15 สุนัขสายพันธุ์ที่เห่าน้อยที่สุด เลี้ยงได้แบบไม่รบกวนเพื่อนบ้าน

ถึงแม้ว่าสุนัขจะมีความน่ารักและเป็นมิตรกับมนุษย์มากเป็นพิเศษ แต่อย่างหนึ่งที่คนเลี้ยงสุนัขทราบกันดีว่าอาจจะต้องทำใจนั่นคือเสียงเห่า เนื่องจากความดังของน้องอาจไปรบกวนเพื่อนบ้านจนเกิดความน่ารำคาญขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะในคอนโดที่เราต้องเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์เล็กและเลือกพันธุ์ที่มีเสียงเงียบเห่าน้อย อย่างไรก็ดีไม่ได้หมายว่าสุนัขทุกสายพันธุ์จะเห่าเหมือนกันทุกตัวครับ เพราะมีหลายสายพันธุ์ที่รักสงบและจะเห่าเมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น อยู่ในสถานการณ์อันตรายหรือปกป้องเจ้าของ เหมาะสำหรับคนที่อยู่ในเมืองแล้วต้องการอยากจะเลี้ยงสุนัข ดังนั้นในบทความนี้ผมจะบอกแนะนำ ‘15 สุนัขสายพันธุ์ที่เห่าน้อยที่สุด เลี้ยงได้แบบไม่รบกวนเพื่อนบ้าน’ ครับ

1. เฟรนช์ บูลด็อก (French Bulldog)

เฟรนช์ บูลด็อก (French Bulldog)
น้ำหนัก 8 – 14 กิโลกรัม
ส่วนสูง 27 – 34.5 เซนติเมตร

‘เฟรนช์ บูลด็อก’ เรียกว่าเป็นเพื่อนคู่ซี้และเพื่อนที่ดีของคอนโดเลยครับ เหตุผลเพราะน้องเป็นสายพันธุ์ไม่ต้องออกกำลังกายอะไรมากมาย ขอเพียงแค่เขาได้พักผ่อนและอยู่ในสภาพอากาศที่ไม่หนาวมากจนเกินไป (แต่เรื่องนี้คงไม่ต้องห่วงสักเท่าไหร่ในประเทศไทย) ถึงแม้ว่าน้องจะเป็นสุนัขขี้เล่นและขึ้นชื่อว่าอ้อนเก่งมาก แต่ไม่ต้องกลัวเรื่องเห่าครับเพราะความซนตรงนี้ไม่มีปัญหาเรื่องเห่าเสียงดังมาเกี่ยวข้องแน่นอน หลายคนที่เลี้ยงอยู่ในหอหรือคอนโดแทบไม่ทราบเลยครับว่ามีคนเลี้ยงน้องอยู่ในห้องจนกว่าจะได้เห็นหน้าแบบจัง ๆ


2. ไอริส ซ๊อฟโค๊ทวีตเทน เทอร์เรีย (Soft-Coated Wheaten Terrier)

ไอริส ซ๊อฟโค๊ทวีตเทน เทอร์เรีย (Soft-Coated Wheaten Terrier)
ไอริส ซ๊อฟโค๊ทวีตเทน เทอร์เรีย (Soft-Coated Wheaten Terrier)
น้ำหนัก 7 – 10 กิโลกรัม
ส่วนสูง 27 เซนติเมตร

‘ไอริส ซ๊อฟโค๊ทวีตเทน เทอร์เรีย’ จะเห่าเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น แต่ในเรื่องของความซุกซนและความกระตือรือร้นคงต้องยกน้องสายพันธุ์นี้ ทุกครั้งที่เจอเจ้าของและคนแปลกหน้าเขาจะวิ่งเข้าหาและทักทายด้วยการกระโดดดี๋ง ๆ โดยในส่วนของการออกกำลังกายอาจจะต้องพาน้องไปเดินเล่นบ้างครับ เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต แต่นิสัยเรื่องเป็นศัตรูกับเฟอร์นิเจอร์อาจจะต้องทำใจกันสักเล็กน้อย ถ้าทำใจไม่ได้แนะนำให้นำน้องไปฝึกกับโรงเรียนสอนสุนัขครับ โค้ชหรือคุณครูสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้


3. ออสเตรเลียนเชเพิร์ด (Australian Shepherd)

ออสเตรเลียนเชเพิร์ด (Australian Shepherd)
ออสเตรเลียนเชเพิร์ด (Australian Shepherd)
น้ำหนัก 16 – 32 กิโลกรัม
ส่วนสูง 60 – 80 เซนติเมตร

