คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 8.2 เต็ม 10
เดี๋ยวนี้ หูฟัง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอวัยวะสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ไปแล้วค่ะ เอาจริง ๆ แล้วเราเองก็มองว่าหูฟังเป็นอีกไอเทมที่สำคัญกับการใช้ชีวิตของเรามาก ๆ อย่างตอนทำงานเราก็อยากจะเปิดเพลงที่ชอบให้หัวลื่น ๆ หรือระหว่างกำลังนั่งรถกลับบ้านก็อยากจะเปิดเพลงฆ่าเวลาไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้แล้วการใช้หูฟังยังมีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ โดยเฉพาะตอนที่ต้องคุยเรื่องสำคัญผ่านโทรศัพท์มือถือค่ะ
บอกก่อนเลยว่าเราลองใช้หูฟังมาหายแบบมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบมีสายหรือ Hand Free (หรือที่เราเรียกว่า Small Talk 🤣) หูฟัง in ears, หูฟังบลูทูธ หรือจะเป็นหูฟังครอบหูตามสไตล์วัยรุ่น Y2K เราเองก็เคยลองใช้เหมือนกันค่ะ และก่อนหน้านี้เราได้ลองหยิบ หูฟังครอบหู Baseus D02 Pro มารีวิวไปแล้ว บทความนี้เราเลยอยากเอาหูฟังตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Lenovo Thinkplus TH10 มารีวิวบ้าง
ซึ่งในบทความของเราก็มีข้อมูลของ หูฟังครอบหู Lenovo thinkplus TH10 มาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของข้อมูลจำเพาะที่สำคัญ, การใช้งานและคุณภาพของตัวหูฟัง ไปจนถึงบทสรุปและคำแนะนำสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าหูฟังรุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
ข้อมูลจำเพาะของ Lenovo Thinkplus TH10
![]() |
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||
คลิปวิดีโอ รีวิวหูฟัง Lenovo thinkplus TH10 (ลองใช้งานจริง)
อุปกรณ์ภายในกล่องและวัสดุ Lenovo Thinkplus TH10

- หูฟัง
- สายชาร์จ USB-C (30 ซม.)
- สาย AUX (120 ซม.)
- คู่มือการใช้งาน (CH-EN)
ทดลองใช้งานจริง หูฟัง Lenovo thinkplus TH10
ขนาดและน้ำหนัก
ถึงคุณภาพเสียงจะเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจซื้อ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าขนาดและน้ำหนักจะเป็นสิ่งแรกที่เราจะสัมผัสได้ และที่รู้สึกได้เลยก็คือน้องเบาม๊ากกกก ถ้าเทียบกับ Baseus D02 Pro ที่เราใช้มาก่อนหน้านี้จะรู้สึกได้ถึงความต่างอย่างชัดเจน และแน่นอนว่าน้ำหนักเบามักจะมาพร้อมกับความสะดวกสบาย ใช้งานนาน ๆ แล้วจะไม่รู้สึกหนักหัวหรือหนักคอนั่นเองค่ะ บอกเลยว่าหูฟังรุ่นนี้นี่ใส่ทั้งวันก็ยังได้ เพราะแทบจะไม่รู้สึกหนักอะไรเลย

ในส่วนของขนาดก็ถือว่าค่อนข้างพอดีนะคะ สายคาดหัวไม่ใหญ่จนเกินไปและมีการบุหนังนุ่มมาให้ทำให้ตัวสายคาดไม่กินผมและไม่ทำให้รู้สึกเจ็บหัว ขณะที่ Ear Muff ก็ถือว่ามีคุณภาพ มีการบุโฟมและหุ้มด้วยหนังนิ่ม ทำให้ใส่ได้นานโดยไม่รู้สึกปวดหูและไม่รู้สึกร้อน ส่วนที่ครอบหูจะมีการดีไซน์แบบเอียง ๆ หน่อยให้เข้ากับรูปทรงของใบหู ช่วยซัปพอร์ตและครอบปิดใบหูได้ดี ส่วนตัวแล้วเราใส่ได้นานไม่รู้สึกเจ็บ บวกกับตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาเลยทำให้รู้สึกสบายมากขึ้นค่ะ
การเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อใช้งานไร้สาย
สำหรับการเชื่อมต่อก็ไม่ได้ซับซ้อนเลยค่ะ เลื่อนปุ่มไปที่ ON จากนั้นแสง LED จะกะพริบเพื่อเป็นสัญญาณเตือนว่าโหมด bluetooth ถูกเปิดใช้งานแล้ว จากนั้นกดเลือก thinkplus-TH10 บนอุปกรณ์ของคุณ ตัวหูฟังจะมีเสียงเตือนเมื่ออุปกรณ์เชื่อมต่อสำเร็จค่ะ
นอกจากนี้ตัวหูฟังยังมีระบบจดจำอุปกรณ์และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เคยจับคู่ไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาเชื่อมต่อใหม่ทุกครั้ง ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ง่ายและสะดวกสุด ๆ ในช่วงเวลาที่เร่งรีบ

