5 วิธีการประหยัดเงินเมื่อไปจ่ายตลาด หรือช้อปปิ้งซื้อของสดเข้าบ้าน

ต้องยอมรับว่าข้าวของในทุกวันนี้แพงเหลือเกินครับ จากที่เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน อาหารตามสั่งราคา 25-30 บาท พิเศษ 30-40 บาท แต่ในทุกวันนี้อาหารตามสั่งแตะไปถึง 60 – 70 บาทแล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนั่นเอง ดังนั้นการที่จะอยู่รอดและมีเงินเก็บเราก็จะต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและรู้วิธีการประหยัดเงินอย่างถูกต้องเพื่อให้พอกับค่าใช้จ่าย ทั้งนี้การประหยัดเงินสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการซื้ออาหารและวัตถุดิบเข้าบ้านเลยครับ ซึ่งในบทความนี้ผมจะมาแชร์ ‘วิธีการประหยัดเงินเมื่อต้องเข้าไปจ่ายตลาด หรือช้อปปิ้งซื้อของสดเข้าบ้าน’ กันครับ

1. ต้องทราบก่อนว่าจะซื้ออะไร ?

ต้องทราบก่อนว่าจะซื้ออะไร ? ลิิสเมนูอาหาร เช็คอาหาร เช็คของในตู้เย็น ตู้เย็น แม่บ้าน
ก่อนที่จะออกไปจ่ายตลาดแนะนำให้เช็กตู้เย็นหรือตู้กับข้าวก่อนสักนิดว่าขาดเหลืออะไรบ้าง

ก่อนที่จะออกไปจ่ายตลาดแนะนำให้เช็กตู้เย็นหรือตู้กับข้าวก่อนสักนิดว่าขาดเหลืออะไรบ้าง จากนั้นก็จดรายการที่จะซื้อลงไปในมือถือหรือกระดาษ เพราะการทำแบบนี้จะช่วยให้เราซื้อวัตถุดิบที่จำเป็นเข้าบ้านเท่านั้น ไม่เสียเงินไปกับอะไรที่มีอยู่แล้วในบ้าน อย่างเช่น ถ้าเรามีซอสปรุงรสอยู่แล้วถ้าจะซื้อมาเพิ่มทั้งที่ซอสยังเหลือเกินครึ่งขวดมันคงจะไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปสักเท่าไหร่ ซึ่งวิธีนี้มีชาวต่างชาติทำกันเยอะมากในบางบ้านสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากเกือบ 1,000 บาทต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

2. มุ่งตรงไปที่สินค้าป้ายเหลือง หรือของลดราคาก่อน

มุ่งตรงไปที่ของลดราคาก่อน แฟลชเซล ของลดดอาหาร อาหารสด เลือกซื้อของสด
แนะนำให้มุ่งตรงที่ไปของ Sale ก่อน เพราะการซื้อของลดราคายังไงก็คุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับเราได้อย่างแน่นอน

ถ้าหากปกติแล้วบ้านไหนที่จ่ายตลาดหรือซื้ออาหารในห้างสรรพสินค้า ผมแนะนำให้มุ่งตรงที่ไปของ Sale ก่อนเลยครับ เพราะการซื้อของลดราคายังไงก็คุ้มค่าและประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับเราได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้หลายคนอาจคิดว่าของลดราคาอาจจะไม่ดีแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปครับ ขอแค่เราเช็กวัตถุดิบสักเล็กน้อยก่อนซื้อ รับรองว่าคุณภาพของลดราคากับของราคาเต็มไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากมายเลยครับ

ทั้งนี้ผมมีทริคเล็กน้อยคือการไปเดินเลือกซื้อเนื้อสัตว์, ผลไม้ และผักแช่แข็ง มากกว่าที่จะเลือกซื้อเนื้อสดเพราะราคาจะถูกกว่า ถ้าอะไรขาดเหลือก็ค่อยไปซื้อของสดครับ รับรองว่าประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว

3. เก็บอาหารไว้ในช่องแช่แข็ง

เก็บอาหารไว้ในช่องแช่แข็ง อาหารแช่แข็ง ตู้เย็น เก็บอหาร แม่บ้าน
สามารถนำของสดและอาหารไปแช่แข็งเพื่อยืดอายุได้

ในต่างประเทศมีการรายงานว่าขยะที่เป็นอาหารมีอัตราการทิ้งเพิ่มขึ้นเยอะมาก ซึ่งของเหล่านี้จะเป็นของเน่าเสียของอาหารที่รับประทานหรือนำมาทำอาหารไม่ทันครับ การแก้ไขปัญหาตรงนี้จริง ๆ แล้วไม่ยากเลยเพราะเราสามารถนำของสดและอาหารไปแช่ในตู้แช่แข็งเพื่อยืดอายุได้ ไม่ว่าจะเป็น นม, ผัก หรือเนื้อสัตว์สามารถนำไปแช่แข็งได้หมดเลยครับ

ถึงแม้ว่าวัตถุดิบที่นำไปแช่แข็งจะไม่สดใหม่เหมือนกับก่อนแช่แข็ง แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนไปทำอาหารอย่างอื่นได้ อย่างเช่นพวกผักอาจจะนำไปทำเป็นสลัดไม่ได้แต่เรานำไปใส่เมนูผัดหรือต้มได้ครับ เป็นการประหยัดตังค์อีกทางเลือกหนึ่งที่ดีมาก

4. เก็บวัตถุดิบให้ถูกวิธีช่วยยืดอายุอาหารได้

เก็บวัตถุดิบให้ถูกวิธีช่วยยืดอายุอาหารได้ ซีลอาหาร ซีลอาหารสด
เก็บวัตถุดิบให้ถูกวิธีช่วยยืดอายุอาหารได้ โดยการใส่ถุงซีลสูญญากาศหรือทัพเพอร์แวร์

สังเกตไหมครับว่าส่วนใหญ่พวกเนื้อสัตว์และผลไม้ที่ขายตามห้างจะเก็บวัตถุในการแรปอาหาร เนื่องจากวิธีการนี้ง่ายต่อการบรรจุ แต่มันอาจไม่ดีสำหรับเราสักเท่าไหร่ครับ เพราะการแรปเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้วัตถุดิบอยู่นานขึ้น ดังนั้นหลังจากมาถึงบ้านแล้วผมแนะนำให้ดึงแรปพลาสติกออกและเก็บเอาไว้ในถุงซิปล็อกหรือจะใส่ในทัพเพอร์แวร์ก็ได้ อีกทริคนึงคือการใส่ทิชชู่สำหรับซับอาหารลงไปในถุงที่บรรจุผักผลไม้ กระดาษทิชชู่จะช่วยซับความชื้นจากผักผลไม้ออกไปซึ่งยืดอายุออกไปได้เยอะมากครับ

นอกจากนี้การตั้งค่าอุณหภูมิของตู้เย็นก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยอุณหภูมิแนะนำให้ตั้งไว้ไม่เกิน 5 องศา เพราะถ้ามากกว่านั้นอาจช่วยยืดอายุวัตถุดิบไม่ได้

5. ถามพ่อค้าแม่ค้าถึงวิธีการเก็บอาหาร

กรณีที่เดินตลาดถ้าหากใครที่ไม่แน่ใจว่าจะเก็บวัตถุดิบยังไง ผมแนะนำเลยครับว่าให้ถามพ่อค้าหรือแม่ค้านั่นแหละ เพราะคนขายจะทราบถึงวิธีการเก็บรักษาอาหารที่ขายอยู่แล้วครับ ดังนั้นการถามกับคนขายถือเป็นอะไรที่ง่ายและได้เคล็ดลับดี ๆ อย่างแน่นอน

Next Post