แม้ว่าชื่อสายพันธุ์จะเชื่อมโยงถึงประเทศออสเตรเลีย แต่ในความเป็นจริงแล้วการพัฒนาสายพันธุ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา นิสัยโดยส่วนตัวของเจ้า ‘ออสเตรเลียนเชเพิร์ด’ คือจะเห่าเตือนภัยกับเจ้าของเมื่อน้องรู้สึกว่าตกอยู่ในอันตรายหรือเรียกร้องความสนใจ แต่ไม่ต้องห่วงครับเพราะถ้าเป็นเสียงต้องการความรักเขาจะร้องครางหงิง ๆ ถ้าเปรียบเทียบกับสุนัขขนาดใกล้เคียงกันสุนัขพันธุ์นี้ถือว่าเห่าน้อยมาก ๆ เลยครับ


4. ซาลูกิ (Saluki)

ซาลูกิ (Saluki)
ซาลูกิ (Saluki)
น้ำหนัก 18 – 27 กิโลกรัม
ส่วนสูง 58 – 71 เซนติเมตร

น้อง ‘ซาลูกิ’ ค่อนข้างเป็นสุนัขที่รักอิสระไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครสักเท่าไหร่ ฝรั่งหลายคนตั้งชื่อน้องว่า ‘Independent’ เลยครับ แต่คำที่ใช้ไม่ได้เลยคือเสียงดัง เพราะสายพันธุ์แทบจะไม่เห่าให้ใครได้ยินแม้แต่เจ้าของเองก็มีโอกาสฟังเสียงน้องน้อยมาก ส่วนนิสัยที่น่ารักมากอีกอย่างคือน้องรักเจ้าของมากเป็นพิเศษ ถ้าหากเจ้าของให้เวลากับเขาเยอะ ๆ ด้วยการพาไปเที่ยวหรือออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ รับรองว่าน้องจะรักจนยอมตายแทนเลยก็ว่าได้


5. เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก (Bernese Mountain Dog)

เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก (Bernese Mountain Dog)
เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก (Bernese Mountain Dog)
น้ำหนัก 36 – 50 กิโลกรัม
ส่วนสูง 63 เซนติเมตร

‘เบอร์นีส เมาน์เทนเด็อก’ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี ซึ่งในหลายประเทศนิยมใช้น้องกู้ภัยและให้ช่วยงานในฟาร์ม โดยแม้ว่าน้องจะมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่แต่เขาเป็นสุนัขน่ารักนิสัยดีอีกหนึ่งสายพันธุ์ สามารถเข้ากันได้กับเด็กทุกคนและไม่ว่าจะต้องเข้าไปเป็นสมาชิกในครอบครัวไหน เขาก็พร้อมปรับเข้าหาได้อย่างไม่ยากเย็น ที่สำคัญคือขี้อ้อนและฝึกให้ทำตามคำสั่งง่ายมากเพราะค่อนข้างฉลาด


6. บาเซนจิ (Basenji)

บาเซนจิ (Basenji)
บาเซนจิ (Basenji)
น้ำหนัก 9 – 12 กิโลกรัม
ส่วนสูง 40 – 43 เซนติเมตร

ด้วยเสียงของเจ้า ‘บาเซนจิ’ ที่เบาเป็นพิเศษบวกกับมีนิสัยซึ่งไม่ได้เห่าแบบสุ่มสี่สุ่มห้าทำให้สายพันธุ์นี้เหมาะกับเจ้าของที่รักสุนัขเสียงเงียบ ๆ แต่อย่างไรก็ดีเสียงของเขาก็ไม่ได้เงียบถึงขนาดไม่เห่าเลยครับ เพราะในบางครั้งที่เขาอยากจะสื่อสารกับเรา เขาอาจจะทำเสียงโหยหวนขึ้นมาบ้างบางครั้ง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับเสียงเห่าแล้วก็ต้องบอกว่าเบากว่าเยอะเลยทีเดียวครับ


7. สก็อตติช เดียร์ฮาวนด์ (Scottish Deerhound)

สก็อตติช เดียร์ฮาวนด์ (Scottish Deerhound)
สก็อตติช เดียร์ฮาวนด์ (Scottish Deerhound)
น้ำหนัก 34 – 50 กิโลกรัม
ส่วนสูง 76 – 81 เซนติเมตร

‘สก็อตติช เดียร์ฮาวนด์’ เป็นสุนัขอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ตัวค่อนข้างสูง ถ้าหากคอนโดหรือหอพักไม่ใหญ่พอก็อาจมีปัญหาเล็กน้อย อย่างไรก็ดีด้วยความสูงของสุนัขพันธุ์นี้ทำให้มันดูมีความสง่างาม ส่วนนิสัยและพลังของน้องจะอยู่ในระดับปานกลาง ถ้าหากได้ออกไปในพื้นที่กว้างเขาจะวิ่งเล่นด้วยความสนุก แต่ในช่วงเวลากลางคืนหลังจากกลับมาที่บ้านเขาจะใช้เวลาไปกับการพักผ่อน ดังนั้นเรื่องการเห่าจะค่อนข้างน้อย