ปุ่มควบคุม
การควบคุมทั้งหมดอยู่ที่ด้านซ้าย ส่วนตัวแล้วค่อนข้างสะดวกสำหรับคนถนัดขวาแบบเรานะคะ เพราะขณะที่ต้องใช้มือข้างที่ถนัดทำงาน มืออีกข้างที่ยังว่างก็สามารถใช้ควบคุมตัวหูฟังได้สะดวก ในส่วนของการควบคุมจะประกอบไปด้วย ไมโครโฟน, ช่องเสียบ AUX, พอร์ตชาร์จ type C, และปุ่มควบคุมที่มีการใช้งานดังนี้ค่ะ
⏯ กดหนึ่งครั้งเพื่อเล่น/หยุดเสียง
➕/ ⏪ กดหนึ่งครั้งเพื่อเพิ่มเสียง / กดค้างไว้เพื่อเล่นเสียงถัดไป
➖/ ⏩ กดหนึ่งครั้งเพื่อลดเสียง / กดค้างไว้เพื่อเล่นเสียงก่อนหน้า
🔛 เลื่อนซ้าย-ขวาเพื่อเปิด-ปิดการใช้งาน
ส่วนใครที่กำลังสงสัยว่าแล้วการโทรคุยนี่มันควบคุมยังไง? บอกก่อนเลยว่าในคู่มือที่ทางแบรนด์ให้มาไม่มีการระบุข้อมูลในส่วนนี้เอาไว้ แต่หลังจากเราทดลองใช้งานดูก็พบว่าเราสามารถควบคุมการโทรได้แค่ 2 จุด คือกด ⏯ (ปุ่มเล่น/หยุดเสียง) หนึ่งครั้งเพื่อรับหรือวางสายแค่นั้นเองค่ะ อาจจะมีฟังก์ชั่นไม่เยอะมากนักแต่ก็ถือว่าง่ายและไม่ซับซ้อน

คุณภาพเสียง
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าเราไม่ใช้สายเพลงร็อกหรือฟังเพลงหนัก ๆ สักเท่าไหร่นะคะ แต่หลังจากลองใช้งานแล้วส่วนตัวเราค่อนข้างพอใจในระดับหนึ่ง เสียงที่ออกมาจะมีความสมูท ๆ เบสไม่ได้ทุ้มหรือหนักมากนัก คุณภาพเสียงโดยรวมยังมีความแบน ๆ ไม่มีมีมิติเท่าที่ควรทั้ง ๆ ที่บางแบรนด์มีไดรเวอร์ขนาด 40 มม. มาให้ถึง 2 ตัว แถมยังมี subwoofer มาให้อีกต่างหาก ถึงจุดนี้จะไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา แต่ถ้าใครต้องการเบสแน่น ๆ หนัก ๆ นี่อาจจะยังไม่สะใจสักเท่าไหร่ค่ะ
นอกจากนี้หากเร่งเสียงดังมาก ๆ เสียงเพลงก็จะทะลุออกมาด้านนอก ไม่ต่างจากหูฟังตัวก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ แต่ส่วนตัวแล้วจุดนี้ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะเปิดแค่ 1 ขีดเสียงก็ดังพอสมควรแล้วค่ะ

สิ่งที่หลายคนรวมถึงตัวเราเองต้องการคงจะเป็นคุณภาพในการตัดเสียงรบกวน ยิ่งตัดเสียงได้ดีเท่าไหร่จะยิ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้เรามากขึ้นเท่านั้น แต่คงต้องขอบอกตรง ๆ ว่าการตัดเสียงรบกวนของหูฟังรุ่นนี้ยังไม่ถูกใจเราสักเท่าไหร่ เพราะตัดเสียงได้แค่ 20 – 30% เท่านั้นเองค่ะ ถือว่าค่อนข้างน้อยและไม่มีความเป็นส่วนตัวมากนักสำหรับเรา แต่ถ้ามองในแง่ดี การที่หูฟังตัดเสียงรบกวนได้น้อยก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะอยู่ในพื้นที่สาธารณะ แต่เราก็ยังขอยืนยันคำเดิมว่ายังไม่ถูกใจจุดนี้สักเท่าไหร่
คุณภาพการโทร
สำหรับคุณภาพเสียงโทร สำหรับเราถือว่าดีนะคะ เพราะตัวครอบหูมันปิดทับทั้งใบหูทำให้สามารถได้ยินเสียงชัดเจน รวมไปถึงไมโครโฟนที่ติดตั้งอยู่ที่บริเวณปลายด้านซ้ายทำให้ปลายสายได้ยินเสียงชัด ไม่ติดขัด และไม่มีอาการเสียงกระตุกเหมือนตอนฟังเพลงค่ะ ใครเป็นสายเม้า ชอบคุยนาน ๆ นี่น่าจะเหมาะเลยนะคะ

