พิกเกิลบอล (Pickleball) เป็นกีฬาที่กำลังมาแรงในตั้งแต่ปี 2022 มาจนถึงปี 2023 เพราะมีการรายงานว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกามากถึง 115 เปอร์เซ็นหรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายคือมีจำนวนขึ้นเล่นเพิ่มขึ้นถึง 5 ล้านคนเลยทีเดียวครับ สาเหตุที่กีฬาชนิดนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเป็นเพราะมันเป็นกีฬาที่ฝึกง่าย กติกาไม่ยุ่งยาก ไม่ว่าอายุมากน้อยแค่ไหนก็สามารถหยิบไม้ขึ้นมาเล่นได้ทันทีครับ ซึ่งจะเป็นการผสมผสานของเทนนิส, ปิงปอง และแบดมินตัน
ทั้งนี้ด้วยการเติบโตของพิกเกิลบอลที่มากขนาดนี้ทำให้ปัจจุบันมีการแข่งขันแบบ Professional อย่างจริงจัง เรียกว่าใครเล่นเก่งสามารถนำสกิลนี้ไปใช้เล่นเป็นอาชีพได้เลยละครับ ดังนั้นใครที่กำลังสนใจจะเริ่มต้นเล่นพิกเกิลบอล ในบทความนี้ผมจะมาแชร์ ‘กติกาเล่น pickleball และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับมือใหม่หัดเล่น’ ให้ทุกคนได้ศึกษาและเตรียมความพร้อมกันครับ
กติกาและวิธีการเล่น Pickleball

1. ทุกคะแนนเริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟ
การแข่งขันไม่ว่าจะเป็นแต้มไหนจะต้องเริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟครับ โดยผู้เล่นฝั่งที่จะเสิร์ฟถ้าหากยืนอยู่ทางขวาของคอร์ตก็จะต้องเสิร์ฟไปทางซ้ายของฝั่งคู่แข่ง แต่ถ้าหากยืนอยู่ทางซ้ายก็จะต้องเสิร์ฟไปทางขวาของคู่แข่งครับ การเสิร์ฟที่ถูกกติกาคือจะต้องให้บอลอยู่หลังเส้น Kitchen (เส้นแบ่งของคอร์ต) ถ้าหากเสิร์ฟบริเวณหน้าเน็ตก่อนถึงเส้นหรือเสิร์ฟแล้วบอลไปแตะเส้นพอดีถือว่าเป็นการเสิร์ฟเสียครับ
2. ต้องเสิร์ฟบอลใต้ลูก
การเสิร์ฟที่ถูกต้องตามกติกาคือบอลจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเอว ดังนั้นไม้ของเราจะต้องขึ้นมาจากด้านล่าง ไม่ใช่การตีกดมาจากข้างบน (ไม่เหมือนเทนนิส) หรือศัพท์ในกีฬาเรียกว่า Underhand ครับ ทั้งนี้เราจะปล่อยบอลให้กระดอนลงพื้นก่อนแล้วค่อยตี หรือจะปล่อยบอลจากอากาศแล้วตีก่อนที่บอลจะดอนลงพื้นก็ได้ครับ
3. เกมส์จะไม่หยุดจนกว่าจะมีข้อผิดพลาด
หลังจากเสิร์ฟไปแล้วการแรลลี่หรือการโต้ไปโต้มาจะเล่นกันอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำเสียหรือพลาดครับ โดยการเสียแต้มจะมีอยู่ทั้งหมด 3 กรณี

- เสิร์ฟลงเส้นหรือก่อนเส้น Kitchen
- ตีบอลหรือเสิร์ฟบอลออกเส้นข้างสนาม
- ตีบอลหรือเสิร์ฟบอลติดตาข่าย
4. ไม่สามารถขึ้นมาวอลเลย์บอลเหนือเส้น Kitchen ได้
การแรลลี่บอลมีกฎคือห้ามผู้เล่นเข้าไปยืนวอลเลย์อยู่บริเวณเหนือเส้นหรือเหยียบบนเส้น Kitchen ซึ่งสาเหตุที่ต้องมีกติกานี้ก็เพื่อให้เกมส์การแข่งขันสนุกขึ้นกว่าเดิม เพราะถ้าหากผู้เล่นขึ้นไปวอลเลย์ใกล้ตาข่ายจนเกินไปจะได้เปรียบและการแรลลี่จะจบเร็วจนเกินไปครับ
** หมายเหตุ : การวอลเลย์คือการตีบอลกลางอากาศ โดยที่ลูกยังไม่กระดอนลงพื้นในฝั่งของเราครับ **
5. สามารถตีกราวด์สโตรกเหนือเส้น Kitchen ได้