8. แควาเลียร์คิงชาลส์สแปเนียล (Cavalier King Charles Spaniel)

น้ำหนัก 5.9 – 8.2 กิโลกรัม
ส่วนสูง 30 – 33 เซนติเมตร

คงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม ‘แควาเลียร์คิงชาลส์สแปเนียล’ ถึงอยู่ในทีวีซีรีส์เรื่อง ‘Sex and the City’ เพราะสุนัขสายพันธุ์นี้เข้ากันได้ดีกับเจ้าของที่อยู่ในเมือง นิสัยโดยส่วนตัวของสายพันธุ์นี้ค่อนข้างจะเงียบ, เป็นมิตร และแน่นอนว่าน่ารักเข้ากันได้กับทุกคน ในขณะเดียวกันด้วยตัวของน้องที่จัดอยู่ในหมวดสุนัขพันธุ์เล็กดังนั้นจึงสามารถนำไปเลี้ยงในคอนโดได้แบบสบาย


9. บอร์ซอย (Borzoi)

บอร์ซอย (Borzoi)
บอร์ซอย (Borzoi)
น้ำหนัก 25 – 47 กิโลกรัม
ส่วนสูง 71 เซนติเมตร

‘บอร์ซอย’ นอกจากเสียงของสุนัขพันธุ์นี้จะเบาและมีความอ่อนโยนรวมไปถึงรักสงบคล้ายกับแมวเป็นอย่างมาก ส่วนรูปร่างหน้าตาของเขาจะใกล้เคียงกับสสายพันธุ์ ‘สุนัขเกรฮาวด์’ มีความสูงความสง่า สามารถวิ่งเร็วได้กว่า 40 ไมล์ต่อชั่วโมง ดังนั้นถึงแม้ว่าน้องจะมีนิสัยส่วนตัวที่รักสงบแต่ถ้าออกนอกบ้านก็อาจจะต้องระวังไม่ให้หลุดจากสายจูง เพราะน้องวิ่งเร็วปานลมกรดรับรองว่าเจ้าของจับกันไม่ทันอย่างแน่นอน


10. ชิบะอินุ (Shiba Inu)

ชิบะอินุ (Shiba Inu)
ชิบะอินุ (Shiba Inu)
น้ำหนัก 6.8 – 11 กิโลกรัม
ส่วนสูง 36.5 – 39.5 เซนติเมตร

‘ชิบะ’ ถือได้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่โด่งดังมากในช่วงที่ผ่านมา เพราะมีหลายคนเอาไปทำมีมน่ารัก ๆ กันเยอะมาก อีกทั้งเจ้าชิบะเองก็เป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยร้องหรือส่งเสียงประหลาด ๆ สักเท่าไหร่ ด้วยนิสัยน่ารัก ตัวไม่ใหญ่มาก และเป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ทำให้น้องเหมาะมากสำหรับการเลี้ยงในเมืองอย่างเช่นคอนโด รับรองว่าไม่มีปัญหาเรื่องเสียงแน่นอน ถ้าไม่ไปทำให้เขางอนหรือหงุดหงิด


11. ไอริช เซตเทอร์ (Irish Setter)

ไอริช เซตเทอร์ (Irish Setter)
ไอริช เซตเทอร์ (Irish Setter)
น้ำหนัก 24 – 32 กิโลกรัม
ส่วนสูง 63 – 69 เซนติเมตร

ลักษณะพิเศษของ ‘ไอริช เชตเทอร์’ คือขนที่สวยเหมือนผ่านการย้อมสีน้ำตาลแดงอีกทั้งยังมีความงานสลวยเหมือนกับผ่านการสปามาแล้วกว่า 10 ครั้ง ทั้งนี้ด้วยสัญชาตญาณของสายพันธุ์ที่พัฒนาให้เป็นสุนัขล่าเนื้อในอดีต ทำให้การเห่าหรือการส่งเสียงของเขาน้อยมาก ๆ เขาจะเห่าเพียงแค่ตอนติดตามเหยื่อหรือตามที่เจ้าของสั่งเท่านั้น แม้ว่าในอดีตน้องจะถูกเลี้ยงให้ล่าเหยื่อแต่ไม่ต้องห่วงเรื่องความดุนะครับ เพราะนิสัยจริง ๆ ของเขาน่ารักอ่อนโยนมาก ไม่มีพิษภัยกับใคร


12. เกลน ออฟ อิมาล เทอร์เรีย (Glen of Imaal Terrier)