คุณภาพแบตเตอรี่
หูฟังรุ่นนี้ใช้เแบตเตอรี่แบบลิเธียมและสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน 8 – 9 ชั่วโมง ตัวหูฟังมีแบตเตอรี่ให้มาในตัวแล้วสามารถใช้งานได้เลยค่ะ ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่ก็ค่อนข้างจะรวดเร็ว เพราะเวลาชาร์จจาก 0 – 100% ใช้เวลาไปเพียงแค่ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น ถือว่าใช้เวลาน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาการใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ก็แอบเสียดายตรงที่ทางแบรนด์ให้สายชาร์จมาสั้นไปหน่อยทำให้ใช้งานไม่สะดวกมากนักค่ะ แต่ก็อาจจะสามารถเปลี่ยนสายชาร์จได้ค่ะ
ความคุ้มค่าในการใช้งาน Lenovo Thinkplus TH10
ถ้าถามว่าคุ้มค่ามั้ย? สำหรับคนที่เน้นใช้งานเบา ๆ อย่างเราก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะคะ เพราะตัวหูฟังมีขนาดกำลังดี น้ำหนักเบา แถมยังสวมใส่สบายไม่ปวดใบหู รวมไปถึงคุณภาพเสียงที่ได้มาก็ไม่ได้น้อยหน้าแบรนด์ไหน ถึงโดยรวมเสียงจะเบลน ๆ ดูไม่มีมิติไปหน่อยแต่ก็เหมาะกับเพลงแนว aesthetic, pop, acoustic หรือใช้ดูหนังฟังเพลงได้สบาย ๆ เลยค่ะ และหลังจากใช้งานมาสักระยะหนึ่งเราก็ได้แยกจุดเด่นและจุดด้อยของหูฟังรุ่นนี้ออกมาได้ดังนี้
จุดเด่น
- สีสวย ขนาดกำลังดีไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป
- ซับหูฟังออกแบบให้พอดีกับรูปทรงของใบหู
- เชื่อมต่อง่าย
- น้ำหนักเบา
- ไดรเวอร์ 40 มม. 2 ตัวพร้อม subwoofer
- 3D Surrounding Audio
- มีไมโครโฟนในตัว อีกฝ่ายได้ยินเสียงชัดเจน (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม / สัญญาณอินเทอร์เน็ต)
จุดที่ควรพิจารณา
- ปุ่มกดค่อนข้างเสียงดัง รบกวนทั้งตัวเองและคนรอบข้าง
- บางฟังก์ชั่นไม่สามารถใช้งานบน PC หรือ MAC ได้
- เปิดเกิน 50% เสียงจะทะลุออกมาด้านนอก
- สายชาร์จ USB-C แต่สั้นไปหน่อย
- AUX แบบธรรมดา ไม่สามาถใช้โทรคุยได้
- เสียงกระตุกเป็นบางช่วง (อาจจะไม่ได้เป็นทุกตัวและไม่ได้เป็นตลอด)
- หูฟังตัดเสียงรอบข้างได้แค่เล็กน้อย
- เสียงเบสไม่ค่อยทุ้ม ธรรมดา
- ใช้ Bluetooth V5.1 ถือว่าค่อนข้างเก่า
ให้คะแนนความคุ้มค่า และความพึงพอใจที่มีต่อ Lenovo Thinkplus TH10
![]() |
![]() |
คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 8.2 เต็ม 10
หลังจากใช้งานมาหลายวัน สิ่งแรกที่สัมผัสได้เลยก็คือความเบาสบายและไม่รู้สึกปวดใบหู บอกตรง ๆ ว่าเราพอใจกับจุดนี้มาก ๆ เพราะสำหรับเราแล้วต่อให้หูฟังเสียงดีแค่ไหน แต่ถ้าใส่แล้วไม่รู้สึกสบายหู ใส่แล้วปวดใบหูก็คือพอ! เลิก! หล่อนไม่ได้ไปต่อ แต่หูฟังรุ่นนี้ยอมรับเลยว่าใส่สบายจริง ๆ ค่ะ จะนั่ง จะนอน หรือยืน เดิน กระโดด ตีลังกาก็ยังไม่เลื่อนหลุดแถมยังไม่บีบจนรู้สึกปวดหัวมากนักเมื่อเทียบกับหูฟังรุ่นอื่น ๆ ที่เราเคยใช้งานมาก่อนหน้านี้
ในส่วนของคุณภาพเสียงก็โอเคอยู่นะคะ เสียงเบสอาจจะไม่ได้ทุ้มหรือโดดเด่นมากนักแต่ก็ไม่ได้แย่จนเกินไป ส่วนตัวฟังแล้วไม่รู้สึกเสียอรรถรสสักเท่าไหร่ค่ะ เสียงที่ออกมาอาจจะมีมิติน้อยไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนที่เน้นการใช้งานแบบทั่ว ๆ ไปอย่างเรา แต่จุดที่ไม่เราไม่ค่อยจะพึงพอใจสักเท่าไหร่ก็คือ ตัวหูฟังรุ่นนี้ตัดเสียงรบกวนได้แค่ 20 – 30% ซึ่งถือว่าน้อยสำหรับคนที่ต้องการความเงียบสงบแบบเรา แต่ถ้าใครไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้มากนักก็น่าจะโอเคอยู่ค่ะ