ถ้าหากผู้เล่นฝั่งตรงข้ามตีบอลมาลงบริเวณเหนือเส้น Kitchen เราสามารถวิ่งเข้าไปเล่นได้ครับ แต่ห้ามวอลเลย์บอลโดยเด็ดขาดเพราะจะผิดกติกาตามข้อ 4 ซึ่งโดยเทคนิคแล้วเราสามารถวางบอลกลับไปเหนือเส้น Kitchen ของอีกฝั่งได้เช่นกัน เพื่อเป็นกลยุทธ์ให้คู่แข่งเสียจังหวะหรือรับบอลยากขึ้นนั่นเองครับ
6. ลูกบอลจะต้องตกพื้นทั้งสองฝั่งก่อนจึงจะสามารถวอลเลย์ได้
ก่อนที่ทั้ง 2 ฝั่งจะเริ่มวอลเลย์ได้ บอลจะต้องกระดอนพื้นของทั้งสองฝั่งก่อนครับ อย่างเช่น ฝั่งเสิร์ฟเสิร์ฟไปยังฝั่งคู่แข่งเมื่อลงพื้นแล้วจะนับเป็น 1 เมื่อคู่แข่งตีกลับมาจะนับเป็น 2 หลังจากนั้นทั้งสองฝั่งจะเริ่มวอลเลย์ได้ครับ ซึ่งเหตุผลนี้ก็เพื่อฝั่งที่เสิร์ฟไม่ขึ้นไปไกลตาข่ายเพื่อจบแต้มเร็วจนเกินไป ในขณะที่ฝ่ายรับเสิร์ฟยังไม่พร้อมในการรับบอล
7. ได้แต้มก็ต่อเมื่อตัวเองเสิร์ฟเท่านั้น
ในเกมส์การแข่งขัน Pickleball การที่เราจะได้คะแนนเราจะต้องเป็นฝ่ายเสิร์ฟและสามารถทำแต้มได้ครับ อย่างเช่นถ้าหาก Team A เสิร์ฟแล้ว Team B ทำเสียในกรณีไหนก็แล้วแต่ Team A จะได้คะแนนไป แต่ถ้าหากเป็นกรณี Team B เป็นฝ่ายรับเสิร์ฟแล้ว Team A ทำเสีย Team B จะยังไม่ได้แต้มจนกว่าจะเป็นฝ่ายเสิร์ฟแล้วชนะในจังหวะนั้นครับ
8. ทั้ง 2 คนมีสิทธิ์ในการเสิร์ฟทั้งคู่ (กรณีเล่นคู่)

การขานคะแนนของ Pickleball จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ตัวเลข อย่างเช่น “2 – 2 – 1”
- ตัวเลขแรกเป็นการขานคะแนนของทีมที่กำลังจะเสิร์ฟ
- ตัวเลขที่สองเป็นการขานคะแนนของทีมที่กำลังจะรับเสิร์ฟ
- ตัวเลขที่สามเป็นการขานตำแหน่งของคนที่จะต้องเสิร์ฟ (มีเพียงแค่ 1 กับ 2)
นั่นหมายความว่าการเล่นแบบ Double หรือเล่นคู่พาร์ทเนอร์จะมีโอกาสเสิร์ฟทั้งสองคนครับ
9. ทีมที่ทำแต้มได้ถึง 11 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะ
หากทีมใดทีมหนึ่งทำคะแนนได้ถึง 11 แต้มก่อนจะเป็นผู้ชนะทันทีครับ ยกเว้นในกรณีที่มีการดิวซ์เช่นคะแนน 10 – 10 จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำได้มากกว่า 2 คะแนนครับ ดังนั้นคะแนนจะจบที่ 12 – 10 หรือมากกว่านั้นเช่น 13 – 11 หรือ 14 – 12 เป็นต้น
อุปกรณ์ Pickleball ที่ต้องเตรียมก่อนลงเล่นในสนาม
1. ไม้ Pickleball