เกลน ออฟ อิมาล เทอร์เรีย (Glen of Imaal Terrier)
เกลน ออฟ อิมาล เทอร์เรีย (Glen of Imaal Terrier)
น้ำหนัก 16 กิโลกรัม
ส่วนสูง 37.7 – 35.5 เซนติเมตร

ในอดีต ‘เกลน ออฟ อิมาล เทอร์เรีย’ ได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้ล่าน้องจิ้งจอก, แบดเจอร์ และหนู ซึ่งเป็นศัตรูของสัตว์และพืชภายในฟาร์ม แต่เมื่ออยู่กับเจ้าของสุนัขพันธุ์นี้จะค่อนข้างน่ารักและเป็นมิตรมากกับมนุษย์แทบทุกคน ทั้งนี้ยังมีความขี้เล่นและร่าเริงอยู่ในตัวพร้อมเล่นกับเจ้าของได้ตลอดทั้งวัน ส่วนขนาดจะอยู่ในไซส์เล็กไปจนกลาง ๆ สามารถเลี้ยงในคอนโดได้สบาย ๆ


13. โรดีเชียน ริดจ์แบ็ค (Rhodesian Ridgeback)

โรดีเชียน ริดจ์แบ็ค (Rhodesian Ridgeback)
โรดีเชียน ริดจ์แบ็ค (Rhodesian Ridgeback)
น้ำหนัก 29 – 41 กิโลกรัม
ส่วนสูง 60 เซนติเมตร

‘โรดีเชียน ริดจ์แบ็ค’ มีต้นกำเนิดมาจากทวีปแอฟริกา นิสัยลึก ๆ ของสุนัขพันธุ์นี้จะรักความสงบมาก และจะเห่าก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น ถ้าหากเลี้ยงเขาไว้ในบ้านที่ไม่มีเสียงรบกวนหรืออะไรไปกระตุ้นให้เขาตกใจ เขาอาจมองดูเป็นสุนัขขี้เกียจไปเลยก็ว่าได้ ด้วยสัญชาตญาณของสุนัขเฝ้าระวังที่ถูกฝึกมาตั้งแต่ในอดีต มันอาจกระตุ้นให้เขาตื่นตระหนกและเห่าได้ ดังนั้นอาจต้องมีการฝึกฝนเขาสักเล็กน้อย แต่หากไม่มีใครพยายามเข้าบ้านหรือทำอะไรลับ ๆ ล่อ สุนัขสายพันธุ์นี้แทบจะไม่เห่าให้เกิดความรำคาญเลยครับ


14. ชิสุ (Shih Tzu)

น้ำหนัก 4 – 7.2 กิโลกรัม
ส่วนสูง 20 – 25 เซนติเมตร

‘ชิสุ’ ยังคงเป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยงมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยประวัติความเป็นมาของน้องสายพันธุ์นี้คือเคยถูกเลี้ยงอยู่ราชวังของจีนมาก่อน เนื่องจากความน่ารัก เป็นมิตร มีความอ่อนโยนสูงมาก ต่อให้คุณไม่ได้เป็นเจ้าของแต่น้องก็พร้อมจะเสิร์ฟความสดใสอยู่ตลอดเวลา หากใครคิดจะหารูมเมทที่มาเติมความสดใสให้กับชีวิตของตัวเอง ‘ชิสุ’ เป็นคำตอบที่ใช่สำหรับทุกคนอย่างแน่นอน ในขณะเดียวขนาดตัวที่เล็กกว่าหลายสายพันธุ์ก็ทำให้น้องสามารถอแดปตัวเข้าไปอยู่ได้ในทุกที่


15. อิงลิช บูลล์ด็อก (English Bulldog)

อิงลิช บูลล์ด็อก (English Bulldog)
อิงลิช บูลล์ด็อก (English Bulldog)
น้ำหนัก 18 – 25 กิโลกรัม
ส่วนสูง 31 – 40 เซนติเมตร

‘อิงลิช บูลล์ด็อก’ สามารถเลี้ยงให้เป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวได้อย่างไม่ยากเย็น แม้แต่เด็กเองน้องก็รักพร้อมปกป้องอยู่ข้างกาย ถ้าหากเจ้าของเป็นอันตรายน้องพร้อมช่วยอย่างเต็มที่ เนื่องจากในอดีตเขาเคยถูกฝึกให้ต้อนวัวมาก่อน ดังนั้นเขาจะมีความกล้าหาญอยู่ในสายเลือด อย่างไรก็ดีเมื่อต้องออกจากบ้านเจ้าของอาจต้องดูแลไม่ให้ห่างสายตา เพราะเขาอาจจะเป็นปัญหาต่อสุนัขตัวอื่นได้ ส่วนเรื่องการเห่าไม่มีปัญหาแน่นอน แต่เรื่องกรนนี่ขึ้นชื่อมากเลยละ

Next Post