ซื้อเลย – ถ้าหาก :
คุณกำลังมองหาหูฟังที่สวมใส่บาย
ส่วนตัวแล้ว Lenovo Thinkplus TH10 ถือว่าเป็นหูฟังแบบครอบหูที่สวมใส่สบายมากที่สุดเท่าที่เราเคยใช้งานมาค่ะ ตัว earmuff มีการออกแบบให้เอียงรับไปกับรูปทรงของใบหูและบุหนังนิ่มมาให้ ช่วยให้สามารถใช้งานได้นานโดยไม่รู้สึกปวดหรือร้อนใบหูค่ะ
คุณต้องการหูฟังคุณภาพดีในราคาสบายกระเป๋า
หลายคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า Lenovo เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นทั้งในด้านของชื่อเสียงและคุณภาพ ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าหูฟังรุ่นนี้จะต้องมีคุณภาพดีไม่น้อยไปกว่าใครแน่นอนค่ะ ขณะที่คุณภาพของตัวหูฟังถือว่าอยู่ในระดับกลางถึงสูง แต่ราคากลับอยู่ที่ระดับหลักร้อยกลาง ๆ ไม่ได้สูงจนเกินไป
คุณชื่นชอบสไตล์มินิมอลเป็นชีวิตจิตใจ
ตัวหูฟังถูกแบบให้มีความเรียบง่ายแบบ unisex หรือสามารถใช้งานได้ทุกเพศทุกวัย โลโก้ของทางแบรนด์ถูกติดตั้งไว้ในจุดที่ไม่ได้โดดเด่นมากนัก รวมไปถึงส่วนต่าง ๆ มีการเลือกใช้โทนสีเดียวกันทำให้ตัวหูฟังดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความโดดเด่นได้อย่างแนบเนียนค่ะ จะสวมใส่ออกไปข้างนอกหรือวางตกแต่งบ้านก็สวยงาม
อย่าซื้อ – ถ้าหาก :
คุณต้องการหูฟังที่เน้นเสียงเบสมากเป็นพิเศษ
แม้จะมี subwoofer และ dual core driver ขนาด 40 มม. มาให้ แต่คุณภาพเสียงเบสค่อนข้างจะกลาง ๆ ไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ดังนั้นหูฟังรุ่นนี้อาจจะไม่เหมาะกับการเน้นเสียงเบสสักเท่าไหร่ค่ะ เหมาะกับการใช้งานทั่ว ๆ ไปมากกว่า
คุณกำลังมองหาหูฟังที่ตัดเสียงรบกวนได้ดี
ถึงตัวหูฟังจะสวมใส่สบายและไม่ทำให้ร้อน แต่ประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนยังไม่เป็นที่น่าพอใจสักเท่าไหร่สำหรับเรา เพราะต่อให้สวมใส่หูฟังและขณะเปิดหรือปิดเพลงก็ยังได้ยินเสียงรอบข้างอยู่ดี เว้นแต่จะเปิดเสียงดังมาก ๆ ซึ่งเราไม่แนะนำสักเท่าไหร่เพราะเสียงจะทะลุออกมาจนรบกวนคนรอบข้างค่ะ
คุณต้องการหูฟังที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการใหม่ ๆ
หูฟังรุ่นนี้มาพร้อมกับ Bluetooth V5.1 ซึ่งถือว่าเก่ามาก ๆ เมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เปลี่ยนมาใช้ V5.3 กันหมดแล้ว ถึงเวอร์ชั่นของบลูทูธจะไม่ส่งผลต่อคุณภาพเสียง แต่ในด้านของความเสถียรของสัญญาณ ความรวดเร็วในการเชื่อมต่อ และความแม่นยำในการส่งข้อมูลก็ยังน้อยกว่าบลูทูธรุ่นใหม่ ๆ อยู่ดีค่ะ

