ธรรมดา
  • ไม่ตอบสนองเสียงในย่านความถี่ต่ำ ๆ
  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อ AUX 3.5 mm.
  • ไม่รองรับพอร์ต USB type-A และอื่น ๆ
  • การชาร์จค่อนข้างช้า
กําลังขับ 5W RMS
ช่วงความถี่ 100Hz - 18kHz
ความดังสูงสุด N/a
การป้องกันน้ำ IP67
Bluetooth Bluetooth 5.0
พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type C
อายุการใช้งาน สูงสุด 10 ชม.
ระยะเวลาชาร์จ 3 ชม.
ขนาด 8.6 x 8.6 x 4.5 ซม.
น้ำหนัก 185 ก.
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว

วิธีการดูแลลำโพงบลูทูธ เพื่อให้ใช้งานไปได้นาน ๆ

1. ทำให้ลำโพงสะอาดอยู่ตลอดเวลา

การที่จะรักษาประสิทธิภาพของลำโพงไว้ให้ดีได้คือ การทำความสะอาดลำโพง โดยป้องกันไม่ให้มีคราบฝุ่นหรือสิ่งสกปรกไปอุดลำโพงครับ อย่างไรก็ดีการที่จะทำความสะอาดนั้น คุณก็จะต้องรู้ก่อนว่า ตัวลำโพงไม่ควรที่จะใช้น้ำนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีระบบกันน้ำก็ตาม เนื่องจากของเหลวอาจไหลเข้าไปในตัวเครื่อง จนทำให้ตัวเครื่องได้รับความเสียหาย ซึ่งวิธีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง เราขอแนะนำให้ใช้ผ้าสะอาดที่มีผิวนุ่มมาเช็ดอย่างเบามือ ร่วมกับการใช้เครื่องดูดฝุ่น มาดูดเอาฝุ่นออกครับ

2. เก็บลำโพงไว้ในอุณหภูมิห้อง

หากเราเก็บลำโพงไว้ในที่แสงแดดส่องถึง หรือมีอุณภูมิที่สูงกว่า 30 องศา มันสามารถส่งผลต่อแบตเตอรี่ของลำโพงได้ครับ ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณเก็บไว้ในจุดที่ไม่โดนแดด เช่น ในลิ้นชัก ใต้โต๊ะ เป็นต้น เพื่อรักษาแบตเตอรี่ลำโพงให้มีประสิทธิภาพที่ดีในการเก็บพลังงานไฟฟ้า

3. หลีกเลี่ยงไม่ให้ลำโพงโดนน้ำ

ถึงแม้ว่าลำโพงบลูทูธในปัจจุบัน มักจะมาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำที่ดีเยี่ยมอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดีเราขอแนะนำให้เพื่อน ๆ หลีกเลี่ยงไม่ให้ลำโพงโดนน้ำจะดีกว่าครับ เพราะการป้องกันน้ำของตัวลำโพง ไม่ได้หมายความว่ามันจะช่วยได้แบบ 100% เสมอไป เพราะเมื่อเราใช้งานไปนาน ๆ ยิ่งลำโพงเก่าไปมากเท่าไหร่ ระบบการป้องกันน้ำก็จะเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ จนมันไม่สามารถป้องกันน้ำได้อีก ฉะนั้นอย่าให้โดนน้ำจะดีที่สุดครับ


ในปัจจุบันลำโพงไร้สายมีอยู่หลายประเภทมาก ๆ ครับ แต่ละแบรนด์ก็มีการออกแบบมาเฉพาะเจาะจงมากขึ้น อย่างในบทความนี้ ก็จะเน้น การพกพาที่สะดวกสบาย ทุกรุ่นก็จะมีขนาดเท่า ๆ กับฝ่ามือ ใช้วัสดุอย่างดี แถมกันน้ำได้ ซึ่งด้วยขนาดที่เล็ก พื้นที่ในตัวลำโพงก็จะจำกัด ทำให้ต้องลดคุณภาพเสียงลง นี่คือสิ่งที่เราจะต้องแลกครับ แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ ต้องการลำโพงที่ขับเสียงดี ๆ บวกกับจะต้องพกพาได้ด้วย เพื่อน ๆ ก็สามารถขยับไปเลือก ลำโพงบลูทูธ (Bluetooth Speaker) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยได้ ซึ่งขนาดอาจจะใหญ่ และหนักขึ้น แต่เสียงดีแน่นอนครับ

Previous Post

Power Bank ดีไซน์น่ารัก ๆ สำหรับผู้หญิง ยี่ห้อไหนดี

Next Post

เครื่องครัวเด็กหอ งบไม่เกิน 1000 บาท (แต่ละชิ้น) แบบไหน ยี่ห้อไหนดี

Next Post

เครื่องครัวเด็กหอ งบไม่เกิน 1000 บาท (แต่ละชิ้น) แบบไหน ยี่ห้อไหนดี

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

ลำโพง

ลำโพงอัจฉริยะ สั่งการด้วยเสียงได้ ยี่ห้อไหนดี

August 25, 2026
ลำโพง

เครื่องขยายเสียง (Power Amplifier) / แอมป์ รุ่นไหนดี

August 25, 2026
ลำโพง

ชุดโฮมเธียเตอร์ สร้างโรงหนังส่วนตัวในบ้านของคุณ ยี่ห้อไหนดี

August 25, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้