ไม้พิกเกิลบอลมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 20 x 40 นิ้ว และมีน้ำหนักในช่วง 7 – 10 ออนซ์ โดยรูปร่างของไม้มีความใกล้เคียงกับไม้ปิงปองแต่มีขนาดที่ใหญ่กว่าและใช้วัสดุในการผลิตแตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งนี้ไม้พิกเกิลบอลในแต่ละแบรนด์จะมีกริป, น้ำหนัก และสไตล์แตกต่างกันออกไป แนะนำว่าให้เลือกไม้ที่รู้สึกว่าตีถนัดมือหรือถ้าให้เซฟ ควรจะเลือกแบรนด์ชั้นนำเป็นตัวเลือกแรก ๆ ครับ
2. ลูก Pickleball

ลูกพิกเกิลบอลมีให้เลือก 2 ประเภท นั่นคือลูกสำหรับเอาไว้เล่นกลางแจ้ง และลูกสำหรับเล่นในร่มครับ ซึ่งลูกพิกเกิลบอลที่ใช้เล่นกลางแจ้งจะผลิตมาจากพลาสติกแข็งและมีรูบนลูกที่เล็กกว่า ในขณะที่ลูกสำหรับการเล่นในร่มจะผลิตจากพลาสติกที่อ่อนกว่าแต่รูบนลูกจะมีมากกว่าครับ ปกติแล้วรูบนลูกนั้นมีตั้งแต่ 26 ไปจนถึง 46 รู ส่วนสีก็มีให้เลือกค่อนข้างเยอะแต่ที่นิยมกันมาก ๆ คือ เขียวและเหลือง
3. กริปไม้ Pickleball

ด้ามของไม้พิกเกิลจะต้องมีการพันด้วยกริปคล้าย ๆ กับไม้เทนนิสครับ เพราะมันช่วยให้จับไม้ง่ายขึ้นและป้องกันการลื่นหลุดมือด้วย จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนจะต้องใช้และซื้อเก็บเอาไว้ครับ
4. กระเป๋าสำหรับใส่อุปกรณ์ Pickleball

จริง ๆ แล้วไม่ว่ากระเป๋าแบบไหนก็สามารถใส่อุปกรณ์ของพิกเกิลลงไปได้ แต่ถ้าให้ดีการซื้อกระเป๋าสำหรับใส่พิกเกิลบอลโดยเฉพาะจะดีกว่าครับ เพราะกระเป๋ามีการแบ่งช่องสำหรับใส่อุปกรณ์ไว้อย่างชัดเจน ช่วยให้เราเก็บของได้เป็นที่เป็นทางหยิบอุปกรณ์ง่ายขึ้น ที่สำคัญคือกระเป๋าช่วยเก็บรักษาและยืดอายุการใช้งานให้กับอุปกรณ์อีกด้วย เพราะมันป้องกันรังสี UV และความชื้นได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าหากใครคิดจะเล่นเป็นงานอดิเรกหรือเล่นกันบ่อย ๆ แนะนำว่าควรซื้อครับ
5. ตาข่ายและแท่นยึด

ตาข่ายเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในการเล่น Pickleball ซึ่งตามกฎของกีฬาชนิดนี้ตาข่ายจะมีความสูงอยู่ที่ 34 – 36 นิ้ว โดยความสูงของตาข่ายข้าง ๆ เสาจะอยู่ที่ 36 นิ้ว ส่วนบริเวณจุดกึ่งกลางมีความสูงที่ 34 นิ้วครับ
6. รองเท้า Pickleball

รองเท้าที่ผลิตออกมาเพื่อเล่นพิกเกิลบอลในไทยอาจจะหายากสักหน่อย แต่ถ้าหาซื้อไม่ได้จริง ๆ รองเท้าเทนนิสสามารถนำมาใส่ทดแทนกันได้ครับ เพราะพื้นสนามของพิกเกิลเหมือนกับเทนนิส ดังนั้นการยึดเกาะและการเคลื่อนไหวซัพพอร์ตดีไม่แพ้กัน